วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

เปิดตัว

วันจันทร์นี้ หลวงพ่อนิพนธ์และคณะกรรมการ จะไปทำการเปิดศูนย์ที่ทวาย พร้อมกันนั้น ก็จะไปแจกของให้แก่ชาวพม่า จำนวนประมาณ ๗๐๐ ครอบครัว

ชาวบ้านเหล่านี้ อยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงของศูนย์ และสวนสมุนไพรที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยได้ร่วมแรงร่วมใจ สนับสนุกกิจกรรมของหลวงพ่อนิพนธ์เป็นอย่างดี

นั่นหมายความว่า พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ของพม่า กำลังจะเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบให้แก่ชมรมคนรักสุขภาพ ในอนาคต ตอบสนองคนที่ใช้ทางเลือก ทั้งชาวไทย และพม่า

ความน่าแปลกใจของเรา นั่นคือ เมืองไทย หาได้มีผู้คนตื่นเต้น และให้ความสนใจ หากแต่พม่าตี่นเต้นกับงานในวันนี้เป็นอย่างมาก คณะผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ต่างมาร่วมงาน รวมไปถึงข้าราชการทุกฝ่าย มีโทรทัศน์ มาถ่ายทำ เพื่อเผยแพร่ทุกช่องของพม่า

ที่สำคํญ นั่นคือความตกลงร่วมมือ ในการทำโครงการในพม่า อย่างแน่นอนแล้ว

พม่าหนุนเต็มตัว ในขณะที่ประเทศไทย สาธารณสุข หมอประจำอำเภอ กำลังทำเรื่อง เพื่อตรวจสอบ และจับ ดำเนินคดี กับหลวงพ่อนิพนธ์ และมูลนิธิ ... ช่างน่าขันยิ่งนัก

หลวงพ่อนิพนธ์บอกเสมอว่า ถึงวันนี้พร้อมแล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด จะจับเหมือนอดีตถ้ำกระบอก ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะมาตรา ๒๗ มีผลถึงยิงเป้า ก็ผ่านมาแล้ว เพราะคนป่วยรอไม่ได้

เมื่อทางทวายพร้อม หากการรับผู้ป่วยมีปัญหา อย่างมากก็ให้ผู้ป่วยข้ามไปพำนักพักฟื้นฟูตนในพม่า ก็เท่านั้นเอง

หัวขบวนเปิดหน้าชนแล้ว คนในขบวน ยังไม่กล้าทิ้งยาเคมีเลย ... ตัดสินใจให้เด็ดขาด ... เพราะขบวนนี้ขบวนเดียว ที่มีโอกาสทำให้รอด เดิมพัน ของคนบนขบวนนี้ ไม่ว่า ผู้นำหรือผู้ตาม นั่นคือชีวิต ... ผู้นำพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ปลอดภัยที่สุดแล้ว แม้นหนทางที่ไป ข้างทางจะดูน่ากลัวยิ่ง หากแม้นไม่ลงจากขบวน ย่อมถึงที่หมายอย่างแน่นอน ก็เกาะกันเอาเอง ตัดสินใจกันเอาเอง ว่าจะไปไหม

แค่หางอึ่ง

 

เราไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมแม่ชีเมี้ยนจึงกล่าวว่า สมุนไพร ผู้ที่ทำให้ประสพผล ต้องเป็นคนมีคุณธรรม ทำด้วยความเสียสละ ก็เพราะผลอันมหาศาล และเฉียบขาดนั่นเอง

ยิ่งเห็นโฆษณาในทีวีดาวเทียมอ้วยแล้ว ยิ่งตอกย้ำความจริง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เมื่อพิจารณาแล้วหาคุณค่าแทบไม่ได้เลย กลับมีราคาค่างวดมหาศาล

กรณีเช่นคนไข้ท่านนี้ ที่ประสพปัญหาที่ศรีษะ ทำให้เกิดแผลลุกลามไปทั่วบริเวณ และส่งผลให้ผมร่วงตามมา

หากเป็นบริษัทผลิตยามาเห็น แค่ทำให้หยุดอาการของการเน่า และเป็นแผลได้ ก็ต้องบอกว่ารวยไม่รู้เรื่องแล้ว หากแต่สมุนไพรสูตรพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เมื่อรวมกับการใช้ธรรม ควบคู่กัน ให้ผลถึงกับมีผมกลับมาสวยงามได้ดั่งเดิม

แม้นเธอจะทานสมุนไพรได้น้อย หากแต่ก็เสริมด้วยการปฎิบัติอย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำของหลวงพ่อนิพนธ์

จึงไม่แปลกใจเลยว่า หากผู้ทำจะคิดเป็นมูลค่า คนที่ประสพปัญหาย่อมไม่เกี่ยงงอนในราคาอย่างแน่นอน

นั่นหมายถึง ความโลภย่อมเข้ามายวนยั่ว ผู้ที่อุทิศตน เป็นล้นพ้นสุดประมาณ ก็เลยไม่ต้องสงสัยเลยว่า ขนาดท่านจำรูญ ทำไมถึงพ่ายแพ้ได้

ด้วยผลอันมหาศาลและเฉียบขาดนี้เอง จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้ลูกหลาน ได้เป็นที่พึ่งพา ในเรื่องของปัญหาชีวิต กระนั้นก็ไม่อวดอ้าง โหมประโคมข่าว เพราะผลแห่งการสำเร็จ ไม่ใช่ถ้วนทุกตัวคน หากแต่ใครทำ ใครได้

คนอื่นๆ ทำยาให้ผลเพียงน้อยนิด แต่กลับประโคม แห่แหนจนเกินจริง แต่ที่สำคัญกว่า คนทั้งหลาย กลับเชื่อในสิ่งนั้น

หลวงพ่อนิพนธ์จึงย้ำเสมอให้เห็นว่า ทำไม ทั่วทั้งโลกจึงไม่ประสพผลในการฟื้นฟูตน ก็เพราะหาเหตุแห่งที่มาไม่เจอนั่นเอง อย่างดีที่สุด ก็รู้ว่ามาจากเชื้อตัวนั้น ตัวนี้ แล้วมุ่งมั่นที่จะพิชิตเชื้อเหล่านั้น

หากแต่ด้วยภูมิปัญญาของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนถ่ายทอดมาให้พิจารณา ทำให้เราท่านได้รู้ว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์ มีกรรมนำเกิด นั่่นย่อมหมายความว่า กรรม มันมาก่อนโรค และเป็นมูลเหตุตั้งต้นแต่เริ่ม ที่ก่อให้เกิดเป็นโรค เป็นอำนาจดลบันดาล การที่จะดับโรค ด้วยการพิชิตเชื้อ ก็เป็นปลายเหตุ ถึงกระนั้นก็ยังทำไม่ได้ อย่างดีที่สุดก็แค่ระงับอาการ

ทางเลือกสมุนไพรของพระภูมี จึงเป็นทางเดียว ที่จะฟื้นฟูตนได้ เพราะตัดทั้งต้นเหตุ คือ กรรม และล้างโรค ไปพร้อมๆ กัน ...

หากจะมองหาคนดี มีคุณธรรม ก็ใช้ผลของการกระทำนั่นแล หลวงพ่อนิพนธ์จึงบอกว่า ผลนั้นจะเกิดกับกายของผู้นั้น เมื่อใจสูง กายก็สูง โรคภัยที่เรียกกรรมพัก เอาถึงตาย ย่อมไม่มาเยี่ยมกราย จะมีก็แต่กรรมผ่าน ปวดหัว ตัวร้อน อันนั้นต้องมีบ้าง

ผลแห่งการทำดีตามคำสอนของพระภูมี ที่โดดเด่นทำให้คนทั่วไปยอมรับ อันเป็นเบื้องต้นที่ทุกคนได้รับ จึงเป็นความไม่มีโรค นั่นเอง

คนดีของพระภูมี จึงไม่ตายเหมือนคนทั่วไป คือ ไม่ตายโหง คืออุบัติเหตุตาย ก็ตายห่า คือ เป็นโรคบีบเค้นวิญญาณจนตาย แต่จะตายสบาย เหมือนคนง่วงแล้วก็หลับไป ตี่นมาอีกทีก็อุแว้ กลายเป็นทารก ในบ้านใหม่ที่ตนชอบ

คนโม้ ไม่มีดีจะอวด คนมีดี เขาไม่โม้หรอก ... หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวเสมอ เมื่อมีคนถามว่า ทำไมไม่ทำป้าย ทำไมไม่โฆษณา ชวนคนมา ... ไม่ต้อง ๆ ทองแท้ อย่างไรก็เป็นทอง เหมือนช้างเผือกอยู่ในป่า เมื่อมีคนเห็น อยากได้ เขาก็ต้องมาเอง ...

ม่านกำลังจะเปิด เราท่านจะได้เห็นว่า สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนทิ้งไว้ให้มีคุณค่ามหาศาลเพียงใด .... และคำกล่าวที่ว่า สิ่งนี้จะใช้ในการกอบกู้ประเทศ จักเป็นเช่นไร

น่าเสียดายที่หลายคน มุ่งมั่นมาหาเฉพาะสมุนไพร ... ทานมาเป็นปีๆ จนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่า คนดีของพระพุทธเจ้า เป็นยังไง เพราะไม่คิดจะฟัง ที่สำคัญกว่า ไม่คิดจะทำตน เพราะเชื่อว่า ตนของตนดีแล้ว ... ความเชื่อของตนถูกแล้ว ... จึงไม่น่าแปลกใจว่า โรคที่ดูแล้วน้อยนิด ทำไมมันตึ๊งหนืด ไม่ยอมหายสักที

บทสรุปที่หลวงพ่อนิพนธ์มักตอกย้ำให้ฟัง ... เรื่องของชีวิต สิ่งที่ช่วยได้ อยู่ติดดิน ไม่มีราคา หากแต่คุณค่ามหาศาล .. อ้ายพวกหางอึ่ง แล้วตีราคาเหล่านั้น .. ไม่มีทางช่วยให้หายโรคได้เด็ดขาด

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิทยากรในอนาคต


ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว คำกล่าวในอดีต ที่จริงแท้แน่นอน

การฟื้นฟูตนก็เช่นกัน ความรู้ความเข้าใจ สามารถยกระดับความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง แต่การเห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ของผู้ที่ผ่านมาแล้ว ย่อมทำให้จิตใจ สงบ และเป็นสมาธิ ก่อเกิดกำลังใจอันมหาศาล

วิทยากรในอนาคต ก็คือผู้ที่ประสพผลในการฟื้นฟูตนในโรคนั้นๆ นั่นเอง ผู้ที่จะมาเล่าประสพการณ์ และหนทางที่ตนเองใช้ก้าวเดิน เพื่อช่วยตน

เมื่อคอร์สมะเร็งเปิด เราท่านก็จะได้เห็นแม่ลูกคู่นี้ มาเป็นวิทยากรพูดคุย เพื่อยกระดับจิตใจ ความเชื่อมั่น และศรัทธา ในแนวทางสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ว่า เป็นหนทางที่การหายโรคเป็นจริงได้

จากตัวแม่ ที่เป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย ช่วยตนจนรอด มาถึงลูกที่เป็นมะเร็งปอดแบบรุนแรงเฉียบพลัน

ภาพคนป่วยมะเร็งแล้วยิ้มแบบนี้ หาไม่ได้จากที่อื่นใดในโลกอย่างแน่นอน

เมื่อรุ่นก่อนทำตนให้เห็นว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ เป็นไปได้ จึงคาดการณ์ได้ว่า คนรุ่นหลัง ย่อมมีกำลังใจ และทำให้ปริมาณคนรอดจากโรคมะเร็ง เพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน

เรามาดูปฏิมากรรม สร้างมนุษย์ของศาสนากัน ... รออีกไม่นาน

นี่เป็นเครื่องตอกย้ำว่า ศาสนาสอนให้เราท่านสร้างปูชนียบุคคล ไม่ใช่ปูชนียวัตถุ ... สร้างให้ตาย ก็หาบุญมาเลี้ยงตนไม่ได้หรอก ... ตาสว่างได้แล้ว อย่าไปให้เขาหลอกอีกเลย เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา ที่สำคัญ เสียชีวิตด้วย

และยืนยันว่า การหายโรค ต้องไม่มีราคา ... ไม่หายด้วยเงิน แต่หายด้วยคุณสมบัติ ใครทำ ใครได้

ฤาจะทับรอยเก่า

ในสองสัปดาห์ก่อน มีคนไข้มะเร็งปอดท่านหนึ่ง เกิดอาการหายใจไม่ทัน เนื่องจากการแออัดของคน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำส่งโรงพยาบาล แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

หากแต่คนป่วย เมื่อได้รับการปฐมพยาบาล ก็ฟื้นคืนปกติเหมือนเดิม

ทั้งนี้หมอของโรงพยาบาลท่าม่วงได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ที่ไปส่งคนป่วยว่า ทางโรงพยาบาลขอแจ้งว่า ทางมูลนิธิได้ส่งคนไข้ฉุกเฉินมาให้ทางโรงพยาบาลหลายราย หมอจึงแจ้งให้ทราบว่า มีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งทางกรม เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิ


ในขณะที่งานกำลังจะเริ่มเดิน กฎหมายก็กำลังจะมาเล่นงาน ทำให้เราย้อนนึกไปถึงถ้ำกระบอก ที่เมื่อผู้คนเริ่มแห่แหนกันมารักษายาเสพติด ถ้ำกระบอกก็โดนข้อหา ส่องสุมผู้คน กระทำการเป็นคอมมิวนิสต์ และอีกหลายข้อหา

นั่นหมายความว่า หากทับรอยเก่า กฎหมายก็จะมาดำเนินการกับหลวงพ่อนิพนธ์อย่างแน่นอน จนเป็นข่าวดังของประเทศเฉกเช่นถ้ำกระบอก

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ไม่กลัวกฎหมายหรอก เพราะสิ่งที่ทำ นั่นคือ กฎของคุณธรรม สูงกว่ากฎหมายเยอะ หากแต่วันใดที่เขาจับเข้าคุก ก็หวังว่าจะมีคนป่วย ไปส่งข้าวส่งน้ำ ...

เราจึงอยากจะบอกว่า ให้ทุกท่านเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง เพราะเมื่อผลประโยชน์มันถูกทำลาย ภาพอดีตวันวาน ก็อาจย้อนคืนกลับมา ... คิดกันสักหน่อย ว่าหากวันวานเยี่ยงนั้นมาจริง ควรจะทำอะไรกันบ้าง

วันนี้ยังเปิดทำการอยู่ ก็รีบฟื้นฟูตัวซะ ประเทศไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้ มันเพี้ยนไปหมดแล้ว

ปฐมฤกษ์

ฝ่ายทะเบียนแจ้งว่า ตอนนี้มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งประมาณ ๑๒๐๐ คน ที่มาใช้บริการของชมรมคนรักสุขภาพอยู่

และหลังจากเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความจำนงในการเข้าคอร์สมะเร็ง ซึ่งรับจำนวน ๓๐๐ คน ตอนนี้ก็ทะลุเกินพิกัดแล้ว

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า กระบวนการหลังจากนี้ ก็จะคัดกรอง คนที่มีคุณสมบัติ เพื่อเข้าสู่คอร์สดังกล่าว

พฤหัสที่ผ่านมาคนไข้มะเร็งที่เป็นวิศวกร ก็ได้นำแบบแปลนมาให้หลวงพ่อนิพนธ์ดู และร่วมกับกรรมการที่เป็นอัมพฤกต์ เพื่อดำเนินการสร้างฐานรากของอาคาร

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกำหนดวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เป็นปฐมฤกษ์ในการเทฐานของตัวอาคาร อันเป็นปฐมฤกษ์ของการเปิดหน้าสู้ โดยจะรับคนป่วยมะเร็งมาเข้าคอร์ส

ในขณะที่วันจันทร์ ก็จะต้องเดินทางไปเปิดอาคารที่ทวาย และวางปฐมฤกษ์ในการนำสมุนไพร หลายพันต้น ไปปลูกในแผ่นดินพม่า เพื่อที่จะเป็นวัตถุดิบรองรับในอนาคต พร้อมกับการติดตามของคณะกรรมการ เพื่อไปแจกของให้แก่นักเรียนของพม่า ในหมู่บ้านมิต้า ที่เป็นสถานที่ตั้ง ของมูลนิธิในพม่านั่นเอง

นั่นหมายถึง ความรับผิดชอบที่มหาศาล ทั้งฝั่งไทยและพม่า ที่รออยู่ ...

ปัจจัยหลักที่จะทำให้กิจกรรมสามารถดำเนินได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง จึงอยู่ที่การแปรรูปสมุนไพร เพื่อกักเก็บในยามที่วัตถุดิบมีบริบูรณ์ โดยเฉพาะยาเขียว

ฟ้าดินท่านก็เป็นใจ เพราะฝ่ายเก็บใบยาแจ้งแก่หลวงพ่อนิพนธ์ว่า ได้พบแหล่งต้นยามหาศาล ในบริเวณเขตทหาร จ.ลพบุรี หากแต่ยามนี้ต้นยาได้ทิ้งใบไปก่อนแล้ว

อันเป็นสัญญาณว่า หน้าฝนที่จะถึงนี้ ชมรมของเราท่าน ก็จะมีใบยารอให้เก็บมหาศาล

หลวงพ่อนิพนธ์จึงตัดสินใจที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักร เพื่อใช้ในการแปรรูปสมุนไพร เพื่อรองรับงานที่จะมาในอนาคตอันใกล้

ฟ้าดินก็เตะส่งเจ้าของโรงงานเครื่องจักรที่ใช้แปรรูป ให้มาได้พบเจอะเจอ แล้วยินดีในสิ่งที่หลวงพ่อนิพนธ์ทำ พร้อมสนับสนุน

ด้วยการเชื้อเชิญให้หลวงพ่อนิพนธ์ไปเยือนโรงงาน แล้วเลือกว่าต้องการเครื่องจักรตัวใดบ้าง ทั้งนี้จะคิดในราคาทุน แต่มีข้อแม้ว่า หลวงพ่อนิพนธ์ต้องไปด้วยตนเอง ... ห้ามใช้ตัวแทน ซึ่งหลวงพ่อนิพนธ์ก็ตอบรับ

หลายงานที่มาประดังรออยู่ นั่นหมายถึงก้อนเงินอันมหาศาลที่จะต้องนำมาลงทุน ในขณะที่หลวงพ่อนิพนธ์ไม่มีทุน หรือการสนับสนุนจากภาครัฐแม้แต่น้อย

หากแต่สิ่งนี้ ก็จักเป็นการพิสูจน์คำของแม่ชีเมี้ยนว่า คนทั่วไป มีเงินจึงสร้างสิ่งที่ตนปรารถนาได้ หากแต่หลักของพระภูมี ผู้ที่มีบุญ หรือ มีใจเป็นบุญ และทำกิจกรรมเพื่อก่อเกิดบุญ ก็สามารถทำได้เช่นกัน แม้นตัวจะไม่มีเงินเลย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนให้พิจารณาว่า เราท่านควรทำตน ไปทำตนเป็นผู้เสียสละ แบกอิฐ แบกปูน ช่วยกันสร้างอาคารนี้ขึ้นมา เมื่อแล้วเสร็จ ไปนอนก็ไม่เป็นหนี้ใคร เพราะมีส่วนของเราท่านอยู่ หากแม้นผู้อื่นมาใช้ แล้วพ้นทุกข์ ก็จักเป็นบุญย้อนมาสู่เราท่านผู้มีส่วนด้วยเช่นกัน

หนทางนี้ มีตัวอย่างให้เห็น อาทิเช่นอาคารมูลนิธิ ที่เป็นส่วนของโครงหลังคาทั้งหลัง นั้นทำโดยคนตาบอด ที่มีสาเหตุมาจากการเป็นช่างเชื่อมมือหนึ่ง ในการเชื่อมท่อแก๊ส ของบริษัทอิตัลไทย และประสบอุบัติเหตุ ฐานของท่อแก๊สที่อยู่ห่างไปสองกิโลเมตรเกิดระเบิด แล้วแรงอัดวิ่งมาตามท่อ ทำให้ตาบอด

หากแต่ด้วยฝีมือที่สุดยอดของเขา เขาสามารถใช้มือคลำ ฟังเสียง แล้วก็ทำงานเชื่อมได้ ขณะที่นั่งรอสมุนไพร ได้ยินว่าต้องการช่างเชื่อม ก็อาสามาเชื่อมให้ตั้งแต่เริ่ม จนวันสุดท้ายที่เขาเชื่อมเสร็จ ก็ตะโกนด้วยเสียงอันดัง จนหลายคนตกใจถามว่าเป็นอะไร เขาก็บอกว่า ตาของเขาสามารถมองเห็นแล้ว

หนทางเช่นนี้ ถูกใช้มาตั้งแต่ถ้ำกระบอก สำนักลพบุรี เรื่อยมาจนบ่อพลอย และไม่เว้นที่ศาลาขนมไทย ด้านหน้าถนนที่ถูกรื้อไปแล้ว

ภาพที่เราจำได้ นั่นคือ คนไข้ที่เคยทำงานออกแบบวังของสุลต่าน ในตะวันออกกลาง ที่เป็นโรคลม ตัวแข็งเป็นหิน ทำให้ถูกส่งตัวกลับ แล้วมารักษา เป็นผู้ออกแบบ และควบคุมการสร้างศาลาขนมไทยให้ จนสามารถผ่านการตรวจของแพทย์กลับไปทำงานได้

ปฐมฤกษ์นี้ จึงถือว่าเป็นหนทางอีกสายหนึ่ง ที่จะช่วยในการฟื้นฟูตนของผู้ป่วย ได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกหากใครได้ดูภาพเดิมๆ จักเห็นคนเข้าแถวยาวเหยียด หิ้วปูน หิ้วหิ้น หิ้วทราย ช่วยกันก่อสร้าง ... แม้นแต่อาคารสวดมนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นแรงงานของคนป่วยทั้งสิ้น

ในวันงานแม่ชีเมี้ยนที่ผ่านมา เราได้พบเจอคนไข้ท่านหนึ่ง ที่ภรรยามีลูกยาก หลวงพ่อนิพนธ์ก็ให้มาช่วยกันสร้างอาคารสวดมนต์ จนภรรยาตั้งครรภ์ ได้ลูกสมใจ

เราจึงเชิญชวนให้คนที่สนใจ มาลองใช้หนทางนี้ในการฟื้นฟูตน แล้วดูผล ... เพราะโอกาสแบบนี้ นานๆ จะมีสักครั้ง อย่าพลาดที่จะทิ้งรอยมือรอยตีน

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประกาศ

หลวงพ่อนิพนธ์พิจารณาแล้วว่า หากรอการสนับสนุนจากคนไทย หรือภาครัฐของไทย คิดว่าคงไม่มีหวัง

ดังนั้น เมื่อคิดจะเปิดศึกกับโรคอย่างเต็มตัว ก็ต้องดิ้นรนหาทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ เช่นดั่งถ้ำกระบอก

การเปิดรับสมัครผุ้ป่วยที่จะมาเข้าคอร์ส จุดประสงค์หนึ่งก็คือ เก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอขอทุนช่วยเหลือนั่นเอง

ดังนั้น ข้อมูลจึงมีความสำคัญ ในกรณีคนไข้มะเร็งที่จะมาเข้าคอร์ส ไม่จำเป็นต้องมีใบแพทย์ หากมีประวัติหรือข้อมูลการรักษา เช่นฟิมล์เอ็กซเรย์ หรือใบสั่งยา ทำนองนี้ มาแจ้งก็ใช้ได้ ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือ ให้ค้นและจัดเตรียมมา ยิ่งสมบูรณ์เท่าไหร่ยิ่งดี

ตัวอย่างเช่น คนป่วยมะเร็งท่านหนึ่ง ที่ได้นำฟิมล์เมื่อครั้งถ่ายตอนเป็นมะเร็งกระดูกไว้ และผลการตรวจล่าสุด ได้ถ่ายมาเปรียบเทียบ หลังจากตรวจไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว อย่างนี้เป็นต้น

และก็เหมือนฟ้าดินส่งเสริม เพราะตอนนี้ได้คนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายที่เป็นวิศวกร มาช่วยออกแบบและควบคุมการก่อสร้างมะเร็งให้ เป็นปฐมฤกษ์

มาสัปดาห์ที่แล้ว หลวงพ่อนิพนธ์ก็เปรยๆ ว่า อาคารนี้ต้องทำที่บริเวณสระน้ำ วิศวกรก็แจ้งว่า ฐานรากคงจะต้องใช้เงินมาก เพราะต้องใช้การเจาะเข็ม เฉพาะฐาน ก็กว่าล้านบาทแล้ว จู่ๆ ฟ้าดินก็เตะคนไข้เก่าที่เคยมา ตอนนี้เป็นอัมพฤกต์ คืนกลับมาให้

คนไข้นี้เป็นกรรมการ แต่ไม่ได้เป็นอัมพฤกต์มาก่อน มาถึงก็โวยก่อนเลยว่า ผมทานสมุนไพรของหลวงพ่อมาหลายปี ทำไมจึงเป็นอัมพฤกต์ หลวงพ่อนิพนธ์ก็เลยถามว่า ทานยังไง คนไข้ก็บอกว่า ผมมารับสมุนไพร ประมาณสี่เดือนครั้ง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวว่า ก็เพราะอย่างนี้ จะไปหวังผลอะไรได้ ก็ให้โอกาสและบอกว่า ต้องมารับสมุนไพรไปทานทุกสัปดาห์ ทำได้ไหม คนไข้ก็ตอบตกลง และเมื่อทราบว่าหลวงพ่อมีโครงการสร้างตึกมะเร(็ง ตนเองเป็นผู้รับเหมาตอกเสาเข็มรายใหญ่ จึงรับอาสารับผิดชอบการสร้างฐานรากอาคารมะเร็ง พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง

หากแต่ก็คงต้องช่วยกัน มิฉะนั้นก็คงมีแต่เสาเหมือนโรงพักตำรวจ หวังว่าคงไม่ทิ้งภาระให้เป็นของหลวงพ่อนิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว

ก็ถือว่าความโชคดีของคนป่วยมะเร็ง ที่ต้นเดือนหน้า เราท่านก็จะได้เห็น โครงการนี้เกิด และหลวงพ่อนิพนธ์ก็จะได้ลดความรับผิดชอบลงในส่วนฐานรากของอาคาร คงเหลือเฉพาะแต่ตัวอาคาร

หนังยาว

หลายคนคิดไม่สนใจใยดีสถานที่นี้ แลตั้งใจก็แต่เพียงว่า ทนสักหน่อย หายแล้วก็จะไป ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่จะคิดเช่นนั้น

หากแต่สิ่งที่เราท่านรัก ไม่ใช่แค่ชีวิตตน ยังมีอีกหลายชีวิตที่ผูกพันและเป็นที่รักของเราท่านทั้งหลาย

นั่นย่อมหมายความว่า สถานที่นี้ก็จักเป็นที่พึ่งของคนที่เราท่านรักเหล่านั้นเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงลูกสอง ที่เป็นมะเร็งลำไส้ แล้วผ่านมาในเส้นทางนี้ ด้วยความที่เป็นคนเงินน้อย และต้องรับภาระหนักในการเลี้ยงดูลูกอีกสองคน เมื่อหมอบอกว่า โรคที่เธอเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดลำไส้บางส่วนออก แล้วเข้าคอร์สคีโมฉายแสง นั่นก็หมายถึงเงินก้อนมหึมาสำหรับเธอ ทำให้เธอต้องดิ้นรน และเมื่อมาเจอหนทางที่ไม่ต้องเสียเงิน เธอก็จึงไม่ลังเลที่จะทุ่มเท เพื่อฟื้นฟูชีวิตของเธอ

แลเธอก็โชคดี ด้วยวัยยังไม่ถึงสามสิบของเธอ นั่นหมายถึงพรหมลิขิตของเธอยังมีอยู่ ด้วยน้ำอดน้ำทน ทำตามคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ ต้องอดทนกับความปวด แลอาการที่เป็น จนฉากสุดท้ายนั่นคือ การนอนทนปวดท้องอยู่สองวันเต็มๆ จนถึงขีดสุด เธอก็ถ่ายก้อนเนื้อมะเร็งพร้อมน้ำเหลืองน้ำหนองออกมากระโถนใหญ่

เหมือนกับหลายคนที่ผ่านอาการเหล่านี้ เมื่อพ้นมาได้ ก็ชอบที่จะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เธอก็เช่นกัน

ชีวิตเธอเริ่มจะกลับมาสวยหรูอีกครั้ง ด้วยสภาพที่ฟื้นฟูกลับมาได้ดีเป็นปกติ สามารถกลับไปทำงานเลี้ยงลูกน้อยสองคนได้เต็มที่ ไม่ต้องลาเจ็บลาป่วยอีก

แต่ใครจะรู้ ผ่านไปเกือบปี ชีวิตของเธอไม่เคยเจอปัญหาสุขภาพอีกเลย หากแต่ลูกน้อยวัยหกขวบ อยู่ดีๆ ก็มีอาการป่วย เธอจึงพาไปหาหมอตรวจเช็คร่างกาย

หมอแจ้งกับเธอว่า ลูกของเธอ เป็นมะเร็งปอดอันเนื่องมาจากกรรมพันธ์ฺ และที่สำคัญ เป็นชนิดเฉียบพลัน ทำให้อาการของลูกเธอ เชื้อแพร่กระจายในปอดอย่างรวดเร็ว

จากประสพการณ์ชีวิตของเธอ หลังจากการตรวจของหมอและรับยา เธอก็พาลูกกลับบ้านแล้วขว้างยาหมอทิ้ง พาลูกน้อยมาหาหลวงพ่อนิพนธ์

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวกับเธอว่า เป็นโชคดีของเด็ก ที่ประการหนึ่งร่างกายยังไม่ได้รับยาเคมี และการฉายแสงแต่อย่างใด อีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อเป็นเด็กก็มีวันเวลา ในการฟื้นฟูตน ที่สำคัญ การมาของผู้ป่วยประเภทนี้ โดยที่ยังไม่ผ่านอะไรเลย ทำให้ง่ายต่อการฟื้นฟูตน นั่นคือ เมื่อตรวจพบแล้วมาทันที นั่นหมายถึง สภาพร่างกายที่ยังดีพอที่จะฟื้นฟูได้ หากผ่านเคมี ฉายแสง ทำให้สภาพร่างกายถูกรุมกินโต๊ะ จนอวัยวะบอบช้ำ สภาพทรุดโทรม ยากแก่การฟื้นฟู หรือ ฟื้นฟูไม่ทัน ก็เป็นที่น่าเสียดาย

ตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า สถานที่นี้ ไม่ได้จบที่ตัวเธอ การไม่ทอดทิ้งที่นี่ แม้นร่างกายจะฟื้นฟูได้ดีแล้ว ก็ยังมาช่วยเป็นจิตอาสาของเธอ วันนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยคนที่เธอรัก นั่นคือลูกของเธอ โดยไม่ต้องเสียเงิน

นั่นหมายความว่า เวลาที่เธอสละมาช่วยสถานที่นี้ หลังจากฟื้นฟูตนเองจนหาย ดูแล้วช่างเป็นการเสียเวลา เสียโอกาสหาเงิน แต่ก็คงเทียบไม่ได้กับชีวิตลูกเธอ สิ่งนี้ยิ่งกว่ามรดกใดๆที่จะมอบให้แก่ลูกของเธอ เพราะวันนี้ลูกเธอปลอดภัย กลับมาแข็งแรง และกำลังจะหายตามรอยของเธอ

ไม่ช่วยกันรักษาสถานที่นี้ไว้ ... ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว เห็นคนทำไม่รู้ไม่เห็น ไม่สนใจ ก็ได้แต่รำพึงในใจ อย่าให้หลวงพ่อนิพนธ์เบื่อ แล้วคิดแบบคนเหล่่านั้นเลย เพราะถ้าท่านทำไม่รู้ไม่เห็นบ้าง ใครจะตายช่างมัน ... เราท่านก็จะเหมือนคนเดินกลางทะเลทราย ไม่เห็นร่มเงาต้นไม้และบ่อน้ำ ... เวิ้งว้าง หมดหวัง รอเวลา

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

กรณีศึกษา

คนไข้สาววัยประมาณสามสิบ เป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง

แต่ที่ร้ายกว่านั่นคือ อาการของโรคปรากฏที่ศรีษะ ทำให้เกิดเป็นแผล น้ำเหลืองเฟะ จนผมด้านบนของศรีษะที่เกิดแผลขึ้นร่วงหมด

หลังจากผ่านมือหมอ จนเสตียรอยด์ไม่สามารถหยุดอาการของเธอได้ ก็มีโอกาสได้มาใช้ทางเลือกสมุนไพร

เธอก็ประสพปัญหาใหม่ แม้นจักมีความเชื่อสักฉันใดก็ตาม นั่นคือ ร่างกายของเธอมีสภาพแบบต่อต้านอย่างรุนแรง เมื่อเธอทานสมุนไพร นั่นทำให้การทานสมุนไพรของเธอ จึงทานได้น้อย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงบอกกับเธอว่า โรคคือกรรม การทานสมุนไพรก็เป็นการใช้หนี้กรรมอย่างหนึ่ง เมื่อหนทางใช้หนี้กรรมทางนี้ มันทำได้น้อย ก็ต้องหาหนทางอื่นช่วย จึงแนะนำให้เธอเป็นจิตอาสา มาช่วยงานในวันพฤหัส และอาทิตย์ เพื่อเป็นหนทางบุญใช้หนี้แทน และที่สำคัญ เข้าจุดเพราะสามารถใช้หนี้เป็นกอบเป็นกำกว่าการทานสมุนไพรเพียงอย่างเดียว

เวลาผ่านไป การทานสมุนไพรของเธอ ก็ยังน้อยเหมือนเดิม แต่เธอก็มุ่งมั่นมาช่วยงานเป็นจิตอาสาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ มาวันนี้ อาการของโรคเธอก็หายไป พร้อมกับผมที่กลับคืนมาจนเต็มศรีษะอีกครั้ง

หลวงพ่อนิพนธ์เล่าเรื่องนี้ เพื่อกระตุ้นคนไข้โดยเฉพาะที่เป็นโรคในระยะสุดท้าย ควรนำไปใช้ ทำตนให้สุขแก่ผู้อื่น ทำตนเป็นผู้ให้ นั่นหมายความว่า เริ่มจากคนไข้มะเร็ง ที่น่าจะถือว่าเป็นภาคบังคับ ที่ควรจะทำตนเป็นจิตอาสา ไปทำสมุนไพรในส่วนที่ตนพอทำได้ เช่นตักใส่ถุง กรอกใส่ขวด เป็นต้น

กรณีศึกษาอันนี้ ก็น่าจะเป็นแบบให้คนบางคนพิจารณาเห็นช่องแล้วเดินตาม เธอผู้นั้น

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนเสมอถึงหนทางบุญ ที่เมื่อทำแล้วให้ผลมหาศาล แม้นเรื่องที่ทำจะดูเล็กน้อย ชวนชักมาทำ ส่วนสมุนไพร ที่นี่ถือว่าเป็นของแถม ดังนั้น การมาเพื่อหวังแต่สมุนไพร ช่างน่าเสียดายนัก

กำเนิดสมุนไพรมะพร้าว


ย้อนอดีตถ้ำกระบอก ในการรักษาผู้ป่วยยาเสพติด จักเห็นได้ว่า ในยุคนั้น สมุนไพรที่ใช้ ก็มีเพียง ยาตัด ที่เป็นราชาสมุนไพร แล้วก็ยาลูกกลอนดำ ยาไพล และก็ยาต้มคือสมุนไพรร้อยแปด เท่านั้นเอง รวมเข้ากับการอบกระโจม เป็นอันสิ้นสุด จบกระบวนความ

จักเห็นได้เลยว่า ยาเขียวก็ไม่มี ยามะพร้าวก็ไม่มี

จนกระทั่งเมื่อถ้ำกระบอกเริ่มมีชื่อเสียง ก็เริ่มมีลูกศิษย์มากมายหลั่งไหลมา โดยที่หลายคนก็ไม่ได้ติดยาเสพติด

เช่นเดียวกับสองสามีภรรยา คู่หนึ่งที่ได้ยินกิติศัพท์ของถ้ำกระบอก ฝ่ายสามีเป็นทหารยศนาวาอากาศโท ในขณะนั้น มีภรรยาเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬา แลเป็นผู้มีฐานนะมั่งคั่ง เรียกว่าเศรษฐีระดับต้นๆของประเทศในขณะนั้น หากแต่ปัญหาของทั้งคู่คือ ฝ่ายหญิงไม่สามารถมีบุตร เนื่องด้วยมีปัญหาที่มดลูก

ด้วยความอยากมีบุตรนี้เอง จึงทำให้ทั้งคู่เดินทางมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ที่ถ้ำกระบอก ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และก็แจ้งความประสงค์

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักพูดติดตลกเสมอว่า นับแต่อดีตถ้ำกระบอก มาจนถึงปัจจุบัน คนทั่วไปคิดว่าท่านเก่ง หากแต่ความจริงแล้ว ตัวท่านเองแค่ประพฤติตนให้มีคุณสมบัติเท่านั้นเอง ผู้ที่ช่วยคือ แม่ชีเมี้ยนต่างหาก

เมื่อทราบความก็เข้าไปเรียนถามแม่ชีเมี้ยน ว่าต้องทำอย่างไร แม่ชีเมี้ยนจึงได้ให้สูตรสมุนไพรมะพร้าวมา เริ่มเป็นปฐมบทนับแต่ครั้งนั้นนั่นเอง

แลทรงตรัสเรียกสมุนไพรมะพร้าวว่า ยากล่อมกุมาร ทำให้ผู้ที่อวัยวะช่วงท้อง ไม่ว่าไต มดลูก หรือ อัณฑะ เมื่อทานแล้ว จะสามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติดังเดิม สามารถมีบุตรได้ แลยังมีสรรพคุณในการสร้างเลือด และไล่ของเสีย ดังที่ อ.อร่าม มักเรียกว่า ดีท็อกซ์ร่างกายทั้งตัว นั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ได้ยกตัวอย่าง คุณเตี่ยง ให้ฟังหลายครั้ง ผู้ที่เป็นผู้หนึ่งที่มีปัญหาในการมีบุตร นั่นคือ เมื่อมีบุตร บุตรที่เกิดอวัยวะส่วนอื่นๆจะสมบูรณ์หมด ยกเว้นสมองจะฝ่อ แพทย์แจ้งว่า เมื่อมี โอกาสแท้งก็จะสูง หากคลอดออกมา ก็จะอยู่ได้ไม่นาน แลก็เป็นเช่นนั้น

เมื่ออยากมีบุตร หลวงพ่อนิพนธ์จึงให้ทานสมุนไพรมะพร้าวติดต่อกันทุกวัน เป็นร้อยลูก จนเริ่มตั้งครรภ์ ก็ให้หยุดชั่วคราว จวบจนครบสามเดือน ก็เริ่มทานต่อ ผลที่ได้ คุณเตียงก็ได้ลูกชายที่แข็งแรงสองคน คนโตอายุยี่สิบกว่า ทั้งคู่ก็มาช่วยกิจกรรมของมูลนิธิอยู่ทุกวันนี้

ใครว่ามะพร้าวห้าลูกสิบลูกไม่มีค่า นั่นเพราะไม่มีผู้รู้นำมาทำให้เกิดค่ามหาศาลต่างหาก เมื่อมาเป็นสมุนไพรมะพร้าว ให้สุขแก่คนมากมาย ... หิ้วมาทำบุญให้สุขแก่ผู้อื่น รวมทั้งตนเอง ดีกว่าสร้างโบสถ์ ฝังลูกนิมิตมากมายมหาศาลนัก ...

สถานที่นี้ดำรงอยู่ได้แลมีผล เพราะมีแม่ชีเมี้ยน และการยังผลในการทำ ก็ด้วยเหตุที่หลวงพ่อนิพนธ์ยังรักษาคุณสมบัติไว้ได้ ... ปัญหาก็คือ ผู้ทีจะประสพผล ก็ต้องอาศัยคุณสมบัติเช่นกัน ... หลวงพ่อนิพนธ์จึงออกตัวเสมอว่า ยาหม้อเดียวกัน จึงไม่ได้ทานแล้วหายทุกคน แต่จะหายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ทาน ... จึงกล่าวว่า ใครทำ ใครได้ ผู้ไม่ทำ กินให้ตาย ก็ไม่หาย

ตำนานถ้ำกระบอกมีให้เห็น เมื่อเสียซึ่งคุณสมบัติ ... สมุนไพรสูตรเดียวกัน กินไปก็ไร้ค่า ถ้ำกระบอกจึงล่มสลาย

สู้กับอะไร

ความพ่ายแพ้ของคนในการต่อสู้กับโรคที่มีตลอดมา ล้วนแล้วเกิดจากความไม่รู้ ในสิ่งที่ตนเองเป็น ว่าแท้จริงแล้วคู่ต่อสู้คืออะไร

เมื่อไม่รู้ จึงมุ่งมั่นหาหนทางการหายโรคด้วยวิธี พึ่งผู้อื่นมาตลอด ไม่ว่า พึ่งยาเคมี พึ่งหมอผี หมอเข้าทรง องค์เจ้า หรือ พิธีกรรมต่างๆ ... ผลสุดท้าย ก็ไม่มีใครแม้นแต่สักคนเดียวที่ประสพความสำเร็จ

หลายคนจะแย้งว่า ก็แล้วที่หายออกมาหล่ะ รอดตายหล่ะ นั่นไม่ใช่หายหรือ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่ นั่นเป็นเพราะผู้นั้นยังไม่หมดพรหมลิขิตต่างหาก สิ่งที่เป็นมีวันเวลา เมื่อครบเวลาก็จากไป

หากเป็นช่วงเริ่มต้น ไปทางไหนก็รักษาไม่หาย ก็อ้างหมอไม่ดี หมอไม่เก่ง ไม่ถูกกับยา จนเวลาใกล้จบ บังเอิญไปเจอกับหมอไหนไม่รู้ อาการที่เป็นก็หายไป จิตก็ไปจับเลยว่า หมอนั้นดี หมอนั้นเก่ง ยานั้นดี แล้วผูกพันฝากชีวิตไว้กับหมอผู้นั้น มโนภาพเลยว่า ในอนาคตหากเป็นอะไร หมอผู้นี้ต้องช่วยตนได้อย่างแน่นอน เหมือนครั้งนี้ ... รูปรอยนี้จึงเรียกหมอเหล่านั้นว่า ผู้ที่หากินกับพรหมลิขิตมนุษย์ แต่แท้จริงแล้ว ช่วยไม่ได้เลย

บทสรุปจึงมาดูกันที่คำว่าโรค ในความหมาย หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า จำกัดวงเฉพาะโรคตาย คือ เป็นแล้วทำให้ตาย ส่วนโรคอย่างอื่น เรียกว่า โรคผ่าน อย่างไรเสียเมื่อครบวันเวลามันก็ผ่าน เมื่อบรรดาหมอทั้งหลายเจอโรคผ่าน ก็คุยโวได้ทั้งนั้น หากแต่เมื่อเจอโรคตาย ... ก็ไม่สามารถช่วยได้แม้นแต่คนเดียว

เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า เพราะภูมิปัญญาของมนุษย์ฺมีจำกัด คิดว่าโรคคือโรค แต่ด้วยภูมิปัญญาของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ชี้ให้เห็นว่า ต้นเหตุที่แท้จริง คือ กรรม ... ต่างหาก

เมื่อไม่มีมนุษย์คนใดรู้เรื่องกรรม จึงไม่มีมนุษย์ผู้ใด ที่จะช่วยให้เราท่านหายโรคได้ สิ่งที่ทำก็เป็นการแก้ปัญหาแบบสุกเอาเผากิน หลอกคนไข้ไปวันๆเท่านั้นเอง

ยกตัวอย่าง เป็นมะเร็ง แล้วปวด ก็ได้แต่ให้กินยาหรือฉีดยาระงับปวด เมื่อไม่ปวด คนไข้ก็นึกว่าดีขึ้น หากแต่ความเป็นจริง มะเร็งก็ยังเหมือนเดิม หรือ อาจจะรุนแรงกว่าเดิม เมื่อหมดฤทธิ์ยา ความปวดจึงกลับมาเหมือนเดิมนั่นเอง

อาศัยภูมิปัญญาของพระภูมี หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เราท่านกำลังเผชิญอยู่ มีอะไรบ้าง นั่นคือ รู้คู่ต่อสู้ก่อน จึงจะสามารถแก้ไขได้ อย่างแรกก็คือ ต้นเหตุที่มาของโรค นั่นก็หนีไม่พ้น กรรมที่เราท่านทำมาในอดีตนั่นเอง

อย่างที่สองที่กำลังเผชิญก็คือ โรคที่เป็นปลายเหตุ หรือ รูปธรรมของกรรม ที่เกิดกับตัวตนของเราท่าน

แถมยังมีดาบซ้ำซ้อนลงรุมกินโต๊ะด้วยความไม่รู้อีก นั่นคือ การทานยาเคมี

แลสิ่งสุดท้ายที่สำคัญยิ่ง ที่เป็นแรงบวกอันมหาศาล นั่นคือนิสัยของเราท่าน ที่กำลังก่อกรรมเพิ่มทวีคูณ

สิ่งเหล่านี้กำลังรุมกินโต๊ะ หากแต่ปัญหาไม่ได้เกิดแต่เพียงกาย ที่กำลังทรุดโทรม กรรมมันมีอำนาจ ชาญฉลาด ยังทำลายใจ ทำลาย วาจา ของผู้เป็นไปหมดสิ้น ก่อนกายเสียอีก

จึงจักเห็นได้ว่า คนบางคนแม้นเพิ่งจะเริ่มมีอาการ หากแต่พอรู้ว่าตนเป็นมะเร็ง ปากก็พร่ำบ่น แย่แล้ว ตายแน่ ไม่รอดแน่ จิตใจก็หดหู่ ห่อเหี่ยว ไม่เป็นอันทำอะไร นั่งซังกะตายรอวันตาย

เมื่อมาเรียนรู้ศาสน์ของพระภูมี นั่นก็หมายความว่า เราท่านติดอาวุธ สามารถสู้ศึกทุกด้านได้อย่างถูกต้อง

ด่านแรก วิทยากรมักอบรมให้ฟังเสมอ แลหลวงพ่อนิพนธ์ก็ย้ำนักย้ำหนา นั่นคือ หยุดมหันตภัย จากยาเคมีลงเสียก่อน ตัดกำลังหลักที่ทำร้ายร่างกายออกเสีย เพราะธรรมชาติของร่างกาย ปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ด้วยมันย่อยไม่ได้ กำจัดได้ก็น้อย ส่วนที่เหลือตกค้างในร่างกาย จึงทิ้งปัญหาให้อย่างมากมาย

ด่านที่สอง หยุดพฤติกรรมที่ผิด แล้วหันมาใช้พฤติกรรม หรือ นิสัยพระพุทธเจ้าเป็นบางสิ่งบางอย่าง เช่น ความไม่โกรธ เน้นการให้สุขแก่ผู้อื่น เพื่อให้สุขย้อนกลับมายังตน

ด่านที่สาม ก็เรียนรู้วิธีการสร้างบุญ ด้วยการฟังจากหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วทำตาม ซึ่งมักจะเป็นเรื่องที่ผิดแผกไปจากความรู้เดิมที่มีอันมหาศาล จึงต้องปรับตัวขนานใหญ่

แล้วจึงเหลือคู่ต่อสู้ตัวต่อตัว นั่นคือ โรค โดยสู้ด้วยสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมาให้

องค์ความรู้เท่านั้น จึงจะทำให้เราท่านเดินถูก และชนะได้เมื่อทำตามความรู้ที่ถูก

เมื่อเห็นหนทางชนะ วางชีวิตเชื่อมั่นในพรหมลิขิต จิตใจก็ปลอดโปร่ง ไม่ถึงที่ตาย ไม่วายชีวาวาตแน่ ใจไม่ตก ใครถามว่าเป็นอะไร ปากก็บอก สบายดี หายแล้ว ทำตัวเหมือนปกติ ยืนหยัด รอเวลาด้วยใจเย็น เพราะรู้ว่าถึงเวลาก็ต้องจบ ไม่เร่งวันเร่งคืน ตามใจตน เพราะเร่งให้ตาย มันก็ไม่เร็วขขึ้นตามใจหรอก

หลวงพ่อนิพนธ์เน้นย้ำว่า คู่ต่อสู้คือ กรรม เป็นของจริง มีอำนาจเหนือมนุษย์ การจะต่อสู้ ก็ต้องใช้ทุกสรรพสิ่งที่มี จริงจัง จึงจะกอบกู้ชีวิตกลับมาได้ เพราะถ้ากรรมเขาไม่แน่จริง ก็คงไม่สามารถปกครองมนุษย์ทั้งโลกได้หรอก ผู้ที่จะชนะ จึงต้องมีขันติ อดทน ยืนหยัด ... ถึงจะยาก แต่ก็ทำได้

หากไม่ให้ความสำคัญในการทำตามคำสอน หลวงพ่อนิพนธ์ก็บอกย้ำเสมอว่า อย่ามาเสียเวลาเลย ไม่มีทางหรอก แลถึงแม้นจะโชคดี หายจากโรคที่เป็น แต่เมื่อกรรมมันยังอยู่ หายโรคนี้ก็ไปตายด้วยโรคอื่น หากโรคทำให้ตายช้าไป ก็เล่นให้เกิดอุบัติเหตุแทน ผลก็คือ ไม่รอดอยู่ดี จะมาให้เสียเวลาทำไม ไปในสิ่งที่ตนเองชอบดีกว่า เพราะคนมาก็ไม่ได้ คนทำให้ก็ไม่ได้ ด้วยผลของการทำการช่วยมันไม่เกิดนั่นเอง

อยากจะหายโรค บทสรุป ที่จะต้องพึงมีสำหรับคนผู้นั้น คือ ความกล้าในการหักดิบยาเคมี การฝืนนิสัยตนแล้วทำนิสัยพระพุทธเจ้าบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาแทน การสร้างบุญ และสุดท้าย ก็ต้องมีความขันติ อดทน ยืนระยะในการทานสมุนไพร ... มองแล้วมันยาก แต่ทำได้

หากทำได้ ก็สบายใจได้เลย ไม่ตายแน่ ไม่ว่าโรคอะไร หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ขอเพียงไม่ใช่พรหมลิขิต จบแน่ๆ หายแน่ๆ

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

ขอบคุณๆ


ในวันรับพระราชทานรางวัลเทพทอง คณะกรรมการได้จัดเลี้ยงฉลองให้แก่หลวงพ่อนิพนธ์

เรียกว่าโอกาสอย่างนี้หายาก ดังนั้น หลายคนจึงอยากจะเป็นเจ้าภาพในการเลี้ยงฉลองนั้น

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงดำริว่า คงเป็นการยากที่จะเลือกให้ใคร แลเห็นว่า ในอนาคต กำลังมีโครงการสร้างอาคารผู้ป่วยมะเร็ง ดังนั้น กรรมการท่านใด อยากจะเป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงนี้ ก็ถือเป็นว่าให้โอกาสทุกคน หากแต่เงินที่เกินมานั้น ก็จะเปลี่ยนเป็นกองทุนในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยมะเร็ง

ก็ได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการที่ไป สมทบกันมาเป็นกองทุนเบื้องต้นกันถ้วนหน้า

และเมื่อในวันงานรำลึกคุณแม่ชีเมี้ยน ก็ยังได้เหล่าดาราศิลปิน ที่มีใจอยากจะช่วยมูลนิธิ อุทิศเวลามาทำการแสดง ร้องเพลง ให้คนป่วยได้ฟัง และรับบริจาค โดยไม่คิดค่าเสียเวลา และรวบรวมเงินที่ได้ มาเข้ากองทุนในการสร้างอาคารผู้ป่วยมะเร็งด้วยกัน

ดาราหลายท่าน ก็อาจจะเห็นหน้ากันมาหลายปี บางท่านก็เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรก แต่ทุกคนก็กล่าวว่า เต็มใจ และดีใจ หากปีหน้ามีโอกาส ก็จะกลับมาช่วยกันอีก จึงขอขอบคุณไว้ ณ. ที่นี้ แทนสมาชิกของชมรมคนรักสุขภาพ

หลวงพ่อนิพนธ์จึงให้คำพรว่า ไม่มีการทำสิ่งใดดีไปกว่าการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ การมาของพวกท่านมาด้วยใจ ที่นี่ไม่มีอะไรตอบแทน ก็ขอขอบคุณด้วยใจ และให้ภูมิใจว่า สิ่งที่ทำจะเป็นบุญอย่างแน่นอน เพราะอาคารที่สร้าง จะมีผลต่อมนุษย์ผู้ทุกข์ยาก ได้เป็นทางเลือก

ในขณะที่เพื่อนๆ กำลังถ่ายรูปกับหลวงพ่อนิพนธ์ ดาราอีกท่าน คือ คุณทัน ซึ่งมาหลายปีติดแล้ว ก็ยังติดพันอยู่บนเวที หาเงินสมทบทุน ไม่ยอมเลิก จนชวดได้ถ่ายรูปกับหลวงพ่อนิพนธ์ ...

หลวงพ่อนิพนธ์ ทิ้งท้ายแก่เหล่าดาราเหล่านี้ว่า เรื่องเหล่านี้ต้องช่วยกัน ทำคนเดียวไม่ได้ ใครมีความสามารถทางใดก็มาร่วมด้วยช่วยกัน พวกท่านมีความสามารถทำให้จิตใจของผู้ป่วยเบิกบาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจิตใจมีผลต่อสุขภาพ เป็นอย่างมาก หากมีโอกาสในอนาคตก็มาช่วยๆ กัน ... เพราะพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า บุญเกิดจากเพื่อนมนุษย์ และที่สำคัญ โดยเฉพาะมนุษย์ผู้ทุกขเวทนา ที่นี่จึงเป็นแหล่งบุญ เพราะจะเป็นที่รวมคนทุกข์ไว้

ขอขอบคุณเหล่าศิลปิน ดารา เหล่านี้อีกครั้ง ... ท้ายสุด ขอบุญรักษา

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

ม่านกำลังจะเปิด


ย้อนหลังเมื่อครั้งถ้ำกระบอก แม่ชีเมี้ยนได้สร้างแนวทางในการดำเนินกิจกรรมไว้ให้

นั่นคือ การไม่เรียกเงินทองจากคนไทย หากแต่อนุญาติให้สามารถระดมทุนจากต่างประเทศได้ จึงเป็นที่มาของการหาทุนจากอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ... ในสมัยนั้น เพื่อใช้ในการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด

มาวันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์เริ่มจะเห็นเค้าลางของทางดังกล่าว จึงเล็งเห็นว่านโยบายเดียวที่จะทำให้กิจกรรมนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ก็ควรเดินตามแนวทางที่แม่ชีเมี้ยนเขียนไว้ นั่นคือ ใช้หลัก โลกล้อมประเทศ

นั่นคือ การสร้างผลงานให้ชาติมหาอำนาจยอมรับ แล้วกลับมากดดันประเทศไทยให้ยอมรับนั่นเอง

จากจุดเริ่มในปัจจุบัน ที่มีครอบครัวคนไทยในอเมริกา ที่พ่อแม่ของเขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หากแต่ได้ข่าวก็บินมารักษาตัวจนหาย แล้วอุทิศตนเป็นกรณีศึกษา เพื่อส่งผลงานของชมรมเข้าประกวดโครงการของโทรทัศน์ CNN

ตอนนี้ผ่านการพิจารณาขั้นต้นแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินรอบสุดท้าย หากได้รับการคัดเลือก ชมรมก็มีทุนที่จะซื้อเครื่องจักรเพื่อที่จะแปรรูปสมุนไพร เพื่อให้คนป่วยได้มีทานอย่างเต็มที่ตลอดปี

เหมือนฟ้าบันดาล ตอนนี้มีกรณีศึกษาที่เรียกว่าสามารถใช้เป็นตัวอย่างแนวทางในการฟื้นฟูตนด้วยสมุนไพร ไม่ว่า คนไข้จากสหรัฐ ฝรั่งเศส ลาว สก๊อตแลนด์ อิตาลี ที่เป็นกรณีสุดๆในประเภทของโรคนั้นๆ เดินทางมาใช้แนวทางนี้ แล้วอุทิศตนที่จะเป็นกรณีศึกษา ยอมให้ถ่ายทำวิดีโอ และนำหลักฐานทางการแพทย์ทุกอย่างมารวบรวมเก็บเป็นหลักฐาน

นั่นหมายความว่า ในอีกไม่ช้า ก็จะใช้กรณ๊เหล่านี้ เพื่อเสนอของบจากต่างประเทศ ผนวกเข้ากับการได้รับรางวัล และประวัติในอดีต ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก

หลังจากรางวัลเทพทองนี้ คณะกรรมการกำลังเดินเรื่องในระดับเอเซีย นั่นคือ แมกไซไซ และหากการฟื้นฟูกลุ่มคนกรณีศึกษาดังกล่าวประสพผล ก็จะเสนอขอความสนับสนุนจากกองทุนของ บิลเกต ในอนาคต

ความมุ่งหวังของหลวงพ่อนิพนธ์ นั่นคือ การที่จะใช้โลกบีบให้ประเทศไทยออกกฎหมายยอมรับ และสามารถใช้สมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เป็นทางเลือกหนึ่งในการฟื้นฟูตน นั่นคือ มีศูนย์กระจายไปทั่วประเทศ และแจกจ่ายฟรีแก่คนไทย ให้มีทานอย่างเต็มที่เหมาะสมกับอาการที่เป็น

หลังจากวันงานรำลึกคุณแม่ชีเมี้ยน ก็คงจะรู้ว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ หากได้ นั่นหมายความว่า เป็นโอกาสที่คนป่วยหนักในโรคมะเร็ง ไต เอดส์ ... จะเป็นกลุ่มที่ได้โอกาส ในการฟื้นฟูตน นั่นย่อมหมายความว่า คนกลุ่มนี้ ต้องเป็นผู้ที่ยอมเสียสละ ในการเป็นกรณีศึกษาด้วยเช่นกัน

ความมุ่งหมายของการทำเช่นนี้ ไม่ได้มุ่งหวังที่จะหาชื่อเสียง หากแต่ทำให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาส มีทางเลือก ที่สำคัญ มีทุนในการดำเนินกิจกรรม เพราะหากรอคนไทย รัฐบาลไทย คิดว่าคงเป็นไปได้ยาก และยิ่งเรื่องกฎหมายด้วยแล้ว ทางเลือกสมุนไพร ไม่มีทางได้เกิดแน่

นัยยะกลายๆ นั่นหมายถึง คนที่มีใจอยากช่วยเพื่อนมนุษย์ ก็สามารถมาเรียนและนำไปช่วยคนได้ เพราะมีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่หมอสมัยใหม่ รักษาคนไข้ คนไข้ตายไม่ติดคุก หากแต่มาใช้ทางเลือกนี้ คนไข้คนนั้นหมดอายุขัย แล้วไม่รอด คนที่ช่วยติดคุก ใครหน้าไหน คนรุ่นใหม่ที่มีใจ คนไหนจะอยากมาเรียน มาทำ เพราะเงินก็เรียกไม่ได้ แถมมีคุกรออีก

ใครจะมองว่า วันงานเป็นวันธรรมดา ก็ตามแต่ แต่เราคิดว่าวันนี้คือวันวัดชะตาคนไทย ว่าจะยังพอมีวาสนาหรือไม่

คำของแม่ชีเมี้ยนก่อนละสังขาร จึงยังคงก้องในหูเราเสมอ ว่า เมื่อท่านข้ามไปแล้วจะหันมามองว่า สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ให้ในแผ่นดินไทย มีความหมายกับผู้ใดบ้าง

เราท่านจึงได้ยินหลวงพ่อนิพนธ์ชักชวนให้ความสำคัญในวันนี้ เพราะเป็นเหมือนวันสอบ ด้วยการมารวมตัวกัน แล้วแสดงให้แม่ชีเมี้ยนเห็นว่า คนไทยยังอยากได้สิ่งนี้ไว้ในแผ่นดินนั่นเอง

หากสอบไม่ผ่าน หลวงพ่อนิพนธ์ก็บอกว่าตัวใครตัวมัน นั่นหมายถึง รอวันปิด เพราะเมื่อแม่ชีเมี้ยนไม่อนุญาติ ขืนทำไปก็เดินรอยกลายเป็นถ้ำกระบอก ๒ อย่างแน่นอน

หากแม่ชีเมี้ยนให้ หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า อย่าว่าแต่แมกไซไซเลย แม้นโนเบลก็ต้องให้ ... รอดูกัน

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

สมุนไพรมะพร้าวสำคัญไฉน

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ในการต่อสู้กับโรค โดยเฉพาะมะเร็ง ที่จะพบว่าช่วงท้ายของการเป็นมะเร็งนั่นคือ การกระจายของเชื้อไปทั่วร่างกาย ก่อให้เกิดอาการปวด ทรมาน

ความหมายก็คือ มะเร็งไม่ใช่โรค หากแต่เป็นเซลล์ เมื่อถึงระยะเวลา เซลล์เหล่านั้น ก็จะกระจายไปยังระบบเลือด ระบบน้ำเหลืองนั่นเอง

อวัยวะที่สำคัญในการต่อสู้กับมะเร็ง จึงอยู่ที่ไต ที่จะต้องมีความสามารถคัดกรอง และแยกเชื้อหรือเซลล์เหล่านี้ออกจากร่างกาย

การฟื้นฟูสภาพของไต รวมทั้งกระตุ้นให้ไตทำงานได้อย่างเต็มที่ ก็ด้วยการทานสมุนไพรมะพร้าว ดังนั้น ผู้ที่เป็นมะเร็ง จึงจำเป็นต้องทานสมุนไพรมะพร้าวเรียกได้ว่า ควรจะต้องทานทุกวันได้ยิ่งดี

หากหลังวันงานรำลึกคุณแม่ชีเมี้ยน แล้วได้รับอนุญาติให้เปิดคอร์สสู้มะเร็ง มะพร้าวจึงเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ในการฟื้นฟู

และเมื่อทานสมุนไพรมะพร้าวได้ที่ การปัสสาวะ หรือการถ่าย ก็จะมากกว่าปกติ เรียกว่า ต้องรีดเชื้อ หรือ เซลล์เหล่านี้ออกให้มากที่สุด

สำหรับท่านที่ทานยาก ก็อาจจะต้องเริ่มจากการทานวันเว้นวันไปก่อน

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า โรคหลายโรค มักมีจุดเริ่มจากความเสียหาย ของไต หรือ ไตมีรูรั่ว ทำให้มีสารหรือเชื้อโรคหลุดเล็ดรอด ไปไหลเวียนและทิ้งตัวในร่างกาย จึงไม่แปลกว่า ทำไมจึงต้องให้ทุกคนทานสมุนไพรมะพร้าว เพื่อฟื้นฟูไตก่อน และยังช่วยฟื้นฟูการสร้างเลือดควบคู่กันไปด้วย

เป็นมะเร็งทานสมุนไพรมะพร้าวไม่ได้ ก็ลำบากแล้ว หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนเสมอว่า ทำใจให้เป็นมิตร เขาเป็นผู้มีคุณ รีบปรับเปลี่ยนจิตใจ ความคิด และร้องขอแม่ชีเมี้ยน พระภูมี ขอให้ทานได้ ... สมุนไพรจึงเหมือนวัดวาสนาอย่างหนึ่ง...

เริ่มแล้ว

วันก่อนหลวงพ่อนิพนธ์เดินออกมาส่งสมาชิกเข้ากระโจม หลังจากสอนเสร็จ เหลือบไปเห็นคนไข้ท่านหนึ่งที่นั่งหน้าประตู ย้อมสีผม หลวงพ่อนิพนธ์จึงหยุดและกล่าวว่า ระวังน่ะ ย้อมมากๆ มันจะทำให้เป็นมะเร็งรู้หรือปล่าว

ทำให้เรานึกถึงคำเตือนที่ท่านมักพูดอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่สิบปีก่อน นั่นคือ การกลับมาของเชื้อโรคที่จะพุ่งขึ้นมา

คอลัมภ์เล็กๆ ของไทยรัฐ ได้ลงข่าวที่เรียกว่าใหญ่สำหรับวงการแพทย์ต่างชาติ แต่บ้านเราก็คงแค่ข่าวผ่านเล็กๆไม่ให้ความสำคัญ นั่นคือ การค้นพบเชื้อไวรัส ที่เป็นเชื้อร้ายแรง ไม่เคยพบมาก่อน หากแต่เชื้อนี้ถูกความเย็นกักเก็บไว้ในพื้นแถบไซบีเรีย แต่เนื่องจากสภาวะโลกที่ร้อนขึ้น ทำให้เชื้อนี้หลุดออกมา

ท้ายข่าว ได้ลงความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ว่า คาดการณ์ว่า จะมีเชื้อโรคลักษณะเช่นเดียวกันที่จะหลุดออกมาอีกในอนาคต อย่างแน่นอน ที่สำคัญคือเชื้อเหล่านี้มักจะก่อให้เกิดโรคร้ายแรง

ย้อนไปยังคำเตือนของหลวงพ่อนิพนธ์ที่กล่าวเสมอว่า เมื่อถึงวันเชื้อที่จะอุบัตินี้ จะก่อให้เกิดโรคที่สามารถแพร่ไปตามอากาศ ร้ายแรงกว่าวัณโรค

นี่แหละที่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ดีเดินตรอก เพราะไปไหนมาไหนไม่ได้ กลัวโรค ต้องจำกัดพื้นที่ ในขณะที่ขี้คลอกเดินถนน ก็คือคน ที่ทนกับวินัยของการใช้สมุนไพร ทำให้ร่างกายปรับสภาพรองรับเหตุที่จะเกิดนี้ได้ จึงไปไหนก็ไม่ต้องกลัว เดินถนนได้ ไม่ต้องปิดปาก ... กลัวเชื้อเหล่านี้

เราท่านจึงได้ยินหลวงพ่อนิพนธ์กล่าวเสมอว่า การทานสมุนไพร หาใช่ทานเพื่อปัจจุบัน แต่เป็นการทานเพื่ออนาคตอีกด้วยนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

ขยะมนุษย์

วิทยาการของมนุษย์ที่กำลังเฟื่องฟู นั่นคือ การนำสิ่งที่ใช้แล้วหรือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ หากแต่ก็ทำได้เฉพาะสิ่งของ สิ่งที่มนุษย์ไม่เคยทำให้กลับมาได้เลยนั่นคือ ตัวมนุษย์นั่นเอง

นี่แหละคือความสำคัญของศาสนา ที่อุบัติเพื่อทำให้มนุษย์ที่ไร้ค่า หรือ เป็นขยะของสังคม กลับมามีประโยชน์คืนกลับสังคมอีกครั้ง แถมยังคืนกลับมาไม่เพียงเฉพาะเป็นบุคคลที่มีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรค หากแต่ยังเป็นบุคคลที่ถึงพร้อม ที่จะทำความดีด้วย

ศาสนาของพระภูมี จึงจำกัดความจำเป็นเฉพาะเรื่องของชีวิต เป็นทางเลือกให้คนได้พิจารณาแล้วทำตาม จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับทุกผู้ทุกนาม นั่นคือ ถึงไม่มีศาสนาของพระภูมี คนทั่วไปก็ดำรงอยู่ได้ปกติ ตามหรหมลิขิต

เรื่องของศาสน์ จึงเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่อยากเดินตามพรหมลิขิต แลัวหันมาใช้ธรรมลิขิต เพื่อเปลี่ยนตนโดยเฉพาะคนที่มีสภาพเป็นดุจขยะมนุษย์ ทำอะไรไม่ได้ ด้วยถูกโรครุมเร้า แล้วรอวันเพราะไม่มีแนวทางที่จะต่อสู้

ผลของศาสน์ ที่เป็นจุดประสงค์หลัก จึงเน้นที่การเป็นปูชนียบุคคล ด้วยหลักแห่งการให้สุขผู้อื่น แล้วสุขนั้นจะย้อนกลับมาหาตน

วันนี้ ทางเลือกสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน กำลังถูกพิสูจน์ ให้โลกเห็นว่าเป็นของจริง หรือเป็นเพียงปาหี่

เพราะคนไข้ต่างชาติเริ่มจะได้ยินคำเล่าขาน และมาลองแนวทางนี้ หากแต่ละคนที่มา ล้วนแล้วแต่ถึงทางตันทางเทคโนโลยีปัจจุบัน

คนไข้จากฟิลาเดลเฟีย เป็นสตรีที่มีฐานนะ ผ่านการผ่าตัดมา ๓ ครั้ง และการวินิจฉัยครั้งล่าสุด พบว่ากระจายไปทั่ว ไม่สามารถผ่าตัดได้ หมอกำหนดวันเวลาไม่เกิน ๓ เดือน ความรักภรรยา สามีทุ่มเทหมดเงินไปกว่าร้อยล้าน เรียกว่าโรงพยาบาลในสหรัฐที่ไหนสุดยอด หมอที่ไหนว่าดีไปมาหมดแล้ว มาวันนี้ ก็ทำใจ แม้นภรรยาไม่หายก็อยากให้อยู่แบบไม่ทรมาน และนานที่สุดเท่าที่จะทำได้

พร้อมกันข้อเสนอที่มอบให้แก่หลวงพ่อนิพนธ์ เพราะสามีท่านนี้ ได้เก็บข้อมูลประวัติของภรรยา และถ่ายวิดีโออาการของภรรยาตั้งแต่เริ่ม มาจนทุกวันนี้ และจะจัดเก็บข้อมูลระหว่างใช้ทางเลือกสมุนไพร เพื่อให้หลวงพ่อนิพนธ์ใช้เป็นประโยชน์ในการสร้างกำลังใจให้แก่คนป่วยมะเร็งรุ่นหลัง เพราะคิดว่ากรณีของเขาก็เรียกว่า สุดยอดมะเร็ง เช่นกัน

รายต่อมาเป็นคนไข้จากฝรั่งเศล ที่ได้รับคำแนะนำมาจาก เจ้าของลาว ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งและรักษาจนหาย หากแต่ได้รับการร้องขอจากหลวงพ่อนิพนธ์ว่า ห้ามบอกใคร จนกระทั่งหุ้นส่วนฝรั่งเศสที่ร่วมกันทำธุรกิจมาช้านาน แถมยังมีทายาทรุ่นหลังที่เกี่ยวดองแต่งงานกัน มาประสพปัญหามะเร็งเช่นกัน แล้วก็ผ่านการรักษาด้วยแผนปัจจุบัน จนเฉกเช่นชาวอเมริกัน นั่นคือ หมอบอกรอวัน เจ้าลาวจึงแนะนำให้บินมาหาหลวงพ่อนิพนธ์

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวถึงคนไข้ที่เป็นเจ้าลาวให้ฟังว่า หลายคนมักโอดครวญว่า บ้านอยู่ไกล ไปมาลำบาก แต่ดูเจ้าลาวท่านนี้ บินจากลาวมาทุกสัปดาห์ ไม่เคยขาด ไม่เคยบ่นว่าทางไกล จากที่ประกาศขายธุรกิจโรงแรม เพราะสุขภาพไม่อำนวย จนกลับไปขยายธุรกิจได้จนทุกวันนี้ นี่แหละเหตุแห่งความสำเร็จ นั่นคือ การให้ความสำคัญเรื่องของชีวิต สู้ และให้ความสำคัญ หายแล้วจะกลับไปทำอะไรก็ตามใจ ไม่มาก็ไม่เป็นไร

คนป่วยอีกท่าน เป็นชายสูงอายุ ผ่านการรักษามาโชกโชน จนจบคอร์สคีโมล่าสุด ด้วยสภาพที่สะบักสะบอม เดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น หมดบอกว่าอยากให้เข้าคอร์สคีโมอีกครั้ง แต่ลูกสาวปฏิเสธ แล้วพามาหาหลวงพ่อนิพนธ์ ดูก็ปกติพบเห็นทั่วไป หากแต่ลูกสาวเขาคือหมอใหญ่ของโรงพยาบาลระดับประเทศ ติดต่อและพาพ่อมาด้วยตนเอง...

จึงไม่น่าแปลกที่หลวงพ่อนิพนธ์มักกระเซ้าเราท่าน เพราะคนทั่วไปเป็นอะไรวิ่งไปหาหมอ หากแต่เมื่อหมอมีปัญหากลับวิ่งมาหาท่าน ...

ขยะมนุษย์เหล่านี้ นี่แหละคือ เป้าหมายของทางเลือกสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เพื่อแปลกลับไปเป็นคนที่ดีมีคุณภาพคืนกลับไปสังคมอีกครั้ง

กรณีเหล่านี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่า ธรรมคำสอน และบัญญัติของพระภูมี มีจริง ใช้ได้จริง ความไม่มีโรค ทำได้ หากแต่ ใครทำ ใครได้

เมื่อเป็นของจริง เป็นที่สุดของโลก แต่ละกรณีที่มา จึงล้วนแล้วแต่สุดๆ

หากกรณีเหล่านี้ผ่านไป หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า นั่นหมายความว่า ถึงเวลาแล้วที่หลักของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา จะต้องหยิ่ง เป็นฝ่ายเลือกบ้างแล้ว นั่นหมายความว่า คนที่จะเข้าเกณฑ์ให้ความ่ช่วยเหลือกอบกู้ชีวิต ต้องมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ของพระภูมี และแน่นอน ไม่ได้ดูจากความร่ำรวยหรือยากจน

สถานที่นี้ไม่ใช่ไก่รองบ่อน นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป เห็นเป็นของฟรี เมื่อไหร่ก็ได้ ... มานั่งทำหน้าเบื่อ นั่งหลับ นั่งอ่าน นั่งเล่น นั่งคุย ... ถึงเวลาที่จะไล่คนเหล่านี้ออกไป เพราะเมื่อไม่ชอบ ไม่ทำ ก็ไม่ต้องมา ไม่เสียเวลาทัี้งสองฝ่าย

โรงงานรีไซเคิลขยะมนุษย์ ใกล้จะเริ่มเปิดตัวแล้ว หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ตอนนี้พร้อมแล้ว จะเริ่มไล่ไปตั้งแต่ กลุ่มมะเร็ง กลุ่มยาเสพติด กลุ่มโรคเอดส์ ก่อน ... เพราะมีสถานที่ที่เหมาะสมเตรียมไว้แล้ว ... แล้วก็จะค่อยขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

จึงไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยเตือนเหมือนเก่าแล้ว เพราะกรรมการเขาดูเอง แล้วก็จะเลือกเอง วันใดที่กรรมการเขาคัดออก ก็ไม่ต้องโทษใคร เพราะท่านทำเอง เลือกเอง ...

เคล็ดที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นในการหายโรค ซึ่งมีเหตุที่มาแห่งกรรม นั่นคือ ต้องหายด้วยสัมมาปฏิบัติเท่านั้น เรียกว่าจึงจักเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ ... นอกนั้นได้แต่หวัง แต่ไม่มีวันเป็นจริง

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

เปิดหน้าเล่น

วันที่ ๑๑ มีนาคม ศกนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ก็จะเข้ารับพระราชทานรางวัลเทพทอง จากในหลวงเป็นกรณีพิเศษ ในฐานะผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม

หลวงพ่อนิพนธ์จึงดำริว่า อย่างน้อยก็เป็นเครื่องการันตีว่า กิจกรรมที่ทำอยู่เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ ดังนั้น หากวันที่ ๑๘ มีนาคม ศกนี้ แม่ชีเมี้ยน อนุญาติให้ทำต่อ ก็จะเปิดหน้าเล่น นั่นคือ ไม่สนใบประกอบสถานพยาบาลแล้ว อะไรจะเกิดก็เกิด

นั่นคือ จะเปิดรับคนไข้ เริ่มจาก คนไข้มะเร็งที่อาการสาหัส ให้เข้าพักฟื้นฟูตนเอง เพราะพิจารณาแล้วว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศแล้ว ด้วยจำนวนคนป่วยที่มากจนแซงเป็นอันดับหนึ่งในการตายแล้ว

เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่คน ที่ต้องการ

หากเป็นไปตามนั้น คนไข้กลุ่มแรก ก็คือ คนไข้จากสหรัฐ ที่เตรียมตัวบินมาพักฟื้นตัว รวมกับคนไทยกลุ่มหนึ่งที่หลวงพ่อนิพนธ์จะเป็นผู้คัดสรรเอง จากคุณสมบัติ

ในการนี้ ผู้ป่วยสหรัฐ ได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะประวัติการรักษา ที่แจ้งแก่หลวงพ่อนิพนธ์ว่า ผ่านการผ่าตัด มา ๓ ครั้งแล้ว จนกระทั่งครั้งที่ ๔ หมอแจ้งว่า การผ่าตัดไม่สามารถทำได้ เพราะเชื้อมะเร็งได้กระจายไปทั่วแล้ว อีกทั้งการทำคีโม ก็ไม่ให้ผลแล้ว

ผู้ป่วยและกลุ่มติดตาม จึงไม่เพียงมาเพื่อรักษาเพียงอย่างเดียว หากแต่เพื่อเก็บเป็นข้อมูลตามหลักวิชาการ เพื่อนำเสนอผลการรักษาด้วยวิธีสมุนไพรแม่ชีเมี้ยนด้วย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ คนไข้คนไทยที่จะเข้าคอร์สนี้ด้วย ก็ต้องเตรียมเอกสาร เฉกเช่นเดียวกัน เพื่อนำข้อมูลนี้ไปประกอบในการขอทุนจาก กองทุนของบิลเกต ในโอกาสต่อไป

เมื่อจะเปิดหน้าเล่น หลวงพ่อนิพนธ์จึงย้อนอดีตถ้ำกระบอกให้ฟังว่า แม่ชีเมี้ยนทรงตรัสว่า หากจะลดระยะเวลในการฟื้นฟูตน และให้ผลที่เฉียบขาด ก็จำเป็นต้องใส่นางพญาสมุนไพร เพื่อกระตุ้นฤทธิ์ของสมุนไพรทุกตัว

นั่นจึงหมายความว่า คนไข้กลุ่มนี้ ก็จะกลายเป็นคนไข้กลุ่มแรกที่จะได้อานิสงฆ์อันนี้ เพื่อดูผล

คนไข้มะเร็ง ก็เตรียมตัวและเอกสาร ... โดยเฉพาะพวกที่ระยะของอาการที่เข้าขั้นสาหัส ... ทั้งนี้ พักฟรี กินฟรี สมุนไพรฟรี

แล้วมาดูว่า โชว์ของสมุนไพรพระพุทธเจ้า จะมหัศจรรย์จนโลกตะลึงเพียงใด

หลวงพ่อนิพนธ์ย้ำว่า คุณสมบัติ คือ พฤติกรรม ไม่เกี่ยวกับคนรวยคนจน อย่างแน่นอน และการันตีว่า หากไม่ถึงพรหมลิขิต สู้ถึงฎีกา นั่นคือ โอกาสที่จะรอดและหาย สูงแน่นอน

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

พวกเขาเห็นอะไร

ในขณะที่คนไทย กำลังทำตัวเป็นไทยเฉย แต่หารู้ไม่ว่าคนรอบนอกเขาตื่นตัวขนาดไหน

แค่ใกล้ๆ พื้นที่ ตอนนี้ เรื่องของชมรมคนรักสุขภาพ กลายเป็น talk of the town โจษจันร่ำลือ ในพม่า โดยเฉพาะในคณะรัฐบาลและฝ่ายค้านของพม่า ที่ตื่นตัว และรวมหัวกัน ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่หนึ่งละ

และในวันงานรำลึกคุณแม่ชีเมี้ยน เราท่านอาจจะได้เห็นคณะใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ที่ขออนุญาตหลวงพ่อนิพนธ์บินมาเพื่อคุยความ รวมทั้งนำคนไข้มะเร็งมาให้ทำการรักษา นี่ก็เป็นอีกคณะหนึ่ง

โอกาสเดียวกันนี้ คนไข้ชาวสก็อตแลนด์ ก็จะพาคนไข้บินมารักษาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เมื่อสอบความข่าวคราวที่มา ก็พบว่า คนไข้ที่จะมานี้ เป็นเพื่อนกับโรเบิร์ต วิศวกรชาวสก็อต ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โดยผ่านการผ่าตัดของหมอมาหลายครั้ง จนหมอบอกว่าไม่สามารถผ่าได้อีกและกำหนดว่า คงจะอยู่ได้ไม่เกิน ๓ เดือน ปรากฎว่า คนไข้กลุ่มนี้คือ เพื่อนที่มารับโรเบิร์ตกลับ หลังจากมาฟื้นฟูสุขภาพครบ ๓ เดือน และเห็นว่า โรเบิร์ตแข็งแรง กลับไปทำงานได้ และอยู่อย่างปกติจนทุกวันนี้ จึงติดต่อขอมา

ยังมีคนไข้อีกหลายประเทศ ที่บินมาและรับการรักษาอยู่ แต่หลวงพ่อนิพนธ์ก็ไม่อยากให้เป็นที่รับรู้มากนัก

คนเหล่านั้นเห็นอะไรในที่นี้ ... ลองพิจารณา

ฉะนั้นจงภูมิใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเขียนหน้าประวัติศาสตร์ วันใดที่ลูกหลานได้อ่าน ก็จะบอกพวกเขาได้ว่า เราท่านก็เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์นั้น ... เป็นผู้ทานที่ดี เป็นผู้ให้การสนับสนุน หิ้วมะกรูด มะพร้าว หิ้วขวดมาให้ ในตอนนั้น ... และที่สำคํญ ได้กลายมาเป็นคนดี ตามคำสอนของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา

ที่สำคัญกว่า นั่นคือ ยามใดที่ธรรมคำสอนของพระภูมีองค์ใหม่ ปรากฎ ก็จักภูมิใจได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่หาได้ผิดแผกจากแนวอันนั้นเลย


อย่าประมาท

หลวงพ่อนิพนธ์มักกระตุ้นเตือนให้หาเงินบุญ เก็บสะสมไว้ แม้นว่าวันนี้ ภาพที่ปรากฎของเรายังดีอยู่ก็ตาม

ด้วยเราท่านทั้งหลาย ไม่รู้ว่ามีกรรมอะไรรออยู่ในวันข้างหน้า และที่สำคัญกรรมอันนั้นมันหนักหนาสาหัสสากรรจ์ปานใด

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงอุปมาให้เราท่านเห็นว่า ชีวิตคนเหมือนเดินอยู่บนสะพานแขวน ที่มีกระดานเป็นขั้นๆไว้ให้เดิน เมื่อถึงปล้องกรรมดี กระดานนั้นก็แข็งแกร่ง เดินได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวตกลงไปด้านล่าง

หากแต่เมื่อเจอกระดานของกรรมดีไปนานๆ จนนึกว่า ทางที่จะเดินต่อไป ก็ต้องเป็นกระดานของกรรมดีอย่างนั้นตลอด แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่

เมื่อไปเจอกระดานผุ โชคดี ก็แค่หกล้ม หรือ ร้ายหน่อย พลาดไปเหยียบกระดานทะลุ แต่ก็ไม่ถึงกับตกลงเหว พยุงตัวลุกขึ้นมาได้

หากแต่บางครั้ง กระดานผุพังหลายแผ่นติดต่อกัน กว่าจะผ่านได้ ก็ลำบากหน่อย

หลวงพ่อนิพนธ์บอกว่า กระดานเหล่านี้ คือ กระดานของกรรมดี กรรมชั่ว นั่นเอง มีกรรมเป็นอำนาจกำหนดปล้องหรือขั้นต่างๆ อะไรจะมาแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย นอกเสียจากอำนาจเดียว คือ อำนาจบุญ จากการประพฤติธรรมตามคำสอนของพระภูมีนั่นเอง

อำนาจสมุนไพร ก็เสมือนเครื่องมือ ที่ใช้พยุงตัวให้ผ่านกระดานกรรมชั่ว ผุๆ หากแต่ก็ต้องทุลักทุเล ประคองตัว อย่างไรก็ตาม หากข้างหน้ายังมีสะพานให้เดิน นั่นคือ ยังมีพรหมลิขิต ก็เดินพ้นสะพานผุไปต่อยังสะพานดีได้อย่างแน่นอน นั่นคือ ไม่ตายแน่

หากแต่อำนาจสมุนไพร เป็นเครื่องมือที่เมื่อเราท่านใช้แล้วก็ปล่อยวาง ในขณะที่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า กระดานข้างหน้าจะไม่ผุพังอีก

พระภูมี จึงสอนวิธีสร้างบุญ เพื่อใช้เป็นอำนาจ ซ่อมแซมสะพานที่ผุพังในภายภาคหน้า จะได้ไม่ต้องหกล้ม หรือ ตกสะพาน เดินไปจนสุดราว หรือ พรหมลิขิตได้โดยไม่ต้องกังวล

ความไม่ประมาท จึงไม่ใช่อย่างที่ได้ยิน ได้ฟัง มา หากแต่ความไม่ประมาทที่พระภูมีทรงตรัส คือ การสร้างบุญ ไว้คุ้มครองตนต่างหาก จึงมีบัญญัติ ให้คนที่เชื่อ มาทำตาม ด้วยการกำหนดทุกสัปดาห์ ต้องเสียสละ ละสัมมาอาชีพ มาทำสัมมาปฏิบัติ เป็นบุญไว้เลี้ยงตน

จึงเป็นที่มาของวันพระนั่นเอง

วันพระ จึงเป็นวันที่กำหนดให้มาสร้างพฤติกรรม กาย วาจา ใจ ตามธรรมคำสอน เพื่อเป็นบุญ เอกลักษณ์ที่เด่นชัด นั่นคือ ความสงบ การสวดมนต์ และการให้สุขแก่ผู้อื่น

วัดของพระภูมีในอดีต จึงมีโรงทาน เราท่านเมื่อไปวัดจึงไปเพื่อสละแรงกาย ทำสัมมาปฏิบัติ ทำให้คนอื่น เดินตามรอยบุญ คือ ให้สุขแก่คนอื่น แล้วสุขนั้นจะถึงตน ในขณะเดียวกัน ในเมื่อตัวเราท่านต้องทาน ต้องกิน ก็นำของติดไม้ติดมือ ไปทานกันเอง ส่วนที่เหลือ ก็ทำทานเก็บไว้ในโรงทานให้แก่คนยากไร้ คนที่ไม่มี

การไปหาพระสงฆ์ จึงเป็นคำกล่าวสืบเนื่องมาว่า ไปทำบุญทำทาน

หลายคนที่ไม่มีความรู้เรื่องศาสน์ ก็จะคิดไปว่า ไปทำไม เสียเงินเสียทอง เสียเวลาทำมาหากิน แต่ด้วยการกระทำเยี่ยงนี้เอง ผลบุญที่ได้ทำ ทำให้กระดานผุๆที่รอจะทำให้คนเดินล้มลง แข็งแกร่งขึ้นมา เมื่อไม่ล้ม ก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุแห่งบุญที่ได้ทำนั้นเอง จึงไม่เห็นค่าของการทำบุญ

หากแต่ที่น่าเสียดายไปกว่านั้น บุญของพระภูมี ถูกแอบอ้าง เพื่อหากินกันมากหลาย จนไม่รู้ว่าการทำบุญที่แท้เป็นเช่นไร ผลที่ร้ายกว่านั่นคือ หลงไปทำในบุญปลอมๆนั้นๆ ยามเมื่อชีวิตคับขันต้องการบุญมาเลี้ยงตน ก็หาบุญสักกะผีกมาช่วยไม่ ตายไปจะร้องบอกใครก็ไม่ได้

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงเน้นเสมอว่า บุญของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนชี้ให้เห็น ไม่ได้อยู่ที่วัตถุ อยู่ที่การทำนิสัย และที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องทำที่วัด ทำที่ไหนก็ได้

ก็แล้วความหมายของวัด มีไว้ทำไม หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า วัดคือแหล่งรวมคนทุกข์ และนั่นย่อมหมายถึงแหล่งบุญอันมหาศาลนั่นเอง เมื่อเราท่านไป ก็ทำให้มีโอกาสได้ทำบุญมหาศาล ตามแต่กำลังกาย กำลังความคิดที่ตนมี พูดง่ายๆ ก็ตามกำลังสติของตนนั่นเอง

เมื่อเป็นแหล่งบุญ การกระทำอะไรก็เป็นบุญ แต่หาใช่ได้จากเงินทองไม่ ต้องใช้สติบังคับกาย วาจา ใจ ให้ทำ จึงเป็นบุญ

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงสอนรายละเอียดให้ฟังว่า ให้สาวพุทธประวัติที่มา ที่ไป หากมีผลต่อมนุษย์แล้วไซร้ นั่นแลคือบุญ

วิหาร จะเทียบกับ มะกรูด มะพร้าวสักผลไม่ได้เลย เพราะคนเจ็บ คนทุกข์ ทานสมุนไพรแล้วหายเจ็บ แต่ไปนอนในวิหาร ช่วยอะไรไม่ได้เลย ค่าของ มะกรูด มะพร้าว จึงมหาศาลยิ่งนัก แต่ค่าของวิหาร หาแทบไม่ได้เลย เพราะไม่มีประโยชน์กับผู้ใด

ด้วยความรู้นี้ ทำให้ทราบว่า การสร้างโบสถ์ วิหาร สักเพียงไร ก็หาบุญอันใดไม่ได้เลย เพราะมีประโยชน์กับมนุษย์น้อยมาก ที่สำคัญ ก็แค่วัตถุ

จุดตายของคนทั่วไป หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า มองบุญเป็นเรื่องใหญ่ คือ ใ่ช้เงิน สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร หากแต่บุญของพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องเล็ก เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้

จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนเป็นพันนั่งอยู่ ยามลุกออกไปจากสถานที่นี้ หาคนที่เดินไปปิดไฟ ปิดพัดลม ให้ แทบจะไม่ได้เลย เพราะเขามองว่าการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นบุญนั่นเอง

แต่เมื่อสาวการกระทำไป จักเห็นได้ว่า หากค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ประหยัดได้ กลายไปเป็นค่าสมุนไพร นำไปช่วยคน ได้แม้นสักหนึ่งคน ค่าก็มหาศาลแล้ว เมื่อถามว่าเงินที่ใช้ซื้อสมุนไพรนี้มาจากไหน ก็คือเงินที่คนปิดน้ำ ปิดไฟ เขารักษาไว้ให้ ผลของการปิดน้ำ ปิดไฟ จึงมหาศาลไม่ใช่หรือ เป็นบุญที่แม้นแต่มะเร็งยังกลัว ในขณะที่เงินล้านซื้อมะเร็ง ให้แค่หายปวดยังไม่ได้เลย

คนที่ไม่ประมาท จึงเป็นคนที่พยายามรักษาสติของตนไว้ สอดส่ายสายตา หายุญเพื่อมาเลี้ยงตน พยายามให้สุขแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะนาทีทอง นั่นคือ วันพระที่ได้มานี้เอง เพราะวันนี้ คือวันกอบโกยบุญ

เราท่านจึงเห็นแม่แบบการสร้างบุญ จากหลวงพ่อนิพนธ์ และคนใกล้ชิดที่ทำตาม นั่นคือ ทำทั้งวันไม่รู้จักหยุด ที่สำคัญ ไม่รู้เบื่อหน่าย เพราะรู้ดีว่า นี่แหละวันบุญ ที่จักเก็บไว้เลี้ยงตน ถึงวันนี้ยังไม่มีกรรมมาถึง ก็ตุนไว้ก่อน จึงเรียกว่าคนไม่ประมาท

เพราะฉะนั้นอย่าสงสัยเลยว่า ทำไมสถานที่นี้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงไม่ยอมให้มีวันหยุด เพราะมันคือแหล่งบุญ ที่ไว้หล่อเลี้ยง ลำพังตัวท่าน อาจจะทำมาเพียงพอแล้ว แต่คนที่อยู่ในร่มไม้ชายคา ยังต้องอาศัยบุญเลี้ยงอยู่ จะปิดบ่อบุญได้อย่างไร

ใครคิดมารับแต่สมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงเรียกคนเหล่านั้นว่า มีตาหามีแวว เพราะการมาที่นี่แท้จริงแล้ว ควรมาเพื่อทำตนตามธรรมคำสอน แสวงหาบุญ หากแต่ได้สมุนไพรเป็นของแถมต่างหาก

ภาพที่แท้จริงของวัด จึงเป็นการมาให้หรือมาเสีย มาทำนิสัย หากแต่หลวงพ่อนิพนธ์เรียกการให้ หรือ การเสียนี้ว่า อุปมา กุ้งฝอยตกปลากระพง เสียเพื่อได้ เสียเพื่อจะได้ไม่ต้องตกกระได รถชน หรือ มีมะเร็ง อัมพฤกต์มารอในภายภาคหน้านั่นเอง ...

นั่นคือ ภาพที่เห็นดูเหมือนจะเสีย แต่ความจริงคือได้กำไรมหาศาล

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

พลุ


หลายคนมาที่นี่ ต้องการหายา และด้วยความคุ้นเคย จากยาเคมีที่ทาน นั่นก็คือ สรรพคุณที่ปัจจุบันทันด่วน

นั่นเป็นความอยากที่ไม่มีวันสมปรารถนา เมื่อมาใช้แนวทางนี้ เพราะการทำหน้าที่ของสมุนไพรนั้นเฉกเช่นเดียวกับอาหารที่ทาน

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวเสมอว่า สมุนไพรไม่ใช่ยา หากแต่เป็นวัตถุดิบ ที่ร่างกายจะนำไปใช้สร้างเป็นยา เฉกเช่นเดียวกับอาหารที่เป็นวัตถุดิบ ที่ร่างกายนำไปสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

ดังนั้น การทานสมุนไพร จึงคล้ายคลึงกับอาหาร ทานมากกว่าร่างกายต้องการ ก็สะสมเก็บไว้ใช้ในยามขาดแคลนได้

ที่สำคัญเฉกเช่นเดียวกับการทานอาหาร หรือ ข้าว นั่นคือ การได้ทานทุกวัน แม้นจะมากบ้างน้อยบ้าง ก็ดีกว่าการทานมากๆ ในวันเดียว แต่ต้องอดไปอีกหลายวัน

ด้วยความชินกับยาเคมีนี้เอง ที่ให้ผลทันใจ ทานปุ๊บออกฤทธิ์ปั๊บ ปวดก็หายปวด เมื่อมาใช้วิธีสมุนไพร ปวดก็ยังปวดอยู่ ทั้งนี้เพื่อสร้างวิกฤตให้ร่างกายรับรู้ แล้วสั่งการ นำวัตถุดิบที่มี มาใช้แก้ไขปัญหาที่มีอย่างตรงจุด

เมื่อร่างกายรับรู้วิกฤต ก็จะสร้างภูมิขึ้นมา เพื่อสู้วิกฤตนั้น ทำให้ผลกระทบจากวิกฤตนั้น มีความรุนแรงน้อยลง

อุปมาเหมือนความปวด เมื่อยอมทนปวดครั้งแรก ร่างกายก็จะสร้างภูมิขึ้นมา เมื่อปวดครั้งต่อไป ไม่ได้หมายความว่าความปวดลดลง หากแต่ร่างกายที่มีภูมิที่แข็งแกร่งขึ้น ทนความปวดได้มากขึ้น จึงทำให้เสมือนความปวดลดลง

เฉกเช่นนักวิ่ง เมื่อเริ่มฝึกวิ่ง วิ่งระยะทาง ๑๐๐ เมตร อาจจะเหนื่อยแทบขาดใจ หากแต่เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ ร่างกายมีภูมิแข็งแกร่งขึ้น วิ่งระยะทาง ๑๐๐ เมตร เท่าเดิม ก็ต้องเหนื่อยเท่าเดิม แต่ร่างกายมีภูมิที่ดีขึ้นจากการฝึก ทำให้เสมือนความเหนื่อยน้อยลง หรือไม่เหนื่อยเลย ฉันใดก็ฉันนั้น เพราะร่างกายรับความเหนื่อยอันนั้นได้นั่นเอง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ คนเมื่อผ่านโรคนั้นๆ มาแล้ว โดยการต่อสู้ของร่างกาย ย่อมไม่กลับไปเป็นโรคนั้นๆอีก เหมือนที่หลวงพ่อนิพนธ์ยกตัวอย่างท่านที่ยอมทนปวดท้องด้วยอาการไส้ติ่ง ไม่ยอมผ่าตัด ๒ วันเต็มๆ หลังจากผ่านอาการนั้นมา นับแต่ปี ๓๐ ก็ไม่เคยปวดท้องอีกเลย ก็เพราะภูมิของระบบท้องลำไส้ มันแข็งแกร่งสุดๆ แล้วนั่นเอง

ความที่สมุนไพรทำงานแบบอาหารนี้เอง ทำให้หลายคนชะล่าใจ ในการมาใช้แนวทางแม่ชีเมี้ยน

คนเหล่านั้นมักจะแฝงความคิดที่ว่า ต้องกล้ำกลืนฝืนทนมาใช้แนวทางนี้ เพราะไม่มีทางเลือก เมื่อมาแล้ว ก็ต้องถูกบังคับ ทำโน่น ทำนี่ ที่ตนเองไม่ชอบ หรือจะเรียกได้ว่า ฝืนใจอย่างสุดๆ แต่ด้วยโรคก็จำยอม เพราะหมดหนทางแล้วนั่นเอง เรียกได้ว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่มานั่งทนอย่างนี้

เมื่อใช้แนวทางสมุนไพรไประยะหนึ่ง ผลแห่งการทำถูกก็ทำให้สภาพร่างกายดีขึ้น จนระดับหนึ่งที่ตนเองเริ่มพอใจ ความคิดเดิมก็จะกลับมา นั่นคือ ไม่เอาแล้ว ไม่ทนแล้ว เบื่อที่ต้องมานั่งฟัง ก็เริ่มจะมาบ้างไม่มาบ้าง

ผลก็คือ ร่างกายก็ยังดีอยู่ ดีวันดีคืน การมาก็เริ่มจะห่างขึ้น จนในที่สุดก็ไม่มาเลย หากแต่ร่างกายก็ยังดีอยู่ ไม่มีปัญหาใดๆ

ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะคนเหล่านั้น ยังมีสมุนไพรตุนอยู่ในยุ้งของร่างกายนั่นเอง เหมือนไขมันที่เก็บในพุง ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อคนเหล่านั้นหยุดทานสมุนไพร ร่างกายก็ยังมีวัตถุดิบให้ร่างกายได้ใช้ไปอีกระยะหนึ่ง

อุปมาเหมือนพลุไฟ แม้นไฟที่ส่งพลุขึ้นไป จะมอดไหม้หมด แต่พลุก็ยังคงลอยสูงขึ้นไป จากแรงส่ง รอจนกระทั่งแรงส่งนั้นหมด คนเหล่านี้ก็เหมือนกัน เมื่อสมุนไพรในยุ้งของตนหมด การที่ปรากฎก็คือ การหวนคืนมาของอาการ เพราะร่างกายไม่มีวัตถุดิบ จากสมุนไพรมาช่วยตน

เมื่อเริ่มมีอาการหวน ก็กลับไปใช้บริการของหมอเช่นเดิม แต่ก็ซ้ำรอยเดิม ในไม่ช้าอาการก็จะมากขึ้นๆ บางคนก็อายที่จะกลับมา บางคนก็ขอกลับมาทานอีก

การทานสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักสอนว่า อุปมาเหมือนการตีงู ต้องตีให้ตายในคราวเดียว มิฉะนั้นมันจะแว้งกลับมาเล่นงานเราได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ก็รู้อยู่ว่า หลักของพระภูมีมันทำยาก คนไม่คุ้นเคย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาไม่มาใช้กันหรอก หากแต่เมื่อมาแล้ว ก็ต้องทำให้จบราว คือ หายโรค เมื่อหายแล้วจะไปทำอะไรก็ช่าง

คนที่มาทานแบบ พอดีขึ้นก็ไปแล้ว พอมีอาการก็มาใหม่ เรียกว่าแบบกินเล่น ... มาก็หวังแต่รับสมุนไพร อย่างอื่นไม่สน เขาฟังคำสอน ตัวเองนั่งเล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ คุยกัน .... เสียเวลาเปล่า ทั้งผู้มา และผู้ให้ เพราะไม่มีทางเลยที่คนเหล่านี้จะประสพผลในการหายโรค ... เป็นไปไม่ได้

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักสอนว่า เรื่องของชีวิต ไม่ใช่เรื่องเล่น ต้องจริงจัง ก็รู้อยู่ว่าคนส่วนใหญ่ที่มา ไม่ชอบในสิ่งที่ให้ทำ แต่มันเป็นสิ่งจำเป็น ถึงกระนั้นก็ไม่บังคับ เมื่อไม่อยากทำ ก็ไม่ควรมา เปิดหน้าเล่นกันเลย พูดได้เต็มปากว่า ไม่มีทางสำเร็จ ... เพราะหลักของพระภูมี คนที่ทำได้เท่านั้น จึงจะได้รับผล จากการหายโรค อย่ามาเพราะกระแส อย่างดีก็เป็นได้แค่พลุ ไปได้สักระยะ เดี๋ยวก็ต้องตก

ความแตกต่างที่เด่นชัดของยาเคมี ที่ให้ผลปัจจุบันทันด่วน หมดฤทธิ์ยาก็หมดสรรพคุณ อยากได้ก็ต้องทานใหม่ ในขณะที่สมุนไพร ทานเพื่อเป็นวัตถุดิบเก็บในยุ้ง รอให้ร่างกายนำไปใช้เป็นยา ทานมากก็มีเก็บมากเหมือนไขมัน จึงมีพอที่จะใช้ในยามที่มีทานน้อย ดังนั้นไม่ต้องวิตก แม้นบางช่วงจะขาดสมุนไพรบางตัวไปก็ตามในระยะสั้นๆ ร่างกายก็ไปเรียกมาจากยุ้งของเราก่อนได้


วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

คงอีกไม่นาน

คำพยากรณ์ที่แม่ชีเมี้ยนทรงทิ้งไว้ให้ก่อนละสังขาร นั่นคือ พระพุทธเจ้าองค์ใหม่ จักอุบัติขึ้นในแผ่นดินพม่า

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลวงพ่อนิพนธ์มาลงหลักปักฐาน ในแผ่นดิน จ.กาญจนบุรี

หลังจากการตามหามาหลายปี แต่ก็พบกับความมืดมน เหมือนฟ้าปิด ในที่สุดหนทางแห่งการเข้าแผ่นดินพม่าก็เริ่มแง้มเปิดให้

หลวงพ่อนิพนธ์จึงเชื่อมั่นว่า พระพุทธเจ้าที่กำลังจะอุบัติขึ้น จะทรงประทับอยู่ทางตอนใต้ของพม่าเป็นแน่แท้

สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวจากทางทหารพม่า ก็ส่งข่าวมาว่า พระที่หลวงพ่อนิพนธ์กำลังตามหา ได้พบแล้ว

ข่าวแจ้งว่า มีหมู่บ้านมอญแห่งหนึ่ง ที่มีชายหนุ่ม ผู้มีนิสัยชอบทานเหล้าและอาละวาดผู้คนในหมู่บ้านไปทั่ว ได้หายตัวไปจากหมู่บ้านตามคนผู้หนึ่งไปหลายปี ตอนนี้ได้กลับมายังหมู่บ้านในสถานะที่เป็นพระผู้ปฏิบัติ เฉกเช่นเดียวกับถ้ำกระบอก ชักชวนให้คนมาบวช ทั้งนี้ ยังมีการทำสมุนไพรแจก

ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ช่าง แต่ด้วยความรู้นี้ หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ผู้ที่มุ่งมั่นทานสมุนไพรจนสำเร็จ นั่นคือ สำเร็จธรรมหมวดหนึ่งของพระภูมี ดังนั้น ยามใดที่พระพุทธเจ้าองค์ใหม่ได้ประกาศตน การเข้าไปเพื่อรับธรรมคำสอน ก็จักเป็นไปได้ง่าย เรียกว่า เหมือนน็อตเกลียวเดียวกัน

การทานสมุนไพร จึงหาใช่มีความหมายแค่การหายโรค หากแต่เป็นการเตรียมตัว ทำตนรอรับธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ที่จะอุบัตินั่นเป็นประการสำคัญ

แล้วมารอดูพยากรณ์นี้กัน คงอีกไม่นานแล้ว

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44