วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

เพี้ยน


พยากรณ์ที่สำคัญประการหนึ่ง ชี้ให้เห็นการกระทำของมนุษย์เมื่อห่างศาสนานาน นั่นคือ “เพี้ยน” ดั่งภาษิต “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นดอกบัวเป็นกงจักร

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทำให้พฤติกรรมทั้งหลาย ล้วนบรรเลงไปตามสิ่งที่ตนชอบ สิ่งที่ตนอยาก ทั้งหมดทั้งปวง ยากที่จะมีสิ่งใดมาหยุดได้ แม่ชีเมี้ยนทรงตรัสว่า นั่นแลเขาเรียก “โลกแตก

เป็นยุคที่คนทั้งหลายอ้างสิทธิเสรีภาพ แล้วเอานิสัยตนเป็นใหญ่ ไม่มีแล้วที่จะเห็นแก่ผู้ใด สิ่งใด กูจะเอา กูต้องได้ ไม่สนกรรมเวร พ่อแม่ครูบาอาจารย์จะห้ามสักฉันใดไม่ฟังเลย

ความเพี้ยนนี้ เพียงเพื่อสนองสุขทางกาย มีเงินทอง บ้านใหญ่ รถหรู หลงลืมไปว่า ตนของเรา มิใช่มีแต่เพียงกายไม่ จะเอาแต่สุขทางกาย โดยไม่สนวิธี อยากด่าก็ด่า อยากฆ่าก็ฆ่า อยากโกงก็โกง หยิบฉวยของผู้อื่นมาเป็นของตนด้วยปัญญา

ท้ายที่สุด สิ่งที่สำคัญกว่า และอยู่กับตน เป็นที่รับผลแห่งการกระทำของตน คือ “วิญญาณ” เล่า หาสุขไม่ได้เลย

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็น กรรมเขาก็เป็นปราชญ์ เขาจึงสามารถหลอกล่อ ให้มนุษย์มองไม่เห็น ไม่กลัวเขา ก็ถ้าผลแห่งการกระทำผิดเกิดกับวิญญาณแบบว่า ด่าเขาปุ๊บ เราก็โดนปั๊บ ทำเขาเจ็บทำเขาตาย เราท่านก็เจ็บก็ตายตามทันที ใครที่ไหนจะทำชั่ว

นี่แลคุณอันมหาศาลของศาสนา ที่มาชี้มาสอน มาทำให้เราท่านพิจารณาแล้วเห็นกรรม เห็นแล้วก็ต้องยอมรับ เป็นคนจริง ไม่ตีโพยตีพาย ทำไว้แล้วก็ต้องยอมรับ เมื่อกรรมอุบัติเป็นโรค แล้วปฏิเสธ ก็ยิ่งทำตนเป็นดินพอกหางหมู ยิ่งอยากหาย ดิ้นรนหายา รังแต่มีโรคมากขึ้น ยิ่งปฏิเสธ ตัดโน่นตัดนี่ ยิ่งหนักกว่าเดิม

บทสรุป นี่และเหตุที่ทำไมจึงต้องมีศาสนา ก็ด้วยเราท่านเดินห่างมาไกล พฤติกรรมยิ่งเพี้ยน สิ่งที่ทำจึงมีแต่โทษ ทำโดยไม่รู้ตัว บางคนอ้าง ฉันไม่เคยโกงใคร ไม่เคยฆ่าสัตว์ เข้าวัดทำบุญมาตลอดชีวิต แล้วทำไมจึงเป็นโรค สาหัสเยี่ยงนี้ บุญกุศลที่สร้างทำไมไม่เกื้อกูล ทั้งนี้ก็ด้วยสิ่งที่ทำ ล้วนแล้วแต่ฟังเขาอ้างเอ่ยว่าดี ก็ไปทำ แต่สิ่งที่ทำนั้นไม่ตรงร่องธรรม คำสอนนั่นเอง

ก็สมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ทานแล้ว กายยังหายโรคได้ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า แต่ทุกข์สุขมันอยู่ที่วิญญาณ ทำไมไม่ลองเอาธรรมของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา มาสร้างสุขให้วิญญาณตนบ้างเล่า

อย่าแปลกใจเลย ว่าคนรุ่นใหม่ ว่าไม่ได้ สอนไม่ได้ โรคที่เกิดก็จะยิ่งรุนแรง ตามนิสัยของมนุษย์นั่นแล ถ้าคิดจะรอยารักษาโรค รอไปเถอะ ไม่มีวันถึง หากแต่อยากหายโรค กลับง่ายนิดเดียว ฟังความรู้ของศาสนา แล้วพิจารณา เลือกเอาไปทำ ควบคุมนิสัยตน ยิ่งลดนิสัยตนมากเท่าใด มีนิสัยธรรมมากขึ้น โรคอะไรก็ไม่น่ากลัว

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงมักให้สติ “อยากสุข อยากหายโรค ยกวิญญาณให้อยู่สูง ไม่ใช่ด้วยวัตถุ ปัจจัยสี่

ด้วยสุข ที่แท้จริงของมนุษย์ คือ “กินได้ นอนหลับ” หาใช่ บ้านใหญ่ รถหรู เงินเต็มบัญชี สิ่งเหล่านั้น ตายไปก็เป็นของคนอื่น ฤา ไม่เชื่อว่าเราท่านจะต้องตาย

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44