วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ความรับผิดชอบ

ชีวิตของเรา เราจะทำอย่างไรก็ได้ ใครอย่ามายุ่ง

คำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ ที่ฟังดูแล้วก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

แต่เมื่อเรียนรู้ศาสนา ก็ได้รู้ความจริงว่า หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

เพราะสิ่งที่เป็นของเรามีเพียงอย่างเดียว คือวิญญาณ ส่วนสังขารนั้นเราขอยืมมาใช้

หลวงพ่อนิพนธ์ได้กล่าวให้ฟังเสมอว่า ตราบใดที่เรายังมีกรรม นั่นหมายถึงเรายังต้องเกิด เพราะวิญญาณต้องเป็นผู้รับกรรมที่ทำมานั้นๆ หากแต่วิญญาณจะรับสุขหรือทุกข์ ก็ผ่านทางกายสังขาร นี่จึงเป็นเหตุว่า ทำไมต้องเกิด เพราะถ้าไม่มีสังขาร วิญญาณก็รับกรรมหรือสร้างกรรมไม่ได้นั่นเอง

คนปกติทั่วไป เมื่อแรกเกิด จึงได้ยืมธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาก่อเป็นสังขาร และธาตุที่ยืมมาเหล่านี้ ล้วนบริสุทธิ์ และครบถ้วนสมบูรณ์ เราจึงมีครบอาการ ๓๒ ประการ

ไม่ว่าจะปฏิเสธ หรือคิดอย่างไรก็ตาม ความจริงที่พระภูมีทรงชี้ให้เห็นนั่นคือ เมื่อเราตาย ต้องคืนธาตุทั้งสี่นี้กลับคืน

เราท่านจึงหนีความรับผิดชอบในการขอยืม และคืน ไม่ได้เลย

เมื่อยืมมา ด้วยความสมบูรณ์ แต่ตอนคืน สภาพกระรุ่งกระหริ่ง ไอ้โน่นโดนตัด ไอ้นี่เจ๊ง

ผลอันนี้แหละจะส่งผลให้เราได้สังขารใหม่ของวิญญาณ ที่ไม่สมบูรณ์ตามตัวกระทำที่เราทำนั่นเอง

ด้วยเห็นความจริงข้อนี้ และพระเมตตาของพระภูมีทุกพระองค์ จึงได้สอนให้ทำสมบัติที่สามารถติดไปกับวิญญาณได้ เรียก "มนุษย์สมบัติ" นั่นคือ หนทางแห่งความไม่มีโรคนั่นเอง

ผู้ใดทำได้ พระภูมีทรงเรียกสิ่งนี้ว่า "เป็นลาภอันประเสริฐ" เพราะสามารถเกาะติดวิญญาณไปทุกภพทุกชาตินั่นเอง

ศาสนาจึงกล่าวไว้ว่า มนุษย์เราวัดบุญวัดวาสนา จึงวัดกันที่ตอนตาย หาใช่ตอนมีชีวิตไม่

คนโบราณ รู้ความจริงนี้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใคร เมื่อยามชรา ก็รีบยกสมบัติให้ลูกหลาน แล้วตัวเองก็พาตนเข้าวัด เพื่อสร้างสมบัติของวิญญาณ

การทานสมนุไพร แล้วประสพผล นั่นจึงไม่ได้หมายความว่าต้องรอดเสมอไป

หากเราท่านหมดซึ่งอายุขัย ทานสมุนไพรสักฉันใดก็คงทำให้รอดไม่ได้อย่างแน่นอน

หากแต่ความรับผิดชอบ นั่นคือ คืนสังขารที่บริสุทธิ์ไม่มีโรค อันหมายความถึงต้องไม่ตายด้วยโรคนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ผู้เป็นมะเร็ง ธรรมชาติต้องปวดจนขาดใจตาย เมื่อมาทานสมุนไพร และปฏิบัติตนถูกต้อง แม้นตายก็ไม่มีอาการปวด หากตายเพราะหมดอายุขัย ถึงเวลาก็ง่วงนอน แล้วก็หลับไป

นี่ก็เรียกได้ว่า ประสพผลแล้ว เช่นกัน

หากตายแล้วไม่เกิด ความรับผิดชอบต่อสังขาร ก็ไม่มีความจำเป็น กรรมก็ไม่มีอำนาจอะไร การทำความดีความชั่วก็ไม่มีความหมายเช่นกัน แต่ความเป็นจริงที่พระภูมีทรงตรัสรู้ แลตรัสว่า "มนุษย์เป็นไปตามกรรม"

ดังนั้นการกระทำจึงมีผล และความรับผิดชอบต่อสังขารจึงปฏิเสธไม่ได้เลย

ด้วยเหตุนี้เอง การทำร้ายตัวเอง หรือ ฆ่าตัวเอง จึงเป็นบาปที่ร้ายแรง มีอำนาจเหนือการทำความดีทั้งปวง เพราะมีผลต่อวิญญาณของตัวเองนั่นเอง

สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนให้มาปลุกปั่น ก็เพื่อชี้ให้เห็นโทษที่กำลังเกิด เพราะการทานเคมี ซึ่งเป็นของไม่ธรรมชาติ ร่างกายย่อยไม่ได้ นั่นคือการทำร้ายตนเอง ก่อให้เกิดโรคภัยตามมา แม้นจะทำความดีสักฉันใดจึงไม่เป็นผลทำให้พ้นโรคได้เลย

วิชาที่โบราณยกย่อง จนกล่าวเป็นคำสอน นั่นคือ "รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี" เพราะถ้ารอดได้แสดงว่าความรู้นั้นถูกอย่างแน่นอน

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44