วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เอาแต่ชอบ

หลักของพระภูมี เป็นหลักปราชญ์ อันหมายถึงต้องเอาเหตุเอาผล

หากแต่พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ มักจะโบ้ยปัญหาของตน ให้กับผู้อื่นหรือสิ่งอื่นเป็นธรรมดา การมาทานสมุนไพรก็เฉกเช่นเดียวกัน หลายคนเมื่อมาแล้ว ก็ใช้นิสัย ความคิดเดิมๆ ถ้ายาดีต้องช่วยตนได้ นั่นคือ ตนไม่ต้องทำอะไร เป็นหน้าที่ของยา ที่ต้องช่วยตนให้หาย เพราะบอกว่าเป็นยาดี

พฤติกรรมแบบนี้ เรียกว่า เป็นการผิดซ้ำผิดซ้อน ผลก็คือ ยากที่จะช่วยตนให้พ้นโรคได้ ยิ่งถ้ายาทั่วไปนั้น อ้างว่า รักษาโรคได้ด้วยแล้ว ยิ่งไปคนละทิศละทางกับหลักของพระภูมีเลย

ท่านอาสิจึงมักชี้ให้พิจารณาความจริงของจักรวาลว่า โลกนี้เป็นโลกของโลกียะ นั่นหมายความว่า ทุกความคิด ทุกการกระทำ ล้วนแล้วแต่อยู่ในบงการของโลกียะ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความคิดใดของมนุษย์ ที่จะนำมาซึ่งการชนะหรือเหนือ ผลแห่งกรรม ที่อุบัติเป็นโรคได้ แปลความง่ายๆ ก็คือ ถ้าเป็นโรคตาย หรือ โรคที่มาทำให้เราตายได้ นั่นย่อมไม่มียารักษาโรค นั่นเอง

พฤติกรรมที่คิดเอาเอง เชื่อเอง หลงคารมคนโลภที่อ้างสรรพคุณยา หรือ การกระทำใดๆ ว่า รักษาโรคได้ นั้นก็สาหัสแล้ว แต่ที่สาหัสยิ่งกว่านั่นคือ การไม่เรียนรู้ เตรียมตัวสู้กับโรค แม้นสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา จะดีสักฉันใด ก็ยากที่จะช่วยให้พ้นโรคได้

วันนี้ หลายคนมีโอกาสมาทานสมุนไพร แต่คาดคิด เออเอาเอง สมุนไพรดี ต้องหายแบบสบาย ทานสบาย ไม่มีอะไรมาแผ้วพาน เหมือนเดินบนกลีบกุหลาบ

แต่ความเป็นจริง กรรมคือทุกข์ เมื่อโรคเป็นบริวารกรรม ย่อมมาเพื่อให้ทุกข์ อันเป็นสิ่งที่เราท่านทั้งหลายทำไว้แล้ว จะปฏิเสธสักฉันใดไม่ได้เลย แม้นสมุนไพรจะดี แต่การจะพ้นทุกข์ พ้นโรค ก็ต้องผ่าน กระบวนการคุ้ยอาการ และต่อสู้กับอาการ นั่นคือ "ลงแดง" ทุกตัวคน มากน้อยแล้วแต่บุคคล

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญยิ่งในการรบ นั่นคือ "เสบียง" ต่อให้ขุนพลแข็งแกร่งมีฝีมือปานใด กองทัพใหญ่สักเพียงไหน ขนาดเสบียง ก็ขาดใจ ยิ่งถ้ายืดเยื้อด้วยแล้ว แพ้แน่นอน

หลายคนไม่คำนึง ไม่เรียนรู้ จึงไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานของตน ให้สอดคล้องความเป็นจริง เอาแต่กินในสิ่งที่ตนชอบ พอใจก็กิน ไม่พอใจก็ไม่กิน ยิ่งจำพวกโรคมะเร็งด้วยแล้ว ไม่ยอมทานเนื้อสัตว์

ผลยังไม่ปรากฎในวันนี้ เพราะสมรภูมิยังไม่เปิด แค่เป็นกองโจร มีอาการเล็กน้อยประปราย เมื่อสมรภูมิเปิดวันใด ผลแห่งการรบ นั่นย่อมหมายถึง การสูญเสียที่มาก แล้วร่างกายจะเอาเสบียงที่ไหนมาชดเชย มาเป็นพลังให้แก่เซลล์ของตน เพราะในวันนี้ ไม่ยอมทาน ไม่สะสม ธาตุอาหารหลักทั้ง ๕ หมู่ ไว้ก่อน

บทสรุป ทำไมมีขุนพลดี มีทหารดี นั่นคือ มีอวัยวะที่ดี ด้วยมีสมุนไพรแล้วยังแพ้ ... ท่านอาสิชี้ให้พิจารณา ไม่ได้แพ้เพราะสู้ไม่ได้ แต่แพ้เพราะอดตาย นั่นเอง เพราะจะทำจะเอาแต่ที่ตนชอบ ไม่พิจารณาเหตุและผล

จะมาหายโรค ที่คนทั้งโลกไม่หาย คนที่หายต้องไม่ธรรมดา ต้องมีพฤติกรรมไม่เหมือนคนทั้งโลก แม้นแต่การทาน ก็ยังต้องเหนือกว่า คนทั้งโลกจะทานเอาแต่ที่ตนชอบ หากแต่คนที่อยากหายโรค ต้องทานตามเหตุตามผล ที่ร่างกายของตนต้องใช้ ไม่ใช่ตามความชอบ กินยาก ก็ต้องฝืนกิน ไม่อยาก ก็ต้องทาน หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักให้สติสงฆ์ที่อาพาธแล้วมาบวชเสมอๆว่า "กินได้ ไม่ตาย แต่ถ้าไม่ทาน น่ะตายแน่"

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44