วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560

สับขาหลอก

ความเห็นใดในหมู่ชน ที่เห็นพ้องต้องกัน แล้วทำตาม ทำไปนานๆเข้า ก็กลายเป็นประเพณี ลัทธิ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือจะเรียกว่าวัฒนธรรมในหมู่ชนนั้นๆ เมื่อนั้น สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของหมู่ชนนั้น แตะต้องวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

เราท่านทั้งหลาย จึงพบเห็นลัทธิ ประเพณี ความเชื่อ ไปตามแต่ละหมู่ชน หลากหลายทั่วโลก ที่กล่าวกันว่ากันว่า เป็นประเพณีดีงามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และสืบทอดต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า การจะพิจารณาสิ่งใด จึงต้องดูที่เหตุที่ผล นั่นคือ ดูผลแห่งการกระทำนั้นๆ ว่าเกิดประโยชน์อะไร แก่ผู้ใดบ้างเป็นสำคัญ นั่นจึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ลัทธิความเชื่อนั้น เราท่านควรเดินตามหรือทำตาม หรือไม่

ไม่เว้นแม้นแต่ศาสตร์ที่มีในโลก เมื่อเราท่านเป็นโรค ก็ต้องผ่านความเชื่อความเห็น มากมาย ที่อาจจะดูมีหลักการ เช่นศาสตร์การแพทย์ ไปจนถึงศาสตร์ที่บอกกันว่าลี้ลับ ประเภท เข้าทรง องค์เจ้า ก็เฉกเช่นเดียวกัน

สิ่งที่พบเห็น นั่นคือ คนมากหลาย ก็มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ตนเชื่อ ทั้งๆที่ทำแล้ว ดูแล้ว ไม่มีผลตอบแทนใดๆ ก็ยังศรัทธา ทำกันอย่างจริงจัง

ครั้นมาเจอศาสตร์สมุนไพรแม่ชีเมี้ยน ดูแล้วกระบวนการวิธีการ เมื่อเทียบกับลัทธิความเชื่ออื่น ก็ถือว่า เบากว่ายิ่งนัก จะมารักษาตัว ก็แค่ขอให้มีที่เว้น คือ รักษาความสงบ แล้วก็พยายามพึ่งตนให้มากที่สุด เท่านั้นเอง

ไม่ต้องไปเดินสามก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง เหมือนทิเบต ไม่ต้องดิ้นรนเก็บเงิน เพื่อแสวงบุญ ไม่ต้องสร้างวัตถุ ประเภท ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้มาก แต่คนกลับไม่อยากทำ ทั้งๆที่ทำแล้วช่วยตนได้

ก็ไม่แปลก เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ความยากลำบาก แต่มันต้องฝืนนิสัย ที่ซึ่งคนทั้งหลาย ไม่ชอบ ไม่สบายใจ สู้เอาเงินหยอดตู้ไม่ได้ มากเท่าไหร่ ก็ไม่บ่น ทำแล้วสบายใจ

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า ทางของพระพุทธเจ้า เดินง่าย แต่คนไม่ชอบ ไม่อยากทำ ท่านอาสิก็ชี้ หายโรคนั้นง่ายนัก แค่ทำเอกลักษณ์ คือ ความสงบ และพึ่งตนให้มากที่สุด เท่านั้นเอง เราท่านก็พบว่า มีแต่คนอยากหายโรค ไม่อยากทำ

นี่ไม่เรียกว่า สับขาหลอก แล้วจะเรียกว่าอะไร พอเจอของปลอมแต่ถูกจริต กระโจนใส่เต็มที่ ทำได้ ครั้นพอเจอของจริง ทำแล้วช่วยตนได้ ยิ่งน่าจะต้องทำได้ แต่ไม่ทำซะงั้น

ใครถามเราว่า ศาสตร์พระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา นั้นช่วยให้หายโรคได้เฉียบขาดจริงหรือ เราก็อยากให้ทุกคนเห็น วันใดที่คนที่มา ฟัง เข้าใจ พิจารณา แล้วทำตามท่านอาสิสอน แล้วเราท่านเห็น ไม่ว่าทำกิจกรรมใดๆ สวดมนต์ ทานสมุนไพร รับยา ... แล้วทุกคนสงบ แล้วจะเห็นว่า โรคอะไรก็หายหมด

ดังนั้น เราจึงหวังว่า ภาวนาว่า ใครที่เขาไม่อยากทำ ก็ให้มีสิ่งดลใจ อย่าเพิ่งมาเลย เหลือแต่คนที่อยากหาย อยากทำ อยากช่วยตน แล้วสร้างภาพเสมือนพุทธกาล ที่สาวกมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ คนเป็นพันเป็นหมื่น ป่าทั้งป่าเงียบสงบ มีเสียงพูดเสียงเดียว คือเสียงพระพุทธเจ้า มีการกระทำเดียวที่ทุกคนทำ คือ ให้สุขแก่ผู้อื่นเป็นอุปนิสัย นั่นแล เราท่านจะเห็นความเฉียบขาดในอำนาจสมุนไพร และอำนาจธรรมคำสอน แล้วจะรู้ว่า คำพูดที่กล่าวว่า "โรคนั้นกระจอก" เป็นเรื่องจริง

หากแต่ถ้ายังเป็นนกกระจอกแตกรัง ใครใคร่พูดๆ ใครใคร่อยากทำอะไรตามใจทำ ... ก็อย่าไปหวังอะไรมาก ใครทำ ใครได้ เท่านั้นเอง คนแจกสมุนไพรก็ทำใจ คนมาร้อยทำแค่หนึ่ง ผลก็ได้เพียงหนึ่ง อีกเก้าสิบเก้าก็เสียแรงเปล่า

เพียงแต่ท่านจะยืนฝ่ายไหน ข้าง ๑ หรือข้าง ๙๙ เลือกเสร็จก็ตอบคำถามตัวปรารถนาของตนได้เลยว่า ตนจะหายโรคหรือไม่

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44