วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แม่ชี แต่งกายเลียนแบบสงฆ์?


ข้อหาเดียวที่ยังคงคาอยู่ อันเนื่องจากกรมศาสนาฟ้อง ในสมัยท่านอธิบดีฟุ้ง ศรีวิจารณ์ ในขณะนั้น ก็คือ แต่งกายเลียนแบบสงฆ์ การหลุดพ้นคดีนี้ของแม่ชีเมี้ยน ย่อมเป็นหลักฐานที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งในความแนบแน่นของท่านกับสมเด็จย่า แต่ก็นับว่าน้อยคนนักจักรู้ ว่าเหตุผลใดที่ศาลนำมาพิจารณาและสั่งให้คำร้องของกรมศาสนานั้นตกไป ประจักษ์พยานอันนี้ปรากฎที่รูปของท่านแม่ชีเมี้ยน ขณะนั่งประทับในถ้ำกระบอกนั่นเอง สิ่งนั้นก็คือจีวรที่ท่านห่ม จะมีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนกับพระ เพราะจีวรนั้นที่ท่านสวม หาใช่จีวรที่พระทั่วไปใช้กันไม่ หากแต่เป็นเสื้อกั๊กที่ทำเลียนแบบจีวร มีซิปรูดด้านข้างที่สมเด็จย่าท่านจัดทำขึ้นและให้ต้นห้องของท่านมาถวายในตอนรุ่งเช้าของวันที่ท่านแม่ชีเมี้ยนจะไปขึ้นศาลนั่นเอง

นี่คือเหตุผลที่ศาลใช้ตัดสินว่า จีวรของท่านมิใช่จีวรของพระ จึงสั่งยกฟ้องนั่นเอง หลังจากยกฟ้องในครานั้น ต่อมาไม่นานลูกศิษย์ก็แจ้งให้ท่านทราบว่า พระเถระผู้นั้นได้ถูกรถสิบล้อ ตัดขบวนและชนรถของพระเถระนั้นจนเสียชีวิต นับจากนั้นมา ก็ไม่มีการกระทบกันระหว่างถ้ำกระบอกกับกรมศาสนาอีก นับจากนั้นมา

เสียดายที่การแพ้ภัยของถ้ำกระบอก หาใช่เกิดจากเหตุภายนอกอันใด กลับเป็นเหตุภายในนั่นเอง ที่ทำให้ถ้ำกระบอกต้องแตกและมีอันดับสูญไปในที่สุด แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ท่านแม่ชีเมี้ยน ได้สั่งให้หลวงพ่อนิพนธ์สึกและออกจากถ้ำ และมาตั้งต้นทำใหม่ แม้จะเป็นรูปฆราวาสก็ตาม ความศักดิ์สิทธิ์ของสมุนไพรของท่านแม่ชีเมี้ยน ก็ยังคงอยู่เฉกเช่นในยุคแรกๆ ของถ้ำกระบอก ทั้งนี้จากคำบอกของหลวงพ่อนิพนธ์ ว่าเป็นเพราะปณิธานที่ยังคงเดิมที่ให้ไว้ เมื่อครั้งเริ่มเรียนสมุนไพรและธรรมจากแม่ชีเมี้ยนที่ว่า "ต้องทำให้ เฉกเช่นเดียวกับธรรมที่พระพุทธเจ้านำมาสอนสั่ง ก็หาเก็บเงินหรือเรียกสิ่งใดจากใคร" ตราบใดที่ยังดำรงปณิธานนี้อยู่ สมุนไพรก็จะยังคงมีคุณค่าต่อไปไม่เสื่อมสูญ

เราควรจะกราบและซาบซื้งในน้ำใจของแม่ชีเมี้ยน ที่แม้ท่านจะจากเราไปก็ยังทิ้งเชื้อ ให้คนรุ่นเราได้มีโอกาสสัมผัสสิ่งดีๆ ในสมัยพุทธกาล ผ่านหลวงพ่อนิพนธ์อีกครั้ง รอพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปที่กำลังจะเกิดอีกในไม่ช้า

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ข้อกล่าวหาของสำนักถ้ำกระบอก

ที่มาของข้อหาของสำนักถ้ำกระบอกที่ร้ายแรงนั้น มีสาเหตุมาจากที่ใด ยิ่งเป็นเรื่องที่น้อยคนจะรู้ หากแต่มองข้อหาย่อมมองในแง่ที่ไม่ดี หรือสงสัยเคลือบแคลงในพฤติกรรมของพระถ้ำกระบอก อย่างไม่ต้องสงสัย  ภายหลังจึงมาทราบกันว่า มีที่มาคือความไม่พอใจของพระเถระผู้ใหญ่ที่มองเห็นว่า แม่ชีเมี้ยนเป็นผู้ทำให้ศาสนาพุทธเสื่อม กระทำตนไม่เหมาะสมให้พระกราบไหว้ ซึ่งในขณะนั้น ทส.คนสนิทของจอมพลสฤษด์ เป็นลูกศิษย์ของท่านอยู่ จึงได้บอกให้จอมพลสฤษด์ ดำเนินคดีกับแม่ชีเมี้ยนและพระถ้ำกระบอกทั้งหมด

หลังจากการตั้งข้อหาที่ร้ายแรง จอมพลสฤษด์ก็ได้ติดตามเรื่องดังกล่าว แต่ข่าวที่ปรากฎกลับไม่เป็นดังที่ ทส.คนดังกล่าวรายงาน จึงได้สั่งการให้ เสธ.ทวี จุลละทรัพย์ ไปพิสูจน์ความจริง ครั้นเมื่อเสธ.ทวี ไปตรวจสอบพบว่า พระของถ้ำกระบอก ฉันมือเดียว เงินทองไม่รับ ไปไหนมาไหนใช้การเดิน ไม่ขึ้นรถลงเรือ ไม่มีวัตรใดที่ทำให้เสียหาย และพระ 73 รูป ที่บวชอยู่ในถ้ำกระบอก ส่วนใหญ่เป็นพระที่เลิกยาเสพติดได้แล้ว ก็อาสาบวชมาเพื่อช่วยปฏิบัติกิจ อีกทั้งมีพระหลากหลาย รวมกระทั่งโจรชื่อดังของอ่างทอง พระระดับดอกเตอร์ และผู้มีสกุลก็รวมอยู่มากมาย

เมื่อทราบผลการรายงานดังกล่าว ท่านจอมพลสฤษด์ ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี จึงสั่งให้ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ไปทดสอบอีกครั้ง ว่าที่กล่าวกันว่าแม่ชีเมี้ยน มีฌาณวิเศษจริงอย่างที่ร่ำลือหรือไม่ โดยให้ถือของใส่ถุงไป และให้พระถ้ำกระบอกทายว่า พระที่อยู่ในถุงเป็นพระอะไร ถ้าทายถูกก็จะยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมด  เมื่อไปถึง พล.ต.อ.ประเสริฐ ได้เข้าพบหลวงพ่อนิพนธ์ และแจ้งเรื่องให้ทราบ ท่านจึงไปถามแม่ชีเมี้ยน ได้รับคำตอบมาว่า "ให้ท่านประเสริฐนำกรวดที่ใส่มากลับไปเถิด" เมื่อได้รับคำตอบนี้แล้ว จึงไปบอกแก่ พล.ต.อ.ประเสริฐ เมื่อเปิดถุงออกก็เป็นจริงตามนั้น

หลังจากกลับไปรายงานแก่ท่านจอมพลสฤษด์ ท่านจึงยอมให้มีการถอนฟ้องทุกข้อหา คงเหลือไว้แต่เพียงการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ของท่านแม่ชีเมี้ยน ที่ต้องไปขึ้นศาลสระบุรี เมื่อพิสูจน์แล้ว ก็ยกฟ้อง หลังจากนั้น จอมพลสฤษด์ จึงมีดำริว่า เกือบร่วมฆ่าคนดีเสียแล้วเรา จึงได้สั่งการให้ เสธ.ทวี ไปเป็นมรรคทายกของถ้ำกระบอกจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมให้ และยกให้เป็นวัดอภิสิทธ์ ไม่ต้องขึ้นกับกรมศาสนา คือสามารถบวชพระเองได้ ไม่ต้องใช้ใบสุทธิ

และให้กระทรวงสาธารณสุขออกใบอนุญาต ให้เปิดเป็นที่บำบัดรักษายาเสพติดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งใบอนุญาตนี้ ทางสาธารณสุขได้แจ้งแก่ท่านจำรูญ ก่อนที่ท่านจะมรณภาพว่าต้องมีผู้สืบทอด และผู้สืบทอดต้องสามารถทำยาได้เท่านั้น  มิฉะนั้นทางสาธารณสุขจะริบใบอนุญาตคืน  ดังนั้น ก่อนที่ท่านจำรูญจะมรณภาพ จึงได้ให้คนมาเชิญหลวงพ่อนิพนธ์ ไปรับมอบสิทธิดังกล่าว เพื่อให้ยังคงอยู่ เพราะในถ้ำกระบอก ไม่มีผู้ใดที่สามารถทำยาสูตรดังกล่าวได้อีก

การผ่านเรื่องราวมามายมายของสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน ย่อมเป็นบทพิสูจน์ถึงสรรพคุณที่มีประโยชน์อันมหาศาล เหนือยาฝรั่งมากมาย น่าเสียดายที่คนไทยเองกลับละเลย

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ตำนานแห่งถ้ำกระบอก


ตำนานของถ้ำกระบอกมีมากมายที่คนไม่รู้ เรื่องที่จางหายไปกับสายลม โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่าง แม่ชีเมี้ยนกับท่านสมเด็จย่า หลังจากการยกฟ้องคดีของถ้ำกระบอกทั้งหมด สมเด็จย่าท่านมีพระประสงค์ที่จะช่วยให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ  แม่ชีเมี้ยนจึงได้รับชาวเขาจากดอยตุงในโครงการของสมเด็จย่าทั้งหมด เข้ามาบำบัดรักษาในถ้ำกระบอกเพื่อเลิกฝิ่น  ดังนั้น ภาพที่ลูกศิษย์เก่าๆ จะยังเห็น และพอมีรูปถ่ายหลงเหลืออยู่บ้าง ก็จะเห็นชาวเขาในโครงการของสมเด็จย่า ได้รับการผูกข้อมือจากแม่ชีเมี้ยน หลังจากบำบัดการติดฝิ่นเรียบร้อย และรอที่จะส่งกลับไปเข้าโครงการที่ดอยตุงของสมเด็จย่า

จึงอาจจะกล่าวได้ว่า แม่ชีเมี้ยนเป็นบุคคลผู้หนึ่ง ที่ช่วยให้โครงการของสมเด็จย่า โครงการนี้สำเร็จลุล่วงประสพผลดังที่ท่านตั้งใจไว้ ทำให้ทุกวันนี้ เราจะไม่เห็นภาพไร่ฝิ่นหลงเหลืออีกเลย ในพื้นที่ดอยตุง กลายเป็นทุ่งที่ปลูกดอกไม้และพืชผลเมืองหนาวแทน จึงยังอยากให้ตำนานนี้ได้กลับมาเป็นที่เล่าขานกันอีกครั้ง และได้ตระหนักถึงสิ่งที่แม่ชีเมี้ยนได้ทำและทิ้งไว้ให้แก่คนไทย พร้อมทั้งอยากกระตุ้นเตือนชาวไทยทุกท่านอีกครั้งว่า เราควรจะเมินเฉยให้ชื่อนี้สาบสูญไปเฉยๆ หรือ ควรที่จะเล่ากล่าวให้ลูกหลายฟังสืบไปหรือไม่

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

จากรักษายาเสพติด มาเป็นรักษาทุกโรค

มีคนมากมายสงสัยว่า ทำไมหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ซึ่งเมื่อก่อนรักษายาเสพติด เมื่อมาเปิดรักษาอีกครั้งในปี ๓๐ จึงกลายเป็นเปิดรักษาทุกโรค  เราเคยได้ยินท่านอธิบายไว้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นสมัยการรักษายาเสพติดในยุคถ้ำกระบอกนั่นเอง  อันเนื่องมาจาก มีผู้ติดยาที่มาเลิก ปรากฎว่า โรคที่เป็นอยู่ก็หายไปด้วย  เมื่อข่าวดังกล่าวกระจายไป ก็มีผู้ป่วยด้วยโรคอื่นขอเข้ารับการรักษา แต่ก็ถูกปฏิเสธไป เพราะพระแจ้งให้ทราบว่า รักษาเฉพาะยาเสพติดเท่านั้น
ดังนั้น คนไข้ในยุคแรกจึงกลับบ้านไปหัดเสพยา จนประมาณเดือนหนึ่ง ก็กลับมาแจ้งกับพระว่า ตนเองได้ติดยาเสพติดแล้ว เพื่อเข้ารับการรักษา  กระนั้นก็ตามการรักษาโรคอื่นก็ยังไม่มีการเปิดรับ จนกระทั่งมีคนไข้ผู้หญิงที่ทางโรงพยาบาลให้นำกลับบ้าน ด้วยชื่อเสียงของแม่ชีเมี้ยนในสมัยนั้นเริ่มเป็นที่รู้จัก จึงได้นำพาคนไข้ไปยังถ้ำกระบอกเพื่อขอรับการรักษา แต่ได้รับการปฏิเสธจากท่านแม่ชีเมี้ยน ผู้พาไปจึงแบกคนไข้กลับลงมา  ขณะนั้นเองสามเณรนิพนธ์ได้เดินสวนขึ้นมาพบ จึงอยากจะลองวิชาของแม่ชีเมี้ยน ด้วยความคิดว่า ถ้าสามารถช่วยโยมคนนี้ได้ ก็เชื่อมั่นว่าสามารถที่จะมีโอกาสช่วยคนที่ไม่สาหัสได้อย่างแน่นอน
การลองวิชาครั้งนั้นนับว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ในหลักวิชาของแม่ชีเมี้ยน จึงเป็นที่มาของยาเขียวแก้วแรกนั่นเอง และเท่าที่ทราบ คนไข้ท่านนั้นยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้  หลังจากนั้นเป็นต้นมา จึงมีการรับรักษาผู้ป่วยที่ไม่ใช่ยาเสพติด ตามมาอีกนับหมื่นคนในยุคของถ้ำกระบอกนั่นเอง จนสิ้นสุดในปี ๑๐ หลังจากที่หลวงพ่อนิพนธ์ได้ลาสิกขา จึงกลับไปเน้นการรักษาเฉพาะยาเสพติดอย่างเดิม ครั้นเมื่อกลับมาเปิดรับรักษาอีกครั้งในปี ๓๐ ก็ยังเน้นที่ผู้ป่วยยาเสพติดเป็นหลัก และศาลาสวดมนต์ ณ.ที่ลพบุรี ก็เนื่องมาจาก พ่อของคนไข้สร้างให้นั่นเอง  ที่แปลกไปกว่านั้น เล่ากันว่า ตอนที่สร้าง คนสร้างบอกไว้ว่า ไม้ที่นำมาสร้างนี้ เป็นไม้เนื้ออ่อนที่ใช้ในการสร้างบ้าน เช่นไม้แบบ จะมีอายุอยู่ได้ไม่นาน แต่ศาลาหลังนั้นก็ยังอยู่มาจนทุกวันนี้

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44