วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561

ศาสตร์แห่งปราชญ์

ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมศาสตร์ของพระภูมี คนนิยมน้อย เพราะมันสวนกระแส สวนความรู้สึก อยากได้สุข ต้องให้สุขแก่ผู้อื่นก่อน สุขนั้นจึงย้อนคืนมายังตน ในขณะที่โลกทั้งหลายทั้งปวง ล้วนแล้วแต่พาตนไปแสวงหาสุข ตามนิสัยตน แล้วบอกว่า ตักตวงความสุข นั่นเพราะมองกันแต่เฉพาะหน้าเท่านั้นเอง

หากแต่แม่ชีเมี้ยนนำศาสตร์พระภูมีมาสอน ชี้ให้เห็นว่า "ตัวกระทำไม่ตาย" ท่านเชื่อหรือไม่

หลวงพ่อนิพนธ์จึงทำให้ดู ให้เห็นว่า การจะช่วยคน จึงต้องทำให้เขามีตัวกระทำในศาสนา พูดง่ายๆ แบบท่านอาสิ ก็คือ มีรอยมือรอยตีน ของตน ที่ให้สุขแก่ผู้อื่นนั่นเอง นี่แหละต้องใช้ผู้มีปัญญา

เราท่านจึงเห็น ร่องรอย ของการสร้างสถานที่ว่า ไม่ใช้สร้างขึ้นมาใหม่ ให้สวยงามตระการตา หากแต่สร้างด้วยวัสดุที่ดูแล้วไร้ค่า ผ่านปัญญาของหลวงพ่อนิพนธ์ ประติดประต่อ ผสมผสาน ให้กลายมาเป็นประโยชน์ ให้สุขแก่ผู้คน เพื่อผลแห่งสุขจะได้ย้อนไปยังเจ้าของวัตถุนั้นๆ

และที่เด่นชัดยิ่ง จักเห็นได้ว่า แรงงานที่ใช้สร้าง ล้วนแล้วแต่อาศัยคนป่วย ไม่ใช่จุดประสงค์เพื่อประหยัด แต่นั่นคือ รอยมือรอยตีน เมื่อแล้วเสร็จ มาใช้ อย่างน้อยก็กินน้ำเหงื่อของตน เหลือนั้นเป็นทาน ไม่เป็นหนี้ใคร

ในอดีต หากใครมาทันหรือเคยได้ยิน จะพบว่า คนที่เชื่อมโครงหลังคาเรือนพัก ที่ทานสมุนไพรมะพร้าว เชื่อหรือไม่ มาจากคนที่ตาสูญเสียการมองไม่เห็น จากอุบัติเหตุการเชื่อมท่อก๊าซ แล้วมาใช้มือคลำเชื่อมให้จนเสร็จ แล้วเขาก็มองเห็นอีกครั้ง จนตะโกนร้องอย่างดีใจ เมื่อเชื่อมตัวสุดท้ายของโครงหลังคาเสร็จ แม้นกระทั่ง พื้นที่นัง ก็มีพุทธประวัติ ที่เล่ากันไม่รู้เบื่อ ด้วยชายผู้หนึ่งเพื่อนพามา ด้วยเป็นโรคหัวใจ ที่หมอบอกห้ามออกแรงเด็ดขาด เพราะอาจเสียชีวิตได้ ในขณะที่เขานั่งอยู่ หลวงพ่อนิพนธ์ก็พูดกับเขาว่า นั่งไม่หายหรอก ไปหิ้วปูนสิ นั่นน่ะช่วยให้หายได้ เขาก็ตัดสินใจ ไปยืนในแถวหิ้วปูนหัวแถว จนเพื่อนกลับมาเห็นร้องด้วยความตกใจ กลัวเขาตาย แต่ปรากฎว่า เขาทำแล้วยิ่งแข็งแรงขึ้น จากนั้นก็เห็นชายผู้นี้ ยืนหัวแถวทุกสัปดาห์ในการเทปูน จนหายจากโรคหัวใจ

ปราชญ์ย่อมเห็น แลมีเมตตา จึงไม่แปลกเลยว่า ไม่ว่าสิ่งของจะดูเล็กน้อยสักเพียงไหน ก็เอามาเป็นประโยชน์ เพื่อช่วยคนผู้นั้น หากย้อนยุคถ้ำกระบอก พระเดินผ่านช้อนทานข้าวที่ตกอยู่ แม่ชีเมี้ยนตรัสสอนว่า หากเราไม่เก็บ เจ้าของช้อนที่รอบุญ รอทาน ก็หมดสิ้น หากแต่ท่านมีเมตตา มีปัญญา ก็เก็บช้อนขึ้นมา นำไปล้างทำความสะอาด เอามาทำประโยชน์ตักข้าว ตักแกง อีกครั้ง เจ้าของช้อน ก็จะได้บุญ ได้ทาน ที่ปรารถนาอีกครั้ง

แลมนุษย์ ที่เป็นโรค หลวงพ่อนิพนธ์ก็อุปมาเหมือนช้อนนั้น หากเราท่านร่วมกัน เป็น "สามัคคีธรรม" ช่วยคนนั้นๆ ขึ้นมาได้ จากคนที่สังคมรังเกียจ คนในบ้านบอกเป็นภาระ ด้วยมะกรูดลูก มะพร้าวลูก ของเราท่าน ทำให้คนผู้นั้น จากคนไร้ค่า กลายมาเป็นคนดี มีร่างกายสุขภาพดี จิตใจที่ดี คืนกลับไปสู่สังคมบ้าน และสังคมโลก นั่นคืองานของมูลนิธิไทยกรุณา ที่แม่ชีเมี้ยนปรารถนา

ไม่มีคนกดไลน์ กดแชร์ เป็นแสน เป็นล้าน ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่มีคนช่วยกันรักษาสิ่งดีดีนี้ไว้ ศาสตร์อันนี้ย่อมสูญไปจากประเทศไทย จะให้เป็นภาระของท่านอาสิ แต่ถ่ายเดียวไม่ควรเลย

บทสรุป ศาสตร์แห่งปราชญ์ สอนให้เป็นคนดี โดยเก็บมนุษย์ที่คนทั้งหลาย ปฏิเสธ เป็นภาระ มาปะติด ปะต่อ สร้างสุขภาพ นิสัยที่ดี ดังนั้น หากใคร ไม่อยากเป็นคนดี ไม่ต้องมา ไม่อยากเปลี่ยนพฤติกรรมใดๆ ก็ไม่ว่ากัน บ้านใคร บ้านมัน แม้นมาแล้ว ก็อย่านิ่งดูดาย ดั่งที่หลวงพ่อนิพนธ์สอน หยอดตาแล้ว ขอให้ตาสว่าง สอดส่อง ทำในสิ่งที่ช่วยตน และผู้อื่น แม้นแต่หยิบขวดน้ำที่ทานแล้ว ไปใส่ในที่จัดไว้ ก็ช่วยชีวิตได้ทั้งของตน และของผู้ที่ทิ้ง ที่ยังไม่รู้ ยังไม่ทำ ไม่เชื่อว่า "ตัวกระทำไม่ตาย"

แม่ชีเมี้ยนชี้เสมอว่า "มนุษย์ย่อมเอนเอียงไปตามนิสัยกรรม" เรื่องของกรรม คนทั้งหลายจึงแห่แหนกันไปมืดฟ้ามัวดิน หากแต่เรื่องของธรรม เห็นอยู่ว่า ช่วยคนได้ มีคนหาย กลับเบื่อไม่อยากฟัง ไม่อยากทำ ไม่มอง ไม่รับรู้ ... มีแรงไปเต้นมากมาย มีแรงไปตีกัน ไปด่ากัน มีแรงฟันไร่ทำกินมากมาย แต่มีไหม จะมองไปต้นยาที่กินสักต้น แล้วไปรดน้ำพรวนดิน อย่างน้อยก็ทำเพื่อให้ตนมีกิน เหลือนั้นเป็นทาน ... แค่คนละต้น ก็มีสมุนไพรทานกันเหลือแล้ว

เมื่อคนเชื่อศาสตร์แห่งปราชญ์ ดั่งที่คนในสวนสมุนไพร บ่อพลอย เชื่อหลวงพ่อนิพนธ์ ต้นยาทุกต้นในแผ่นดินนั้น ล้วนแล้วแต่มีคนจอง ช่วยกันดูแล ต้นเล็กก็คนนึง ต้นใหญ่ ก็สองสามคน ช่วยกันดูแล ผลก็คือ แม้นสมุนไพรจะทานเพียงแค่แก้วเดียว ไม่มีกลับบ้าน หายกันมากมาย แค่อัมพฤกต์ทิ้งไม้เท้ากองเป็นภูเขา พระต้องเผาไฟทิ้ง

ศาสตร์นี้มีที่ให้เฉพาะคนอยากเป็นคนดี แต่พลาดไป เพราะไม่รู้เรื่องศาสนา ไม่จำเป็นต้องมีมาก หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า ช่วยให้คนกลับมาเป็นคนดี ได้สักคน มีสุขภาพแข็งแรง นั่นก็เพียงพอแก่กุศลสำหรับตน เพราะสร้างคนดี ดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น มิใช่หรือ จึงเป็นศาสตร์เฉพาะคนอยากได้ ถ้าไม่อยากไม่ต้องมา ด้วยสิ่งที่ปรารถนายากที่จะประสพผล เพราะศาสนา ไม่ช่วยคนให้แรงคน กลับไปเป็นคนชั่ว ทำร้ายคนอีกอย่างแน่นอน นี่แหละจึงเรียก หลักปราชญ์ ไม่เป็นชี้ข้าคนชั่ว แต่สนับสนุนเป็นพี่เลี้ยงคนดี


ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44