วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ยังไม่ซึ้ง

ไก่ได้พลอย เป็นสุภาษิต ที่ทำให้เราได้เห็นการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน กับภาพที่ปรากฎ ในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชมรม

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงมักสอนเสมอว่า เพราะคนที่มาไม่รู้ว่า สิ่งต่างๆที่ทำ มีผลต่อชีวิต มหาศาลเพียงใด ค่าของการกระทำดั่งพลอย จึงไร้ค่า มองไม่เห็น สู้ข้าวเปลีือก คือของตลาดนัดไม่ได้เลย มันถูก ซื้อไปกินก็ดี ซื้อไปขายก็กำไร

เมื่อคิดดังนั้น การกระทำจึงไม่เน้น ไม่มีสติควบคุมตัว จากการกระทำที่สูง สามารถยกชีวิตตนจากภัยกรรมภัยเวรได้ จึงกลายเป็น การกระทำที่ธรรมดา เหมือนปกติทัวไป อยากมาก็มา อยากคุยก็คุย

ผลก็คือ ความตั้งใจเดิม ที่มาเพื่อหาชีวิต เพราะมีชีวิต จึงมีทุกสิ่ง หากไร้ชีวิต สิ่งต่างๆ ก็ไม่รู้กลายเป็นของใครแล้ว กลายเป็นยอมทิ้งชีวิต ไปหาสิ่งอื่นก่อน ... มาเพื่อของถูก มาเพื่อหาเพื่อนคุย มาเพื่อ... ช่างน่าเสียดายนัก

ทั้งๆที่ความเป็นจริง สิ่งเหล่านั้น ไปหาที่ไหนก็ได้ แต่ชีวิต ... ไม่มีที่อื่นให้หาแล้ว นอกจากแผ่นดินของแม่ชีเมี้ยน

จึงไม่เข้าใจว่า คนเหล่านั้น มาให้เสียเวลา เสียเงิน เพื่ออะไร ... สำคัญที่สุด เปลืองสมุนไพรโดยหาผลไม่ได้เลย ...

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็น ว่า คนเหล่านั้น ประมาทเกิน มิสำนึกเลยว่า สิ่งที่กำลังสู้อยู่คือ กรรม ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ปกครองมนุษย์ ที่สำคัญ หาคนในโลกนี้ ที่มีความรู้ ความสามารถ เอาชนะไม่ได้เลย จะมาชนะด้วยการกระทำแบบนี้หรือ

กว่าจะซึ้ง ก็ยามใกล้หมดลม หมดกำลัง ... กลับมาบอกลูกหลานไม่ได้แล้ว .... ตัดสินใจเลย อยากได้ชีวิต ก็ทำ ไม่อยากได้ ไม่อยากทำ ก็ไปหาแนวทางที่ชอบ หาหมอ หาเจ้า .... ไม่ว่ากัน ตามสบาย

คนเหล่านั้นไม่กลัวกรรม แต่คนที่นี่ หลวงพ่อนิพนธ์สอนให้กลัวกรรม เขาจึงกลัวว่า คนเหล่านั้น ที่มีพฤติกรรมท้ากรรม มันจะมาตาย มาเป็นอะไรในสถานที่นี้ ให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้ ในการกระทำของคนเหล่านั้น ใจตก จนหลุดลอยเสียโอกาสไป ... ไม่แปลกเลย ที่ทำไมแค่คุย อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์... จึงถูกว่า และเป็นไปได้ เขาไล่เลย ...

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นเสมอ อยู่ใต้ฟ้าอย่าท้าฝน เกิดเป็นคนอย่าท้ากรรม ... ถ้าคุณเป็นคนไม่กลัวกรรม ที่นี่ไม่เหมาะกับคุณ ... เชื่อเถอะ เพราะมาแล้วจะเสียอารมณ์ ที่ถูกดุถูกว่า ได้ยินได้ฟังอะไร ก็ขัดเคืองนิสัยสันดานไปหมด ... เพราะมันรับไม่ได้

ชวนมาดู

เฮ้ย เอ็งไปทำงั้นได้ไงว่ะ เดี๊ยวก็ตายห่าหรอก เสียงเพื่อนร้องเรียกเพื่อน ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง จนหมอห้ามออกกำลัง เพราะอาจจะทำให้เสียชีวิตฉับพลันได้

คือ ภาพที่เราเห็น เสียงที่เราได้ยิน เมื่อครั้งกำลังก่อสร้างอาคารมูลนิธิ แล้วหลวงพ่อนิพนธ์ เชิญชวนให้คนไข้มาช่วยกันเทปูน พร้อมกับสำทับรับรองว่า ทำแล้วมีแต่แข็งแรง

แถวหิ้วปูนในยามนั้น จึงมักเห็นชายคนดังกล่าวยืนหัวแถวเสมอ ผ่านไปสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า ไม่เห็นว่าเขาจะมีอาการน็อคจากโรคหัวใจ แถมเมื่ออาคารแล้วเสร็จ โรคหัวใจของเขาก็ลาจากไป พร้อมกับได้ร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น เริ่มจากหิ้วกระป๋องปูนเปล่าที่เทเสร็จส่งกลับ กลายเป็นหัวแถวรับกระป๋องปูน ยืนทำงานหลายชั่วโมงได้ โดยไม่มีอาการของโรคหัวใจปรากฎให้เห็น

แต่ครั้งนี้อาจจะน่าเสียดาย ที่ต่างกับครั้งก่อนๆ เพราะหลวงพ่อนิพนธ์อยากให้คนทั่วไปได้เห็น ในปาฏิหารย์แบบนี้ ดังนั้น จึงบุคคลิกให้โอกาสคนไข้มะเร็ง มาหิ้วปูนก่อน

และจะเห็นว่า คำที่เคยได้เรียน ได้ยิน ได้เห็น แล้วพูดต่อๆกัน เป็นหนักขนาดนี้ ต้องพักผ่อนเยอะๆ นอนมากๆ ห้ามออกแรง ต้องควบคุมอาหาร อันนี้ทานไม่ได้ เนื้อต้องงด ถ้าจะดี ต้อง ชี มัง เจ ...

มาเจอหลักของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา สวนทาง สวนกระแสหมอเลย ทำตัวให้เหมือนคนธรรมดา ออกกำลัง ทานอาหารให้ครบหมู่ ทำไป เหนื่อยก็พัก

วิธีการของพระภูมี ตามมาด้วยคำด่าว่า โหด หิน จะฆ่ากันหรือ ...

หากแต่ความจริงคือความจริง ทุกสรรพสิ่ง หาใช่ตัดสินที่คำพูด หรือพวกมาก ด้วยเหตุด้วยผล นั่นหมายความว่า อย่าพิจารณาเหตุ แต่ให้ดูที่ผล

ก็โหดแบบนี้แหละที่พระภูมีใช้ สอนให้สวนกระแส ผลที่ได้ เราท่านจึงเห็นคนรอด มาเดินให้เห็น ส่วนวิธีที่ว่าดี ... เห็นอีกทีก็ที่วัด

บทพิสูจน์ บุญของพระพุทธเจ้า อีกบทหนึ่ง ที่จะทำให้เห็นเป็นประจักษ์ หาใช่ตามที่พราหมณ์มันเขียนหลอกในพระไตรปิฎกไม่ ว่าบุญนั้นอยู่ที่โบสถ์ วิหาร หรือ ต้องทำกับพระ ไม่ใช่ ไม่ใช่ .... นั่นมันศาสนาหากินแล้ว พระพุทธเจ้าไม่มีวันบัญญัติบุญแบบนั้น

บัญญัติบุญของพระภูมี ทรงตรัสว่า บุญบาป ของมนุษย์ อยู่ที่มนุษย์และสัตว์นี้แหละ ให้ทุกข์แก่เขา ทุกข์นั้นถึงตัว ให้สุขแก่เขา สุขนั้นถึงตัว

ไม่มีบัญญัติใดของพระพุทธเจ้า หาบุญได้ด้วยตนเอง ก็ขนาดพระโคดมหมดกิเลส พิจารณามนุษย์แล้วเบื่อหน่าย จึงคิดละสังขาร ยังเข้านิพพานไม่ได้เลย ... ด้วยเหตุผลของฟ้าดิน ที่พระโคดมยังไม่มีบุญสักเก๊เดียวนั่นเอง พระโคดมจึงต้องกลับมาโปรดมนุษย์หาบุญไปนิพพาน

ปาฏิหารย์ อันเนื่องจากการให้ ... ให้สุขแก่ผู้อื่น แล้วย้อนมายังตน ... เราท่านก็จักได้เห็น ในคนไข้กลุ่มมะเร็งนี้ ดูซิว่า ยิ่งทำยิ่งทรุด หรือ ยิ่งทำยิ่งแข็งแรง

บทพิสูจน์ ของการสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร เศรษฐีประจวบพิสูจน์มาแล้ว ช่วยอะไรสภาพร่างกายของตนไม่ได้เลย

ใครจะอย่างไรไม่รู้ วันนี้ขอเป็นมะเร็ง มั่วเข้าไปหิ้วปูน .. พลาดโอกาสทองอย่างนี้ได้ไง

หลักของพระภูมีเป็นหลักปราชญ์ ทางบุญ จึงไม่แคบอย่างนั้น หากแต่เป็นทางเปิด อยู่ที่ใดในโลกก็ทำได้ เรียนรู้ แล้วนำไปปฏิบัติ ... เมื่อเห็นธรรม ทำตามธรรม ก็เห็นพระพุทธเจ้า ... ทำที่ไหนก็เป็นบุญ ไม่ต้องมาล้อมพระพุทธเจ้าหรอก มิฉะนั้น คนเป็นแสนอยู่รวมกัน .. ต่อให้ฉันมื้อเดียว แม้นแต่กษัตรย์ ก็ยังเจ๋ง ...

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตายเพราะเชื่อคนผิด

คำอุปมาที่เปรียบเทียบให้ฟังเสมอ ของหลวงพ่อนิพนธ์นั่นคือ รถยนต์ที่เสียก็ต้องหาช่างที่ชำนาญ หากไปวางใจช่างลอง ก็ฉิบหาย เกาไม่ถูกที่คัน อาการเสียนิดหน่อย ลองเปลี่ยนนั่นเปลี่ยบนี่จนเจ๊ง

สภาพเช่นนี้มีให้เห็นมากมาย ล่าสุดก็คนไข้อเมริกันที่มา หมอแก้อาการย่อยยากไม่ได้ ทำให้อาหารที่ทานเน่าเสียในระบบทางเดินอาหาร ก็ใช้วิธี งดอาหารทุกชนิด ให้แต่โปรตีนที่ย่อยแล้ว แก่คนไข้แทน

แลหมอหยุดอาการลุกลามของมะเร็งไม่ได้ ที่ลามไปยังกล่องเสียงและหลอดอาการ ก็ใช้วิธีตัดออก คนไข้ก็ไม่สามารถทานอาหารได้ และยิ่งไปกว่านั้น พูดไม่ได้อีกเลย

ความมักง่ายอย่างนี้เอง ทำให้ได้ยินคำที่กล่าวกับคนไข้เสมอว่า ไม่ได้ตายด้วยโรคมะเร็งหรอก แต่จะอดอาหารตายก่อน

คนไข้ประเภทนี้มักจะมีใจสู้ จึงทานสมุนไพรเต็มที่ หากแต่พวกเขาลืมความจริงว่า อวัยวะของเขานั้นไม่ได้ทำงานมานานแล้ว ผลก็คือ อวัยวะปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการขึ้นเมื่อสัมผัสสมุนไพร

แม้นจะเป็นสัญญาณที่ดีว่าอวัยวะรับรู้และตื่นตัวแต่ยังปรับตัวเองไม่ได้ ความทรมานก็บังเกิด เช่นเจอไพลเหลืองเข้าไป ร่างกายจะร้อนมาก เป็นต้น

การทานสมุนไพรจึงต้องอาศัยความละเอียด ชิงไหวชิงพริบกับอาการ อย่าใจร้อน คำแนะนำที่ให้ จึงต้องปรับสภาพอวัยวะให้คุ้นชินกับสมุนไพรก่อน มิฉะนั้นอาจแหยงยา จนไม่กล้าทาน

คนที่ทานยาเคมีมานานๆ จึงแนะนำว่าควรทานยาเย็นรองพื้น เช่นยาเขียว เพื่อให้สภาพของกระเพาะที่บาง และมีเมือกอุดตัน ฟื้นฟูขึ้นมาก่อนสักระยะหนึ่ง หยุดลูกกลอนไปก่อนระยะแรก รอจนระบบทางเดินอาหารและกระเพาะฟื้น มีความหนาของผนังรอองรับสมุนไพรได้ก่อน

คนที่ทานอาหารทางสาย จึงควรสังเกตปริมาณอาหารที่ให้ หากทานได้มากขึ้น ก็แสดงว่าอวัยวะเริ่มฟื้น ก็ควรเริ่มเปลี่ยนอาหารเหลวเป็นเนื้อสัตว์ที่บดละเอียด ทดสอบระบบการย่อย

ดูอุจจาระว่ามีสภาพยังเป็นเนื้ออยู่หรือไม่ ถ้าเปลี่ยนสภาพหมดก็แสดงว่าระบบเริ่มกลับมาทำงานแล้ว จึงเริ่มป้อนสมุนไพรที่เป็นธาตุไฟ มากๆ เช่นลูกกลอนได้

ส่วนสมุนไพรมะพร้าว ในระยะแรกสามารถให้ทานได้ แต่ต้องบดให้ละเอียด

ความละเอียดยิ่งมากขึ้นในยามวิกฤติเป็นตายเท่ากัน นั่นจึงเป็นเหตุที่ว่าทำไมจึงต้องให้พำนักที่มูลนิธิ เพราะการทานสมุนไพร ต้องแก้ไขอาการต่างๆให้ทันท่วงที

การเปิดรับคนไข้ใน จึงหาใช่ให้มาอยู่จนหาย หากแต่ให้มาอยู่ในช่วงวิกฤติที่การทานสมุนไพรแต่ละตัว ต้องทันท่วงที และแก้ไขอาการปัจจุบันทันด่วนที่อาจทำให้เสียชีวิตได้

เมื่อพ้นวิกฤตก็เป็นช่วงฟื้นฟู รอวันเวลา ก็กลับบ้าน ถึงเวลาก็มารับสมุนไพรเหมือนคนทั่วไป

การทำเช่นนี้จะทำให้โอกาสรอดมีสูง และยังได้เรียนรู้การกระทำที่ถูกในการช่วยตน ด้วยเหตุแห่งกำลังใจ แลผลในการตอบรับที่ดีขึ้นนั่นเอง

อนาคตสมุนไพรก็จักไม่เป็นไก่รองบ่อน รอจนเละแล้วค่อยมา หากแต่เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่เป็นในระยะแรกๆ ได้เลือก ไม่ต้องเสียทั้งเงิน และที่สุดพบกับสภาพที่เลวร้าย จนถึงแก่ชีวิต

โรคเป็นบริวารของกรรม ชนะโรคได้ก็ชนะกรรมได้ โลกนี้นอกจากพระพุทธเจ้า หามีใครชนะกรรมได้ จึงไม่มียารักษาโรค

ที่นี่จึงไม่ได้ใช้ปัญญาของตนเองมาสอน หากแต่นำภูมิปัญญาของพระพุทธเจ้าที่แม่ชีเมี้ยนถ่ายทอดมาให้มาบอกกล่าวให้พิจารณาเพื่อช่วยตนของตน

ใครที่อวดเก่งว่าตนเป็นหมอรักษาคนได้ มียาดี จึงต้องภาษิต หมองูตายเพราะงู ท้ายสุดก็เป็นโรคตาย

อยากหาย มาเรียนรู้ รับสมุนไพร แล้วช่วยตนของตน หวังพึ่งผู้อื่น ก็เหมือนอาศัยช่างลอง ไม่เพียงเสียเงิน หากแต่ยังอาจถึงสียชีวิตด้วย

ฟ้าประทานรึปล่าว


เศรษฐีใหญ่ท่านหนึ่งชาวประจวบ ที่คนแถวนั้นยกย่องมาเป็นคนใจบุญ ทำกุศลทุกรูปแบบ สร้างโบสถ์ ช่วยคน ทุกสิ่งอย่าง หากช่วยได้ไม่เคยขัด

กิจการของเขาก็เจริญใหญ่โต สร้างความมั่งคั่งทวีคูณมากมาย หนึ่งในกิจการคือรีสอร์ตใหญ่ที่เพียบพร้อมทั้งสถานที่ ที่ลงทุนไปประมาณห้าสิบล้านบาท และทำเลที่รถทั้งหลายจะต้องมาแวะหยุดพัก จึงไม่แปลกว่ากิจการนี้ก็สร้างรายได้ให้แก่เขาอีกเดือนละหลายล้านบาท

ในขณะที่ความร่ำรวยทวีคูณมหาศาล สิ่งหนึ่งก็ทวีคูณความเลวร้ายมากขึ้นเช่นกันนั่นคือ สุขภาพ

ความสงสัยของเขาบังเกิดขึ้นในใจ ก็ในเมื่อเขาทำบุญทำกุศลมากมาย ทำไมสภาพของตนจึงเป็นเช่นนี้ ความนี้จึงไปปรึกษาหมอดู เพราะหมอแผนปํจจุบันช่วยไม่ได้

หมอดูจึงแนะนำกับเขาว่า วิธีที่จะแก้ไขสภาพอาการที่เป็น นั่นคือต้องทำบุญเพื่อมาหนุนแก้ เขาก็บอกว่าแล้วสิ่งที่ทำไปหล่ะ หมอดูบอกว่าสิ่งนั้นไม่มีบุญ ต้องไปบริจาคหรือสนับสนุนคนที่เขาทำให้ฟรีๆ แบบนั้นจึงจะได้บุญมาช่วยตน

กลับมาบ้าน ก็เที่ยวไปถามหาว่า มีใครที่ไหนบ้างที่ทำช่วยคนฟรีๆ คำตอบที่ได้กลับมาคือ จะมีคนบ้าที่ไหนทำให้ฟรี

เมื่อหาคนไม่เจอ ก็เบนเข็มไปหาวัด ที่จะเปิดวิปัสสนากรรมฐาน ที่ทำให้ฟรีๆ อะไรประมาณนี้ จึงมุ่งหน้าไปหาเจ้าอาวาสที่ตนคุ้นเคย

วัดแรกที่ไป แนะนำว่าที่นี่ไม่มีหรอก แต่มีที่หนึ่งแนะนำรับรองไม่ผิดหวัง นั่นคือให้ไปหาหลวงพ่อนิพนธ์ ที่เมืองกาญจน์

ถามเสร็จก็ออกมาด้วยความไม่แน่ใจ จะมีคนแบบนั้นหรือ

จึงไปหาเจ้าอาวาสที่คุ้นเคยกันวัดที่สอง ผลก็ออกมาอีหรอบเดิมแนะนำไปหาหลวงพ่อนิพนธ์

ก็ยังลังเลไม่แน่ใจ จึงตกลงใจไปหาเจ้าอาวาสอีกวัดหนึ่งเพื่อขอความเห็นว่าตนควรทำอย่างไร เจ้าอาวาสวัดที่สาม ก็กล่าวเช่นเดียวกับสองวัดที่ผ่านมา แถมยังสำทับว่าช่างน่าเสียดายที่อาตมาติดธุระ มิฉะนั้นจะพาคุณโยมไปด้วยตนเอง

ความร้อนรนทนไม่ไหว ไม่รอท่านเจ้าอาวาสแล้ว ขับรถมาดูด้วยตาของตนเองเลยดีกว่า

ไม่แสดงตัว แต่มานั่งฟัง ได้ฟังหลวงพ่อนิพนธ์เล่าเรื่องบุญ ว่าต้องทำกับมนุษย์ จึงถึงบางอ้อในสิ่งที่ตนมา คิดว่ามาไม่ผิดที่แล้ว

จึงเข้าไปหาหลวงพ่อนิพนธ์ เอ่ยปากยกรีสอร์ตห้าสิบล้าน ให้มูลนิธิใช้เป็นสถานที่แจกยา และรับคนป่วยแทน

สัปดาห์หน้าเชิญชวนหลวงพ่อนิพนธ์และกรรมการ ไปดูและพิจารณา ว่าสามารถทำเป็นศูนย์ได้หรือไม่

หากคนใต้โชคดี ก็จะได้ศูนย์ที่มีสถานที่ สภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมใช้ เปิดให้บริการแทนศูนย์ชุมพร ที่ไกลเกินไป ไม่เหมาะสมในตอนนี้ ณ.เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบ

เมื่อมีเครื่องจักรแปรรูป การดำเนินการตั้งศูนย์ก็มีความเป็นไปได้สูง ถือว่าช่างประจวบเหมาะ จนเราคิดว่านี่ฟ้าเขาเตะมาให้แน่ๆ

เมื่อฟ้าเปิด ในพื้นที่อื่นๆ ก็มีความเป็นได้เช่นกัน คนไข้จะได้ไม่ต้องลำบากจนเกินไป ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี

อย่างน้อยบทพิสูจน์ที่ว่า บุญจากการสร้างโบสถ์สร้างศาลา กับ การช่วยเพื่อนมนุษย์ ก็จักได้เห็นในคนผู้นี้อย่างแน่นอน

และเมื่อผลปรากฎ จักดูแคลนมะพร้าว ห้าลูก ที่ทำได้อย่างไรว่าต่ำต้อย เพราะนั่นหมายถึงชีวิตมนุษย์ที่มีค่ามหาศาล ค่าของมะพร้าวจึงฉุดวิญญาณมี่ตกต่ำของเราท่านให้พ้นจากโรคได้ ด้วยประการฉะนี้

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เชิญชวน


บทเพลงในอดีตที่เคยได้ยินตอนหนึ่งความว่า ฝากรอยเท้าเอาไว้...

มาวันนี้ อาคารผู้ป่วยใน ก็วางแผ่นพื้นแล้วเสร็จ และก็คงถึงขั้นตอนเทพื้น ซึ่งเป็นโอกาสที่เราท่านจะได้ฝากรอยมือรอยเท้าไว้กับศาลาหลังนี้

คำสอนนับแต่อดีตถ้ำกระบอก ที่หลวงพ่อนิพนธ์มักสอนอยู่เสมอ นั่นคือการทำตนเป็นประวัติศาสตร์ให้คนมาอ่าน ดีกว่าเป็นนักอ่านประวัติศาสตร์

อุปมาให้ชัด เขาปลูกมะม่วง เราท่านก็ถือจอบเสียมไปพรวนดิน หรือไม่ก็หิ้วน้ำไปรด เมื่อผลออก ไปหยิบกินก็ไม่เป็นหนี้ใคร หากนั่งเฉยๆ ถึงเวลาไปหยิบกิน ก็กินแรงผู้อื่น นั้นแลชูชก

ใครยังไม่เคยแม้แต่ไปดู ก็รีบซะ วันที่แล้วเสร็จคนพันคนหมื่นมาใช้ ก็จะได้ภูมิใจว่าเราท่านมีส่วน และก็เชื่อได้ว่า ศาลาหลังนี้จักให้สุขแก่เพื่อนมนุษย์มหาศาล นั่นแลบุญที่จะมารอหัวบันได ฉะนั้น อย่าพลาดโอกาส ไปหิ้วทรายหิ้วปูนสักกระป๋องก็ยังดี

ใครจะว่าโหด แต่อาคารสวดมนต์ทุกวันนี้ รวมทั้งอาคารมูลนิธิ ก็ล้วนแล้วแต่แรงคนป่วยทั้งสิ้น หลายคนที่อาการหายไปพร้อมกับการแล้วเสร็จของอาคาร

ตัวอย่างที่ยกมาให้เห็น ก็ช่างของอิตัลไทย มือเชื่อมชั้นเยี่ยม นั่นคือช่างเชื่อมท่อก๊าซท่อน้ำม้น ที่ประสพอุบัติเหตุจากสถานีถัดไปที่ห่างถึงสองกิโลเกิดระเบิด แรงดันที่มาตามท่อ ส่งผลให้ตัวเขาตาบอด

ความชำนาญในการเชื่อมขั้นเทพ สามารถคลำแล้วเชื่อมได้ อาสาเชื่อมโครงอาคารทั้งหมด ใครจะเชื่อว่า เมื่อเขาเชื่อมตัวสุดท้ายแล้วเสร็จ ลงมาร้องด้วยความดีใจ จนหลายคนนึกว่าเขาเป็นอะไร

หากแต่เป็นเสียงร้องแห่งความดีใจ เพราะเขาบอกว่าเขาเห็นมดเดินแล้ว

ปาฏิหาริย์แบบนี้เล่าไม่รู้จบ ที่เราชอบมากก็หนุ่มสาวแต่งงานกันมาหลายปีไม่มีลูก หมอบอกว่าสภาพภรรยาไม่พร้อม แม้นอายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ ก็ตาม หลวงพ่อนิพนธ์ให้ทั้งคู่มาช่วยสร้างอาคารสวดมนต์

แม้นเรียนมาแต่หนังสือ แต่ทั้งคู่ก็ทำเต็มที่ไม่มีเกี่ยง ผูกเหล็ก ยกปูน เอาทุกอย่าง ผ่านไปไม่กี่เดือนภรรยาก็ตั้งท้อง คลอดลูกชายที่แข็งแรงสมบูรณ์สมใจพ่อแม่

ปาฏิหาริย์ ไม่ได้ลอยมาจากท้องฟ้าหรอก คือคำของแม่ชีเมี้ยน ที่ให้สติสงฆ์ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ก็จะได้แต่คนโง่ นี่คือหลักปราชญ์ เขาสอนให้คนฉลาด ซึ่งมองเห็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เกิดขึ้นให้เห็น นั่นแลปาฏิหารย์ คนที่มองเห็น ด้วยความฉลาดนี้เอง เขาจึงเชื่อและศรัทธา จึงข่มจิตข่มใจ ฝืนความอยากแล้วทำตาม เขาจึงได้สัมผัสปาฏิหาริย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ศาสนาจึงเป็นเรื่องเหตุเรื่องผล ไม่ใช่งมงาย นั่งขอ นั่งอ้อนวอน

สิ่งศักดิ์สิทธ์น่ะมีจริง แต่เขาช่วยแต่ผู้มีคุณสมบัติเท่านั้น อยากได้จึงต้องสร้างคุณสมบัติมารองรับ หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้ศักดิ์สิทธ์ หากแต่พระองค์สร้างหรือทำตน จนมีคุณสมบัติ นั่นคือหมดกิเลส จึงได้ถืออำนาจ หรือธรรมอันศักดิ์สิทธ์

พระองค์จึงใช้อำนาจนี้ช่วยตนแลสาวก ให้ไปนิพพาน

จึงเชิญชวนคนที่เห็นมาร่วมงานบุญนี้กัน หากยังไม่มีโอกาสเดินไปดูก็หาโอกาส และเตรียมตัวกัน

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความต่าง

ความสำเร็จในการทานสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่าอยู่ที่ความต่าง

เมื่อสมุนไพรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ธรรมชาติสร้าง ก็กำหนดคุณสมบัติ ผู้ทำและผู้ทานต้องมีความต่าง ผลจึงเกิด

คนทำต้องมีคุณธรรม เคล็ดมีประการเดียวคือ ทำให้

คนทาน ต้องมีคุณสมบัติ เคล็ดก็มีประการเดียว นั่นคือ ต้องเป็นคนดี

สมุนไพรที่ช่วยเราท่านได้ ก็ย่อมต้องเป็นสมุนไพรที่มีวิญญาณ แลฤทธิ์จะมากน้อย ก็มีเคล็ดประการเดียว คือวางไว้สถานะใด ยิ่งวางสูงก็ยิ่งดึงชีวิตเราท่านขึ้นสูง

ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมจึงต้องไหว้สมุนไพร ที่สำคัญเมื่อการกระทำของเราท่านทำให้สมุนไพรมีวิญญาณรับรู้ได้แล้วไซร้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า อุปมาเหมือนยักษ์ในตะเกียงวิเศษ ไม่สั่งก็ไม่ทำอะไร อยากให้ทำอะไรก็ต้องสั่ง

เฉกเช่นเมื่อสร้างบุญได้ อาทิจากการสวดมนต์ ก็ต้องกล่าวอุทิศให้ใคร ให้อะไร

มาตั้งนานแล้ว หลายปีแล้ว ฟังมามากแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าวิธีที่ถูกเป็นอย่างไร ช่วงนี้หลวงพ่อนิพนธ์กำลังเน้นสอนวิธีที่ถูก อยากช่วยตน ไม่ต้องเดินให้ล่าช้าจนท้อ ไปฟังซะแล้วทำ

แว่นส่องจักรวาล


อะไรทำให้คนมากมายกลายมาเป็นพระถ้ำกระบอก ทั้งๆ ที่แม่ชีเมี้ยนก็ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

หลวงพ่อนิพนธ์ เล่าให้ฟังว่า นั่นคืออำนาจที่ท่านแสดงให้เห็นนั่นเอง

แม่ชีเมี้ยนชี้ให้เห็นว่า อำนาจที่มีในโลกหรือใช้ปกครองโลก มีเพียงอำนาจเดียว นั่นคือ อำนาจกรรม ที่ศักดิ์สิทธ์ ไม่ว่าจะปฏิเสธสักฉันใด ป้องกันสักเพียงไร ก็หาได้ไม่

ด้วยความศักดิ์สิทธ์นี้เอง ทุกผู้ทุกนามจึงเท่าเทียม ไม่ว่ายากดีมีจน เมื่อกรรมชั่วมาถึงย่อมดลบันดาลให้ทุกข์ แลทุกข์ที่สาหัส นั่นคือโรค เมื่อกรรมศักดิ์สิทธ์ที่สุดในโลก จึงไม่มีอะไรมาหยุดโรคได้ นอกจากยอมรับและใช้จนหมดเท่านั้นเอง

หากแต่แลไปทั่วโลก ทุกแห่งทุกหน มีสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมากมาย ไม่ว่าเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ลัทธิใดๆ รวมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธ์ยุคใหม่ที่นิยมกันทั่วโลก นั่นคือยาเคมี

ด้วยความไม่รู้เรื่องกรรม เรื่องพรหมลิขิต การอ้างสิ่งศักดิ์สิทธ์เหล่านั้นจึงง่ายยิ่ง เพราะตราบใดที่ยังไม่ถึงซึ่งพรหมลิขิต นั่นคือ สิ่งที่เจอเป็นของปลอม เป็นของชั่วคราว ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

คนจะมีโชค บังเอิญไปกราบไหว้ อีกไม่นานเมื่อโชคมาถึงก็ได้รับ เหมาไปเลยว่าสิ่งที่ไหว้นั้นอำนวยอวยพรให้

คนที่มีโรคผ่านอาศัยอยู่สองสามเดือน แรกๆ ก็ไปหาหมอนั้นหมอนี้ ไม่หาย ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนเกือบครบ ไปหาหมอคนสุดท้าย หมอกรรมโรคและอาการก็หายไป หมอคนนั้นถูกหวยกลายเป็นหมอเทวดาไปเลย

แม่ชีเมี้ยนจึงสอนวิธีดูสิ่งศักดิ์สิทธ์นั้นง่ายมาก ก็ต้องดลบันดาลให้ทุกข์ที่มีอยู่หายไป โดยเฉพาะทุกข์ที่มาทำให้ถึงแก่ชีวิต แว่นส่องจักรวาลของพระกพุทธเจ้า นั่นก็คือ เอาคนที่เป็นโรคตายไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธ์นั้น

เพราะโลกนี้มีสิ่งเดียวที่ศักดิ์สิทธ์ คือ กรรม เมื่อนั้นแลจะเห็นว่า สิ่งศักดิ์สิทธ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เผ่นป่าราบ แม้นแต่คนที่อวดเก่งว่ารักษาโรคได้ ก็หนีไม่พ้นคำสาป หมองูตายเพราะงู

พวกที่อ้างตน แม้แต่พระยังต้องวิ่งไปหาโรงพยาบาลสงฆ์เลย เพราะหาบุญผิด สิ่งศักดิ์สิทธ์นั้นไม่มีจริง

อำนาจธรรมที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ให้พิจารณา ใครเชื่อ พิจารณาแล้วทำตาม จักช่วยตนของตนได้

จึงเริ่มจากหนึ่งเป็นสอง จนกลายเป็นเรือนหมื่นในอดีต ก่อให้เกิดพระนับร้อยรูป ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย เชื้อพระวงศ์ ด๊อกเตอร์

ธรรมคำสอนของถ้ำกระบอก ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา จึงถูกสอนสั่งให้อย่าอวดอ้างว่าช่วยผู้อื่นได้ เพราะความเป็นจริง ไม่มีใครช่วยได้ สิ่งที่ทำได้ก็เพียงสอน แล้วผู้อยากได้ต้องทำเอง เพราะเป็นหลักตนพึ่งตน

จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมที่นี่ไม่มีหมอ ไม่ต้องตรวจโรค แต่ต้องสวดมนต์ ต้องฟังคำสอน และที่เห็นเด่นชัด หลวงพ่อนิพนธ์ไม่เคยอ้างตนว่าเป็นผู้รักษาให้ นอกจากสอน แลทำสมุนไพรให้เท่านั้นเอง

โรค จึงเสมือนแว่นส่องจักรวาล ให้เราท่านพานพบสิ่งศักดิ์สิทธ์ หากแม้นได้พบเจอ ได้ยิน ได้สัมผัส แล้วเกิดศรัทธา ทำตาม จึงช่วยตนได้

มนุษย์กว่าจะรู้ตัว ก็กลับมาบอกไม่ได้แล้ว กลายเป็นปริศนา รอพระพุทธเจ้าอุบัติมาสั่งสอน

โชคดีของประเทศไทย ที่แม่ชีเมี้ยนรู้แล้วนำมาสอน แลยังเหลือหลวงพ่อนิพนธ์ที่เก็บแล้วนำมาเผยแผ่

สมุนไพรแม่ชีเมี้ยนวิเศษสักฉันใด ก็ไม่สามารถทำให้คนทุกคนหายได้ เพราะมีเงื่อนไข นั่นคือคุณสมบัติของผู้ทาน

คำตอบที่หลวงพ่อนิพนธ์ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข นั่นคือ ไม่ต้องห่วงหรอก คนที่มานิยม และทำได้ อย่างเก่งก็แสนคน นอกนั้นเขาชอบพระเจ้า ทิฟฟี่ พารา ยังไงโรงพยาบาลก็ยังคึกคัก

ใบอนุญาตจึงถูกอนุมัติ

คนมาที่นี่ จึงต้องทิ้งพระเจ้าของตนไว้ชั่วคราว แล้วเชื่อกรรม จึงฟังธรรม หรือหนทางบุญที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ มานำตนให้รอดก่อน พ้นแล้วจะกลับไปแบบไหนก็เล่นกันเอาเอง แต่ถ้าจะะให้รอด ตอนนี้ต้องวางก่อน

เพราะพระเจ้าของคุณไม่มีจริง ถูกสร้างอุปโลกขึ้นมาเอง

เราจึงไม่แปลกใจว่า ทำไมโรเบิร์ต จึงนำไม้กางเขน ๔ อัน ของพวกเขาพ่อแม่ลูก มาให้หลวงพ่อนิพนธ์ แล้วขอรูป แม่ชีเมี้ยนไปแขวนแทน

ทำไมจึงทำเช่นนั้น โรเบิร์ตจึงกล่าวว่าครอบครัวเขาเคร่งศาสนาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต แต่พระเจ้าของเขาช่วยอะไรไม่ได้เลย กลับเป็นแม่ชีเมี้ยนมี่ช่วย เขาจึงมาขอไว้ระลึกคุณ

สถานที่นี้ดูไม่มีอะไร หากสังเกตให้ดี จะเห็นความมหัศจรรย์ สัมผัสได้ถึงอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธ์ เพราะที่นี่มีธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา หาไม่แล้ว คนที่มาเดี๋ยวคนโน้นน็อด คนนี้ตาย วิ่งกันวุ่น

แผ่นดินไหนกล้าให้คนทุกข์มารวมตัวกัน โรงพยาบาลยังหนาวเลย หมอวิ่งกันหัวปั่น แค่คนไข้ไม่กี่คน

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ไฉนเรียกหลักปราชญ์

หลักของพระภูมี ได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักปราชญ์ ด้วยเหตุใด

ก็ด้วยความรอบรู้ รอบครอบจักรวาลมนุษย์ ความละเอียด รอบคอบ ทำให้สิ่งที่ทำมีความโดดเด่น กว่าความคิดคนทั่วไปมากนัก

สิ่งที่เห็นได้ชัด นั้นคือ การกระทำใดๆที่บัญญัติ มิเพียงให้ผลมหาศาล หากแต่ยังได้ผลในหลายทางพร้อมๆ กัน

นั่นจึงเป็นสิ่งที่เราท่านต้องเรียนรู้ ในหนทางบุญสายต่างๆ ทำแบบไหน ทำอย่างไร ทำกับใคร ทำเมื่อไหร่ เรียกว่ารู้กาละเทศะ นั่นเองผลบุญแห่งการทำจึงเกิด ไม่ใช่ซี้ซั้วทำ แล้วนึกเอาเองเป็นบุญ กว่าจะรู้ว่าไม่มีผลอันใดมาช่วยตน ก็สายเสียแล้ว

สมุนไพร อุปมาเหยื่อที่ล่อให้มาศึกษาหนทางบุญอันนี้ จึงเป็นสิ่งพื้นฐานที่ศาสน์เขาให้ทุกตัวคนอยู่แล้ว

น่าเสียดาย คนส่วน ใหญ่ที่มาสถานที่นี้ เสียเงิน เสียเวลามา กลับได้แค่สมุนไพร ไม่คิดเรียนรู้ แล้วเอาสิ่งที่ดีกว่ากลับไป

การฟังหลวงพ่อนิพนธ์จึงมีความสำคัญยิ่ง ค่อยๆ เรียนรู้ นำไปทำ จะใช้แต่สมุนไพรค้ำจุนชีวิต วันไหนไม่มีทาน อาการออก เยี่ยงนั้นหรือ จะทานกันไปจนตายเลย ไม่ใช่ที่

เมื่อเรียนก็ต้องสอบเลื่อนชั้น หลักปราชญ์ก็เช่นกัน จะมาอยู่แต่ขั้นแรก ทานสมุนไพรอย่างเดียว ไม่สนอะไร เรียนอะไร ปรับเปลี่ยนตนเลย เหมือนนักเรียนสอบตก ไม่นานครูก็ต้องเชิญออก

หลวงพ่อนิพนธ์สอน ผล ที่จักได้ สอง สาม สี่ ห้า..... ไปเรียน ไปฟัง แล้วนำมาทำ แล้วจะรู้ว่าทำไมที่นี่มองข้ามโรค เพราะนั่นมันผลพลอยได้

หาแก่นให้เจอไวเท่าไหร่ ทำได้ก็หายไวเท่านั้น ที่สำคัญชีวิตปลอดภัย วิญญานสูง

ดีหรือร้าย

คนไข้หญิงอเมริกัน ทึ่หมอทิ้งแล้วให้รอนับวันถอยหลัง เพราะสภาพเลวร้ายที่เกิดขึ้น หมอหยุดไม่อยู่

สภาพที่มา นั่นคือมีอาการของโรคมะเร็งระยะสุดท้าย กระจายไปทั่วตัว ล่าสุดเข้าไปยังต่อมน้ำเหลือง หมอตัดกล่องเสียง ผลที่ตามมา คือพูดไม่ได้ ทานอาหารไม่ได้

วิธีแก้ของหมอคือการเจาะหน้าท้องแล้วให้อาหารทางสายยาง แล้วก็บอกให้กลับบ้านทำใจ รอวัน แม้นจะมีเงินจ่าย แต่หมอก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว

ใครๆ มองเห็น ก็ต้องกล่าวเป็นเสียงเดียวว่า เธอโชคร้าย แม้นจะมีเงินสักฉันใด ก็ช่วยตนไม่ได้ นี่น่าจะเรียกว่าสถานการณ์เลวร้ายแบบสุดๆ สำหรับเธอ

หากแต่เมื่อมาพบของจริง นั่นคือศาสตร์ของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมาให้ช่วยตน เรื่องจึงพลิกผัน

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า นี่แหละวัตถุดิบชั้นดี เรียกว่าเป็นดินดี ปั้นง่าย

ประการแรกที่สำคัญ นั่นคืออะไรที่บอกว่าดี ว่าศักดิ์สิทธ์ ผ่านมาหมดแล้ว ทำมาหมดแล้ว ลองมาเกลี้ยง ดังนั้นไม่ลังเลที่จะทิ้ง แล้วหันมาหาแม่ชีเมี้ยน พระพุทธเจ้า อย่างเดียวในเวลานี้

ประการต่อมา สภาพที่ต้องทานอาหารทางสายยาง ก็มีผลดีต่อคนไข้ เพราะไม่คุ้นชินกับรสชาติ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการทานให้ได้ปริมาณ

จึงกลายเป็นโชคของเธอ ที่ทำให้ทานสมุนไพรได้ทุกชนิดที่หลวงพ่อนิพนธ์ให้

การมาของเธอ ด้วยความเป็นอเมริกัน จึงไม่เชื่อง่ายๆ สืบเสาะข้อมูลมาก่อนเป็นอย่างดี เตรียมตัวมาอย่างดี มีหมอมาคอยดูแล โดยให้หมอมาหาข้อมูลก่อน และได้รับการสนับสนุนจากหมอให้มาใช้แนวทางนี้ แถมมยังจ้างหมอมาดูแลการทานสมุนไพรที่นี่ด้วย เนื่องจากต้องทานทางสายยาง หมอก็เตรียมอุปกรณ์ บด ปั่น ละเอียดมาพร้อม เพื่อให้ง่ายต่อการให้ทางสายยาง

เหมือนดังโรเบิร์ต ที่วันกลับนำพระเยซูที่นับถือมาตลอดชีวิต มาให้หลวงพ่อนิพนธ์ แล้วขอรูปแม่ชีเมี้ยนไปให้ตนและครอบครัวห้อยแทน

เราจึงซึ้งคำที่สอนว่า อะไรก็เปลี่ยนนิสัยคนไม่ได้แล้วไซร้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมหมวดไหน บทเดียวที่จะเอาคนเหล่านี้อยู่ได้ คือความเจ็บ ด้วยโรคนี่เอง ที่อาจจะเปลี่ยนนิสัยผู้นั้นได้ เพราะเจ็บจนกลัว

ใครว่าเป็นโรคไม่ดี สำหรับเราคิดว่า ต้องขอบคุณโรคที่มาทำให้เราท่านได้เวียนมาพบศาสนา รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิต กระทำสิ่งที่เป็นแก่นสารแก่วิญญาน

แล้วมาดูกันว่าจริงไหม คนหมดทางอย่างนี้ จะหายเร็วกว่าคนที่เป็นโรคน้อย รักเผื่อเลือก ไม่จริงจัง ไม่ทุ่มเท ทำอะไรตามความอยากของตน อยากมาก็มา อยากคุยก็คุย สอนยาก เพราะคนเหล่านั้นยังมีทางเลือกนั่นเอง

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เริ่มเปลี่ยน

คำสอนที่หลวงพ่อนิพนธ์มีให้เสมอ นั่นคือ ธรรมที่มีอำนาจเป็นของเป็น หรือเรียกธรรมเป็น มีเกิดมีดับ นั่นหมายความว่า สิ่งที่บัญญัติให้ทำ มีกำหนดระยะเวลา ผลบุญที่เกิด ก็มีแต่ช่วงนั้นเท่านั้น หากแต่เมื่อล่วงเลย แแม้นการกระทำอย่างเดีย,วกัน ผลก็แตกต่างกัน

จึงไม่ต้องแปลกใจ ไม่ว่าในสมัยใดๆ ผู้คนก็จึงจ้อง รอว่าเมื่อไหร่พระพูทธเจ้าจักเปิดบาตร เพราะนั่นคือนาทีทองแห่งผลบุญ ซึ่งไม่มีบ่อย หรืออาจมีแค่ครั้งเดียว

ตัวอย่างที่มักถูกหยิบยกมาให้พิจารณานั่นคือ ผลแห่งข้าวมธุปายาส ของนางสุชาดานั่นเอง

ภาพที่เห็นนะวันนี้ ก็ดูผลจากเถ้าแก่กิจการยิงเข็มตอม่อ ที่ได้รับอานิสงฆ์ จากอาคารมะเร็ง ที่หลวงพ่อนิพนธ์ อนุญาตให้ทำ ผ่านไม่ถึงเดือน ทิ้งรถเข็น มาวันนี้เดินปร๋อทิ้งไม้เท้า

ใครที่อยู่ใกล้ เห็นก็อยากทำมั่ง วันนี้เราท่าน จึงมี เถ้าแก่ที่รับจ้างเชื่อมงานระดับประทศ พาลูกน้องมาเชื่อมโครงอาคารให้ฟรี มีเถ้าแก่เนี้ยโรงแผ่นพื้นสำเร็จ มาอุทิศรับทำแผ่นพื้นมาให้

ผลจากสิ่งที่เขาเห็นเถ้าแก่ยิงเสาเข็มที่รวดเร็ว จึงเป็นโอกาสให้พวกเขาอยากทำบ้าง เพื่อคลี่คลายมะเร็งของเขา ที่แม้นมีเงินมากมาย แต่วันนี้หมอทิ้งแล้ว

เสียดายโอกาสอย่างนี้ นานๆจึงจักมีสักครั้ง คนทั่วไป หลวงพ่อนิพนธ์ก็เปิดบาตรน้อยๆ คือ บาตรสมุนไพร

แต่ประตูที่กำลังเล็กลง ใกล้จะปิด ที่ทุกคนทำ เริ่มจากความลำบากในการมา การอยู่ ดังเช่นในยุคสวนสมุนไพร ที่ต้องมาแต่เช้า เจออากาศร้อน ไม่มีร่มมากพอให้พัก สมุนไพรก็ได้น้อย

ดูเป็นความยากลำบาก แต่ผลแห่งสิ่งนั้น ก็มีผู้คนช่วยตนได้มากหลาย มาวันนี้ ความลำบากในด้านสถานที่ ก็ลดน้อยถอยลง เหลือเพียงความร้อนในห้องสวดมนต์ กับรสชาดของสมุนไพร หากแต่ปริมาณก็ยังน้อย กระนั้นก็มากกว่ายุคสวนสมุนไพรมากนัก ผลที่ได้ก็ระดับหนึ่ง

อีกไม่นาน ความลำบากนี้ก็จักหายไป มีอาคารที่นั่งสวดมนต์อย่างสบาย ไม่ร้อน สมุนไพรก็แปรรูปจนทานง่าย และมีปริมาณที่มากพอ คำสอนที่หลวงพ่อนิพนธ์ม้กเตือนอยู่เสมอว่า ในอดีตใช้สมุนไพรนำ พฤติกรรมนิดหน่อย ผลที่ได้คือคนที่สามารถยืนระยะ ต้องใช้เวลานาน คนส่วนใหญ่จึงไม่ประสพผล

ในเมื่อสถานที่พร้อม ปริมาณสมุนไพรพร้อม ยุคจึงเปลี่ยนมาเพื่อเอาผล นั่นคือพฤติกรรมต้องมาก่อน สมุนไพรตามมา

นั่นคือ อีกไม่ช้าภาพของคนที่มาจะเด่นชัด กฎกติกาข้อบังคับ จะเริ่มทยอยมา เพื่อคัดกรองให้เหลือแต่คนที่ อยากได้ อยากช่วยตนจริงๆ ผลแห่งความสำเร็จก็จักเป็นรูปธรรมเด่นชัด นั่นคือ หากไม่ใช่พรหมลิขิต ทุกคนต้องหาย เมื่อทำได้

ยุคมารับสมุนไพรเพียงอย่างเดียวใกล้จะจบลงแล้ว ใครยังไม่เริ่มฝึกเปลี่ยนพฤติกรรม ก็จักลำบาก คุณจะกลายเป็นยักษ์หน้าโบสถ์

ถึงวันนั้น บาตรน้อยๆ ก็ไม่มีให้ทำ รสชาติของสมุนไพร ก็ไม่มีให้ทน มีแต่พฤติกรรมล้วนๆ เอามาโชว์ว่าอยากได้ แล้วทำ ทำได้รับสมุนไพรไปกิน ผลก็จักมหาศาล ที่สำคัญไม่เยิ่นเย้อ เห็นผลได้ในเร็ววัน ไม่ต้องรอจนท้อ เมื่อไหร่จะหายสักที

นั่นเป็นงานยากสำหรับเราท่าน หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวเสมอ ได้สักแสนคน ก็เก่งแล้ว ... แล้วคำในสมัยพุทธกาลจะดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เห็นภาพว่า ทำไมจึงได้สาวกแค่นั้น "ก็ธรรมของพระภูมี แม้นจักดีสักฉันใด แต่มันทำยาก จึงกล่าวกันว่า ดีๆแต่ทำไม่ได้"

คนส่วนใหญ่ก็ยังไปหาโรงพยาบาลอยู่นั่นเอง สะดวก สบาย จ่ายเงินอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไร แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งละ ที่ทำได้ แล้วมาเดินอวดชาวโลกให้เห็นพุทธพจน์ ว่า "ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" มีจริง และทำได้

ยุคหิ้วกระติกน้ำแข็งกำลังจะผ่านไป ยุคคนดีศิวิไลซ์ กำลังจะมาแทน คนดีเหล่านี้ เชื่อพระพุทธเจ้า จึงเดินตามรอยคำสอนที่แม่ชีเมี้ยนนำมา กลัวกรรม จึงไม่ประมาท มีสติพึงระลึก ที่จะให้สุขแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ เว้นซึ่งการกระทำให้ทุกข์แก่ผู้อื่น เพราะรู้แจ้งเห็นจริงแล้วว่า ใครทำใครได้

ยุคจะเปลี่ยนไปแล้ว เราท่านเตรียมหรือยัง เริ่มจากยามเข้าห้องสวดมนต์ เข้ากระโจม เข้ารับสมุนไพร รักษากรรมฐานได้ สงบได้ นี่คือจุดเริ่มพฤติกรรมการช่วยตน ที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เดินหน้าช้อป

ท่ามกลางงานแสดงเครื่องจักรระดับชาติที่ไบเทคบางนา คนเรือนหมื่นหลั่งไหลกันมาดูแลสั่งซื้อกัน

เสียงคนขายที่เชียร์กระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า ดังขึ้นแข่งกับเสียงรอบข้าง "ซื้อไปเถอะครับ ปีเดียวก็คุ้มแล้ว"

บ้างก็ว่า "ทำให้ประหยัด ผลิตได้จำนวนมาก กำไรแน่นอน" โปรโมทกันไป

ทุกคนที่มา กำลังแสวงหาเครื่องจักรที่ทำให้ตนมีกำไร มีรายได้ยิ่งขึ้น แต่มีชายคนหนึ่งฟังไปคิดในใจ "กำไรพ่อมึงน่ะซิ กูเอาไปทำแจกฟรี ยิ่งเยอะก็ยิ่งเจ็ง" นั่นคือหลวงพ่อนิพนธ์

การแปรรูป และการทำให้ถูกสุขอนามัย แม้นจักไม่มีผลต่อฤทธิ์สมุนไพร แต่ก็มีผลทางจิตวิทยา และเพิ่มโอกาสให้คนบางกลุ่มที่ทานยากได้มีโอกาสในการฟื้นฟูตน

และที่สำคัญคือราคาวัตถุดิบที่แพงมากในยามขาดตลาด อีกทั้งการเพิ่มศูนย์เพื่อให้บริการก็ทำได้ยาก นั่นจึงเป็นเหตุที่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักร

คนอื่นมาดูเครื่องเอาไปทำขาย แต่ท่านไปดูเครื่องเอามาทำแจก เมื่อพบเจอเครื่องที่ต้องการ ก็ลงทุนอ้อนวอนเจ้าของให้พิจารณาลดราคาให้เป็นกรณีพิเศษ ขนาดลดแล้ว เครื่องชุดแรกที่สั่งก็ประมาณห้าล้านบาท

เพื่อมนุษย์ เมื่อจำเป็นก็ต้องซื้อ ....

ปีนี้โชคดีที่ได้เจอแหล่งยาเขียวขนาดใหญ่ที่มีปริมาณมหาศาล แต่การเก็บก็ต้องแข่งกับเวลา ช้าใบก็จะร่วง เมื่อเครื่องนี้มา ก็วางใจได้ว่าทุกคนจะมียาเขียวในปริมาณที่พอเพียงทานทั้งปีทุกคน

ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการแปรรูปจะเกิดขึ้น ซึ่งไม่ทำให้คุณค่าของสมุนไพรเสียหรือด้อยค่าลง อนาคตรูปลักษณ์ของสมุนไพรก็จะแปรเปลี่ยนไป ยาเขียวจะมีสภาพเหมือนชาลิปตัน ใส่ซองมา เวลาทานเทน้ำเขย่าซอง เหมือนชงชา

ไม่ต้องแช่น้ำแข็ง พกพาไปไหนสะดวก ยาต้มก็จะกลายเป็นยาเข้มข้น ทานครั้งละช้อน ยาลูกกลอนก็จะกลายเป็นแคปซูล

เราจึงไม่แปลกใจว่าหลายคนที่ใกล้ชิดจะกล่าวว่า ภาระของหลวงพ่อนิพนธ์นั้นมากมาย ทางไหนพอร่วมด้วยได้ก็อยากแบ่งเบาภาระท่าน ไหนจะเครื่อง ไหนจะเรือนมะเร็ง เฉพาะสมุนไพรที่แจกเดือนๆก็เป็นล้านแล้ว

ที่เขียนมา ก็เพียงอยากเชิญชวนมาบ้าตามหลวงพ่อนิพนธ์ บ้าสมุนไพร บ้าทำความดีแบบอย่างพระพุทธเจ้า ร่วมกันบ้าเพื่อรักษาแผ่นดินนี้ ทางเลือกนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้มีทางเลือกไว้ช่วยตน

บ้าของเราท่าน จึงไม่บ้าทำบุญด้วยปิดทองฝังลูกนิมิตร แต่มาบ้าซื้อมะพร้าว ฝังลูกมะกรูดลูกมะนาวในท้องคน กันดีกว่า นี่และบุญของพระพุทธเจ้าที่แม่ชีเมี้ยนนำมาสอน แลหลวงพ่อนิพนธ์มายุยงให้เราท่านทำกัน

เงินล้านแก้โรคปวดท้องไม่ได้ แต่มะกรูดมะนาวมะพร้าว .... แก้ได้

หากทำเกินกว่าที่กิน หลวงพ่อนิพนธ์ก็สอนว่า "เหลือนั้นทำทาน" นั่นแลเราท่านคือผู้ให้ แลเป็นผู้ไม่เบียดเบียนผู้อื่นจนเกินไป

ภาพของสมุนไพร คือ ยาหม้อก้นดำๆ จะเลือนหายไป สมุนไพรแม่ชีเมี้ยน สู้ยาเคมี ยาฝรั่งได้สบาย

หัวหมู่


เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย ....อุปมาเหมือนคนเดินในทะเลทราย หาต้นไม้แหล่งน้ำไว้หลบพัก สิ่งที่เห็นสิ่งที่พบ ได้แต่สร้างความดีใจชั่วครู่ชั่วยาม เพราะเมื่อเข้าไปหาได้สัมผัส กลายเป็นภาพลวงตา

หลังจากการรวมกลุ่มกันในหมู่เศรษฐีอเมริกันที่ประสพปัญหาชีวิต โดยทุกคนที่มารวมกันกว่าร้อยชีวิตล้วนแล้วแต่มีญาติมิตรที่รักใคร่ที่มีปัญหาสุขภาพและไม่สามารถจะแก้ได้ ไม่ว่าจะทุ่มเทเงินไปสักฉันใด สรรหาวิธีการต่างๆ ที่คนในกลุ่มได้ยินได้ฟังมา ก็ล้วนล้มเหลว ดั่งภาพหลอนในท้องทะเลทราย

คนที่รัก กำลังนับวันถอยหลัง จากไปแล้วบ้าง กำลังทยอยตามกันไปบ้าง คนในกลุ่มแม้นจะมีเงินสักฉันใดก็ได้แต่เฝ้ารอปาฏิหาริย์

มาวันนี้ หนึ่งในกลุ่มได้รับเสียงเชิญชวน จากมิตรสหายอีกฟากโลกให้มาลองสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน เสียงแผ่วเบาที่ลอยไปถึง จึงถูกตรวจสอบ และบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาดู

ผ่านไปสามสี่เดือน เมื่อผลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือปรากฎ ทั้งจากตัวบุคคลและข้อมูลสถานทูตเดิมของสหรัฐ สัปดาห์หน้าที่จะถึง คนไข้คนแรกของกลุ่มจะถูกส่งมาทดลองทางเลือกสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน

คนแรกที่มา ถือเป็นตัวแทนกลุ่ม และคาดหวังว่าน่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แลหลังจากนั้นคนในกลุ่มก็จะทยอยส่งคนไข้ของตนตามมา

เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ กลุ่มจึงได้จัดซื้อรีสอร์ทแห่งหนึ่งไว้มูลค่าประมาณร้อยล้านเพื่อการนี้ที่ไทรโยค

คนแรกที่จะมา ป่วยด้วยโรคหัวใจ เข้าขั้นวิกฤต หมอให้วาจาอมตะ นั่นคือหมดทาง และรอวัน

สามีซึ่งรักภรรยามาก ก็ไม่ได้หวังผลสูงประการใด จากคำของหมอที่บอกมา จึงขอแค่ช่วยยืดให้ภรรยาอยู่กับเขานานหน่อยก็ยังดี

งานนี้จึงกลายเป็นงานง่ายสำหรับหลวงพ่อนิพนธ์ เพราะด้วยสมุนไพรหากทานได้ สิ่งนี้ก็ได้ อยู่แล้ว หากแต่จะถึงขั้นหายก็ต้องดูรายละเอียดพฤติกรรมกันอีกที

บทสรุปเรื่องนี่ หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า แล้วเราคนไทยที่ไม่มีเงินเท่าเขา ยังจะดิ้นไปหาหมอ หายาเคมีกันทำไม ถ้าช่วยได้ คนพวกนี้ไม่ว่าแพงแค่ไปนเขาซื้อแน่

ฝรั่งวิ่งจากอเมริกามาหาสมุนไพรเมืองไทย แต่คนไทยหนีสมุนไพรไปหายาฝรั่ง นี่ตลกฝืดที่เป็นจริง เมื่อไหร่คนไทยจะตาสว่างกันเสียที

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เข้าให้ถึง


ด้วยเราท่าน ถูกหล่อหลอมด้วยของปลอมมานาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกกับนิสัยสันดานของเราท่านยิ่ง จนฝังลึก นี่จึงเป็นอุปสรรค เพราะเมื่อมาเจอของจริง มันช่างขัดกับความรู้สึกยิ่ง

แต่ผลที่เกิดย่อมเป็นประจักษ์ ว่าเมื่อทำผิด ผลผิดย่อมเกิด สิ่งที่ทำไม่ว่าจะเชื่อว่าดีสักฉันใด เป็นของแท้สักฉันใด วันเวลาเมื่อกรรมมาถึง ก็จะเป็นบทพิสูจน์ว่า สิ่งที่เชื่ออยู่นั้น ช่วยตนได้หรือไม่

เมื่อสิ่งที่เชื่อ ยึดถือ มันผิด ผลผิดเกิด คำถามที่พึงเกิดตามมา แล้วครรลองคลองธรรม ที่พระภูมีบัญญัติจริงๆ ที่ทำแล้วช่วยตนของตนได้ เป็นอย่างไร

นี่แลจึงเป็นหัวใจ ที่เราท่าน ต้องฟังจากหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วนำมาพิจารณา เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยตน

หลวงพ่อนิพนธ์สอนเสมอว่า โลกของกรรม มีสองสิ่ง คือ กรรมดี กรรมชั่ว หากแต่ศาสนา เป็นของนอกโลก เป็นองค์กรที่สาม มีธรรมเป็นอำนาจ ใช้เพื่อสร้าง บุญ

เรื่องของบุญ จึงเป็นเรื่องที่มนุษย์ไม่คุ้นเคย ไม่รู้ความจริง ทำให้สิ่งที่ทำ ไม่อยู่ในครรลองคลองธรรม หรือทำไม่ถูก ผลก็คือ เราท่านจึงไม่มีบุญมาช่วยตน

ช่วงนี้ หลวงพ่อนิพนธ์อบรมคนไข้ใหม่ด้วยตนเอง เน้นความรู้ ที่จะชี้ให้เห็นถึงครรลองคลองธรรม ที่พระพุทธเจ้าทิ้งไว้ให้ช่วยตน เป็นฉันใด นั่นทำให้เราท่านได้รู้ ว่า สิ่งที่เราท่านคิด เชื่อและทำตาม ไฉนมันจึงช่วยตนไม่ได้ และทางที่ถูกต้องทำอย่างไร ... ใครไม่ฟัง ช่างน่าเสียดายนัก

เมื่อฟังแล้ว ใ่ช้มาพิจารณาเพื่อจับตนค้นตนของเราท่าน แล้วจะได้รู้ว่า ที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำว่าเป็นบุญ ทำไมมันไม่เป็น สิ่งที่เราปฏิบัติว่า ดี แต่กลับกลายเป็นกรรมย้อนมาทำลายตน เพราะเหตุใด แล้วบุญที่แท้จริงเขาทำกันอย่างไร

บทสรุปที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็น นั่นคือ สิ่งที่สอน บอกเหตุแห่งกรรม แลบอกเหตุแห่งการสร้างบุญ ไว้ช่วยตนนั่นเอง

ที่มา จะเอาแต่สมุนไพรอย่างเดียว .... มันจึงเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ในการแก้โรค แลยากจะประสพผล เพราะสิ่งที่เป็นหาใช่โรคเพียงอย่างเดียว พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า .... มันเกิดจากกรรม นั่นคือ จะแก้ก็ต้องเรียนรู้ และแก้ทั้งสองอย่าง จึงจะพ้น

การฟังของเราท่าน นั่นคือ การแสวงหาช่องทางสร้างบุญ และปฏิบัติให้ถูกต้อง

หลวงพ่อนิพนธ์ยกตัวอย่างหนึ่งมาให้ฟัง ในคำกล่าวอธิษฐาน เมื่อสร้างบุญเสร็จ ก็ต้องกล่าวว่าบุญที่ได้จักนำไปเพื่อการใด อาทิ หลังจากสวดมนต์เสร็จ ก็กล่าวอุทิศให้คุณบิดา มารดา

นั่นย่อมหมายความว่า บิดา มารดา มีคุณ กรรมที่ปรากฎ อยู่ทุกวันนี้ ก็อาจเนื่องด้วย ผลแห่งการทำผิดกับบิดา มารดา นั่นเอง หรือเรียกว่าผลแห่งการอกตัญญู ผู้มีคุณ ด้วยการด่าทอ ว่ากล่าวพ่อแม่ ...

หลวงพ่อนิพนธ์จึงแนะนำว่า หากรักลูก รักหลาน ก็ต้องสอน ไม่ให้มีการกระทำอันนี้ ...

รายละเอียด เรื่อง กรรม เรื่อง บุญ มีมากมาย ... แลเป็นเรื่องเดียวที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ สอนสาวก เพราะมีผล มีความหมายต่อชีวิต วิญญาณ

พระของพระภูมี จึงไม่ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ ... สิ่งที่จะเรียน จึงมีแต่เรื่องชีวิต นั่นคือ เรื่อง บุญ เรื่อง กรรม

หลายคนมาตั้งนานแล้ว ... คำถามง่ายๆ รู้หรือไม่ การคุยในห้องสวดมนต์ การนั่งเล่นโทรศัพท์ มีผลต่อชีวิตของท่านอย่างไร ...

นี่แหละคือความสำคัญของการฟัง เมื่อรู้แล้วจะหนาวว่า แค่คุยแค่นี้ มีผลมหาศาลเพียงนี้หรือ ...

เสียเวลาเสียเงินเสียทอง มา ... แลมีวาสนาได้พานพบ ควรที่จะเรียนวิชาช่วยตน ... อย่าจบที่สมุนไพรเพียงอย่างเดียว ช่างน่าเสียดายนัก เพราะไม่ได้ของดี แถมยังช่วยชีวิตตนไม่ได้อีก สิ่งที่เสียไป ก็เสียปล่าว

วิชาเหล่านี้ เป็นวิชาปราชญ์ เพราะสิ่งที่รู้แม้นเพียงน้อยนิด ก็ช่วยชีวิตตนได้ พ้นเวร พ้นกรรมได้ .... วิชาแบบนี้ ไม่น่าเรียนหรือ

ใครฟังแล้วเมิน ก็หมายความว่า ไม่ให้ค่าของชีวิต คนอย่างนี้ เมินไปเลย อย่าไปคบ

แม้รู้เพียงเสี้ยว ก็ฉลาดกว่าคนทั้งโลกแล้ว เพราะสิ่งที่รู้ ทำแล้วช่วยตนได้ ในขณะที่คนทั้งโลก แค่ปวดท้อง ยังไม่มีใครช่วยตนเองได้เลย

พิจารณาเอาเถิด สงฆ์ของพระโคดม นั่งกันเรือนหมื่น ไม่มีเสียงสักแอะ ... ถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้น แลทำไมสงฆ์ทุกองค์จึงทำเช่นนั้น

เสียงของกรรมการ

นับตั้งแต่ยุคของ ศาลาขนมไทย ที่ชมรมคนรักสุขภาพ ได้เปิดให้บริการ แลมีผู้คนนับพันหลั่งไหลเวียนกันมาใช้บริการ

คำถามหนึ่ง ที่กลุ่มกรรมการ มักเรียนถามหลวงพ่อนิพนธ์ นั่นคือ หลวงพ่อนิพนธ์จะมาเหนื่อยกับคนเหล่านั้นทำไม ในเมื่อทำไม่หวังผล ไม่เก็บเงิน หากแต่ผลที่ได้จากคนที่มาก็น้อยเหลือเกิน

ทำไมหลวงพ่อนิพนธ์ ไม่จำกัดวงคนที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะคัดแต่คนที่เข้าใจ พูดกันรู้เรื่อง กลุ่มเล็กๆ แล้วทำเอาผล ที่สำคัญ คือ สามารถร่วมกันรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่มี โดยไม่ต้องให้หลวงพ่อนิพนธ์เดือดร้อนแต่ประการใด

หลวงพ่อนิพนธ์ปฏิเสธ แนวทางนี้มาตลอด ด้วยเห็นว่าเป็นการปิดโอกาสคน อาจเข้าข่าย เลือกปฏิบัติ แม้นว่าการให้โอกาสคนส่วนใหญ่ดังที่เป็น จะให้ผลของการสำเร็จน้อย แต่ค่าก็มหาศาล เกินคุ้ม

ผ่านมานับสิบปี มา ณ.วันนี้ คณะกรรมการ ก็เสนอเรื่องนี้มาอีกครั้ง ให้หลวงพ่อนิพนธ์พิจารณา ด้วยวันเวลาที่ต่างไป จากเดิมที่ความต้องการของหลวงพ่อนิพนธ์ อยากให้สมุนไพรแม่ชีเมี้ยน ได้เป็นที่รู้จัก แลเป็นทางเลือกของคน ในการช่วยตน มาบัดนี้ ก็น่าจะเรียกได้ว่า ความมุ่งหมายอันนั้นบรรลุแล้ว

ข้อเสนออันนี้ จึงถูกนำมาให้ทบทวนอีกครั้ง และอยู่ในระหว่างพิจารณา นั่นก็หมายความว่า กติกาเดิมในยุคแรกๆ ของศาลาขนมไทย อาจจะถูกกลับนำมาใช้อีกครั้ง นั่นคือ การไม่รับคนเข้ามา โดยไม่มีสมาชิกดั่งเดิม ที่มีคุณสมบัติครบ เป็นผู้รับรอง

การกลับมาของกติกานี้ นั่นย่อมหมายถึง วันเวลาที่หลวงพ่อนิพนธ์จะเน้นเอาซึ่งผลของผู้ที่มา เป็นสำคัญ ผู้ที่จะเข้ามาจึงต้องเรียนรู้ และเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎกติกา หาใช่มาเพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้าง มาตามกระแส มาลอง ... มาทานเล่น ... อยากมาก็มา ไม่อยากก็ไปซะงั้น พฤติกรรมเช่นนั้น ไม่ควรจะมาอยู่ในสถานที่นี้

สิ่งนี้ ไม่ว่ากรรมการจะเสนอหรือไม่ แต่ช้าเร็วก็ต้องเกิดขึ้น หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ด้วยธรรมของพระภูมี เริ่มบทบัญญัติจาก เมตตา กรุณา มุทิตา แล้วในที่สุด ก็ต้องถึง อุเบกขา ... เพราะเขาเอาคนทำได้

คนที่เข้ามาได้ จึงมีเฉพาะคนที่อยากได้ .... ฟัง เรียนรู้ เชื่อ แล้วทำตาม... ชั่วครู่ชั่วยาม จนกว่าชีวิตจะปลอดภัย นั่นคือ ช่วยตนจากโรคภัยได้สำเร็จ

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทางเลือก

อาคารผู้ป่วยในกำลังเร่งสร้าง แข่งกับวันเวลาที่ลดน้อยถอยหลงของผู้ป่วย เมื่อแล้วเสร็จนั่นก็จะถูกใช้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีสภาวะเลวร้าย

เราจึงมองเห็นทางเลือกที่หลวงพ่อนิพนธ์เปิดให้ ตามแต่ผู้ใดจะทำได้ แยกตามความเข้มข้น นั่นก็หมายถึง ผลแห่งการกระทำที่จะปรากฎเช่นกัน

หนึ่ง เรียกว่ายาแรงถึงพริกถึงขิง ตาต่อตาฟันต่อฟัน ใช้ได้กับอาการขั้นรุนแรงทุกชนิด นั่นคือ การบวช เพื่อปฎิบัติธรรม กินมื้อเดียว รถเรือไม่ขึ้น เงินทองไม่รับ ดังครั้งพุทธกาล

สอง การมาพักพำนักกินอยู่ฟื้นฟูที่อาคารที่กำลังก่อสร้าง

สาม การมารับสมุนไพร สัปดาห์ละสองครั้ง ทุกพฤหัสและอาทิตย์

สี่ การอารับสมุนไพรสัปดาห์ละครั้ง

ทางเลือกทั้งสี่ทาง ล้วนแล้วแต่มีผู้ที่ทำแล้วประสพผล หากแต่การประสพผลมากน้อยต่างกัน นั่นคือหวังผลได้แค่ไหนเท่านั้นเอง

ยาที่แรงย่อมวางใจในผลได้เป็นอย่างดี พิสูจน์มาตั้งแต่ครั้งถ้ำกระบอก มาปี 30 เมื่อหลวงพ่อนิพนธ์กลับมาทำอีกครั้ง คนไข้สาหัสจึงมักถูกแนะนำให้ใช้วิธีบวชทั้งสิ้น แลผลก็ออกมาให้เห็นว่าหากไม่ใช่พรหมลิขิตไซร้ รอดทุกตัวคนที่ทำได้

ตัวอย่างที่มักถูกยกมาให้ฟังบ่อย ก็คือท่านตอง ผู้ที่มีกรรมพันธ์เป็นมะเร็ง คือเป็นมะเร็งทั้งห้าคนพี่น้อง ท่านตองพาสังขารมาในวัยหกสิบ ด้วยมะเร็งสมอง ทานยาแก้ปวดวันละกำมือ ก็หยุดอาการไม่ได้ ปัจจุบันท่านตองยังมีชีวิต เป็นราษฎรอาวุโสดีเด่นของเขาค้อ ทำหน้าที่วิทยากรสอนคนรุ่นหลัง ด้วยฝีมือในการจักสานไม้ไผ่

ทางที่สอง ตัวอย่างนั้นเราท่านอาจพบเห็นเสมอ ยามไปศาลา รายล่าสุดก็หญิงสาว ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือด หมอทิ้ง พร้อมบิลใบสุดท้ายสามแสนกว่าบาท หรือเด็กรายล่าสุดที่เพิ่งจะมา ที่หมอบอกไม่รู้เป็นอะไร ตรวจไม่เจอ พร้อมบิลใบสุดท้าย หนึ่งล้านห้าหมื่นบาท หลังจากรักษาแบบลองผิดลองถูกไปหนึ่งเดือนกว่าๆ จนสภาพเด็กไม่ไหว ก็บอกว่าหมดทางแล้ว

วันนี้ คนไข้มะเร็งเม็ดเลือด เริ่มกลับมาเดินได้ ช่วยตัวเองได้ ส่วนเด็กก็ต้องรอผลว่าจะเป็นอย่างไร

ทางเลือกที่สาม ก็มีตัวอย่างที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้ดู ผู้หญิงตัวเล็กๆ ขับรถมาจากขอบชายแดนภาคอีสาน สัปดาห์ละสองวัน หอบหิ้วอาการ มะเร็งมดลูกที่หมอทิ้ง มาในสภาพมีอาการตกเลือด และมีก้อนเนื้อหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ ขนาดที่เธอบอกว่าผ้าอนามับเอาไม่อยู่

ผ่านความลำบากมากว่าหกเดือน ตอนนี้เลือดหยุดไหล อาการต่างๆ เบาลง หลวงพ่อนิพนธ์ก็บอกว่าพ้นวิกฤตแล้ว ต่อไปก็มาสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ

ทางเลือกสุดท้าย หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นตัวอย่างที่ประสพผล มักจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือมีการทำตนเป็นผู้ให้ นั่นคือจิตอาสานั่นเอง แลอาศัยน้ำอดน้ำทน

ประเภทนี้มักจะเป็นพวกอาการหนัก แต่ไม่มีทางเลือกด้วยสภาพฐานะ ทำให้มาใช้แนวทางนี้ ตัวอย่างที่มักยกมาให้เห็นก็จิตอาสาที่ทำหน้าที่ต้อนรับในห้องกรรมการ เป็นผู้หญิง อายุแค่สามสิบ เป็นมะเร็งลำไส้ ต่อสู้มาจนหาย พร้อมกับนำพาลูกสาววัยเจ็ดขวบ ที่เป็นมะเร็งปอดเฉียบพลัน หลังจากตรวจพบเมื่อลูกของเธออยู่ดีๆ ก็เป็นลมฟุบไป

ทางเลือกเหล่านี้ มีผู้ทำรอยให้ศึกษา ว่าต้องมีคุณสมบัติเยี่ยงไร ประพฤติตนแบบไหนจึงช่วยตนได้ กระนั้นผลสุดท้ายทุกคนมีเหมือนกัน เป็นเหมือนกัน นั่นคือ ต้องเปลี่ยนตนเป็นคนดี

ทางเลือกเหล่านี้ จะเลือกแบบไหน เข้มข้นเพียงใด ความเหมาะสมก็น่าจะอยู่ที่คนเลือก หากจิตใจไม่เข้มแข็ง พูดง่ายๆ ไม่ไว้ใจตนเอง ทางเลือกที่ดี แลหวังผลได้ ก็ควรจะเลือกที่เข้มข้นเข้าไว้ บวชเลยได้ยิ่งดี

เมื่ออาคารแล้วเสร็จ เราชักชวนท่านทั้งหลายมาดูโชว์ของศาสนากัน เราท่านจะได้เห็นพาเหรดของคนหายโรค เดินกันให้ไขว่ หวังว่าเราท่านจะอยู่ในขบวนนั้น

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จดหมายน้อยจากแดนไกล



ครอบครัวเล็กๆ สามคนพ่อแม่ลูก น่าจะเป็นครอบครัวที่มีความสุข เพราะล้วนแล้วแต่มีการงานธุรกิจที่มั่นคง และอยู่ในประเทศที่หลายคนฝันอยากอยู่อยากไป นั่นคืออเมริกา

หากแต่ความสุขเริ่มลดน้อยถอยลง เมื่อฝ่ายแม่ป่วยเป็นมะเร็ง และต่อมาไม่นานฝ่ายพ่อก็เป็นเช่นเดียวกัน

ความทุกข์เริ่มเข้ามาบดบังครอบครัว หลังจากการรักษาด้ว จากที่มั่นใจว่าวิชาการแพทย์ทันสมัย ลูกชายเริ่มจะหมดหวังลงทุกวัน กับอาการของแม่ที่ทรุดลงทุกวัน ในขณะที่พ่อก็แย่ลงตามมาติดๆ

ครอบครัวเข้าสู่วิกฤตเมื่ออาการของแม่มาถึงขั้นที่ 4 หมอให้คำอมตะคือทำใจ ในขณะที่อาการของพ่อก็เข้าขั้นที่ 3 คำสุดท้ายที่หมอให้คือ คิดว่าทางไหนพอช่วยได้อยากลองอยากทำก็ไป

ความหวังสุดริบหรี่ในการรักษาพ่อแม่ มาถึงจากเพื่อนคนไทยส่งข่าวมาให้ลองมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ การตัดสินใจครั้งสำคัญของครอบครัวจึงเกิดขึ้น สรุปว่าแม่อาการหนักที่สุดให้แม่ลางานมา 4 เดือน มาลองก่อนสามคนจึงหอบหิ้วกันมา

4 เดือนแห่งการทุ่มเท และการเฝ้ารอฟังข่าวของสามีและลูกในการมาครั้งนี้ ข่าวที่ได้รับจากแม่ทุกสัปดาห์คือสภาพที่ดีขึ้น แม้นจะมีอาการปรากฎบ้างให้ต้องทน จนพ้นสามเดือนที่มาอยู่ในความดูแลของหลวงพ่อนิพนธ์ก็แทบจะเหมือนคนปกติ เมื่อครบกำหนดสี่เดือน สภาพของแม่ก็ไม่เหลือเค้าให้เห็นแววคนใกล้ตายเลย

แม่กลับอเมริกา และตรวจเช็คร่างกายทุกอย่างสมบูรณ์ ไม่มีเชื้อมะเร็งร่างกายปกติ สร้างความยินดีแก่ครอบครัว ทั้งหมดจึงตัดสินใจส่งพ่อ ที่เป็นมะเร็งเช่นกันมา

ด้วยอาการที่ยังไม่เลวร้ายมาก ผ่านสามเดือนฝ่ายพ่อก็บินกลับ และตรวจร่างกายผ่านฉลุยเช่นเดียวกับแม่

ความยินดีอันสุดประมาณบังเกิดแก่ครอบครัวนี้โดยเฉพาะลูกชายที่ทำงานใน UN นั่งปรึกษาหาวิธีตอบแทนคุณหลวงพ่อนิพนธ์เพราะการหายของพ่อและแม่ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย แถมยังได้ที่พักที่กินฟรี

สิ่งที่พวกเขารู้คือค่าใช้จ่ายอันมหาศาลที่หลวงพ่อนิพนธ์ต้องแบกรับ ดังนั้นจึงเสาะแสวงหาแหล่งทุนระดับโลกให้ ในที่สุดก็ทราบว่ามีการประกวดโครงการระดับภาคพื้นเอเซีย เพื่อขอการสนับสนุน จัดโดย CNN เป็นหัวเรือใหญ่ปีที่แล้วโครงการช่วยเด็กกำพร้าในอินเดียได้ไป

ครอบครัวเขาจึงเห็นว่าหากส่งโครงการของหลวงพ่อนิพนธ์เข้าไปน่าจะได้รับการสนับสนุนค่อนข้างจะแน่นอน เพราะมีผลต่อมนุษยชาติทั้งหมด จึงขออนุญาตและใช้ข้อมูลของพ่อและแม่ที่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นข้อมูลในการยื่นเรื่อง

ผลการพิจารณาโครงการเบื้องต้น คณะกรรมการรับเรื่อง จึงมาเก็บข้อมูลและทำเป็นสารคดีสั้นๆ ส่งเข้าประกวด ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน ศกนี้

จดหมายน้อยจากอเมริกา จึงแจ้งเรียนมายังหลวงพ่อนิพนธ์ทราบ ท้ายจดหมายเขียนมาว่าพวกเขารู้ดีว่าโครงการนี้อาจมีเงินรางวัลไม่มากนักหรือเพียงพอให้กิจการดำเนินไปได้ตลอด กระนั้นก็ตามหากโครงการใดที่ผ่านเข้ารอบ จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีไป จากมูลนิธิที่ให้โดยไม่หวังผลที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งเป็นมูลนิธิระดับโลก

1 ใน 3 ของมูลนิธิที่ว่า ได้แก่ มูลนิธิของ Bill Gate เจ้าของผลิตภัณฑ์ Microsoft ดังนั้นพวกเขาจึงหวังลึกๆ ว่า โครงการของหลวงพ่อจะชนะการประกวดในระดับเอเซีย และได้รับการพิจารณาจากมูลนิธิเหล่านี้ในการให้การสนับสนุนต่อไป

มารอลุ้นอันนี้ดีกว่า ขืนรอรัฐบาลไทย เหมือนรอบอลชายไทยไปบอลโลก นั่นแล

ข่าวนี้ก็น่าดีใจ แต่หากฟ้าเขาจัดสรรมาให้ ในทางกลับกันหลวงพ่อนิพนธ์ก็บอกว่านี่คือสัญญาณว่าความเลวร้าย และมหันตภัยกำลังใกล้เข้ามาแล้วเช่นกัน อันหมายถึงยุคเข็ญก่อนที่พระพุทธเจ้าจะอุบัติมาดับนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกระตุ้น ชี้ให้เห็นว่าต้องเตรียมพร้อม เรื่องโรคใช้สมุนไพร หากแต่เรื่องภัยพิบัติสิ่งเดียวที่ช่วยได้คือ ความดี ที่นี่จึงรณรงค์ให้มาทำตนเป็นคนดี ตามครรลองของพระภูมีกัน

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำไมมันวาย


เมื่อวิทยาศาสตร์หมดปัญญา ก็อาศัยแก้ผ้าเอาหน้ารอด เพราะมนุษย์ชอบ เราท่านจึงไม่เคยเห็นยารักษาโรค เมื่อถึงที่สุด ในบางโรค ก็ฟอก ก็ให้เลือด จนร่างกายไม่รับ นั่นคือ อวัยวะส่วนนั้นวายแล้ว

คำที่หมอบอกคือมันวาย ทั้งๆ ที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เห็นได้จากเมื่อหันมาทานสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน ก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายว่า เป็นเพราะวิทยาศาสตร์ไม่รู้ ว่าธรรมชาติของมนุษย์แต่ละบุคคล จักมีการเข้ารหัสของตนเอง นั่นคือเครื่องบอกว่าอะไรคือสิ่งแปลกปลอม

ยกตัวอย่างเช่น การให้เลือด เลือดใหม่ที่ไม่ใช่ของตน ร่างกายจะมีธรรมชาติที่จะปฏิเสธ ร่างกายจึงต้องอาศัยเลือดของตนเอง คลุกเคล้าเพื่อหลอกร่างกายให้รับเลือดที่เข้ามานั้น

นั่นหมายความว่า ร่างกายจะยังคงรับเลือดที่เข้ามาได้ ตราบใดที่ปริมาณของเลือดที่ร่างกายผลิตเองยังมากพอที่จะตบตา หรือหลอกร่างกายได้

หากแต่วันใด ที่ร่างกายมีความสามารถผลิตเลือดเองได้น้อยเกินไป จนไม่สามารถหลอกร่างกายได้ ร่างกายก็จะปฏิเสธเลือดที่ป้อนเข้าไป นั่นคือสภาวะล้มเหลวของร่างกาย หรือที่หมอบอกว่ามันวายแล้ว คือ ร่างกายไม่รับ

ลักษณะเดียวกันก็เกิดในการฟอกไต ฟอกจนไตวาย นั่นคือร่างกายไม่รับ ทั้งที่ความเป็นจริงไตยังทำงานอยู่

สภาวะที่เกิด นั่นคือ การยืมจมูกผู้อื่นหายใจ เพราะแก้ปัญหาให้อวัยวะของตนกลับมาทำงานไม่ได้นั่นเอง แล้วพาลให้ส่วนที่ยังพอทำงานได้ไม่ต้องทำด้วยจนเจ๊งทั้งระบบ ถึงเวลาตัวช่วยช่วยไม่ได้ ระบบที่มีก็ทำงานไม่เป็นหรือไม่เพียงพอแล้ว

โรคหมูๆ ที่แก้ไขได้ง่าย เช่น มะเร็งเม็ดเลือด ที่เป็นมะเร็งที่ไม่ทำลายอวัยวะ แก้ไขเพียงระบบการสร้างเลือดก็จบ กลายเป็นเพชรฆาต ที่สูบเงินคนเป็น แถมด้วยชีวิต ด้วยความชุ่ย

ตัวอย่างล่าสุด คนไข้ถูกหิ้วมา ตัวซีด พร้อมกับคำหมอ คนไข้หมดโอกาสแล้ว ร่างกายไม่รับเลือด ตอนนี้ช่วยได้แค่ทานยาสร้างเลือด มื้อหนึ่งสี่พันบาท รอหมดลม พร้อมกับบิลใบสุดท้าย สามแสนบาท

หลวงพ่อนิพนธ์จึงบอกก็ลองดูหากยังมีพรหมลิขิต ซัดกันสักตั้ง ตายไม่ว่ากัน เพราะหมอบอกตายแล้วนี่ ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เริ่มกลับมาลุกเดินได้ แสดงว่าระบบสร้างเลือดเริ่มกลับมาแล้ว

บทสรุปจากตัวอย่างนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า อยากหายโรค พระภูมีทำแนวไว้ให้ มีเส้นเดียว ต้องพึ่งตนของตน

พึ่งผู้อื่น มักง่าย จากหวัดก็กลายเป็นภูมิแพ้ จากความดัน ก็เป็นไต เบาหวาน อัมพฤกต์ เก๊าต์..... เขาเรียกหลักเพิ่ม มีแต่เพิ่ม ไม่มีคงที่ ไม่มีลด ...รักษามันต้องลด แล้วหายไป ถ้ามี โรงพยาบาลเจ๊งไปหมดแล้ว ก็มันหายกันหมดนี่

แต่ก็ดีอย่าง คนไข้แบบนี้ไม่ดื้อ หลวงพ่อนิพนธ์ชอบ เพราะหมอบอกรอตาย พูดอะไรก็ทำ ...สงสัยอย่างเดียว ทำไมต้องรอตายแล้วถึงเชื่อ ทำมันวันนี้ไม่ดีกว่าหรือ

จัดเต็ม

กระบวนการหรือวิธีการ ที่เรียกว่าหวังผลได้ค่อนข้างแน่นอน ที่หลวงพ่อนิพนธ์ใช้มาทุกยุคทุกสมัย นับแต่ถ้ำกระบอก มาสำนักลพบุรี สำนักศรีสวัสดิ์ สำนักบ่อพลอย นั่นคือ การบวช

นั่นคือการรักษาตนเอง ทั้งสองทาง โดยใช้สมุนไพรล้างโรค และบุญล้างบาป ไม่ว่าโรคใด ผู้ที่ทำได้ ล้วนประสพผลกันมามากต่อมาก

โดยเฉพาะผู้ที่หมอกำหนดวัน ให้ทำใจ อาทิเช่นโรคมะเร็ง นับย้อนไปในปี ๓๐ คนแรกที่มาก็คือโยมเชื่อม ผู้เป็นมะเร็งปอด ขั้นสุดท้าย วิธีนี้ก็ถูกเสนอไปและได้รับการตอบรับ

โยมเชื่อม บวชเป็นพระ กินมื้อเดียว ปฏิบัติวินัยของพระพุทธเจ้า อยู่มาจนทุกวันนี้

เมื่อาคารมะเร็งแล้วเสร็จ เริ่มการเปิดรับคนไข้ใน ข้อเสนอนี้ก็จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งสำหรับผู้ที่อาการสาหัส ให้เป็นทางเลือกทำ สักสามเดือนหกเดือนหรือปีหนึ่ง

เอาเป็นว่าวิธีนี้ หลวงพ่อนิพนธ์มั่นใจว่ารอดถึง เก้าในสิบคน อย่างแน่นอน

มีคนเคยถามว่าคนไข้มะเร็ง ทานมื้อเดียว จะอยู่ได้หรือ ในเมื่ออาหารจะถูกเซลล์มะเร็งแย่งกิน ตามที่รู้ๆ กัน

แต่สิ่งที่คนไม่รู้ วิชาการสมัยใหม่ ไม่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ นั่นคือระยะเวลาในการย่อย ของมนุษย์นั้นเร็วกว่ามะเร็งมาก ดังนั้น ในขณะที่หมอหรือวิชาการแขนงอื่น สอนให้นอน พักผ่อนมากๆ พระภูมี กลับสอนให้ย้อนเกล็ด นั่นคือ ห้ามนอน

นั่นคือหากิจกรรมทำทั้งวัน ทำให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อถึงเวลาอาหาร ยิ่งทานมื้อเดียว ร่างกายหิวโหย ก็จะย่อยสลายดูดซึมอาหารได้เร็ว และที่สำคัญ หมดเกลี้ยงไม่เหลือให้เซลล์มะเร็งได้กิน

นั่นหมายความว่า มะเร็งกำลังเจอศึกสองด้าน ด้านหนึ่งต่อสู้กับสมุนไพร อีกด้าหนึ่ง กำลังจะอดตาย ทหารกองใดไร้เสบียง ช้าเร็วต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

เราท่านจะได้เห็นว่าบุญมีจริง ให้ผลที่เฉียบขาด

นั่นจะทำให้เห็นว่า การช่วยตนเต็มรูปแบบ และถูกต้อง ควรจะทำอย่างไร ไม่ใช่ที่ทำกันแบบทุกวันนี้ ที่ซึ่งหวังผลยาก มาทำเล่นกัน จนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาหนีหมด


วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อาตี๋สักมังกร


ตอนเล็กๆ ได้ยินเพลิน พรหมแดน ร้องเพลงอาตี๊สักมังกร ฟังแล้วชอบใจ แต่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งในความหมายเท่าใดนัก

มาวันนี้ เห็นภาพคนไข้มากเข้า และฟังเรื่องความอยากได้ของมนุษย์ ที่มาพานพบศาสนามากเข้า ก็เลยทำให้เห็นและเข้าใจเนื้่อเพลงนี้ได้ดียิ่งขึ้น ช่างเปรียบเปรยได้ดีนัก

ตัวอย่างคนไข้หญิงอาวุโสท่านหนึ่ง อายุก็วัยชราเข้าช่วงสุดท้ายของชีวิต ที่เวียนว่ายมาจนถึงหลวงพ่อนิพนธ์จนได้ในบั้นปลาย

อาการที่เธอเป็น คือ มะเร็งระยะสุดท้าย ทำทุกอย่างที่หมอสั่ง จนหมอทิ้ง ไม่รวมกับอาการโรคอื่นๆ

หลวงพ่อนิพนธ์ บอกว่า ความประสงค์ ของเธอคืออะไร เธอจึงยิงคำถามแก่หลวงพ่อนิพนธ์ คือ อยากหาย หลวงพ่อนิพนธ์ก็ตอบว่า ก็ต้องใช้เวลา อดทนในการทานสมุนไพร

เธอถามต่อ กี่วันหาย หลวงพ่อนิพนธ์ตอบว่า ถ้าจะเอาเร็ว ก็บวชเป็นชี ตัดกิเลสซิ ทำได้ไหม รับรองหายแน่และเร็ว เธอตอบฉันบวชไม่ได้หรอก

ถ้างั้นช้าลงมาหน่อย ก็มาพักฟื้นที่ชมรมสักระยะ ให้พ้นช่วงวิกฤตก่อน เธอตอบว่า ฉันเป็นคนนอนยาก นอนผิดที่นอนไม่หลับ คงจะมาพักที่นี่ไม่ได้หรอก

ถ้างั้น ก็มาสัปดาห์ละสองครั้ง โอ๊ย ฉันเดินทางไม่ไหวหรอก มันไปไหนมาไหนลำบาก แค่อาทิตย์ละครั้งก็แย่แล้ว

ถ้างั้น ก็เอาสมุนไพรไปทานที่บ้าน โดยเฉพาะยามะพร้าว ทานทุกวัน ทานให้ได้มากๆ หน่อย เสียงย้อนมา ไม่ไหวหรอก สมุนไพรหลวงพ่อ มันทานยาก

มังกร ๙ หัว หรือ ความหวังที่ตั้งไว้ซะใหญ่โต มันจึงกลายเป็นไส้เดือนในท้ายที่สุด ด้วยประการฉะนี้

หนทางที่ไม่มีวันสำเร็จ ไม่มีผู้ใดสำเร็จ เขาบอกกล่าวอย่างไร เราท่านทำแบบไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่บ่นซักคำ วันเวลาผ่านไป สภาพเลวร้ายยิ่งทวีขึ้น

พอมาเจอทางเลือกสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน เงื่อนไขมากมาย ติดโน่นติดนี่ ธุรกิจบ้างหล่ะ ความจำเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ล้วนสำคัญทั้งหมดทั้งสิ้น ... แล้วชีวิตของตน ไร้ราคา ไร้ค่าปานนั้นเชียวหรือ

แค่ควบคุมตน ไม่พูด รักษากรรมฐาน ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่ติดต่อใคร ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ยังไม่ยอม

แล้วความฝันดั่งมังกร ๙ หัว มันจะเป็นได้โดยวิธีใด เพราะแค่อาจารย์สักไม่กี่เข็ม ก็ทนไม่ไหวแล้ว ไม่ทนเจ็บ ไม่อดทน อดกลั้น เป็นได้ก็แค่ไส้เดือน

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวว่า แพ้ชนะ อยู่ที่เราท่าน ช้าเร็วก็อยู่ที่พฤติกรรม ท่านช่วยได้แค่เพียงให้วัตถุดิบสมุนไพร และธรรมคำสอน นอกนั้น อยากรอดก็ต้องทำเอง ใครก็ช่วยไม่ได้

เจอแต่คนใจร้อน เอาแต่ใจ ทานปุ๊บให้หายปั๊บ ไม่ยอมเจ็บ ไม่ยอมทน ... พระพุทธเจ้าพบ ยังต้องหนีให้ไกล ไม่สนองนิสัย สันดาน อย่างแน่นอน เพราะคนเหล่านี้ ไม่เอาสัจจะธรรม ความเป็นจริง

หลวงพ่อนิพนธ์ อุปมาคนเหล่านี้ เหมือนปลูกไม้วันนี้ จะกินพรุ่งนี้ ฉันใดก็ฉันนั้น เป็นไปไม่ได้ ต้องรอเวลากว่าผลจะเกิด แม้นเป็นพริก ยังต้องรอ สามสิบวันเลย

ทานไป จึงควรสำรวจพฤติกรรมของตนไป หากร่างกายดีวันดีคืน ก็แสดงว่าพฤติกรรมที่ทำนั้นถูก หากอืดเป็นเรือเกลือ สามวันดี สี่วันไข้ หยุดทานขาดสมุนไพร อาการออก หลวงพ่อนิพนธ์บอก นั่นก็เป็นสัญญาณว่า พฤติกรรมบางสิ่งบางอย่างของเราท่าน มันไม่ถูก และเป็นอุปสรรคใหญ่ ต้่องรีบแก้ไข ... แต่ตรงไหนหล่ะ นี่แหละคือความสำคัญของศาสนา ของพระ เพราะเป็นผู้รู้ ที่จะมาชี้ให้เห็นว่า นิสัยใดของเราท่าน ที่ต้องแก้

พระพุทธกาล ไม่ต้องรอบรู้การบ้าน การเมือง เพราะนั่นคนรู้มันเยอะ แต่ที่ต้องรู้ คือ เรื่องของชีวิต เพราะคนทั่วไปเขาไม่รู้ .... จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมพระของแม่ชีเมี้ยน ที่เดินรอยตามพุทธกาล จึงไม่ดูทีวี หนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ ...

ไปฟังพระ ไปฟังคำสอน ก็เพื่อฟังเรื่องของชีวิต หาให้เจอ จึงเรียกจับตนค้นตน จะพ้นทุกข์ ก็เมื่อเห็นนิสัยที่เป็นอุปสรรคของตนแล้ว ยกออกได้ เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ก็อุปมาเหมือนยกหินขวางตาน้ำออก อยากรู้นัก โรคอะไรจะมาเหลือ

นี่แหละคือคำตอบที่ว่า ทำไมมาต้้งนาน ยังไม่หายสักที ก็ยังไม่คิดจะจับตน เวลาก็ผ่านพ้นไปเปล่าประโยชน์ เพราะพฤติกรรมมันไม่เปลี่ยนนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงย้ำเสมอว่า พระภูมีวางธรรม ... มีจุดประสงค์เดียว คือ อยากได้คนดี ไม่หวังเงินทอง ลาภยศ สักการะ สรรเสริญใดๆทั้งสิ้น ... เราท่าน เดินไปทางนั้นหรือยัง เพราะนั่นคือทางรอดทางเดียวที่ทรงทิ้งไว้ให้ช่วยตน

ทำไม่ถูก ทำไม่ครบ

ทำไมต้องฟังคำสอน ก็เพราะเรื่องของบุญ เรื่องของศาสนาที่แท้จริง มันถูกกลบ และถูกกลืน ไปหมดแล้ว

การกระทำที่เราท่านทำอยู่ มันจึงไม่เกิดผล ไม่เป็นบุญย้อนมาคุ้มครองตน

บุญสมัยนี้ ไม่ว่าไปที่ไหนๆ ก็ใช้เงินสร้าง ใช้วัตถุสร้าง พรสมัยนี้ ไปที่ไหนๆ ก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร้องขอได้

เมื่อมาเจอหนทางบุญของพระพุทธเจ้าของจริง จึงกระเด็นกระดอน เพราะ เจอคำตอบ "อาตมามีธรรม สอนให้นำไปปฏิบัติ หากทำได้ ก็จักได้ในสิ่งที่ขอ

รายละเอียด ยังต้องลงลึกไปกว่านั้นอีก นั่นคือ การตั้งเจตนา หรือ อุปาทาน ครั้นเมื่อทำได้ เรียกว่า เป็นเจตสิก ผลแห่งการทำนั้นก็ยังไม่ปรากฎ ตามคำพรนั้น

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ผลแห่งการกระทำ เหมือนเราท่านได้ยักษ์ในตะเกียงวิเศษ แม้นจักมียักษ์ มีฤทธิ์เดชอันมหาศาล ก็จักหาประโยชน์ไม่ได้เลย เพราะยักษ์ไม่รู้ว่าตนต้องทำอะไร

ดังนั้น เมื่อการกระทำของเราท่านเป็นผล เป็นเจตสิกแล้วไชร้ จึงจักต้องบอกหรือสั่งให้ยักษ์นั้นทำอะไร

กระบวนการในการสร้างบุญ ที่ครบองค์ จึงถูกสอนในยามที่เราท่านเข้าห้องสวดมนต์ เป็นต้นแบบที่ให้เรียนรู้แล้วนำไปใช้

เริ่มจากประกาศ อุปาทาน แล้วสวดมนต์ เมื่อทำแล้วเสร็จ ก็ประกาศเจตสิก เจตนา แห่งการกระทำนั้น เพื่ออะไร ดังจะเห็นว่า เมื่อเราท่าน ใช้เวลาปกติสร้างกรรม มาสงบนิ่ง แล้วกล่าววาจาที่เป็นบุญ เมื่อทำได้ ก็ประกาศในตอนท้ายให้ยักษ์ทำงาน ว่า เพื่ออุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร ... เป็นต้น

กระบวนการทานสมุนไพรก็เฉกเช่นเดียวกัน ยิ่งถ้ามีการกระทำ ดั่งที่หลวงพ่อนิพนธ์สอน ก่อนทานสมุนไพรเขียว จะทำจิตทำใจไม่โกรธ ๑ ชั่วโมง เมื่อครบเวลา ก็มาทานสมุนไพรเขียว แล้วอธิษฐาน ผลแห่งการกระทำ และผลแห่งอำนาจสมุนไพร ด้วยแล้ว .... โรคอะไรจะมาเหลือ

หลวงพ่อนิพนธ์เห็นความสูญเสียในส่วนนี้ ทำให้การกระทำของเราท่าน ไม่เป็นผลเท่าที่ควร ในไม่ช้า ก็จักมีการพิมพ์ การกล่าว เพื่อประกาศเจตนา ให้ไปทำให้ถูก ในเร็วๆนี้

เรื่องของศาสนา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ... ฟังให้มาก ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วค่อยปะติดปะต่อ นำมาใช้กับชีวิต ... ใครเบื่อ ไม่อยากฟัง ... นั่นแหละกรรมมันบัง น่าเสียดายนัก มาถึงที่กลับไม่ได้อะไรเลย ในเรื่องของชีวิต

เล่าเรื่องบุญ

สิ่งที่คาใจเรา หรือ หลายคน แต่หาคำตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องศาสนา นั่นคือ ทำไมประเทศฝรั่ง จึงรวยกว่าเรา

นิยายศาสนา เมื่อครั้งพุทธกาล จึงมักถูกหลวงพ่อนิพนธ์หยิบยกมา จากคำสอนของแม่ชีเมี้ยน ครั้งพระพุทธเจ้าเดินโปรดสัตว์โลก แลวันหนึ่งได้เวียนไปยังเขตเมืองหนึ่งซึ่งองค์กษัตรย์เจ้าแผ่นดินมีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง

การมาของพระพุทเจ้าจึงสร้างความยินดี และสั่งการให้เตรียมโภชนการใส่ภาชนะทองอย่างดี เพื่อถวายแด่พระพุทธองค์ให้สมกับความเลื่อมใส แต่เมื่อถึงเวลาฉัน พระพุทธเจ้ากับไม่แตะต้องโภชนาการเหล่านั้นเลย กลับเสวยอาหารที่สองตายายนำมาถวาย จนเกลี้ยง สร้างความงงงันแก่กษัตรย์พระองค์นั้นอย่างยิ่ง

ครั้้นฉันเสร็จ พระโคดมทราบความในใจ ก็ได้เทศนาสอนว่า พระองค์จักส่งเสริมก็เฉพาะบุคคลที่เดินตามรอยธรรมคำสอนที่ประกาศไว้ นั่นคือ หลักตนพึ่งตน

อาหารของพระราชา หาได้มีน้ำเหงื่อน้ำแรงของพระองค์ไม่ ต่างกับของตายาย ที่ทำด้วยจิตด้วยใจ แลน้ำพักน้ำแรงของตน ประการหนึ่ง

แลที่สำคัญ อาหารหรือวัตถุที่นำมา ก็หาเป็นบุญไม่ ด้วยเหตุที่บุญจักเกิดได้ ก็ด้วยสมบัติที่ติดตัวที่ทุกถ้วนตัวคนมี นั่นคือ นิสัย แลผลแห่งการกระทำเกิดแก่มนุษย์แลสัตว์ นี่จึงเป็นเหตุที่ทำไม พระพุทธองค์ จึงทรงสละราชบัลลังถ์ มาเดินกลางดิน กินกลางทราย

ด้วยเทศนาธรรมที่ได้สดับรับฟัง ทำให้กษัตรย์พระองค์นั้น สละราชบัลลังถ์ออกบวช จนสำเร็จพระอรหันต์

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสรุปให้ฟังว่า หากบุญหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถได้มาด้วยการใช้เงินหรือวัตถุแล้วไซร้ ประเทศมหาอำนาจที่มีเงินมากมาย ก็จักซื้อไปไว้ในประเทศตนจนหมดสิ้นอย่างแน่นอน

แต่ความจริงก็ปรากฎให้เห็นว่า ไม่เป็นเช่นนั้น

หากบุญของพระพุทธเจ้า ทรงชี้ให้เห็นว่าอยู่ที่มนุษย์และสัตว์ หาใช่วัตถุไม่

คำเฉลยที่ทำไมฝรั่งจึงรวยกันมากมาย ก็ด้วยเหตุที่คำสอนของพระพุทธองค์ แลที่มีอยู่ในคำสอนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่สอนให้เป็นคนดี ให้ความสำคัญกับมนุษย์และสัตว์ ฝรั่งเชื่อและทำตาม ในขณะที่คนอ้างตนว่าเจริญในพระพุทธศาสนา สร้างแต่วัตถุ ละเลยมนุษย์และสัตว์

ฝรั่งประเทศที่ร่ำรวยเหล่านั้น ลองไปพิจารณาดู จักเห็นชัดว่า เขาให้ความสำคัญแก่มนุษย์และสัตว์ อย่างมาก การช่วยมนุษย์และสัตว์ แม้นเพียงหนึ่งชีวิต จักต้องทุ่มเทสักเท่าไหร่ ก็จักทุ่มเท

ดูกฎหมายข้อบังคับจักเห็นชัด นักบินอเมริกา จักถูกสอนให้ทิ้งเครื่องบิน รักษาชีวิตไว้ ในขณะที่กฎหมายไทย สละเครื่องมีความผิดร้ายแรง ....

คนไทยสมัยก่อน ที่ถูกกล่าวว่าโง่เขลากว่าคนยุคนี้ กลับรู้ดี จึงมักสร้างศาลาให้คนพัก มีโอ่งน้ำไว้ให้ดื่มกิน สร้างวัด ก็ให้คนต่างถิ่นได้มีที่พักแรม ... มาวันนี้ คนไทยที่บอกว่าฉลาดนักหนา สร้างโบสถ์ร้อยล้านพันล้าน แม้แต่หมายังเฉียดไม่ได้เลย

เราท่านจึงมักได้ยินคำท้าทาย ในความเชื่อมั่นคำสอนของแม่ชีเมี้ยน ที่ว่า "ยิ่งให้ ยิ่งเจริญ" แลอย่าเลยนะมนุษย์ เพราะนั่นคือแหล่งบุญ

ก็ขนาดฝรั่งที่ทำอยู่ แค่ทุกข์กาย ทุกข์ที่อยู่ที่กิน ผลยังมหาศาลขนาดนี้ แต่พระพุทธเจ้าสร้างโอกาสให้เราท่านได้ทำบุญที่มหาศาลยิ่งกว่า นั่นคือ ทุกข์ของชีวิต

จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า หากพิจารณา เชื่อแล้วทำตาม มาให้สุขแก่ผู้ที่กำลังทุกข์ในเรื่องของชีวิต ที่มารวมกับมากมาย ผลที่ได้มันจักมหาศาล การหิ้วมะนาว มะกรูด มะพร้าว มาไม่กี่ลูก จึงพาให้ชีวิตของผู้นั้น รอดจากโรคได้

ก็แล้วทำไมเราท่านจึงทำเรื่องเหล่านี้ได้ยากยิ่ง ทั้งที่เวลาไปทานอาหารในร้านให้ทิปพนักงานยังมากกว่านี้เลย หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า นี่แหละอำนาจกรรม บังตา บังใจ ไม่อยากให้หลุดจากการเป็นบริวารของมัน

หาบุญ ต้องหากับมนุษย์และสัตว์ ผ่านนิสัยของตนที่มี คำสอนแม่ชีเมี้ยนที่หลวงพ่อนิพนธ์มักนำมาสอนพระ เป็นสติ ... คือ "สิ่งที่ชอบไม่ทำ สิ่งที่ไม่ชอบทำ" ทวนกระแสนิสัย

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44