วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แค่เริ่มก็ต่างกันแล้ว

คำถามที่มักเจ้าหน้าที่มักถูกถามบ่อย เมื่อแจ้งแก่สมาชิกว่า การมาสถานที่นี้ ในห้าครั้งแรกนั้นต้องมาติดต่อกัน

นั่นคือ แล้วหลังจากนั้น "หยุดได้ใช่ไหม" แล้วก็อ้างเหตุผลนานานัปการ ไม่ว่างบ้าง ติดธุระบ้าง ไกลบ้าง ...

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เราท่านกำลังทำ นั้นเป็นเรื่องของชีวิต คือ การกอบกู้ชีวิต ที่เราท่านใช้ร่างกายและปล่อยปละละเลย ไม่ดูแล จนเสียหาย

เวลาที่ใช้ส่วนใหญ่ในชีวิต ก็ดูแลธุรกิจ ดูแลหมูหมา ดูแล... แต่ยกเว้นอย่างเดียวคือ ไม่เคยดุแลตน

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายว่า นี่คือปัญหาสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า เป็นกรรมหนัก คือ กรรมฆ่าตนเองนั่นเอง

หลายคนบอกว่าในชีวิต ไม่เคยทำบาป แต่ไม่เคยดูแลตน รับผิดชอบวิญญาณของตนเลย อาจจะประสพความสำเร็จในชีวิตทางโลก หากแต่ชีวิตตนตกอยู่ในขุมนรก กินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ คฤหาสถ์ที่มีช่วยอะไรไม่ได้เลย

พระภูมีทรงตรัสว่า เราท่านก็ชีวิตหนึ่ง หนำซ้ำยังมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในสังขารที่ยืมมาใช้อีกต่างหาก

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า พระภูมีจึงตรัสว่า หากจะช่วยผู้อื่น ต้องช่วยตนเองก่อน

ย้อนกลับมาในคราวที่ถึงเวลาต้องช่วยตน เมื่อทุกข์คือโรคมาถึงแล้ว ตนกลับบอกว่า ไม่มีเวลา มีข้ออ้างสารพัด

สัปดาห์ที่ผ่านมา คนไข้ชาวอเมริกัน สามีของหมอใหญ่ ทำการตรวจร่างกายพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง เข้าระยะอันตราย ภรรยาคุยกับสามี และหลีกเลี่ยงไม่ยอมรักษาในทางการแพทย์สมัยใหม่ หากแต่บินมาหาหลวงพ่อนิพนธ์เพื่อใช้แนวทางสมุนไพรแทน

ไม่น่าแปลกใจที่หมอใหญ่ และสามี จะตัดสินใจเช่นนั้น ก็คนไข้ของภรรยา เป็นเพื่อนสนิทกัน เป็นมะเร็งลำไส้ เป็นภรรยาของเศรษฐี ใช้กระบวนการทางการแพทย์สมัยใหม่ เรียกว่าแพทย์ระดับชั้นนำมาตลอด จนท้ายสุด เธอต้องถูกทำการผ่าตัดลำไส้ และเย็บปิดช่องกระเพาะอาหาร แล้วใช้สายสอดลงไปเพื่อให้อาหารแทน

จนท้ายที่สุด สภาพของเธอไม่ไหว และได้ข่าวจากเพื่อนในอเมริกา จึงให้เพื่อนหมอบินมาเป็นพี่เลี้ยงเธอ เพื่อลองใช้แนวทางสมุนไพร

เธอมาเช่าบ้านที่เมืองกาญจน์แบบรายเดือน และเดินทางมามูลนิธิทุกวัน เพื่อทานสมุนไพรและเข้าอบตัว ผ่านไปสองเดือน ผลการตอบรับของร่างกายดีมาก จากเดิมที่ใช้แต่อาหารเสริมวิตะมิน ที่สกัด ก็เลิก เปลี่ยนมาทานเนื้อที่ต้มสุก บด อาหารอ่อน ร่างกายก็เริ่มมีกำลัง กลับมาเดินได้ ทำกิจกรรมประจำวันได้ปกติ

หลวงพ่อนิพนธ์จึงให้หมอพาเธอกลับอเมริกา เพื่อที่จะไปขยายช่องอาหาร เพื่อให้สามารถทานได้เยอะขึ้น และเมื่อเธอกลับไปทำตามคำหลวงพ่อนิพนธ์ สภาพร่างกายที่ได้รับอาหารมากขึ้นก็เริ่มดีวันดีคืน

เมื่อสามีของหมอ ตรวจพบมะเร็ง จึงไม่แปลกใจเลยที่หมอ จะตัดสินใจพาสามีมาหาหลวงพ่อนิพนธ์พร้อมคนไข้ของเธอ ที่ผ่าตัดและพักฟื้นแล้ว

หลวงพ่อนิพนธ์ถามว่า สามีของหมอมีวันเวลาแค่ไหน

หมอแจ้งว่า บ้านที่คนไข้ของเธอเช่าไว้ ก็ยังไม่ได้คืน สามีของเธอขอวีซ่า ๓ เดือน เข้าประเทศไทย และหากการฟื้นฟูยังไม่เสร็จ ก็จะเดินทางเข้าออก อยู่ได้ครั้งละ ๓ เดือน ตอนนี้สามีเธอลางานมารักษาตัว ๑ ปี

คนไทย มาปุ๊บ ถามหลวงพ่อนิพนธ์ว่า กี่วันหาย อาทิตย์นึงหายไหม เดือนนึงหายไหม ฝรั่งไม่ถาม บอกว่า จะอยู่ไปจนกว่าหลวงพ่อนิพนธ์เห็นว่าสมควร

หลวงพ่อนิพนธ์จึงประกาศแจ้งเตือนว่า หลังปีใหม่นี้เป็นต้นไป จะมีการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร ใครที่ปรับตัวไม่ได้ ทำไม่ได้ ก็ให้ไปหาวิธีการอื่นที่ชอบแทน ให้เหลือเฉพาะคนที่อยากช่วยตนจริงๆ เท่านั้น

ไม่มีอีกแล้วที่จะให้เจ้าหน้าที่มาเตือน ไม่มีอีกแล้วที่ต้องติดป้ายให้ทำ ไม่ใช่ลักษณะของแผ่นดินศาสนา ที่ซึ่งทุกคนที่มาต้องมีสติ และมีใจ

ใครไม่ทำ ใครไม่เอา ใครรับไม่ได้ ถอยไป เหลือคนกลุ่มน้อยๆ ที่อยากได้ แล้วมาสู้กับโรคกัน

ก็ยังไม่รู้ว่าหลวงพ่อนิพนธ์จะมีมาตราการใดบ้าง

นี่เป็นความจำเป็นประการหนึ่ง ทีเป็นคำเตือนของแม่ชีเมี้ยนที่มีแก่หลวงพ่อนิพนธ์ ในตอนที่ขอกลับมา ที่ทรงตรัสว่า "จะเอาแต่ความเมตตา ช่วยคนดะไปหมด เอาอำนาจไปขวางเขาหมด กรรมเขาเล่นคนนั้น คนนี้ ก็ขวางเขาไปหมด โจรมันก็ปนเข้ามา ไม่รู้ก็ช่วยเขา ไปทำบาปอีก แกจึงมีสภาพที่เห็น ต้องรับผิดชอบที่เข้าไปขวางกรรมเขา"

เราจึงอยากย้ำเตือน ช่องรอดที่แม่ชีเมี้ยนทรงชี้ให้ว่า "อยากรอดต้องลดนิสัย เปลี่ยนตนเป็นคนดี"

วันเวลาของยักษ์หน้าโบสถ์มาถึงแล้ว ที่นี่จะไม่เป็นไก่รองบ่อน อยากมาก็มา ไม่อยากมาก็หยุด เล่นกันตามนิสัย อีกต่อไป

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44