วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561

ได้ที่หนึ่ง

หลายคนสงสัยว่า ทำไมถ้ำกระบอกที่ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งรักษายาเสพติด หากแต่เมื่อเวลาผ่านไป การตั้งสำนักของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ ต.โคกตูม ลพบุรี ในปี ๓๐ จึงมีการรักษาโรคทั่วไปด้วย
เหตุประการหนึ่ง ด้วยคนทั่วไปสนใจแต่ยาเสพติด นั่นเอง แลการรักษาโรค ก็เป็นคนส่วนน้อย ที่ซึ่งมักจะเป็นหน้าที่ของหลวงพ่อนิพนธ์ ผู้เป็นน้อง ต่างกับท่านจรูญแลท่านเจริญ ที่รับหน้าที่คนป่วยส่วนใหญ่ คือ ยาเสพติดนั่นเอง

คำสั่งเสียประการหนึ่งที่แม่ชีเมี้ยนมีต่อหลวงพ่อนิพนธ์ เมื่อครั้งต้องออกจากถ้ำกระบอกในปี ๒๕๑๐ ท่านกล่าวว่า ตำราสมุนไพรที่ฉันให้ รวมถึงโรคที่ยังไม่มีในวันนี้ แต่จะบังเกิดเป็นที่รู้จักในอีก ๒๐ ปี ข้างหน้า นั่นคือ โรคเอดส์ ท่านจึงแนะนำหลวงพ่อนิพนธ์ว่า ถ้าจะเอาผล นั่นคือ โรคที่คนป่วยมักจะให้ความร่วมมือ ก็ควรเลือก คนป่วยยาเสพติด และ เอดส์ นี้แหละ เพราะทั้งสองโรคนี้ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ที่สำคัญ มีผลต่อชีวิตอย่างใหญ่หลวง อันจะทำให้ผลสำเร็จเกิดได้ง่าย

หากแต่ ด้วยความมีเมตตาของหลวงพ่อนิพนธ์ ท่านจึงยังคงรับโรคทุกชนิด เฉกที่เคยทำในยุคถ้ำกระบอก นั่นจึงเป็นงานที่ยากเย็นแสนเข็ญ โดยเฉพาะไม่ใช่โรคตาย หรือที่เรียกโรคทรมาน เป็นแล้วยังอยู่ได้อีกนาน อาทิ อัมพฤกต์ เบาหวาน โรคไต ... ทำให้คนเหล่านั้น ยากที่จะร่วมมือ ร่วมใจ เดินตามแนวทางให้พ้น ด้วยยังมีทางเลือก ยังมีพรหมลิขิต ยังมีวันเวลา คนเหล่านี้จึงประมาท ไม่กระตือรือล้น
แลกล่าวว่า ตำราที่ฉันให้ ให้เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

มาวันนี้ สถิติก็ชี้ชัด ประเทศไทย มีสถิติผู้ป่วยเอดส์ มากที่สุดในอาเซียน นั่นคือ นับล้านคนแล้ว เรียกได้ว่า จากคนที่เดินผ่านกันไปมา ทุก หกเจ็ดสิบคนที่สวนกัน จะมีผู้ติดเชื้อหนึ่งคน นั่นเอง แลสถิติล่าสุด เฉพาะในเขตกรุงเทพ ก็มีเกือบแสนคน นั่นยังไม่สำคัญ เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว แต่สถิติที่น่ากลัวนั่นคือ ในกรุงเทพ จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากประมาณการณ์ในปีนี้ กว่าสองพันคน ...

คนทั้งหลาย กลัวลูกติดเกมส์ กลัวลูกติดยาเสพติด กลัวลูกไปแว้น .. หากแต่มีน้อยคนจะคิดว่า ลูกเราจะเป็นหนึ่งในสองพันนั้นหรือไม่ เพราะนั่นคือ หายนะของอนาคตในชีวิตของลูกเราท่านนั่นเอง ที่ต้องสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย เช่น คุณแก้ว

ความทุ่มเทอุตสาหะตั้งใจ มุ่งมั่นเรียน เพื่ออนาคต กลับต้องมลายหายไป ด้วยภัยมืด ที่ผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ไม่มีใครกระตุ้นเตือนให้พึงระวังระไว นี่คือ หายนะของบ้านเมือง เป็นระเบิดเวลาที่รออยู่
หลวงพ่อนิพนธ์เคยพูดเล่นๆเสมอว่า วันหนึ่งที่บ้านเมืองประสพวิกฤต สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ ขาดเงินคงคลัง นั่นย่อมหมายถึง ความพึ่งพาของคนเหล่านี้ การเข้าถึงยาของคนเหล่านี้ ที่เคยได้ในยามเศรษฐกิจดี จะหดหาย ลดน้อยถอยลง แลคนเหล่านี้ เสพติดยา จนเรียกว่า ขาดไม่ได้ ด้วยเชื่อในหมอ ในวิทยาการสมัยใหม่ เรียกได้ว่า แค่ CD4 ค่าเดียว ก็สร้างโรคประสาทเพิ่มขึ้นแก่คนเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

คำถามง่ายๆ แต่เป็นเรื่องไม่ง่าย จะทำอย่างไร ถ้าคนเหล่านี้ออกมาเรียกร้อง มาเดินถนน พร้อมกัน แลถ้าสิ่งที่เรียกร้องไม่ได้ อาจจะมีเหมือนกรณีในอดีต นั่นคือ เอาเข็มแทงตัวเอง แล้วไปจิ้มใส่คนอื่น
เราก็อยากจะบอกคนเหล่านั้นว่า อย่าทำเช่นนั้นเลย วันนี้ ท่านทั้งหลายที่เป็น อาจจะเชื่อมั่นในหมอ ในวิทยาการ ทั้งๆที่ไม่เคยมีคนประสพผลสำเร็จ ไม่เคยมีใครหาย อย่างดีก็อยู่ได้ในสภาพที่ตนรับได้ แต่หลวงพ่อนิพนธ์ทำให้เห็น ว่าสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา แลธรรมคำสอนของพระภูมี สามารถเปลี่ยนพรหมลิขิตอันนี้ได้ หากเชื่อ พิจารณา แล้วทำตาม

บทสรุป น่าเสียดายที่วันนี้ ไม่มีแม้นแต่คนเดียว ที่มีอำนาจ วาสนา คิดจะช่วย แต่แม่ชีเมี้ยน พร้อม ที่จะช่วยคนเหล่านี้ เสมือนครั้งหนึ่ง ที่เคยช่วยประเทศ ในการแก้ปัญหายาเสพติด ที่สำคัญ สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนทิ้งไว้ให้ มิเพียงแต่ได้คนหายโรค ได้ทรัพยากรบุคคลของประเทศที่ดี กลับคืนมา ที่สำคัญกว่าคือ ได้คนดี
ก็ยังคงกล่าวคำเดิม น่าเสียดาย คนที่เป็นแล้วหาย เขาก็ไปกันหมดแล้ว ไม่มีใครรู้จัก คนที่เป็นที่รู้จักเป็นโรคนี้ ก็ยังไม่มีใครอาสามาทำตนรอด ให้คนทั้งหลายดู แต่ก็นั่นแหละ วันเวลาย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ วันนี้ มันไม่มี เพราะผลประโยชน์มันใหญ่ แต่วันหน้า เมื่อผลประโยชน์มันไม่มี ด้วยขาดเงิน งบประมาณแต่ผลทุกข์ของคนเหล่านี้ จะเป็นตัวพามาหาสมุนไพรของแม่ชีเมี้ยนเอง สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ให้ ก็คงได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน

วันนี้ ก็ตัวใครตัวมัน ลูกใคร หลานใคร เอาแค่กรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งในสองพัน เสี่ยงกันเอง
ใครหน้าไหน ว่ามียาดี ก็ว่ากันไป ใครหน้าไหนรอยารักษา ก็รอไปเถอะ ไม่มีวันถึง น่าสงสัย ทำไมเชื่อหมอ เชื่อยา แต่ไม่เชื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า นี่แหละกรรม

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

รู้ทำ

คนมากมายบอกตนว่า ชอบทำบุญ แลเมื่อวันหนึ่งทุกข์มาถึงตน ตีโพยตีพาย ทำไมบุญที่ทำจึงไม่ช่วย แล้วก็พาลว่า ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วเลยดีกว่า เมื่อดีไม่ได้

ก็ไม่แปลกที่คนทั้งหลายจะคิดแบบนั้น เพราะดูผิวเผินเป็นเช่นนั้นจริงๆ คนแล้วคนเล่า

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะ บุญ ที่ทำ เป็นบุญนึกเอาเอง เป็นบุญที่คนเขาอ้างเอ่ยแล้วก็ทำตาม หาใช่ทางบุญของพระภูมีไม่

ดูเขาเชิญชวน เทศกาลบุญใหญ่ กันมากมายในทุกที่ ทุกวัด ทุกศาลเจ้า ทุกตำบล นี่ก็ทอดกฐิน บุญใหญ่ กำลังมาแล้ว ไม่คิดบ้างหรือ ทำไมรถกฐินมันคว่ำ ไปทำบุญ บุญไปไหนไม่คุ้มครอง

ที่ยิ่งมั่วไปใหญ่ เรียกว่าตามน้ำเลย คือมั่วกรรมดี กับบุญ หรือกับทาน จนคนงง ตกลงที่ทำนั้นกรรมดี หรือเป็นทาน หรือเป็นบุญ ทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น ไม่รู้เลย ทำไปก็บอกเป็นบุญ นี่แลผลออกมา จึงร้อง บุญไม่ช่วย

มันจึงเป็นความจำเป็นที่ต้องหาผู้รู้ ผู้ปฏิบัติ ศาสน์ของพระภูมีที่แท้จริง เรียนให้รู้ก่อน ทำแบบนี้ ผลจะเป็นอย่างไร แลทำอย่างไร เรียกว่าทาน แบบไหนเรียกว่าบุญ แลสิ่งที่จะตอบแทนกลับจากผลการกระทำนั้นๆ เป็นอย่างไร

ถ้าไม่เรียน ไม่รู้ แล้วทำ ต่อให้สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างพระ ทอดกี่สิบกฐิน แค่ทุกข์ปวดท้อง ยังแก้ไม่ได้เลย

บทสรุป แม่ชีเมี้ยนจึงสอนสงฆ์ให้รู้ก่อน แล้วทำ เมื่อทำได้มันจึงเป็นธรรม มีผลช่วยตน ฉันใดก็ฉันนั้น สมุนไพร ก็ไม่ต่าง มีคนอ้าง สรพคุณกันมากมาย ไม่รู้เลยว่า สมุนไพร มีไว้ทำไม ทำอย่างไรจึงทานแล้วเกิดผล ที่ไหนว่าดี ก็คว้าหมด กินสักฉันใด ก็ยากจะช่วยตน ท้ายที่สุด ก็พ่ายแพ้ เลิกรา

แม่ชีเมี้ยนตรัสชี้การกระทำของเราท่านว่า ที่ทำแล้วไม่เห็นผล ก็ด้วยทำไม่ถูกต้องในร่องธรรม นั่นเอง
เชื่อหรือไม่ “ธรรมมีชีวิต มีวิญญาณ สมุนไพรก็มีชีวิต มีวิญญาณ” จะเอาผล ต้องมีคุณสมบัติ ตามฟ้าดินกำหนด

ถามตนสักนิด ทางที่เดิน สิ่งที่รู้ เดินตามใคร

คนโลภสร้างยา เดินตามแล้วจะหายโดยวิธีใด คนไม่เอาธรรม ชวนสร้างวัตถุ แล้วจะถึงบุญทานโดยวิธีใด หลวงพ่อนิพนธ์อุปมา สิ่งที่ทำเหมือนหว่านข้าวบนปูน แล้วรอผล หาผลไม่ได้เพราะมีแต่นกมาจิกกิน รอจนตายก็ไม่มีรวงมาเป็นข้าวให้กิน ทำสักฉันใด มันจึงแก้ปวดท้องยังไม่ได้เลย นี่แลทำไปโดยไม่รู้ ...
ถึงเวลาหรือยัง ไปเรียนรู้แล้วทำ อย่าว่าแต่ปวดท้องเลย มะเร็งยังไม่กลัวเลย

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561

รอยอดีต


ผู้ป่วยในอดีตของถ้ำกระบอก ในยุคของแม่ชีเมี้ยนยังอยู่ หลังจากหลวงพ่อนิพนธ์ออกจากถ้ำกระบอกในปี ๒๕๑๐ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นพวกยาเสพติด

แลคนทั่วไป ก็อาจไม่เคยรู้เลยว่า ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอายุน้อยที่สุดในยุคถ้ำกระบอกนั้น อายุยังไม่ถึงสิบขวบ

แม้นแต่พระในยุคนั้นยังสงสัย เด็กเล็กนิดเดียวติดฝิ่นได้อย่างไร คำตอบก็คือ บ้านของเขาเป็นกระต๊อบเล็กๆ แลมีพ่อที่สูบฝิ่น ไม่ต่างกับโฆษณาสมัยนี้ ที่ชี้ให้เห็นโทษของการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในที่สาธารณะแบบปิด เช่นห้องอาหาร

กระนั้นยังมีกลุ่มคนน้อยๆ ที่มารักษาโรคอื่นๆ ที่ซึ่งมักอยู่ในความรับผิดชอบของแม่ชีเมี้ยนโดยตรง ในคนกลุ่มนี้ ก็รวมถึง เสธทวี ที่มักจะมาพร้อมภริยาคือ คุณหญิงอารีย์ แลก็ทำให้คนใกล้ชิดได้เวียนมา อาทิ เจ้ากรมประสิทธ์

หากใครในยุคนั้นยังอยู่ ก็มักจะได้เห็นพฤติกรรมประการหนึ่ง ของคนกลุ่มนี้ ที่กระทำกันเป็นประจำจนชินตา นั่นคือ การขับรถพาครอบครัวมายังถ้ำกระบอก ในเย็นวันศุกร์ แลกลับกันเช้าวันอาทิตย์ หลังใส่บาตรเสร็จ

สิ่งนี้หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า คนเราถ้าจะเอาปลอดภัยในชีวิต ก็ย่อมต้องมีวันพระ นั่นเองจึงเป็นปกตินิสัยของสาวกฝ่ายฆราวาส ที่ส่งผลให้ หนึ่งสัปดาห์มีวันพระหนึ่งวัน เพื่อที่จะไปทำนิสัย ทำบุญทำทาน ใช้หนี้กรรมหนี้เวรที่ทำมา ให้ลดทอนลง หรือ เหลือเก็บไว้ในภายภาคหน้า

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณาว่า สมุนไพร จะมีฤทธิ์ ก็ต้องปลุกเสก ด้วยการกระทำของตนที่ทำได้ พิธีกรรมนี้ คนยุคถ้ำกระบอกใช้กันมากมาย แลเห็นผลกันจนเล่าลือ และทำตาม จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมถ้ำกระบอก ที่ไปมาลำบาก และเปลี่ยว จึงมีผู้คนมาเรือนหมื่นทุกสัปดาห์

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์ ชี้ว่า ศาสตร์สมุนไพร ใช้ธรรมนำหน้า สมุนไพรเดินตาม ผลจึงมหาศาล คนยุคก่อนเมื่อปฏิบัติจึงมีคุณสมบัติ แค่ทานยาตัด ครบ ๕ แก้ว ไม่ว่าโรคใด ล้วนแล้วแต่หายเป็นปลิดทิ้ง จนผู้คนยอมรับ

เสียดาย วันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ทิ้ง สำนักปฏิบัติธรรม หรือ แผ่นดินบุญไว้ให้คนไปพึ่ง ผู้ใดอยากได้ ก็เดินตามรอยยุคถ้ำกระบอก แต่ดูแล้ว คนยุคนี้ เขาเอาแต่ที่ชอบ เอาสบาย เอาแต่สมุนไพร ไม่เอาธรรมของพระโคดมเลย แต่อยากหาย เราเลยไม่รู้ว่า ที่คนทั้งหลายบอก ชีวิตสำคัญ แต่ตอนทำ กลับไม่ให้ค่าในสิ่งที่จะทำแล้วช่วยชีวิตตน ... กลายเป็น งานหาเงินสำคัญ โน่นก็สำคัญ นี่ก็สำคัญ แต่สิ่งที่ทำแล้วช่วยตนได้ บอก ไม่มีเวลา

ก็ไม่ว่ากัน เพราะไฟยังไม่ลนก้น ทุกข์ยังน้อยอยู่ แต่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณาว่า ทุกสิ่งอย่างจะเอาผล ต้องใช้วันเวลา ถึงตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่า จะทำทันหรือเปล่า

ท่านจึงมักเตือนขันติสงฆ์ของท่านว่า เลือกเอา "สุขวันนี้ ทุกข์วันหน้า หรือจะเลือกทุกข์วันนี้ สุขวันหน้า" วันใดที่ภัยพิบัติมา วันนั้นแหละคือวันตัดสิน ว่าสิ่งที่ตนเลือก ถูกหรือผิด

คนรอด คือ คนที่มีวันพระ ... แล้วดูกัน ถึงวันนั้นตนไม่รอด ก็อย่าโทษใคร

คนยุคนี้ แค่เอาตนมายังไม่ได้ ภาพอดีตที่พาครอบครัวมา ... มาทำไม เขาเห็นอะไร แล้วทำไมคนในวันนี้ไม่เห็น ไม่อยากทำ คำตอบก็คงเห็นชัด เพราะคนยุคนี้ไม่เอาธรรม ไม่เห็นค่าของธรรม ถ้าสาวลงไปอีก ก็ชี้ชัดได้เลยว่า คนยุคนี้ ไม่เชื่อ "กรรมมีจริง" ธรรมจึงไร้ค่า เอาแต่สุขเฉพาะหน้า คือ หายโรค

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44