วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หมดเวลาโหมโรง

หากเปรียบกิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา กับการแสดงละคร ตั้งแต่ปี ๓๐ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ก็อุปมาเสมือนการโหมโรงของละครโรงใหญ่ ที่ใช้เรียกคนนั่นเอง

ช่วงโหมโรง ก็เป็นช่วงโปรโมชั่น ทั้งนี้ทั้งนั้น หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า เพื่อแสดงให้เห็นว่า ศาสน์ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เป็นของจริง และทำได้จริง นั่นเอง

แต่ ณ.เวลานี้ เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติ นั่นเป็นสัญญาณว่า ละครโรงนี้ได้เวลาเปิดม่านแล้ว หรือ หมดเวลาโหมโรงแล้วนั่นเอง

กิจกรรมที่จะดำเนินต่อไป จึงต้องอยู่ในรอยของศาสนา เป็นไปเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกับของพระพุทธเจ้า นั่นคือ เพื่อสร้างคนดี

คนดี ในที่นี้ ไม่ใช่ความหมายเหมือนในโลกที่ใช้กัน หากแต่คือคนที่มีปรารถนา มรรคผลนิพพาน ถึงแม้นชาตินี้ยังไม่ได้ ก็หวังผลไปยังชาติหน้า

เพราะผู้ที่ไม่มีปรารถนา ย่อมไม่กระทำตน หรือ ควบคุมตน ให้เป็นคนดีอย่างแน่นอน

ดังนั้น นับต่อแต่นี้ ผู้ที่จะมาร่วมเดินทางสายนี้กับหลวงพ่อนิพนธ์ จึงจะถูกคัดกรองเหลือแต่ผู้ที่มาในความสามัคคี ยินดีแล้วจึงมา เท่านั้นเอง

แปลความได้ว่า หากไม่ปรารถนาเป็นคนดีแล้วไซร้ ที่นี่ไม่ต้อนรับ เพราะการมาก็ไร้ประโยชน์ทั้งผู้มาและผู้ให้

เมื่อจิตตั้งปรารถนาไว้สูง นั่นคือ ยกจิตให้สูง ก็จะเกิดสติ ควบคุมตน แล้วกระทำตน ให้ถึงซึ่งปรารถนาของตน

เมื่อจิตสูง ใจสูง คำโบราณกล่าวไว้ ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

กายที่เป็นทุกข์เพราะโรค กำลังตกนรก ก็จะถูกยกสูงขึ้นตามด้วย

แลผู้มีธรรม ก็คือผู้มีบุญ แลสัญญลักษณ์ของบุญก็คือความสุข จะไปจมกับกองทุกข์คือโรคได้อย่างไร

ใครทำตนได้ จึงได้การหายโรคเป็นของแถม โดยอัตโนมัตินั่นเอง

ในไม่ช้า คำถามที่จะได้ยิน ก็จะย้อนยุคถ้ำกระบอกสมัยแม่ชีเมี้ยนนั่นคือ เป็นอะไรหรือ แล้วก็จะพิเคราะห์ความหนักเบาของกรรมที่ทำมา แล้วก็ถามกลับว่า บวชได้ไหม สักเท่านี้ปี เท่านั้นปี

คำถามที่มักถามว่า หายไหม ก็จะกลายกลับเป็นคำถามย้อนกลับมาว่า ทำได้ไหม ถ้าทำได้ ก็ได้ชีวิตและได้หายเป็นของแถม ถ้าทำไม่ได้ ก็กลับไป หาวิธีที่ตนชอบและทำได้

ในไม่ช้า คนที่มา จะต่างกับวันนี้ เพราะคนที่มาในอนาคต คือคนที่อยากได้ แล้วทำ นั่นเอง

ศาสน์ไม่ต้องการปริมาณ ต้องการคุณภาพ คือ คนทำได้

เราท่าน ถูกปล่อยให้ทำตามใจมานาน อยากมาก็มา มีธุระก็หยุด เดี๋ยวก็วิ่งไปหาหมอบ้าง เจ้าบ้าง เอาทุกอย่างที่คนบอกว่าดี

ณ.วันนี้ ถึงเวลาที่หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า คนโลเล ไม่ควรเล่นของกายสิทธิ์

เราจึงมาเตือนว่า หากอยากเดินเส้นทางสายนี้ ต้องปรับตัว ปรับใจแล้ว ที่สำคัญ ในอดีตช่วงโหมโรง ท่านเป็นคนทำตามความอยากของตน มาวันนี้ ศาสน์ เขาทำตามความอยากของเขาแล้ว ปรับไม่ทัน ทำไม่ได้ ท่านก็จะกลายเป็นยักษ์หน้าโบสถ์ เช่นอดีตพุทธกาล ได้แต่อยาก แต่ทำไม่ได้ ก็เข้ามาไม่ได้

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44