วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

ไปโรงพยาบาลด่วน

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีลูกของคนไข้ท่านหนึ่ง พาแม่ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ พร้อมกับแจ้งว่า ตอนนี้อาการแม่ของเธอ รู้สึกแน่นหน้าอก ทานอาหารไม่ได้

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงบอกแก่ลูกคนไข้ว่า ให้พาแม่ของเธอไปโรงพยาบาลด่วนเลย

คำอรรถาธิบายที่หลวงพ่อนิพนธ์มีต่อลูกของคนไข้ นั่นคือ คนที่เป็นมะเร็ง ตัวเชื้อจะทำให้เกิดสภาวะที่เป็นกรดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร เมื่อถึงจุดหนึ่งจะเกิดแก๊สขึ้น ทำให้แน่นหน้าอก และทานอาหารไม่ได้ จุดนี้เป็นจุดตายที่สมุนไพรแก้ไม่ได้ เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ต้องพึ่งความทันสมัยของแผนปัจจุบัน

ความโชคดีของคนไข้ท่านนี้ เรียกว่าวาสนาก็น่าจะกล่าวได้ เพราะในขณะนั้นเอง มีคุณหมอท่านหนึ่ง กำลังมาขอคำปรึกษาในการเปิดคลีนิค อันเป็นโรงพยาบาลเล็กๆ กับหลวงพ่อนิพนธ์

เราเคยเล่าประวัติหมอท่านนี้หลายครั้ง นั่นคือ เด็กชายที่ต้องสูญเสียบิดา ด้วยโรคมะเร็ง และทราบว่ามารดากำลังเป็นมะเร็ง จึงมุ่งมั่นบุกบั่นเรียนหนังสือ เพื่อเข้าเรียนแพทย์ อันเป็นหนทางที่มองว่าจะสามารถรักษาชีวิตของมารดาเขาได้

ผลจากการเรียน ทำให้เขาพบสัจธรรมความจริง นั่นคือ ไม่มีหนทางที่จะช่วยแม่ของเขาได้เลย หากแต่แม่ของเขา ก็ได้เลือกทางเดิน คือ สมุนไพรแม่ชีเมี้ยน

แม่ของเขาโชคดี รอดมาจนทุกวันนี้ ในขณะที่ตัวเขาก็เติบใหญ่ในวงการแพทย์ จนถึงขั้นระดับผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหญ่ของรัฐ

วันนี้หมอมีโอกาสรวบรวมทุนที่สะสม เปิดโรงพยาบาลเล็กๆ จึงมาขอคำแนะนำจากหลวงพ่อนิพนธ์ ถึงแนวทางในการดำเนินการ

นั่นจึงเป็นวาสนาของคนไข้ท่านนี้ ที่หลวงพ่อนิพนธ์ถามว่า โรงพยาบาลแล้วเสร็จหรือยัง หมอบอกว่า เหลือแต่เดียงคนไข้ ยังไม่ได้นำเข้ามา ก็เลยให้หมอให้พาคนไข้มะเร็งท่านนี้ ไปเปิดเป็นปฐมฤกษ์

คำแนะนำของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ให้แก่หมอในการช่วยคนไข้ประเภทนี้ คือ รีบให้น้ำเกลือแก่คนไข้ เพื่อให้มีกำลัง ไม่เกิดภาวะขาดสารอาหาร และให้อ๊อกซิเจนหากจำเป็น ที่สำคัญ เมื่อคนไข้ฟื้น ถึงเวลาให้ป้อนสมุนไพรเขียว ตามเวลา

จากนั้น ค่อยๆ เริ่มให้คนไข้ทานอาหาร หากทานได้ ก็ให้กลับมาฟื้นฟูที่ชมรมอีกครั้ง

คุณหมอรับเรื่องแล้วดำเนินการตามที่หลวงพ่อนิพนธ์สั่ง จนนางพยาบาลต้องถามด้วยความสงสัย ในคำสั่งหมอที่ว่า หากคนไข้ฟื้น ให้ป้อนน้ำเขียวๆ โดยไม่ให้ยาเคมีใดๆ ทั้งสิ้น ... ว่ามันคืออะไร

ไม่กี่วัน คนไข้ก็กลับมาทานได้ และกลับมาฟื้นฟูตนตามแนวสมุนไพรอีกครั้ง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงมักกล่าวอยู่เสมอว่า ไม่ใช่มีสมุนไพรดี แล้วอวดเก่ง มีทิฐิ หากแต่ต้องยอมรับว่า สิ่งใดที่วิทยาศาสตร์เขาทำได้ดี โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เร่งด่วน ที่มีความสำคัญต่อชีวิต ก็ควรพึ่งเขา ให้เขาจัดการ มิฉะนั้น ก็ต้องเสียคนไข้ไป ไม่ใช่ด้วยโรค หากแต่ขาดสารอาหารตายไปก่อนแล้วนั่นเอง

และนับว่าโชคดีอย่างยิ่ง เพราะหากรอชมรมจัดตั้งสถานพยาบาลเอง ก็ไม่รู้จักต้องรออีกนานเท่าใด เมื่อมีหมอที่เข้าใจ และยอมรับในสมุนไพร เข้าใจแนวทางวิธีการ ในการฟื้นฟูตนด้วยสมุนไพร ก็ทำให้คนไข้หนักในอนาคต มีโอกาสรอดมากยิ่งขึ้น

คำแซวหมอ จากหลวงพ่อนิพนธ์ ทิ้งท้ายในบทสนทนา นั่นคือ โรงพยาบาลของหมอน่ะเล็กไป น่าจะสร้างให้ใหญ๋เข้าไว้ เพราะในไม่ช้า จะมีคนไข้เข้าไปนอนจนล้น เพราะเข้าไปแล้วมันมีโอกาสรอดสูง ที่สำคัญ ไม่เสี่ยงจากการโดนยัดเยียดยาเคมีแก่คนไข้ เกินความจำเป็น จนร่างกายรับไม่ไหว

..ระดมหุ้นกันไปช่วยหมอสร้างกันดีไหม ...

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44