วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ย้อนดูต้นแบบ

แม่ชีเมี้ยนทรงนำต้นแบบของพระพุทธเจ้าสี่ยุค มาใช้ในการสอนพระ เมื่อครั้งถ้ำกระบอก อันได้แก่ พระกุสันโธ พระโคนาคม พระกัสปะ และพระโคดม

ความจริงข้อนี้ ก็มีให้เห็นในหลายสถานที่ โดยเฉพาะพม่า ที่ในโบสถ์ จะมีพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์นั่งหันหน้าไปสี่ทิศนั่นเอง

กับดักประการหนึ่งที่พราหมณ์วางไว้ นั่นคือเสกสรรปั้นแต่ให้ผู้ที่จะทำตนเป็นพระพุทธเจ้านั้นเลิศเลอสุดประมาณ จนคนทั่วไป หรือเรียกว่าทั้งโลก หาผู้มีคุณสมบัติที่จะทำตนเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้เลย

หรือผู้ที่มุ่งมาดปรารถนา อยากทำตน ก็จะกลายเป็นว่า ทำเพื่อให้ตนได้เป็นพระพุทธเจ้า ในภายภาคหน้า

หากแต่พุทธประวัติ ของพระพุทธเจ้าในสี่ยุคหลัง แม่ชีเมี้ยนก็ทรงแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่จะทำตนเป็นพระพุทธเจ้านั้น มีทุกชั้นวรรณะ นั่นเอง หาใช่เฉพาะต้องเป็นกษัตริย์ไม่ ดูอย่างพระกัสปะ ก็เป็นชาวกระเหรี่ยง นุ่งกางเกงตูดขาด ยังทรงสามารถทำตนเป็นพระพุทธเจ้าได้เช่นกัน

หากแต่รูปแบบที่เหมือนกันทุกพระองค์ ไม่ว่าจะมาจากวรรณะใด ล้วนแล้วแต่มีสถานะเดียวกัน ในการเริ่มการตัดกิเลส นั่นคือ ทิ้งทุกอย่างทางโลกไว้ แล้วถือครองเพศบรรพชิตตลอดชีวิต กำแพงเดียว ที่จะต้องข้าม นั่นคือ นิสัยสันดานของตน นั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า กำแพงเดียวที่เป็นอุปสรรคในการสร้างบุญ ก็คือ นิสัยสันดานเดิม ที่เราท่านสั่งสมกันมา นับล้านๆชาติ อันเป็นนิสัยกรรม ไม่ว่า จะกรรมชั่ว หรือ กรรมดี

ทางสายกลางในอีกความหมายหนึ่งของการปฏิบัติ หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า คือ ไม่เอาทั้งกรรมชั่ว และกรรมดี นั่นเอง สิ่งที่มุ่งหวัง คือ บุญ

จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหลวงพ่อนิพนธ์สร้างสถานที่นี้ นับตั้งแต่เริ่มปี ๓๐ ท่านจะกล่าวเสมอว่า ในเมื่อทำเพื่อช่วยคน เอาบุญมาช่วยตน ไม่ได้หวังลาภ ยศ สรรเสริญ ตามแนวทางของพระภุมีแล้วไซร้ จึงไม่มีความจำเป็น ต้องโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ลงไปถึงต้องติดป้ายใดๆทั้งสิ้น

แลเมื่อการดำรงชีวิต เป็นความต่อเนื่องไม่มีหยุด พูดง่ายๆ กรรมมันไม่มีวันหยุด การสร้างบุญเพื่อช่วยตน จึงไม่มีวันหยุดเช่นกัน สถานที่นี้จึงเปิดทุกพฤหัสและอาทิตย์ ไม่มีนักขัตฤกษ์

ความจริงที่ประจักษ์ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า เมื่อต้นแบบพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แม้นบางองค์ จะมั่งมีสักฉันใด หากแต่วัตถุสิ่งของที่มี ไม่สามารถที่จะนำมาใช้สร้างบุญที่ต่อเนื่องถาวรได้ ก็ต้องทิ้งไป เหลือแต่สิ่งเดียวที่จะสร้างบุญได้ต่อเนื่องถาวร ทุกสถานที่ ทุกเวลา นั่นคือ นิสัย

เมื่อศาสตร์สมุนไพรเป็นบัญญัติของพระภูมี อาศัยขาบุญเป็นองค์ประกอบหลัก การฟื้นคืนกลับมาของหลวงพ่อนิพนธ์ คำฝากจากแม่ชีเมี้ยนที่ให้กลับมาบอกพี่น้องคนไทย นั่นคือ ทางรอดทางเดียว ในการเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ ที่ใกล้จะถาโถมเข้ามา ให้บอกแก่คนที่เชื่อ และทำตาม นั่นคือ "การลดนิสัย"

ต้นแบบพระพุทธเจ้า ท่านทำถึงมรรคผลนิพพาน จึงจำเป็นต้องตัดกิเลส ลดนิสัยกรรม จนหมดสิ้น หากแต่เราท่าน ทำแค่ระดับมนุษย์สมบัติ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า ก็เอานิสัยธรรมบางสิ่งบางอย่างมาจำตน ก็เพียงพอ

นี่จึงเป็นเหตุที่หลวงพ่อนิพนธ์ให้วิทยากร นำถวายสัจจะ เพื่อฝึกตน วันละสองชั่วโมง ในการมามูลนิธิ เมื่อทำได้ แลเห็นว่ากรรมที่ตนมีมันสาหัส ก็สามารถไปทำต่อเพิ่มเติมได้ตามกำลังขอตน

ยิ่งลดนิสัยตนเป็นบุญได้มากเท่าไหร่ การทานสมุนไพรก็ยิ่งประสพผลง่ายและเร็วเท่านั้น จนท้ายที่สุด ก็จักถึงขั้นบุญรักษา นั่นคือ จะทานสมุนไพรก็เฉพาะตอนที่เผชิญปล้องกรรมเก่าที่สาหัสเท่านั้นเอง นอกนั้น ด้วยบุญที่ทำได้ ก็สามารถใช้ขันติ อดทน ผ่านอาการได้แบบสบายๆ

นี่จึงเป็นเหตุที่ว่า ก็เมื่ออยากทำสมุนไพรช่วยเพื่อนมนุษย์ จึงมีขั้นตอนมากมาย ทำไมคนมาแล้ว ก็แจกๆไปเลยไม่ได้หรือ ทำไมต้องบังคับสวดมนต์ ทำไม...... อีกมากมาย

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์ ชี้ให้เห็นว่า ศาสตร์สมุนไพร พิจารณาต้นเหตุ คือ กรรม การจะแก้ไข จึงไม่จบที่สมุนไพร ไม่ได้จบด้วยการเอาวัตถุสิ่งของ หรือ เงิน มาแก้ไข หากแต่จบด้วยสิ่งเดียว นั่นคือ "การลดนิสัย" นิสัยที่สร้างทุกข์ให้แก่ผู้อื่น เปลี่ยนมาเป็นนิสัยธรรม ที่สร้างสุขให้แก่ผู้อื่น ทำได้แค่ไหน ผลก็ได้แค่นั้น ใครทำ ใครได้

ไม่ได้หยิ่ง ไม่ได้สร้างพิธีรีตรอง หากแต่สมุนไพรสูตรพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า เป็นหลัก "ตนพึ่งตน" อยากได้ต้องทำเอง ใครก็ช่วยใครไม่ได้

พระโคดมและพระญาติ มีสมบัติมหาศาล ยังต้องทิ้ง เพราะเอามาสร้างบุญไปนิพพานไม่ได้ ก็เป็นต้นแบบให้เห็นอยู่แล้ว มันน่าสงสัยว่า กรรมอะไรมันบังตา จึงไปหลงเชื่อคำพวกเอาศาสนาหากิน จึงจะใช้เงินใช้สมบัติหาบุญ เดินไปคนละทิศกับพระพุทธเจ้าแล้ว

แลผู้มีบุญของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ดูที่ฐานะ ยศศักดิ์ หากแต่ผู้มีบุญ ย่อมมีลักษณะเด่นคือ กินเป็นสุข นอนเป็นสุข และมีความสุขกับนิสัยธรรมที่ตนมี พระพุทธเจ้าทุกพระองค์และสาวก เป็นประจักษ์ว่าเป็นผู้มีบุญ ไม่เห็นองค์ไหน มีฐานะ ยศศักดิ์ เลยสักองค์ ทำไมจึงหลง เลอะเลือนไปว่า คนรวย คนมียศ เป็นผู้มีบุญไปได้

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้ระวังระไว จะทำอะไร ดูต้นแบบเขาบ้าง สิ่งที่เราท่านเดิน มันเดินตามหรือเดินคนละทางกันแน่ เมื่อถึงเวลาจะโอดครวญว่า ทำไมบุญที่ทำไม่ย้อนมาช่วยตนเลย ก็นั่นมันบุญนึกเอาเอง ทำตามความเชื่อ ความชอบ ไม่ใช่ทำตามธรรมวินัย นั่นเอง อย่าบ่นเลย ทำดีไม่ได้ดี ไม่มีหรอก เพราะทำอย่างไรได้อย่างนั้นแน่นอน

คุณสมบัติประการแรกในการเดินในศาสตร์อันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า คือ "วันเวลา" อะไรสำคัญ เราท่านก็ให้วันเวลา หากชีวิตของเราท่านสำคัญ แลต้องการบุญกอบกู้ชีวิต วันเวลาในการสร้างบุญจึงจำเป็น ใครที่บอกว่าจะหายไหม ก็ถามตนก่อนว่า มีเวลาสร้างบุญไหม หากคำตอบคือ เดือนหนึ่งมาครั้งได้ไหม .... หรือหยุดได้ไหม ... อยากได้ผลแบบไหน ก็เลือกทำกันเอง เลือกสิ่งที่ตนเห็นว่าสำคัญ ทำแบบไหน ได้แบบนั้น ยืนยันแน่นอน

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44