วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

คำขอที่มองไม่เห็น

นับตั้งแต่ยุคถ้ำกระบอกของแม่ชีเมี้ยน มาหลวงพ่อนิพนธ์ มาท่านอาสิ สิ่งที่พร่ำสอน นั่นคือ การที่จะให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างคุณสมบัติ เริ่มจาก การให้หรือทำตนเป็นพระเวสสันดร การสละแรงกายมาเป็นจิตอาสา ไปจนกระทั่งการไปปฏิบัติหรือบวช

หลายคนอาจสงสัย ในเมื่อตนมารับสมุนไพร ทำไมต้องทำด้วย ไม่เห็นความจำเป็นใดๆเลย ทำให้เหนื่อย ปฏิบัติให้ทุกข์กับวินัยไปทำไม ตนชอบในสิ่งที่ตนเป็นอยู่ แค่ปรารถนาหายโรคเท่านั้นเอง หายแล้วก็จักกลับไปทำที่ตนชอบ ไม่จำเป็นต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก

หากแต่ศาสตร์ของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา หลวงพ่อนิพนธ์และท่านอาสิชี้เสมอว่า เหตุที่แท้จริง ที่ดลบันดาลทุกข์ นั่นคือ กรรม อันมาจากนิสัยของเราท่านนั่นเอง

และคำสอนอันเป็นหลัก ในศาสตร์นี้ คือ "ตัวกระทำไม่ตาย" ได้ยินได้ฟังบ่อยๆ

หลวงพ่อนิพนธ์ อรรถาธิบายให้ฟังว่า เมื่อตัวกระทำที่เราท่านทำไว้แล้ว มันไม่ตาย เมื่อทำกรรมชั่ว มันอุบัติมาเป็นโรคทำให้ทุกข์ จะทำให้ทุกข์นั้นหายไป ไม่ได้เลย นั่นจึงเป็นผลที่ว่า ทำไมโลกนี้จึงไม่มียารักษาโรค

สมุนไพร ก็ไม่ได้ทำให้ทุกข์นั้นหายไป เป็นแต่เพียงทำให้อวัยวะร่างกายของเรา ทนได้ ต่อสู้กับอาการนั้นๆได้ ไม่ใช่ทำให้อาการนั้นไม่ปรากฏ หรือทานแล้วไม่มีอาการ

ประเด็นมันก็อยู่ตรงที่ว่า หากความทุกข์ความเจ็บปวด ถาโถมเข้ามาในยามนี้ จนรับไม่ไหว ร่างกายทนไม่ได้ นั่นคือ ความแตกดับ หรือ ตาย นั่นเอง

นี่แล ทำไมเราท่านจึงต้องพึ่งศาสนา เพราะศาสนาสอนให้เราทำตน เป็นพระเวสสันดร เป็นผู้เมตตา เป็นผู้ที่กำลังเปลี่ยนตนให้มีนิสัยธรรม บางสิ่งบางอย่าง พูดง่ายๆ ทำตนเหนือมนุษย์ทั่วไป ทำในสิ่งที่คนทั่วไปเขาไม่ทำ

ผลที่เกิด หลวงพ่อนิพนธ์ ชี้ว่า พฤติกรรม การกระทำเช่นนี้แหละ ที่ศาสนา จะใช้อำนาจธรรมเกื้อกูล ไปต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวร ให้ผ่อนผัน อ่อนโยน ยืดระยะเวลา หรือค่อยๆทยอยใช้ แก่ผู้ที่เชื่อในศาสนาแล้วทำ คำขอที่มองไม่เห็นของศาสนานี้ ก็อ้างว่า คนผู้นั้นเชื่อแล้วกำลังทำ ตอนนี้ คนผู้นั้น มีการกระทำช่วยผู้อื่น เมตตาผู้อื่น ชีวิตของเขา มีผลต่อชีวิตผู้อื่นอันมหาศาล

นั่นเป็นเหตุที่ว่า หน้าที่ของวัดอันหนึ่งที่สำคัญ คือ การนำคนทุกข์มารวมกัน แล้วคนทีมาหาศาสนา ได้ฟังคำสอน พิจารณา แล้วเชื่อ ก็ทำตน ให้เป็นประโยชน์ แก่คนทุกข์เหล่านั้น ไม่ใช่เอาเฉพาะคู่คล้องกรรมแห่งตน คือ ลูกเมีย เมื่อทำแล้ว ชีวิตของคนผู้นั้น ก็มีค่าต่อชีวิตของคนทุกข์มากมาย อาทิที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ ถ้าคนนี้ไม่ไปเก็บใบยา คนทุกข์เป็นพันจะมียากินหรือ ถ้าคนนี้ไม่หิ้วมะกรูด มะพร้าวมา คนนั้นจะมีสมุนไพรมะกรูด สมุนไพรมะพร้าวทาน หรือ ถ้าพฤติกรรมแบบนี้ คนผู้นั้นถือเป็นวินัย ที่ตนจักทำเพื่อช่วยผู้อื่น ย่อมเป็นพฤติกรรมเหนือมนุษย์ ที่สมควรจะให้มีชีวิตดำรงอยู่ใช่หรือไม่

คำขอของศาสนาที่มีต่อคนที่เชื่อแล้วทำตาม ก็ทำให้เจ้ากรรมนายเวร โอนอ่อน ให้เวลา คนผู้นั้น ก็ทานสมุนไพร มีเวลาฟื้นฟูตนเอง และสร้างบุญให้เจ้ากรรมนายเวร คนผู้นั้นเมื่อได้ทุกข์จากการเจ็บปวดทรมานทางกาย ร่างกายพร้อมก็ทนได้ ผ่านได้ จึงหายโรคได้

บทสรุป ด้วยคำขอนี้เอง ที่คนทั้งหลายมองไม่เห็น จึงไม่เห็นความจำเป็นในการปฏิบัติตนตามคำสอน หวังแต่จะพึ่งสมุนไพรเท่านั้นเอง ผลก็คือ น้อยคนจะสามารถทนต่ออาการที่ถาโถมมานั้นได้ มิเพียงไม่หายโรค แม้นแต่ชีวิตก็ยากจะรักษาไว้ได้ หลวงพ่อนิพนธ์เรียกว่า พรหมลิขิตหักกลาง ไปทั้งที่ยังไม่ครบอายุตน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมสถานที่ของแม่ชีเมี้ยน จึงสามารถช่วยคนที่เชื่อแล้วทำตามได้ เพราะมีอำนาจธรรม มีวินัย ที่ให้คนที่ฟัง แล้วเชื่อ ทำตาม ทำตนเป็นที่พึ่งแห่งตน นั่นคือ ชีวิตตน มีประโยชน์แก่สรรพสัตว์ นั่นเอง

ถ้าใครจะถามว่า โรคตนจะหายไหม ตนจะรอดไหม หลวงพ่อนิพนธ์ก็ให้ถามตัวเองว่า ตนกระทำของตน มีประโยชน์แก่สรรพสัตว์มากน้อยเพียงใด เพียงพอต่อให้ธรรมไว้ต่อรอง ร้องขอกรรม ให้โอนอ่อนได้หรือไม่นั่นเอง

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44