วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง

คนทั้งหลายที่มา ส่วนใหญ่ล้วนวาดฝันว่า การมาถึงที่นี่ตนเองต้องรอดเป็นประการแรก

ฝันนี้ไม่ไกลเกินไปนัก การได้มาก็อาจจะไม่ยาก

สิ่งสำคัญที่หลวงพ่อนิพนธ์มักชี้ให้เห็น ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ นั่นคือ วันเวลาในการสร้างบุญ เพื่อช่วยตน

ดังนั้น ด้วยเหตุแลปัจจัยที่กล่าวนี้ ดัชนีตัวแรกที่จะวัดว่าฝันจะไปถึงหรือไม่ ก็คือ การยืนระยะ

หากแต่การมาสัปดาห์ละครั้ง กว่าจะได้วันเวลา ก็ดูช่างเนินนนานเหลือเกิน จนบางคนท้อ

ตัวอย่างที่เห็นชัด ก็ดูอย่างโรเบิร์ต ที่มาฟื้นฟูตนด้วยโรคมะเร็ง หลังจากหมอที่บ้านเกิดไม่รับรักษาแล้ว ได้คำบอกเล่า ก็บินมาใช้เวลาทั้งหมดที่มีเพื่อการฟื้นฟู ช่วยตน ประมาณสามเดือน

คิดดูคร่าวๆ ก็เกือบร้อยวัน หากเราท่านมาสัปดาห์ละวันเพื่อฟื้นฟู เอาเป็นว่าใช้เวลาสร้างบุญเท่าโรเบิร์ต ก็เกือบสองปีจึงจะได้วันเวลาที่เท่ากัน นี่หมายถึงห้ามขาดแม้นแต่สัปดาห์

แต่ศาสน์ส่งเสริมคนดี เมื่อฟื้นฟูตนได้ ก็อยากให้ได้พรหมลิขิต เพื่อจะได้ทำความดีต่อ

แต่คนทั้งหลายทั้งปวงไม่คิดอย่างนั้น คิดแต่ว่าเมื่อหายโรคที่เป็นในปัจจุบันนี้ หมายถึงตนจะรอด และจะไม่เป็นอะไรอีก

ดังนั้นเมื่อฟื้นฟูตน จนอาการดี กลับเป็นปกติ ก็ถีบหัวเรือส่ง เมื่อขึ้นฝั่งได้ นั่นก็คือ เอาแค่นี้ไม่ทำแล้ว ลำบาก เสียเวลา มีธุระจำเป็น โน่นก็สำคัญ นี่ก็สำคัญ

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า นี่คือ ตำหนิหรือข้อเสีย ในสิ่งที่หลายคนทำในปัจจุบัน

หลายคนก้าวข้ามมาถึง วินัยของพระพุทธเจ้า ใช้เวลาเข้าพรรษา มาฟื้นฟูตน การฟื้นฟูตนก็รุดหน้า พ้นวิกฤตเข้าสู่สภาพที่ตนพอใจ เมื่อหมดพรรษา ก็วางแผนในใจจะไปทำในสิ่งที่ตนคิดว่าจำเป็น ไม่ว่า อาชีพ หรือสิ่งใด หลังจากนี้

แต่ความเป็นจริงไม่เป็นอย่างที่ฝัน สภาพที่เห็น มันยังไม่พ้นบ่วงกรรม หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า สิ่งที่ทำ อาจจะอยู่ได้สักปีนึง

แล้วหลังจากนั้น เมื่อหมดบุญ สภาพก็จะย้อนกลับเพราะยังหนีไม่พ้น

เราจึงคิดเสียดาย ไม่ว่าชีหรือพระที่บวชเข้ามาในพรรษานี้ แม้นจะช่วยตนได้ ในเวลานี้ แต่หลวงพ่อนิพนธ์บอกว่า หากคนเหล่านี้มีวันเวลาให้ศาสนาอีกสักระยะ จนครบปีนึงหรือสองปี

พรหมลิขิตของพวกเขาก้จะอยู่รอดปลอดภัยไปได้อีกถึง สิบปี ยี่สิบปีเลยทีเดียว

ก็แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อคนเหล่านี้ไม่รู้พรหมลิขิตตน และไม่รู้ว่า สิ่งที่ทำให้ประโยชน์แก่ชีวิตมหาศาล เมื่อร่างกายดี สิ่งอื่นก็เลยกลายเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็น การกอบกู้พรหมลิขิต ก็ถูกตัดตอน

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ไหนๆจะทำแล้ว ก็ทำให้จบราว นั่นคือ อยู่รอดปลอดภัยไปอีกนาน มิฉะนั้น สิ่งที่ทำก็สูญเปล่า เพราะไปได้ไม่ถึงไหน

ตอนนี้ เราท่านบอกไม่มีวันเวลาให้ศาสนา เพื่อฟื้นฟูตน ในไม่ช้านี้ ศาสนาก็จะไม่สน บัญญัติของพระพุทธเจ้าเลือกเอาเฉพาะคนอยากได้ ใครที่ไม่เห็นว่าชีวิตตนสำคัญ จะไม่ยุ่งด้วย

เพราะฉะนั้น นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ประตูของการบวชชีและพระ จะแคบลง เหลือให้แต่ผู้ที่อยากช่วยตน แลมีวันเวลาเท่านั้น นั่นคือ ใครอยากเข้าประตูนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีวันเวลาสองปี

ศาสนาไม่ใช่ขี้ข้าใคร ที่จะมาให้ช่วยแล้วก็ไป ไม่คิดจะทำตนเป็นคนดี จิตใจสูง ปรารถนามรรคผลนิพพาน

เราจึงจำคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าที่เล่าให้ฟังว่า เมื่อคนป่วยไปหาแม่ชีเมี้ยน ไม่ต้องพูดอะไร ตอบคำถามเดียว ที่แม่ชีเมี้ยนทรงถามนั่นคือ บวชได้ไหม เท่านั้นปี เท่านี้ปี ตามกรรมที่ตนทำมา ถ้าไม่ได้ก็กลับไป ... ภาพนี้กำลังจะย้อนกลับมาให้เห็นอีกครั้ง

ส่วนพวกที่มาทานสมุนไพรอย่างเดียว อยากทานก็ทานไป ศาสนาเขาให้เป็นทานอยู่แล้ว แต่ผลจะได้สักเพียงใด ไม่รับรู้ แล้วแต่ผู้ทาน

ภาพอนาคตที่เราท่านจะได้เห็น นั่นคือ วันเวลาของหลวงพ่อนิพนธ์ กับฆราวาส จะน้อยลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นยากที่จะพบ

เราจึงนึกถึงคำแม่ชีเมี้ยน ที่ตรัสว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เขาหยิ่ง ไม่สนหรอกว่าผู้ที่มาจะเป็นใคร เจ้าแผ่นดินหรือเปล่า คนที่พระพุทธเจ้าจะทรงคบหาด้วย มีแต่ผุ้ที่ปรารถนาถึงนิพพานหรือสวรรค์เท่านั้น ใครไม่ปรารถนา ท่านไม่คบด้วย ... เสียเวลาเปล่า

ทีนี้จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อสมุนไพรมีเจ้าของ แลรอเจ้าของสั่ง หากพระพุทธเจ้าไม่สั่ง หรือผู้แทนอำนาจไม่สั่ง กินสักฉันใดก็ไร้ค่า

นี่แหละ พิสูจน์ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีเจ้าของ

ฝันอยากหายโรค หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย

เราท่าน หากไม่มีวันเวลาในการสร้างบุญแล้วไซร้ ฝันให้ไกลสักเพียงไหน ก็ไปไม่ถึง ไม่มีทางเป็นดาวค้างฟ้า กลายเป็นคนไม่มีโรคจนจบพรหมลิขิต อย่างดีก็แค่พลุ ที่ดูดีเพียงชั่วคราว หมดบุญที่ทำวันใด ก็อุปมาเหมือนหมดแรง ก็รอแต่ดิ่งลง

เหมือนกรรมการหลายคน ที่พอดี ก็ถีบเรือส่ง ไม่สน ไม่มา กูดีแล้ว หายแล้ว หมอบอกไม่เป็นไรแล้ว ผ่านไปปีสองปี ไม่โรคเก่าหวน ก็โรคใหม่มาเยือน ดิ้นไปหาหมอ เพราะอาย ท้ายที่สุดหมอก็ทิ้งอีก ทีนี้วิ่งมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ ... คนเหล่านี้ล้วนแต่เจอบทอุเบกขาทั้งสิ้น เพราะไม่มีคุณสมบัติซะแล้ว ถึงทานไปก็มีแต่หน้าแหก

หมดเวลาโหมโรง นั่นคือ หมดโปรโมชั่น ที่จะทำอย่างไรก็ได้ ถึงเวลาเปิดโรงที่นี้ ศาสน์เขาจะเป้นผู้กำหนดให้เล่น ใครทำได้ ก็รอด ทำไม่ได้ หรือไม่ทำ เขาก็ไม่เล่นด้วย นี่จึงเป็นที่มาของสุภาษิตที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า หมูเขาจะหาม อย่าเอาคานไปสอด กรรมเขาจะเล่น เมื่อเขาไม่ยื่นมือมา พระพุทธเจ้าท่านก็ปล่อยผ่านไป ไม่ยุ่งด้วยนั่นเอง

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44