วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

อยากชนะ

คนทั้งหลายอยากหายโรค ท่านอาสิก็ชี้ว่ามันมีเหตุมาจากกรรม และสรุปให้เห็นว่าผู้ชนะกรรมมีคนเดียวในประวัติศาสตร์คือพระพุทธเจ้า

ฉะนั้นอย่าไปรอเลยยารักษาโรค ไม่มีดอก ทำไมไม่เอาเวลาไปเรียนวิชาของพระพุทธเจ้าแทน เพราะพิสูจน์แล้วว่ามันชนะได้

บทสรุป ความปรารถนาหายโรค ทำไมยาก ทำไมไม่เป็นจริง เพราะลำพังสมุนไพร ขาเดียวมันยาก และถึงปลอดโรคก็ใช่ว่าชีวิตจะปลอดภัย แล้วไยไม่ดูรอยพระพุทธเจ้า แล้วนำตนเดินนั่นแลชีวิตจะปลอดภัย ได้หายโรคสมใจ ซ้ำยังเดินง่ายชนะได้ง่ายกว่ากันเยอะ

ถามตัวเองหน่อยเถอะว่า รู้หรือยัง “บุญทำอย่างไร บุญทำอะไรได้

ไปหาคำตอบจากผู้ปฏิบัติ แล้วจะได้รู้ว่า ถ้ากรรมมันมีจริงเป็นอำนาจบันดาลโรค ธรรมก็มีจริงบันดาลให้พ้นโรคได้เช่นกัน


วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ไม่มีของฟรี


แม่ชีเมี้ยนชี้ให้เห็นว่าพระภูมีค้นพบสัจธรรมความจริง คือ “ตัวกระทำไม่ตาย มีผลตอบแทน รอเราอยู่วันข้างหน้า

หลวงพ่อนิพนธ์อธิบายให้ฟังว่า สิ่งที่คนทั้งหลายทำล้วนต้องมีผลตอบแทน แม้นจะบอกว่าให้ฟรี แต่ผู้รับก็เป็นหนี้ แก่ผู้ให้ จะหนี้แบบไหนก็ตามแต่ต้องจ่ายคืนในวันหน้าแน่นอน

ศาสนาของพระภูมี จึงเรียกว่า “ศาสนาหมูไปไก่มา” นั่นคือสมุนไพรแลธรมคำสอนที่ให้มาฟรีนั้น เสมือนยื่นหมูมา ต้องมีผลตอบแทนคืนกลับไปอย่างแน่นอนนั่นเอง

แล้วไก่ที่ศาสนาอยากได้คืออะไร พระภูมีอยากให้เราท่านใส่อะไรในบาตร เงินหรือ ท่านก็ไม่รับ วัตถุสิ่งของท่านก็ไม่เอา ลาภยศสรรเสริญท่านก็ตัดทิ้งไม่ต้องการ มีเพียงสิ่งเดียวที่ทุกคนมีและท่านอยากได้ คือนิสัยกรรม ที่ให้ทุกข์แก่ผู้อื่นเป็นอุปนิสัย แล้วมันก็ย้อนมาให้ทุกข์เราท่านในวันนี้นั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักสอนเสมอว่า กระไดของศาสนาจึงต้องเริ่มที่ความกตัญญูรู้คุณ ได้หมูมา ก็เอาไก่คือนิสัยกรรมไปแลกนิสัยธรรมมา เพราะศาสนาจะได้ชื่อว่าช่วยคนดีมีธรรม ที่หลงผิดมีความคิดความเชื่อผิดการกระทำจึงผิดผลผิดจึงเกิด ได้เป็นคนดีสมใจ มีนิสัยธรรมมีสุขภาพที่ดีเป็นของแถม

ก็ถ้าเราท่านทานสมุนไพรฟังคำสอนแล้วไม่เปลี่ยน ก็ทำให้ศาสนามัวหมอง กลายเป็นทำลายผู้มีคุณ เพราะช่วยโจรให้กลับไปทำลายผู้อื่นอีก หลวงพ่อนิพนธ์ก็กล่าวว่าคนทั้งหลายทั้งปวงก็จะฟ้องฟ้าดินว่า ทำไมไปช่วยโจร มันเป็นโรคหมดแรงทำลายใครไม่ได้แล้ว ท่านช่วยให้กลับมาทำลายให้ทุกข์พวกฉันทำไม

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า ใครฟัง พิจารณา เชื่อแล้วทำตาม เปลียนความคิด นิสัยตนบางสิ่งบางอย่าง ต่างก็ไม่เป็นหนี้ เราท่านได้หายโรค ศาสนาได้คนดี สมใจทั้งสองฝ่าย แต่ถ้ามาทำตนเป็นชูชก จะเอาแต่ถ่ายเดียว หนี้จากหยาดเหงื่อผู้อื่นยิ่งมาพอกพูนตน ท้ายสุดชะตากรรมก็ลงเอยไม่ต่างกับชูชก ที่คิดว่ามาทำตนเหนือ ทำตนฉลาด นั่งสบายนอนสบาย แท้จริงแล้วนั่นพฤติกรรมของคนโง่ ด้วยท้ายสุดเสียทั้งชีวิต เสียทั้งนิสัย แถมยังถูกถีบให้ไกลศาสนา สร้างทุกขเวทนาแก่ตนในภพหน้าไม่รู้จะได้เวียนมาเจออีกเมื่อไหร่ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า ดูรุ่นพี่ที่ทำแบบนี้ไว้ โน่นพวกอาฟริกา กินลำบาก นอนลำบาก ไม่มีศาสนา

ของฟรีไม่มีในโลก จะไปเอา สืบให้ดี คนทำเขาหวังอะไร มีให้เขาไหม ใช้หนี้เท่าไหร่ถึงจะหมด นี่แลที่มาความยิ่งใหญ่ของศาสนาพระภูมี คือทำให้ ให้ด้วยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากอยากให้ผู้รับเป็นคนดี มีธรรมนำตน เท่านั้นเองด้วยปรารถนาจะให้ผู้รับมีสุขอย่างแท้จริง แลผลสุขก็จะย้อนมายังผู้ให้

ยิ่งความสมบูรณ์ของการให้ ใส่เจตนาและพฤติกรรมมากเท่าไหร่ ผลก็ยิ่งทวีคูณ เฉกเช่นบิดามารดาให้บุตร ยังยิ่งใหญ่ทั้งที่นั่นมันคล้องกรรมกันมา แล้วถ้าเราท่านให้ กับใครก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นหน้า แต่ปลูกมะกรูดมะนาว ดูแลอย่างดี ผลออกเอามาทำสมุนไพรให้คนเหล่านั้นกิน ใครไม่รู้ พ่อแม่่ก็ไม่ใช่ ผลจะมหาศาลเพียงใด นี่แลสิ่งที่พระพุทธเจ้าทำเป็นตัวอย่าง ให้เราเดินตาม ไปแสวงหาโมกขธรรม ที่วิเศษสุดแล้วมาโปรด มาให้แก่ใครก็ไม่รู้ที่อยากได้ เทียบกับคนที่บอกรักครอบครัวดีต่อญาติมิตร ช่วยเหลือทุกสิ่งอย่าง เวลาเจ็บ เวลาทุกข์ โรคมาเกิดกับตน สิ่งที่ทำช่วยตนไม่ได้เลย เพราะนั่นมันคู่คล้องกรรม

แม่ชีเมี้ยน จึงชี้ให้เห็น อยากมีสุข ไม่ใช่หาสุข ให้ตนแล้วจึงสุข โน่นพระภูมีทำให้ดู “ให้สุขแก่เขา สุขนั้นถึงตัว

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

กว่าจะชนะได้


แม้นกองทัพจะแข็งแกร่งปานใด หากประมาทศัตรู หรือประเมินศัตรูต่ำไป ผลที่ได้อาจทำให้กองทัพพินาศ ประเทศล่มสลายได้

โรคที่ปรากฎก็เช่นกัน หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่าเป็นบริวารของกรรม แลไม่มีผู้ใดในโลกที่ชนะกรรมได้ นอกจากธรรมของพระพุทธเจ้า

คนที่ท้ากรรม จึงประสพผลรายแล้วรายเล่า ไม่ว่าจะด้วยหนทางใด ล้วนแล้วแต่ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ แลเสียซึ่งชีวิตตน ดั่งที่ปรากฎตัวเลขฟ้องว่ามีแต่คนเป็นโรคเพิ่ม และตายเพิ่มทุกปี

หนทางที่จะช่วยตน ไม่ใช้ตน คิดพึ่งผู้อื่น เดินย้อนสวนทางกับพระภูมี มันจึงไม่มีผู้ใดประสพผล รอไปเถอะยารักษาโรค มีแต่ถูกคนโลภ เอาความกลัวตายมาหลอกหากินเท่านั้นเอง

สิ่งที่กำลังทำ คนทั้งโลกทำไม่ได้ ลำพังสมุนไพรพร้อมยังไม่พอ ตัวปฏิบัติพร้อมก็อาจไม่พอ ต้องใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน ผลชนะจึงเกิดได้ เรียกว่าฉิวเฉียด เพราะชนะกรรม พลาดแม้นแต่น้อยก็แพ้แล้ว

นั่นเป็นเหตุที่ว่า จะชนะได้จึงต้องฟัง ต้องเรียนวิชาบุญ วิชาทาน ต้องรู้ธรรมคำสอน ต้องรู้เรื่อกรรม นำมาพิจารณา แล้วทำเพื่อช่วยตน

คนรุ่นก่อนเป็นตัวอย่างที่เด่นชัด ถึงผลแห่งการประเมินต่ำ ไม่ใส่ใจรายละเอียด พลาดเพียงน้อยก็แพ้ทั้งกระดาน อาทิ รายหนึ่งไม่มีแรง ช่วยตนไม่ได้ ต้องใช้อ๊อกซิเจนช่วยหายใจ ทานสมุนไพรดีวันดีคืน กินได้นอนหลับ วันหนึ่งภรรยาทิ้งไว้ลำพัง ไปเดินซื้อของ ถังอากาศหมด คนไข้เสียซะงั้น

เร็วนี้คนป่วยเป็นมะเร็งขั้นสาม ทานสมุนไพรดีวันดีคืน ไปตรวจค่าต่างๆปกติหมด บอกว่ารอดมาน่าจะบวช เขาก็บอกไว้ก่อน แล้วก็ไปลื่นห้องน้ำหัวฟาดพื้นตาย

แม้นแต่เรื่องที่ดูเล็กน้อย คนป่วยทานอาหารยาก กระเพาะทำงานได้ไม่เต็มที่ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า ก็ต้องปรับเปลี่ยน ปรุงอาหาร ห้าสุกให้ย่อยง่าย ทานไม่ต้องมาก แต่มากมื้อ

บทสรุป ถ้าคิดว่าจะมาชนะกรรม ด้วยความง่าย คิดผิดแล้ว ทำในสิ่งที่ไม่ธรรมดา คนทั้งโลกทำไม่ได้ ด้วยพฤติกรรมธรรมดา นั่นดูถูกกรรมประเมินกรรมต่ำ ยากจะชนะ คนที่จะชนะ จึงต้องมองว่า ที่นี่ไม่ธรรมดา สิ่งที่ทำไม่ธรรมดา ต้องเน้น ต้องใส่ใจ จึงจะชนะได้

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงมักให้สติว่า "กรรมไม่จำเป็นต้อง ให้เราท่านตายด้วยโรคเพียงอย่างเดียว ปลอดโรค ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย" จะมาเอาแต่หายโรค เสียเวลาเปล่า ท้ายที่สุดถึงหายโรค ก็ตายอยู่ดี สิ่งที่หนี ไม่ใช่โรค แต่มันคือกรรมตายต่างหาก นี่แลคนทั้งหลายอยากหนีเสือคือโรค พอพ้นเสือก็เพลิดเพลินว่าตนไม่เป็นไร แต่หารู้ไม่จรเข้มันอ้าปากรออยู่ หนีกรรมพ้นนั่นแลจึงเรียกปลอดภัย

กว่าจะชนะได้ ต้องเคี่ยวกรำนิสัยตน ที่สร้างกรรมให้ลงให้จงได้ มีนิสัยพระพุทธเจ้า คนทำได้ไม่ธรรมดา จึงเหนือคนทั่วไป สัมผัสความไม่มีโรค แลเป็นแต่เพียงคนกลุ่มน้อยๆ ที่เชื่อและทำตนรอดูพระพุทธเจ้าที่กำลังจะอุบัติ ชีวิตที่มีจึงมีความหมาย รอดพ้นภัยพิบัตินานาชนิดที่กำลังโถมใส่มนุษย์ เดินถนนอย่างปลอดภัย อยู่ถึงและได้เห็นความศิวิไลซ์ เห็นบุญญาธิการ

วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่ากรรมมีจริง และธรรมก็มีจริง เป็นที่พึ่งที่แท้จริงของเราท่าน

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ของจริง

ไม่ว่ามนุษย์จะเชื่อกรรมหรือไม่ แต่โรคที่กรรมบันดาลสร้างทุกข์ให้เกิดกับตนนั้น เป็นของจริง เล่นจริง เจ็บจริง และเอาถึงตายเลย

แม่ชีเมี้ยนนำศาสตร์ของพระภูมี ชี้ให้เห็น สัจธรรมความจริงของโลก ว่านี่คือผลแห่ง “ตัวกระทำ” ที่ซึ่งไม่ตายเลย จะทำสุกฉันใด ก็ไม่ตาย หนีไม่พ้นต้องรับ

ความจริงนี้ตอกย้ำว่า “โลกนี้ไม่มียารักษาโรค” เพราะเราท่านทำไว้แล้ว วันหนึ่งเมื่อกรรมมาถึง ก็ต้องรับ ต้องเจ็บต้องปวด เหมือนที่ทำกับผู้อื่นไว้ เป็นตัวกระทำ เป็นพรหมลิขิตย้อนมาหาตน

เมื่อมาใน้สมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า ไม่ใช่มีไว้ไม่ให้เจ็บไม่ให้ปวด เป็นไปไม่ได้ แต่จะชนะโรคได้ ก็ด้วยการทำให้อวัยวะร่างกาย ทนเจ็บทนปวดได้ ถ้าทนได้ก็หายได้

วินัยของพระภูมี ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำมาให้ใช้ จึงสร้างภูมิของร่างกาย ทนเมื่อย ทนร้อน ขยับร่างกายให้สุขแก่ผู้อื่น เสมือนซ้อมวิ่ง ซ้อมลงนวม เพื่อรอวันแข่งขัน นั่นเอง

วันที่หายโรค คือวันสอบ ร่างกายต้องทนความเจ็บปวดขีดสุดจากการแสดงอาการของโรค ถ้าเตรียมร่างกายมาดีก็ผ่านง่าย ถ้าอ่อนซ้อมไม่ตั้งใจ ก็เลือดตากระเด่น นั่นแหละที่ถ้ำกระบอกเขาเรียก “ลงแดง

บทสรุป หลายคนประเมินกรรม ประเมินโรคต่ำ จึงไม่ตื่นตัว ไม่เตรียมพร้อม ด้วยไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึง คิดว่าอีกนานหรือไม่มีวันนั้น พอมาถึงจริงๆ ตั้งตัวไม่ทัน กินไม่ได้ เดินไม่ไหว หายใจไม่สะดวก ทีนี้จะมาคิดฟิตร่างกาย ก็ไม่ทันเสียแล้ว นึกเสียใจ ก็ไร้ค่า เห็นทางรอดแต่ไปไม่ถึง

กว่าหน่วยซีลจะอึดขนาดนั้น ผ่านการฝึกมาเท่าใด จะสู้โรคชนะโรคแบบชิวๆ ไม่ต้องทำอะไรฝันกลางวันแล้ว

ดูอย่างอาหมอ ที่เป็นหมออยู่ศูนย์มะเร็งใหญ่ของอเมริกา สามีเป็นมะเร็ง ช่วยอะไรไม่ได้เลย วันนี้ของอาหมอและสามี เห็นสัจธรรมความจริงนี้ โน่นไปเด็บใบยาเขียว เข้าป่ากับท่านอาสิ สองคนดีวันดีคืน แล้วเราหล่ะ นั่งรอขอพรอธิษฐานให้ตนหาย เดินคนละทางกับคำสอนแล้ว ผลที่ได้ไม่ต้องมีญาณก็รู้ว่าใครจะรอด. ตนของตนนั่นแหละชี้เองตั้งแต่วันแรกแล้ว

วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ขี้ตามช้าง


ความน่ากลัวในโลกปัจจุบัน คือฟังเขามาแล้วทำตาม โดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายละเอียด ผลที่เกิดคือความเสียหายมหาศาลที่ตามมา

ตัวอย่างที่เห็นชัด คือบันไดเลื่อน เขาบอกว่าขึ้นลงให้ยืนชิดขวา ด้านซ้ายคนรีบจะได้เดินหรือวิ่งไปได้

แล้ววันหนึ่งเราท่านก็ได้ยินว่า บันไดถล่มบ้าง พื้นทรุดลงบ้าง หลายคนก็รุมด่าว่าเป็นความชุ่ยของผู้ผลิตบ้าง ห้างร้านบ้าง นับข้อความไม่ทัน

โดยคนที่รุมด่านั้นไม่เคยรู้เลยว่า บันไดเลื่อนเขาออกแบบมาให้พาคนขึ้นลง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับการกนะเพื่อมา จึงมีวิธีการใช้กำกับห้ามเดินหรือวิ่งบนบันได เฉกเช่นกันกับหัวบันไดเลื่อน

เมื่อไม่รู้ ก็ใช้งานผิดวันหนึ่งมันก็พัง เพราะใช้ผิดวัตถุประสงค์ คนสร้างกลายเป็นจำเลย ทั้งๆที่คนใช้นั่นแหละใช้ผิด

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า คนหมู่ไหนความเชื่อเดียวกันก็เกิดแผ่นดินเดียวกัน นั่นจึงเกิดทวีป

ฝรั่งเชื่อในความสามารถตน ความคิดตน แต่เอเซียเชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่ธรมคำสอน กรรมจึงสร้างฝรั่งให้มีกายใหญ่โตเพื่อรับสารเคมี และอยู่ได้จนครบพรหมลิขิต ส่วนเอเซียรูปร่างเล็กอาศัยธรรมชาติ ทานสมุนไพร

เมื่อเอาง่าย เห็นฝรั่งใช้ยา เหมือนช้างขี้ ก็เอาอย่างใช้ยาเคมีบ้าง ลืมไปว่า ขนาดที่มีในตำรานั้นใช้กับฝรั่ง ร่างกายเราท่านรับไม่ไหว ผลข้างเคียงจึงมหาศาล ยิ่งใช้ เสมือนยิ่งฆ่าตน

ไม่ต่างอะไรกับคนเอเซียอยากสูง ให้ลูกดื่มนมวัวเยอะๆ ผลก็คือได้ความสูงที่มาพร้อมกับมะเร็งกระดูก มิเท่ากับฆ่าลูกหลานของตนด้วยมือตนหรอกหรือ

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า นี่แหละคนโง่ต้องตกเป็นเหยื่อคนฉลาดที่โลภ เพราะเอาความอยากมาล่อ และขาดพิจารณา เหมือนการตกทอง กว่าจะรู้ผลผิดก็เกิดแล้ว แก้ไม่ทัน

ซ้ำร้ายศาสนาพูดเรื่องจริง กลับเห็นเป็นคำด่าว่า น่าเบื่อหน่าย ไม่อยากทำ นี่แหละ ที่ว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นดอกบัวเป็นกงจักร

อย่าว่าแต่ศาสตร์สมุนไพรที่ไม่รู้แต่ทำตนเหมือนรู้ แค่นมวัว ที่แม้นแต่คนเลี้ยงน้อยคนจะรู้ว่า หญ้าที่เลี้ยงต้องเป็นหญ้าที่อยู่ในอากาศเย็น ถ้าเป็นหญ้าอากาศร้อนมันจะปล่อยสารพิษ ส่วนคนกินก็ไม่รู้ว่าวัวนมนั้นถูกฉีดสารให้ผลิตน้ำนมได้มากกว่าปกติถึง 8เท่า นั่นหมายความว่า วัวนมทุกตัวร่างกายรีดกระดูกในวัว มาผลิตเป็นนม วาระสุดท้ายของวัวนมคือโรคกระดูกพรุนแล้วก็ตายไป

คำเตือนของหลวงพ่อนิพนธ์ชวนให้คิด ก็ขนาดเราท่านทำกับข้าว หุงข้าว กินเพื่อดำรงอยู่ยังพิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบ มีขั้นตอนกรรมวิธีการทำ ส่ใจรายละเอียดทุดอณู นั่นแค่กินเพื่ออยู่ แต่เรื่องกินเพื่อชีวิต กลับขาดรายละเอียด ทำชุ่ยๆ จ่ายเงิน โยนเข้าปาก ง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ

คนโลภไม่มีทางทำสิ่งดีๆให้คนได้ เขาจึงต้องโฆษณาชวนเชื่อ

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ชีวิตใหม่


สิ่งสำคัญ ที่ท่านอาสิชี้ หากเราท่านเชื่อศาสนา นั่นคือ "กรรมมันจำนิสัย"

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายเรื่องการที่จะทำให้หายโรค จึงมีประเด็นสำคัญประการเดียว นั่นคือ การสร้างนิสัยใหม่ คือนิสัยของพระพุทธเจ้า บางสิ่งบางอย่างให้เกิดแก่ตน แทนนิสัยเดิมบางสิ่งบางอย่างที่สร้างกรรม หรือให้ทุกข์แก่ผู้อื่น เป็นอุปนิสัยใหม่ จนกรรมมันจำไม่ได้นั่นเอง

ความหมายเพิ่มเติมที่ลึกซึ้งกว่า นั่นคือ กรรมที่เราท่านสร้างนั้น มากมาย จนน้ำหนักกรรม มากพอที่จะทำให้พรหมลิขิตหักกลาง นั่นคือ ตายก่อนที่จะครบพรหมลิขิตแห่งตน และการที่จะใช้สมุนไพร เพื่อสร้างภูมิ หรือฟื้นฟูร่างกาย อวัยวะให้ทนต่อโรคนั้น อาจไม่ทัน หรือแม้นแต่จะทันจนพ้นโรค กรรมยังอยู่ก็วนเวียนมาสร้างทุกข์ให้ได้อีก หายโรคนี้เป็นโรคนั้น ไม่รู้จบ

หลายคนมักกล่าวว่า เมื่อหายโรค เมื่อพ้นทุกข์ นั่นอุปมาเสมือนได้ชีวิตใหม่ ดังนั้น หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ชีวิตใหม่ที่แท้จริง วิญญาณนั้น ก็ควรที่จะเป็นวิญญาณใหม่ มีนิสัยใหม่ ชีวิตใหม่ที่ได้ จึงปลอดภัย และมีสุข อย่างแท้จริง

การจะฟื้นฟูด้วยสมุนไพรประการเดียว นั่นคือ การใช้กรรม ต้องรับกรรมที่ตนทำมานั้นทุกประการ การจะชนะ สภาพการฟื้นฟูต้องทันและต้องขันติอดทนกับอาการที่เกิดให้ได้ จึงมีน้อยคนที่จะชนะได้

การสร้างนิสัยของพระพุทธเจ้า แม้นทำได้ยาก หากแต่ถ้าทำได้ ย่อมเกิดนิสัยใหม่ ที่ทำให้กรรมจำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ผลคือ งับไม่เต็มที่ ย่อมหมายถึง อาการที่เกิดกับเราท่านย่อมไม่เต็มที่เช่นกัน โอกาสในการชนะจึงมีมากกว่า ยิ่งมีนิสัยใหม่มากเท่าไหร่ โอกาสชนะยิ่งมากเท่านั้น การเดินสองขา จึงย่อมประสพผลความสำเร็จ ได้ง่ายกว่า ใครยิ่งสร้างขาธรรมได้เร็ว อาการที่ตนได้รับยิ่งบรรเทาเบาบางลง หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า เพราะแทนที่จะทุกข์กับกรรม ทุกข์กับโรค ก็เลือกมาทุกข์กับวินัยของพระพุทธเจ้าแทนแล้วนั่นเอง

หากทำวินัยของพระภูมีจนเป็นอุปนิสัยใหม่เกิดแก่ตนได้ นั่นแลชีวิตใหม่ที่แท้จริง ที่ได้คืนกลับมา ทำให้ชีวิตมีสุข ติดวิญญาณไปทุกภพทุกชาติ และได้การหายโรคเป็นของแถม ที่สำคัญ ลบสัญญากรรม คือ สัญญาโรค ให้หมดไป

ใครที่คิดว่า การหายโรคเป็นเรื่องง่าย ดูหรือประเมินโรค เป็นโรค นั่นต่ำไป และยิ่งหวังพึ่งผู้อื่น ยิ่งไม่มีทางประสพผลในการหายโรคอย่างแน่นอน เพราะนิสัยเดิมยังอยู่ กรรมยังอยู่ มันจำได้ และไม่มีอะไรในโลกชนะกรรมได้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมจึงบอกว่า "ยารักษาโรค ที่เป็นโรคตาย จึงไม่มีในโลก ใครว่ามี ใครรอ ก็รอไปเถอะ ไม่มีทางสมหวัง"

บทสรุป การจะหายโรค โดยไม่ทำนิสัย ไม่สร้างชีวิตใหม่ ด้วยการสร้างวิญญาณใหม่ ที่อยู่สูง มีธรรม มีนิสัยพระภูมิให้เกิดแก่ตน ย่อมไม่มั่นคง และไม่ปลอดภัย ที่น่าเสียดายกว่านั้น ศาสนา เป็นเรื่องของวิญญาณ ที่ทำแล้วติดวิญญาณ เป็นสมบัติของวิญญาณ เป็นพรหมลิขิตใหม่ จะมาแต่หายโรค นั่นเป็นการเสียโอกาสที่ได้พานพบศาสนาที่แท้จริง หายโรคแค่วันนี้ ... แล้วไง วันหน้าพรหมลิขิตเราท่านจะดีตลอด อย่างนั้นหรือ จะไม่พรหมลิขิต โรค รออยู่ แน่ใจหรือ และยิ่งไปกว่านั้น ปลอดโรค ไม่ได้บอกว่าปลอดภัย ... อุบัติภัย ก็ยังมี แน่ใจหรือ ว่าพรหมลิขิตตนดี

วันเวลา จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ... ยารักษาโรค ไม่มีในโลก ใครที่อวดอ้างว่ามียาดี นั่นเข้าตำรา "ท้ากรรม" ท้ายที่สุด "หมองู ตายเพราะงู"

เราจึงเห็นความจริง โดยเฉพาะประเทศที่ผลิตยา ต้องออกกฎหมายมาเพื่อบังคับประชาชนของตน ในการใช้ยาเคมี และแพร่ไปในหลายประเทศ ที่ทำในทำนองเดียวกัน มากขึ้นเรื่อยๆ

จะมีชีวิตใหม่ โดยวิญญาณยังดวงเดิม จะเป็นไปได้หรือ ... กรรมมันจะยอมหรือ ... หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า คนที่ปฏิบัติธรรม จนมีนิสัยของพระภูมีเกิดในตนได้ จึงเรียกว่า "เหนือมนุษย์" ได้รับสิทธิ์เหนือมนุษย์ทั่วไป คือ ได้สัมผัสความไม่มีโรค ชีวิตใหม่ จึงต้องมีนิสัยใหม่ จึงเหนือโรค จะมาเอาหายโรค ด้วยนิสัยเดิม .... คนทั้งโลกเขาทำกันมาแล้ว มีใครประสพผลบ้าง มีแต่หวังจะหายโรค หวังเจอปาฏิหารย์ ทุ่มเทเงินทอง ค้นหาหมอเก่ง โรงพยาบาลดี แล้วไง ... หงายท้อง ดั่งคำรำพันของ สตีฟ จอปส์ ที่กล่าวว่า "ตนทุ่มเททำงาน มาทั้งชีวิต จนร่ำรวยดั่งใจหวัง ท้ายที่สุด จึงรู้ว่า สุขภาพต่างหากที่ตนต้องการ ความร่ำรวยช่วยตนไม่ได้เลย" แล้วเรามีมากกว่าเขาหรือไม่ จึงไปเดิน ไปสู้ ในเส้นทางเดียวกับเขา หาหมอ หายา แล้วหวังหายโรค ....

ผลแพ้ชนะ ชีวิตใหม่ จึงรู้คำตอบ ต้้งแต่เริ่มแล้ว ...

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ไม่ชอบ

นับแต่ยุคถ้ำกระบอกมาจนทุกวันนี้ คำตรัสของแม่ชีเมี้ยนเป็นจริงเสมอ โดยเฉพาะเรื่องศาสนาที่คนทั้งหลายบอกอยากได้

หากแต่ด้วยนิสัยที่ตนมี กับนิสัยของพระภูมี มันสวนทางกัน เมื่อคำสอนที่ฟัง สวนนิสัยสวนความรู้สึก มันจึงบาดลึก ไม่ชอบ ขัดหูขัดใจ เรียกว่า “ยิงปุ๊ทะลุใจ” แม้นจะพูดจริงมีประโยชน์สักฉันใด หาคนชอบยาก

เมื่อหาคนฟังชอบยาก คนที่ทำตามยิ่งน้อยใหญ่ คนที่ทวนกระแส ย่อมต้องเอาเหตุเอาผล มาข่มนิสัยตน คนทำได้จึงถือว่า ไม่ธรรมดา เหนือมนุษย์ เขาจึงควรได้พบปาฏิหาริย์

คำพูดแค่ถูกใจ ถูกจริต คนดูคนชอบเป็นล้าน คำพูดที่ท่านอาสิสอน ฟังแล้วพิจารณา เอาไปทำช่วยตนพ้นทุกข์ พ้นโรคได้ คนกลับเบื่อหน่าย

บทสรุป เสียดายนักความรู้ของพระพุทธไม่มีคนฟัง คนอยากฟังแต่ที่เพลิดเพลินเจริญใจ เฮฮาไปวันหนึ่งเท่านั้นเอง คนทั้งหลายจึงเสียเวลาหลงทาง ทำในสิ่งที่ช่วยตนไม่ได้ กว่าจะรู้ก็ถูกตัดโน่นนี่นั่น ท้ายสุดแม้แต่ชีวิตก็รักษาไม่ได้

ถ้าตายแล้วจบ ศาสนาก็คงไม่จำเป็น แต่พรหมลิขิตนี้ มันตามติดวิญญาณไปทุกภพ เกิดมาก็เป็นโรคเลย คอยทำลายชีวิต ที่เรียก กรรมพันธ์ นั่นแหละน่ากลัว

ความเจ็บยังไม่บีบเค้นวิญญาณ โลงศพยังไม่แง้ม ก็ไม่ร้องหาศาสนา ครั้นเมื่อมา จะมาทำก็ไม่ทันเสียแล้ว ตอนดีๆ ควรหรือไม่ ที่จะมาฟังมาทำในสิ่งที่ตนไม่ชอบ ตามรอยพระภูมีเพื่อช่วยตน

แรงทั้งชีวิตที่มี จะมีสักนิดเอาไปปลูกพริก มะกรูด มะนาว เพื่อให้สุขแก่ชีวิตผู้อื่น มาทำสมุนไพร จากการให้ด้วยน้ำเหงื่อของตน ด้วยเมตตาที่ไม่หวังผลตอบแทน ให้คุณค่าเสมือนมารดาให้บุตร ... ทำเพื่อช่วยตน มีไหม ฤาจะรอพึ่งผู้อื่น แล้วหวังผล ที่ไม่เคยมีใครได้

หากอยากหายโรค คาถาของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา “ชอบไม่ทำ ทำที่ไม่ชอบ

ก็เพราะทำแต่สิ่งที่ชอบ แต่ทำผิดร่องธรรม กรรมจึงเกิด ดลบันดาลโรค ในวันนี้

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

หลอกตัวเอง

คนส่วนใหญ่ รู้ธรรมคำสอน พูดจนเป็นหนอนตำรา ท่องได้ขึ้นใจ สวดกันนับจบไม่ไหว

ปัญหาก็คือ รู้แต่ไม่ทำ เห็นแต่ไม่เล่น

เรียกว่าเชื้อศรีธนญชัย มันแรง เลี่ยงบาลี ไปเรื่อย แต่ผลสุดท้ายก็เป็นตัวตัดสิน จะทำสักฉันใด ช่วยตนไม่ได้ แม้แต่ลดปวดสักน้อยนิด

ท่านอาสิชี้ให้เห็นว่า คำสอนของพระภูมี มีให้คนทุกข์ อยากพ้นทุกข์ เป็นทุกข์ของวิญญาณเป็นเรื่องของคนอยากเปลี่ยนพรหมลิขิตแห่งตน ด้วยธรรมคำสอน

ทุกคนก็รู้ ว่าหลักที่ใช้ คือ “ตนพึ่งตน” จะให้ใครช่วยไม่ได้เลย หรือจะอนากช่วยสักฉันใด ก็ทำไม่ได้

แต่สิ่งที่คนทั้งโลกทำ กลับวิ่งไปหาคนช่วย หายาวิเศษที่ไหนใครว่าดี คาถาเป่าเสก สะเดาะเคราะห์ อะไรเอาหมด ยกเว้นสิ่งที่ตนรู้ว่าช่วยตนได้ คือ ทำเองตามธรรมคำสอน กลับไม่เอา

ผลที่เห็นคนที่หลอกตัวเอง ตั้งความหวัง คนนั้นช่วยได้ ยานี้ช่วยได้ พิธีนี้ช่วยได้ สร้างพระสร้างโบสถ์ช่วยได้ รายแล้วรายเล่า ลงเอยตัดพ้อ ทำไมพระภูมีไม่ช่วย ฉันทำบุญเข้าวัด มาแต่อ้อนแต่ออก ทำไมไม่มาช่วยฉันบ้าง

บทสรุป หลอกตัวเอง ผลก็คือ หายหลอกๆ ดีขึ้นหลอกๆ รู้ตัวอีกทีก็กลับตัวไม่ทัน แม้ท่านอาสิจะชี้สักฉันใด ทานสมุนไพร คือไม้เท้า ใช้ชั่วคราว ทำนิสัยของพระพุทธ ให้สุขกับผู้อื่น คิดถึงผู้อื่น นั่นคือของจริง ก็หาคนทำน้อย เพราะหลอกตนว่าทานสมุนไพรก็พอแล้ว ไม่ต้องทำไม่ต้องเปลี่ยน

วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ คำของแม่ชีเมี้ยน ผู้ใดอยากพ้นทุกข์ อยากหายโรค ต้องทำนิสัยของพระพุทธเจ้า จึงสมหวัง คนที่หลอกตนหรือปฏิเสธ สัจจธรรมความจริง เดินนอกรอยหลัก “ตนพึ่งตน” ไม่มีทางพ้นโรคอย่างดีทานสมุนไพรก็ได้แค่ยื้อ หรือหายโรคนี้เป็นโรคนั้น ส่วนที่หวังพึ่งผู้อื่น รอยารักษาโรค รอไปเถอะ ไม่มีทางสมหวัง มีแต่ทำตนเป็นดินพอกหางหมู ยิ่งพึ่งจากโรคหนึ่ง กลายเป็นสองสามสี่ เรื่องหายไม่มีทาง เพราะความคิดมนุษย์ฤาจะชนะกรรมได้ ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก


วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

รอก็อาจสายเกิน


คนมากหลายที่มามูลนิธิไทยกรุณา มักมุ่งหวังการหายจากโรคที่ตนเป็น เร็วที่สุด

แต่ความเป็นจริง เมื่อท่านอาสิชี้ให้พิจารณาว่า การจะประสพผลสำเร็จให้เร็วนั้น ต้องเดินสองขา นั่นคือ สมุนไพรล้างโรค ธรรมล้างกรรม เพราะต้นเหตุแห่งการเป็นโรค นั่นคือ กรรม เมื่อล้างต้นเหตุ ย่อมทำให้โรคที่เป็นปลายเหตุหมดไปนั่นเอง

ผลก็คือ คนทั้งหลายทั้งปวง อยากหายโรค โดยการทานสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ส่วนเรื่องธรรม หรือการทำนิสัยของพระพุทธเจ้านั้น ให้ความสำคัญน้อยมาก หรือไม่ให้เลย

คนที่เป็นโรคร้ายแรง ท่านอาสิมองอนาคต ย่อมทำให้ลำบาก เป็นทุกข์ แลอาจช่วยตนไม่ได้ เมื่อชี้ช่องให้สร้างบุญล้างกรรมที่ตนทำมา ก็มักได้รับคำตอบว่า ยังไม่พร้อม ยังต้องมีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมากมายต้องทำ ไว้ก่อน

แต่ใครจะรู้เล่าว่ากรรมของตนนั้น มันจะมาไว เกินกว่าที่ตนคิด จนตั้งตัวไม่ทัน รู้อีกทีก็ทำให้ตนนั้นไม่สามารถมาปฏิบัติธรรมเพื่อช่วยตนได้แล้วนั่นเอง

บทสรุป แม่ชีเมี้ยนจึงทรงตรัสสอนว่า พระภูมีทุกพระองค์ จึงทรงย้ำให้สาวก ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ควรจะทำไว้ก่อน อย่ารอจนกรรมมาถึงตัว ถึงวันนั้น จะคิดปฏิบัติก็ทำไม่ได้แล้ว กินมื้อเดียวก็ไม่ได้ จะเดินเหิรก็ไม่สะดวก เห็นทางรอด แต่ก็ทำช่วยตนไม่ได้ ได้แต่คิดอยากจะทำ

ฤาเชื่อว่าพรหมลิขิตของตนดี ยังอยู่อีกนาน เห็นคนอื่นทำแบบนี้ได้ ตนก็เอามั่ง ท่านอาสิจึงมักสะกิดให้พิจารณา ... มนุษย์เราต่างกรรมต่างวาระ ทำมาไม่เหมือนกัน จะเอาเหมือนกัน จะเอาแบบเขา มีแบบเขาทำมาแบบเขาหรือเปล่า ถ้าไม่มีแล้วไปทำตาม เสมือนเห็นช้างขึ้ ขึ้ตามช้าง ... ผลสุดท้าย จบไม่สวย ไม่หายแบบเขา นี่แลประมาท

จึงไม่แปลก หลายคนมามาหยุดหยุด อยากมาก็มา อยากหยุดก็หยุด ไม่มีมาตรฐานในการทำเพื่อช่วยตนเลย หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักให้สติว่า "ตีงูต้องตีให้ตายในคราเดียว มิฉะนั้นมันจะแว้งกัดเราได้" เราท่านจึงควรทุ่มเท ทำให้จบ ทำให้หายโรค ทำให้รู้ว่าวิธีรอดทำอย่างไร แล้วทำเพื่อช่วยตน หาไม่แล้ว วันนี้ยิ่งกินยิ่งดี ทำไปทำมา กินเท่าไหร่ก็ไม่ดี หลวงพ่อนิพนธ์จะมักกล่าวว่า "ทานสมุนไพรสักฉันใด ก็ไร้ผล โรคมันดื้อสมุนไพรแล้ว"

แน่มาจากไหน ประมาทกรรมไปไหม จึงคิดเดินขาเดียว ไม่เอาธรรมนำตน จะเดินไปพ้นกรรมโดยวิธีใด

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ไม่ใช่เรื่อง


เรื่องของคนอื่น ฉันไม่อยากยุ่ง เป็นคำที่ได้ยินจนชินหู ใครจะเป็นจะตายเรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว

แต่วันนี้โลกของเราเหมือนแคบลง แทบจะกล่าวได้ว่า แค่ขยับนิดเดียวรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง โลกนี้จึงไม่ใช่ตัวใครตัวมันอีกต่อไป แม้นอยู่คนละฟากโลก ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักก็ฆ่ากันได้

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็น คนป่วยอาจจะซ่อนตนในอดีต หากวันหนึ่ง เมื่อภาวะรุมเร้า กลับมารวมตัวกัน เพราะสังคมไม่ดูแล เราท่านอาจเห็นคนเสพยาคลั่ง ทำอะไรก็ได้ จนการออกจากบ้านต้องคิดหนัก จะปลอดภัยไหมหนอ คนติดเชื้อเอดส์ที่ถูกละเลยปล่อยให้หายไปเงียบๆในอดีต แต่เมื่อจำนวนมากเข้า อายุที่เป็นน้อยลง เขาจะอยู่อย่างไร วันหนึ่งอาจประชด เดินออกมาเอาเข็มจิ้มคนนั้นที คนนั้นที เพื่อจะได้ให้รู้ว่าเป็นแล้วเป็นอย่างไร

ผลแห่งโลกแตก คือต่างคนต่างเอานิสัยบรรเลง ทำในสิ่งที่ตนชอบ เอาตัวรอด มันเลยกลายเป็นเรื่อง เป็นสังคมที่อยู่ยากมากขึ้นทุกวัน ทิเพียงสภาพสังคม แม้นแต่ดินฟ้าอากาศ ยังยากจะคาดเดา ไม่มีฤดู

ภัยมันใกล้ตัวมาทุกที กลายเป็นเรื่องแล้วความจริงก็จักฟ้อง ยารักษาโรค หาไปเถอะไม่มีหรอก ที่ดังๆวูบเดียวเหมือนพลุ ก็ดับไป

บทสรุป ธรรมของพระภูมีเท่านั้นแล ที่ช่วยตนของเราได้ นิสัยชูชก มีแต่ทำให้เลวร้ายลง นิสัยพระเวสสันดร จึงกอบกู้สังคมได้

เรากำลังเข้าสูยุคสมัย “ผู้ดีเดินตรอก ขี้คลอกเดินถนน” แล้ว ใครที่ไม่เอาวินัย ไม่ยอมทุกข์ ทำตนเสมือนผู้ดี ะไปไหนก็ลำบาก เพราะเจอโรค เจอภัย เต็มไปหมด ต้องแอบในบ้าน คนที่ทำนิสัย ทำวินัยทุกข์ของพระภูมี จึงจักเดิน จักทำอะไรก็ได้ เพราะภูมิของร่างกายแข็งแกร่ง

ตอนนี้ทำได้รีบทำไว้ เรียนรู้วิชาบุญ แล้วทำสะสมไว้ ใครไม่เชื่อก็ช่างเขา เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เมื่อโรคร้ายที่ฝังในดิน พุ่งสู่อากาศ วันนั้นแหละพวกผู้ดีจะร้องจ๊าก สิ่งที่ตนมี สิ่งที่ตนหาช่วยตนไม่ได้เลย

วันนั้นจะเห็นค่า ร่มเล็กๆ ที่แม่ชีเมี้ยนทิ้งไว้มีค่ามหาศาลสักเพียงใด วันนี้มะกรูดลูก มะพร้าวลูก บอกไม่ใช่เรื่อง ไม่ช่วยกันรักษาไว้ วันหน้าจะมีที่ในร่มให้หลบภัยเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เคยคิดจะรดน้ำดูแลต้นยา แล้วถึงเวลา จะมีสมุนไพรกินช่วยตนหรือคนที่ตนรักได้อย่างไร

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

มีดีกว่าเขาไหม

หลายคนเมื่อฟังวิทยากรหรือคำสอนของท่านอาสิ ในการที่จะให้หยุดยาเคมี แล้วมักจะมีความคิดว่า ทำไมต้องหยุด ทำไมทำควบคู่กันไปไม่ได้หรือ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการให้ทำเช่นนั้น นั่นก็คือ ความจริงที่ปรากฎ ในการใช้ยาเคมี อาทิเช่น คนที่เป็น SLE ก็ยังอยากรักษาด้วยแผนปัจจุบัน แต่เมื่อฟังเรื่องราวของคุณปรียานุช ในการรักษาตนจากโรคนี้ ก็อยากทานสมุนไพร

สิ่งหนึ่งที่คนทั้งหลายไม่เคยพิจารณาว่า หนทางที่ตนใช้ เมื่อเทียบกับคนอื่นจักเป็นอย่างไร เช่นคนที่เป็นโรคเช่นเดียวกับคุณปรียานุช ควรพิจารณาว่า ประการแรก มีทุนทรัพย์มากกว่าคุณนุชไหม ประการถัดมา เข้าถึงหมอที่ดีกว่าคุณนุชได้พบเจอหรือไม่ และทุ่มเทในการรักษาตนได้ดีกว่าคุณนุชไหม

ก็เพราะคนที่พร้อมทุกอย่างในการรักษาด้วยหนทางการแพทย์ เขายังไม่ประสพผลสำเร็จ แล้วตัวเราท่านหล่ะที่กำลังจะเดินตามรอยวิธีการนั้น ผลก็คงประเมินได้ ว่าจักเป็นอย่างไร

บทสรุป หนทางที่เลือก มีตัวอย่างให้ดู มีผลให้เห็น ก็ถ้ามีดีกว่าเขา ก็อาจจะได้ผลดีกว่าเขา แต่ถ้าไม่ แล้วจะเหยียบเรือสองแคมทำไม ตัดใจทิ้งเคมี มาลองศาสตร์สมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เพียงประการเดียว หากไม่ได้ผล ก็จักได้ทิ้งเช่นกัน หากทำแล้วดี จะได้รู้ว่า อะไรที่ให้ผลแก่ตน

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สัญญาณโลกแตก


แม่ชีเมี้ยนทรงตรัสว่า เมื่อโลกจะแตก สัญญาณที่เด่นชัดนั่นคือความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ มหันตภัยต่างๆก็จะถาโถมเข้ามาหามนุษย์อย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น เคยจินตนาการ

ผู้ปฏิบัติถามว่า โลกแตกหมายถึงสิ้นสุดหรือ คือสรรพสัตว์จะตายหมดกระนั้นหรือ หรืออย่างที่บางความเชื่อเรียกวันสิ้นโลก แม่ชีเมี้ยนตรัสว่า นั่นไม่ใช่

โลกใบนี้เป็นของโลกียะ ไม่มีวันสิ้นสูญ สรรพสัตว์เกิดมาเพื่อใช้กรรม สร้างกรรม ย่อมไม่มีวันสูญเช่นกัน

โลกที่ว่าจะแตก คือนิสัยของมนุษย์นั่นเอง ที่ว่าแตก

มันแตกก็แปลว่า มนุษย์ในยุคนี้จะทำตามความคิดความอยากของตน ไม่สนสิ่งใด ไม่มีพี่มีน้อง ไม่มีพ่อมีแม่ ไม่มีสิ่งใดจะเหนี่ยวรั้งพฤติกรรมตนที่จะไม่ให้ทำตามความคิดได้

อยากฆ่าก็ฆ่าได้อย่างง่ายดาย อยากข่มขืนก็ไม่สนลูกเมียใครอยากรวยก็ไม่สนว่าวิธีใด ค้ายาบ้า ก็เอาไม่คำนึงว่าจะมีคนตายสักเท่าใด

บทสรุป สัญญาณโลกแตกนี้ ย่อมหมายถึงคนห่างศาสนานานไป ที่สำคัญจะแก้วิกฤตนี้ได้ ก็ต้องอาศัยพระพุทธเจ้า วิกฤตนี้จึงเกิดทุกยุค แล้วพระพุทธเจ้าอุบัติดับยุคเข็ญนี้ลงได้ ด้วยการทำตามคำสอน

ท่านอาสิจึงชี้ว่า อย่าพะวงแต่โรคที่เป็นเลย วิกฤตนี้ต้องมาถึงในไม่ช้า สิ่งที่ควรปรารถนา ควรเดินตามความต้องการของหลวงพ่อนิพนธ์ที่นำศาสตร์นี้มา ก็เพื่อให้เราทำตนพ้นวิกฤตนี้อยู่ดูศาสนา ได้พบเจอพระพุทธเจ้าที่กำลังอุบัติในไม่ช้านี้

นี่แลทำไมต้องทำนิสัย เพราะถ้าไม่ควบคุม มันจะแตก และที่สำคัญจะพลาดยุคของพระพุทธเจ้า การหายโรคจึงเป็นของแถม

การมาเพียงแค่หายโรค จึงน่าเสียดายนัก

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44