วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2561

ถูกใจหรือถูกต้อง


จดหมายน้อยจากสมาชิก เขียนบรรยายสภาพความอึดอัดของตน ที่มีต่อมูลนิธิไทยกรุณาในวันนี้ว่า ทำไมท่านอาสิ จึงพูดนาน พูดซ้ำๆกันอยู่นั่นแหละ ทำไมไม่แจกสมุนไพรเร็วๆ มีจุดมุ่งหมายอะไร หากอยากได้เงิน ก็เปิดหน้าขายกันไปเลย จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา ต้องมานั่งทนฟัง ต้องมาทำโน่นนี่นั่น ที่ตนไม่ถูกใจ

นั่นก็ตรงกับใจเราเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ มูลนิธิไทยกรุณา ควรจะเปิดหน้าแลกกับคนป่วยที่มากันไปเลย ว่าจะเอาอะไรกันแน่ ใครเป็นคนนำ ใครเป็นคนตาม

คำสั่งสุดท้ายของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่มีแก่ท่านอาสิ และผู้ติดตาม ให้พิจารณาว่า มูลนิธิไทยกรุณานั้น จะทำหรือไม่ก็ตามใจ หากทำต่อ การกระทำนั้นก็ทำเพื่อเป็นทาน เป็นโอกาสแก่เพื่อนคนไทย ได้มีโอกาสพ้นโรค พ้นภัย เป็นทางเลือก ถึงแม้นจะมีคนทำได้น้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

หากแต่สิ่งที่ต้องพึงระวัง นั่นคือ อย่าเดินซ้ำรอยของท่าน เพราะด้วยความเมตตาที่มีสูงเป็นอุปนิสัย จึงปล่อยให้สถานที่นี้ แทนที่จะเป็นวัด เพื่อกล่อมเกลานิสัย ให้มีนิสัยของพระพุทธเจ้า กลับปล่อยให้คนที่มา ทำให้สถานที่นี้กลายเป็นตลาด มาพอกพูนนิสัยของแต่ละคน มาเอาแต่ความอยากของตน คือ อยากหายแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่สนที่จะควบคุม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตน แต่อย่างใด ผลสุดท้าย หลวงพ่อนิพนธ์จึงต้องรับผิดชอบ ท่านจึงต้องตกในฐานะ "ช่วยเขาแล้วเราตาย"

วันนี้ ปีนี้ เมื่อสมาชิกเปิดความในใจ เราก็อยากเปิดความในใจ ของหลวงพ่อนิพนธ์ว่า "ตลาดช่วยใครไม่ได้" ถ้าจะมาเพื่อบรรเลงนิสัย อย่ามาให้เสียเวลาเลย ไปในที่ที่ตนชอบ และบรรเลงนิสัยได้เต็มที่ ใช้เงินซื้อทุกสิ่งที่ต้องการได้ ดีกว่าไหม บ้านใคร บ้านมัน

คนที่มาที่นี้ ไม่ต้องมาก เพราะไม่ได้ทำเพื่อหาเงิน เพื่อลาภยศ ชื่อเสียง แต่ทำเพื่อรักษาสิ่งดีๆที่แม่ชีเมี้ยนทิ้งไว้ให้ คือ เป็นวัด ที่เดินตามรอยของพระพุทธเจ้า ครั้งพุทธกาล มีไว้เป็นสถานที่ลดนิสัยของตนเป็นบางสิ่งบางอย่างลงให้จงได้ เป็นตัวกระทำที่ตนจะได้พึ่ง ส่วนหายโรคนั้นเป็นของแถม เพื่อตอบแทนพระคุณแผ่นดินเกิดของท่าน .... ให้กับเฉพาะผู้ที่อยากได้

จะมีคนเดียว ที่นี่ก็ยินดี ดีกว่า มีเป็นพันเป็นหมื่น แต่มาแล้ว ไม่ทำตามรอย มาทำให้วัด กลายเป็นตลาด ทำให้สถานที่ของแม่ชีเมี้ยน ที่สร้างมาเพื่อให้คนเป็นคนดี กลายเป็นที่ฆ่ามนุษย์ ไม่ควรเลย

เชื่อว่า ทุกคนไม่มีใครโง่ คนทำก็ไม่โง่ เงินไม่เอา ลาภยศ ชื่อเสียงไม่เอา แต่จะมาทำแล้วได้บาป จะทำเพื่อ ศาสนาเป็นหลักปราชญ์ สอนให้เป็นคนมีจิตวิญญาณที่สูง มีเมตตา มีเสียสละ มีนิสัยของพระพุทธเจ้า เมื่อผีเข้ามาย่อมร้อนเป็นธรรมดา จะหายร้อนคนผู้นั้นต้องเอาผี คือนิสัยตนออกจากตัว จึงคลายร้อนได้

บทสรุป ถ้าจะเอาความถูกใจ ไปที่อื่น ถ้าจะเอาความถูกต้อง ทำแล้วช่วยตนได้ พ้นโรคได้ ทำไมไม่ทำตามผุ้นำสอน ก็ถ้าความคิดตนดีกว่า ถูกต้อง สถานที่นี้ก็ไม่มีประโยชน์กับคนผู้นั้น จะมาเพื่ออะไร

เราจึงอยากจะชี้ว่า หากให้คนทั้งหลายนำ จุดจบของที่นี่ คงไม่ต่างอะไรกับถ้ำกระบอก ที่วันนี้ช่วยอะไรใครไม่ได้เลย แม้นสูตรสมุนไพรจะเต็มตู้ หากอยากจะมีที่ที่ทำให้คนพ้นโรค พ้นทุกข์ได้ จะไปกันอย่างไร ถ้าไม่เอาธรรมคำสอนของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนมานำตน

เราจึงอยากแนะนำว่า ใครไม่ชอบ ไม่ถูกใจ ไม่ได้โกรธเคือง แต่กรุณาถอยออกไปก่อน ดูเขาทำ แล้วดูผล ว่าคนที่มาแล้วทำ ผลเป็นอย่างไร ถ้าช่วยไม่ได้หรือทำผิด ผลมันก็ประจานเอง แต่ถ้ามีคนทำได้ แล้วหาย แล้วทำไมจึงเอาความคิดตนมาใส่ที่นี่เล่า ก็ที่ไหนที่ว่าดี ว่าแน่ ไม่ว่า หมอผี หมอพระ หมอสมุนไพร เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ไปหามาหมดแล้ว ช่วยได้ไหมเล่า เมื่อมีที่ที่ช่วยคนได้ ทำไมไม่ทำตามเขา ดันจะให้เขามาทำตามนิสัยตน จะได้ฉิบหายกันทั้งสองฝ่ายนั่นเอง แทนที่จะให้คนรู้จูง ดันอยากจะจูงคนรู้เสียนี่

ไม่เชื่อหรือ ว่าความรู้เรื่องศาสนาที่ท่านทั้งหลายมี นั้นไม่ใช่ เมื่อทำแล้วผลจึงช่วยตนไม่ได้ ก็ดูเอาเถอะ โรงพยาบาลสงฆ์มันประจานอยู่ สงฆ์ของพระภูมี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ทำตามคำสอนที่ถูก ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นหรอก นับประสาอะไรกับท่านที่เดินตามคำสอนที่ผิด ทำตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เข้าวัดตั้งแต่ไม่รู้ความ ทำไมจึงไม่มีผลช่วยตน ลองพิจารณาดู

บุญญาธิการของศาสนาพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ลองฟัง พิจารณา แล้วทำตาม ดูสิ แค่หายโรคนั้น "กระจอกโคตรๆ" นี่มาไม่ทำ จะเอาแต่สมุนไพร จะเอาแต่สิ่งที่ตนชอบ อยากทำ ... หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า "ศาสนาไม่ใช่ขี้ข้าน่ะโว้ย ต้องสนองความอยากของพวกท่าน" พระพุทธเจ้าเขาเอาเฉพาะคนทำได้เท่านั้น คนไม่ทำ จะร้องขอสักฉันใด เขาไม่สนแม้แต่แลตามอง

จำไว้น่ะ หลวงพ่อนิพนธ์เตือนสติ สำหรับผู้ที่เชื่อท่านว่า "ถ้าเราไม่มีที่เว้น แม้นแต่แผ่นดินของแม่ชีเมี้ยนที่จะทำให้เเราท่านมีสติ ลดกิริยาลงได้ อย่าหวังเลยว่า เวรกรรมจะเว้นเราท่าน เราท่านจะพ้นจากโรคทั้งหลายทั้งปวงได้ ทานแต่สมุนไพร หายโรคนี้ก็ไปเป็นโรคนั้น หรือไม่ก็ประสพอุบัติเหตุ สุดท้ายก็ตายเหมือนกัน การมาพบก็สูญเปล่า ที่นี่เป็นวัด อย่าทำให้เป็นตลาด เพราะตลาดช่วยใครไม่ได้ มาวัด ก็ต้องฟังคำสอน ใจมันไม่ชอบ ฟังบ่อยๆ น้ำหยดลงหินยังกร่อน ฟังนานๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนบ้างไม่มากก็น้อย ตามสติปัญญาและกำลัง แต่ถ้าฟังสักเท่าใดไม่เปลี่ยนเลย นั่นมันคนดิบ พระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าไปคบ อย่าไปยุ่ง กรรมเขาจะหาม อย่าไปสอด"

ทุกคำสอน ทุกกิจกรรม ย่อมต้องมีผลดี มิเช่นนั้นแล้ว คนสอนนั่นแหละเป็นผู้รับกรรมที่เอาคนทุกข์มาเคี่ยวเข็ญทรมาน ก็เงินทองไม่รับ ผลประโยชน์ไม่เอา จะมาสอนให้ทำเพื่อ ถ้าทำแล้วมันเป็นกรรม ... คนสอนเขาไม่โง่ แลท่านก็ไม่โง่เช่นกัน จะพิจารณาสิ่งใด ทำไมไม่ดูที่ผล ถ้าผลถูกเกิด จะบอกว่าวิธีการผิดได้อย่างไร ... วิธีการมันถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจท่านต่างหาก .... ก็สมควรบ้านใครบ้านมัน จะได้ไม่เป็นเวรเป็นกรรมซึ่งกันและกัน ดีกว่าไหม

คำถามก็คือ เมื่อท่านฟังซ้ำๆมาต้้งนาน พิจารณาหรือยัง เข้าใจหรือยัง ที่สำคัญ ลงมือทำหรือยัง ... ฤาจะมาเพื่อนิสัยชูชก กูจะเอาถ่ายเดียว ไม่ว่ากัน แต่ตอนจบ อย่ามามั่ว มาโบ้ย ว่าสถานที่นี้ไม่ดี ช่วยไม่ได้ มันไม่ยุติธรรม เพราะคนทำได้ คนหาย เขามีเป็นพยานใหญ่


ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44