วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560

ใครหลอกกันแน่

ไม่น่าแปลก ที่เราจะได้ยินคนที่มายังมูลนิธิแล้วกล่าวว่า พูดเรื่องอะไรไม่รู้เรื่อง ไร้สาระ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย ก็แค่สมุนไพร ทำไมต้องทำโน่นทำนี่ให้ยุ่งยาก

แล้วก็เป็นธรรมดาอีกเช่นกัน ที่จะเลยไปว่า เพื่อผลประโยชน์ แทนที่คนป่วยมาแล้วก็แจกๆไป จะได้รีบกลับบ้าน ให้มาเสียเวลา ขอสองอาทิตย์ก็ไม่ได้ ไม่รู้จักเห็นใจคนป่วยที่ไม่ค่อยจะมีเงิน หรือบ้านไกลเลยหรือไง

บางท่าน ก็แสดงความคิดเห็นลงในเวปต่างๆ บ้างก็ว่า ในเมื่อต้องการแจกแล้ว ทำไมไม่บอกสูตรให้ทุกคนไปทำเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลามา จะได้ช่วยคนเยอะๆ หรือ ให้แก่องค์กร วัด หรือกลุ่มคนที่พร้อม ช่วยกระจายไปทำแจก จะได้มีคนหายโรคเยอะๆ และไม่ต้องเดินทางไกล มิดีกว่าหรือ

สถานที่นี้ หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวเสมอว่า ไม่ใช่ลูกเต๋า ไม่มีเหลี่ยม มีมุม ที่หลบซ่อนแฝงเร้น เพื่อผลประโยชน์ หากแต่สิ่งที่ทำ เป็นความจำเป็น เพื่อยังผลแห่งการฟื้นฟูตนของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลำพังเพียงสมุนไพร ไม่พอ ต้องอาศัยองค์ความรู้ เพื่อสร้างพฤติกรรมให้สอดคล้อง เป็นสำคัญ

ด้วยจุดมุ่งหมาย มิใช่อยู่ที่เพียงแค่การหายโรค หากแต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางสิ่งบางอย่าง ตามครรลองของพระพุทธเจ้า เพื่อมิให้เมื่อกลับไปแล้ว ไม่ต้องกลับไปเป็นโรค ไม่ว่าโรคเดิม หรือ โรคใหม่อีก ต่างหาก

ดั่งที่ท่านอาสิกล่าว ชีวิตของเราท่านทั้งหลาย จะมีวันเวลามาทานสมุนไพรได้ตลอดหรือ เลยไปกระทั่ง คนทำก็จะทำให้ท่านทานตลอดหรือ คงเป็นไปไม่ได้

สถานที่นี้ อาจมีหลายสิ่งที่มองแล้วน่าสงสัย แต่เมื่อมีคนทำได้ แล้วหายให้เห็น ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การกระทำตามนั้นถูก ผลถูกจึงเกิด มิใช่หรือ

เพียงแต่ไม่ตรงจริตของหลายคน ที่มักเชื่อในสิ่งที่ตนเชื่อ เชื่อหมอ จึงเชื่อว่ายาดี ทั้งที่ไม่เคยมีผู้ประสพผลเลย เชื่อว่าบ้านดี อาหารดี สุขลักษณะดี ที่นอนดี จะสุขภาพดี จึงดิ้นรนหาเงินมาซื้อกัน แล้วเมื่อความจริงปรากฎ ความทุกข์มาถึง โรคมาประชิดตัว ทำไมสิ่งที่ว่าดีเหล่านั้น ทำให้ตนหายทุกข์แม้นแต่สักน้อยไม่ได้เลย

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า ทำไมไม่ดูที่ผล เมื่อหนทางนี้มีคนรอด ให้เห็น จะบอกว่า คำสอนนั้น ไม่มีจริง ไม่มีผลได้อย่างไร

แต่ก็ไม่แปลก เพราะมันมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย นายพลท่านหนึ่ง นอนในโรงพยาบาล หมอบอกรอเวลา บังเอิญลูกชายมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ ขอสมุนไพรไปกรอก โชคดี เหมือนปาฏิหารย์ สองวันต่อมาออกจากโรงพยาบาลได้ มาฟื้นฟูตัวต่อที่มูลนิธิ ได้หกเดือน กลับมาเป็นปกติ พอหายปุ๊บขอลาหลวงพ่อนิพนธ์ ถามว่าจะไปไหน บอกว่า บนไว้เจ็ดวัดทั่วประเทศ นี่หายแล้ว จะขอลาไปแก้บน

คนช่วยนั่งตำยาโป๊กๆ เขาบอกหายได้เพราะบนไว้ ซะงั้น คนช่วยแม้นแต่น้ำยังไม่ซื้อให้กิน แต่วัดนั่นอยู่เฉยๆ ก็มีของมีเงินมาถวาย สบายแฮ

นี่แลอุปสรรคใหญ่ ที่ทำไมคนหลายคนหายแล้ว กลับมาเป็นอีก ที่สำคัญกลับมาแล้วจะทานสมุนไพรสักฉันใด ก็ไร้ผล ...

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงชี้ว่า นี่เพราะไม่ยอมเรียนรู้ ไม่ยอมพิจารณา จึงไม่รู้ว่า อะไรกันแน่ที่เป็นที่พึ่งของตน ย่อมตกเป็นเชลยของผู้อื่นโดยง่าย เอาสิ ที่นอนดีๆ กินดีๆ ช่วยได้ พิธีกรรมนี้สิ ช่วยได้ หมอนี้สิ ช่วยได้ นั่นมันลม ไม่มีตัวไม่มีตน ถึงเวลาตกน้ำ คว้าไป นึกว่าช่วยได้ แต่มันเป็นลม กว่าจะรู้ เสียใจ ก็กลับตัวไม่ทัน จมน้ำเสียแล้ว

ที่นี่ไม่ได้หลอกใคร ศาสตร์ของพระภูมี ใครทำ ใครได้ พึ่งได้ แต่ไม่ถูกจริตเราท่านทั้งหลาย เพราะที่พึ่งของเราท่านทั้งหลาย เยอะเหลือเกิน มากมายเหลือเกิน ไอ้โน่นก็ดี เกจินี่ก็แจ๋ว ... พิธีนี้ก็เลิศ ไม่ยอมพิจารณา หลอกตัวเอง แลเมื่อถึงเวลา ความจริงก็ปรากฎ

ดั่งที่ท่านอาสิชี้ ฟังแล้ว พิจารณา ชอบอยากได้ ก็ลองทำดู หากแต่ไม่ชอบ ไม่อยากทำ ไม่เชื่อ ... อย่ามาเสียเวลาเลย ไปทำในสิ่งที่ตนชอบดีกว่า สิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นที่พึ่งดีกว่า อย่ามาดันทุรังทานสมุนไพรเลย ยากที่จะสมปรารถนา อย่างดีก็แค่ประทัง หรือดีกว่านั้น หายโรคนี้ แต่เชื่อเถอะ .... หนีเสือได้ แต่จรเข้มันรองาบอยู่

ไม่เอา ไม่บังคับ ไม่ว่ากัน .... ขอแต่คนที่ฟัง พิจารณา เชื่อ อยากได้ แล้วทำตาม วันเวลาก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่า อันไหนจริง อันไหนหลอก

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44