วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทำได้


ภาพที่เราท่านมักจะเห็นกันดาษดื่นในชีวิตประจำวัน อาทิ เช่น ชาวอิสลาม ทำละหมาด ๕ เวลา ในแต่ละวัน ชาวคริสต์เข้าโบสถ์ ทุกวันอาทิตย์ แม้นแต่เจ้าพ่อเจ้าแม่ ยังมีพิธีบูชากันเป็นประจำ

แลภาพที่เจนตาสำหรับคนไทย นั่นคือ การยกมือไหว้ หรือ บีบแตร เมื่อผ่านสถานที่ ที่ตนเองนับถือ หรือ เชื่อถือ ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจ ช่วยตนได้

ศรัทธาอันมากหลาย ต่างลัทธิ ต่างศาสนา เคร่งบ้าง หย่อนบ้าง ว่ากันไป และที่แสดงออกอย่างมากมาย ก็มีให้เห็น เช่นการก้าวเดินสามก้าว และก้มลงกราบหนึ่งครั้ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนถึงจุดหมายในทิเบต

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า อำนาจธรรม ของพระพุทธเจ้าเป็นของจริง มีจริง ช่วยตนได้ เพียงแต่เป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย หากนำพฤติกรรม หรือ ศรัทธา ในสิ่งต่างๆที่ตนมี มาใช้กับศาสนาบ้าง ผลที่ได้ก็จักมหาศาล ช่วยตนได้อย่างแน่นอน

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายว่า การแค่ช่วยตนให้หายโรค นั้นถือว่าง่ายดายยิ่ง หากเทียบกับการทำตนให้หมดกิเลส จนไปนิพพานได้

แลพระภูมีก็บัญญัติว่า เพียงแค่ลดกิริยา และนิสัยลงเป็นบางสิ่งบางอย่าง เท่านั้นก็พอช่วยตนให้หายโรคได้แล้ว

หลวงพ่อนิพนธ์จึงเปรียบให้ฟังว่า หากผู้ใด ทำเฉกเช่นเดียวกัน จะเกิดอะไรขึ้น คนผู้หนึ่งเดินผ่านศาลพระภูมิ หรือต้นไม้ ที่กล่าวกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกครั้งที่ผ่าน จิตก็สั่ง กายก็ยกมือไหว้ โดยอัตโนมัติ เป็นสัญชาติญาณ

หากแต่สิ่งที่ทำ นั้นกระทำกับสิ่งที่ไม่มีตัว ไม่มีตน ไม่มีอำนาจ ผลแห่งการไหว้นั้นจึงไม่ช่วยอะไรตนเลย

หากพฤติกรรมเดียวกัน เกิดกับเขตพัทธสีมาของพระภูมีเล่า คนผู้หนึ่งกิริยาเปลี่ยนไปทันที เมื่อเข้าเขตของพระภูมี หรือ ของศาสนา จากตลกโปกฮา กลายเป็นสงบ จากเอานิสัยตนนำ มาใช้นิสัยพระพุทธเจ้านำ นอกชายคา แทบจะฆ่ากันตาย เข้าเขตปุ๊บ เดินกอดคอกันปั๊บ อะไรจะเกิดขึ้น

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า เมื่อเราท่านปรารถนาจะให้กรรม ที่ปกครองโลกนี้ ให้ละเว้นซึ่งผลแห่งการกระทำแห่งตนของเรา ไม่ให้เกิด ไปตีหัวเขาไว้ ก็ไม่อยากให้หัวเราเจ็บ เราท่านก็ต้องทำตน มีที่เว้นเฉกเช่นเดียวกัน

เมื่อศรัทธา ทำให้คนทุกคน ทำในสิ่งที่เชื่อ แม้นสิ่งนั้นจะไม่มี ก็ยังทำได้ หากพิจารณาคำสอน แล้วเชื่อ ก็ทำไมเล่าไม่สร้างศรัทธา แล้วทำเล่า

ผู้ทำได้ จึงกลายเป็นคนไม่ธรรมดา เหนือคนทั้งโลก เพราะมีที่เว้น มีวันเวลาที่เว้น ปกติอารมณ์โกรธ โมโหคนง่าย ชั่วโมงหนึ่ง ถวายแก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คนผู้นั้น กลายเป็นคนสงบ ไม่โกรธคนง่าย

ผลแห่งการทำได้ จึงกลายเป็นบุญ แลส่งผลให้เวรกรรมเขาละเว้นได้ เพราะได้ใช้โดยการทุกข์กับวินัยธรรมไปแล้วนั่นเอง หัวที่จะแตกจะเจ็บ เพราะกรรมตีหัวเขา จึงผ่านได้ โรคร้ายที่เป็น จึงหายได้

แม่ชีเมี้ยนจึงตรัสว่า เมื่อเจอศาสนาอื่น ความเชื่ออื่น เราท่านยังทำตามได้ ยามนี้มาเจอศาสนาพุทธ ของพระพุทธเจ้า ก็เชื่อได้ว่า หากปรารถนา ย่อมทำได้เฉกเช่นเดียวกัน

คำถามที่ถามว่า จะหายไหม จึงไม่ขึ้นอยู่กับอาการ สภาพที่เป็น หรืออายุ เมื่อมาใช้ศาสตร์สมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา จึงขึ้นกับปัญญา พิจารณาสิ่งที่ฟัง เชื่อ สร้างศรัทธา แล้วทำตามได้หรือไม่ โดยมีสมุนไพรเป็นพี่เลี้ยง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงชี้ให้เห็นชัดในศาสตร์อันนี้ว่า ใครก็ช่วยใครไม่ได้ อยากช่วยตน ใครทำ ใครได้ ผู้ทำได้ นั่นหมายถึงคนผู้นั้นยอมทุกข์กับวินัยธรรม เมื่อใช้ทุกข์แล้ว คนผู้นั้นย่อมหายโรคแน่นอน จะทุกข์กับโรคอีกได้อย่างไร เมื่อใช้หนี้กรรมหมดแล้ว ด้วยการใช้เงินบุญที่ตนทำได้นั่นเอง

ศาสตร์อันนี้จึงสอนให้คนเป็นปราชญ์ ดูปุ๊บก็รู้ปั๊บ คนนั้นจะรอดไหม ก็ดูกิริยา ดูพฤติกรรม คนผู้นั้น ยามอยู่ในเขตพัทสีมา ที่หลวงพ่อนิพนธ์กำหนดนั่นเอง เหมือนคนเดินผ่านหน้าศาลไหม เข้าห้องสวดมนต์ เข้ากระโจม รับสมุนไพร ... นิสัยพฤติกรรม ไม่เปลี่ยน เขาผู้นั้นก็คือ คนธรรมดา กรรมเขาไม่เว้นหรอก คนที่กรรมจะเว้น มันต้องไม่ธรรมดา

พระพุทธเจ้า จึงได้ชื่อว่า "มนุษย์เหนือโลก"

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44