วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ภัยใหญ่

วัฐจักรของโลก ที่ไม่มีเขียนในพระไตรปิฎก นั่นคือ วงรอบของศาสนาพุทธ

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า โลกทุกวันนี้ จึงไม่มีใครรู้ หากแม่ชีเมี้ยนไม่นำมาบอก ว่า พระพุทธเจ้าที่อุบัติบนโลกนี้ ไม่ได้มีพระองค์เดียว หากแต่มีมาทุกยุคทุกสมัย นับตั้งแต่โลกนี้กำเนิด

เมื่อนั้น จะมีผู้ทำตนขึ้นเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ มาแทน

เฉกเช่นในสี่ยุคหลัง ไล่เรียงกันมานับตั้งแต่ พระพุทธเจ้า กุสันโธ โคนาคม กัสปะ มาจนถึงพระโคดม

รูปรอยที่สำคัญที่หลวงพ่อนิพนธ์สอนให้พึงระวัง นั่นคือ เมื่อถึงปลายยุคของพระพุทธเจ้าองค์นั้นๆ ย่อมหมายถึงมนุษย์ห่างพระศาสนามาไกล พฤติกรรมที่สร้างจึงโอนเอียงไปทางกรรมเป็นธรรมดา

ดังนั้น ภัยที่มาถึง จึงเป็นภัยกรรม อันเป็นกรรมรวมของมนุษย์ทั้งโลก ที่จะก่อให้เกิดความเลวร้าย เพื่อตัดทอนนิสัยของมนุษย์นั่นเอง
๓ แลวงรอบของศาสนา หรือ ยุคของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ นั่นคือ ๒๕๐๐ ปี

ภัยอันนี้ จึงก่อให้เกิดผลมหาศาล หรือ ทุกขเวทนามากมายนัก เพื่อบีบให้มนุษย์ ร้องหาศาสนา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อมาช่วยตน

ความจริงที่จะปรากฎแก่มนุษย์ ที่สำคัญนั่นคือ โลกนี้ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ เลย ล้วนแล้วแต่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองทั้งหมดทั้งปวง เรียกว่า อุปาทาน เมื่อเจอภัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น จึงช่วยตนไม่ได้ หายนะจึงเกิด

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ ธรรม หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า เป็นอำนาจพิเศษนอกโลก ที่จะมายังโลกเฉพาะช่วงต่อพุทธกาล เพื่อสร้างพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ และก็มีวันเวลาที่จะสถิตย์บนโลก

ผู้ใดเชื่อแล้วทำตนตามธรรม ก็จะบรรลุสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า โลกนี้จึงมีพระพุทธเจ้า ทุก ๒๕๐๐ ปี นั่นเอง

แล้วพระพุทธเจ้าก็จะใช้อำนาจธรรมนี้แหละ สอนเพื่อนมนุษย์ และสาวก แลอำนาจธรรม หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็จะสูญสิ้นไปจากโลก เมื่อสิ้นสาวกองค์สุดท้าย

จึงไม่แปลกใจเลยว่า คนดีๆในโลก หากพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติ มันไม่มี เพราะที่เคยมี พระพุทธเจ้าก็หอบไปนิพพานหมดแล้ว

หลวงพ่อนิพนธ์เล็งเห็นภัยอันนี้ จึงเตือนเป็นนักหนา แลยกคำแม่ชีเมี้ยนที่ชี้ช่องทางรอดว่า สมุนไพรอย่างเดียว มันไม่พอ หากจะรอดมีทางเสมือนไม้ไผ่ลำเดียว ที่ใช้ข้ามห้วย นั่นคือ "ลดนิสัย"

หากแต่จะบอกสักฉันใด เมื่อภัยยังไม่มา พี่น้องคนไทย ก็ยังประมาท ตีวงให้แคบลง เฉพาะสมาชิกมูลนิธิ ก็ยังน้อยคนที่จะตื่นตัว

นี่แหละศาสนาจึงต้องทำใจ เพราะใครทำ ใครได้ เอาเท่าที่ได้ ที่เขาฟัง หลวงพ่อนิพนธ์ พิจารณา เชื่อ แล้วทำตาม

ก็ภัยอันนี้เป็นภัยกรรม จะหลบจะซ่อน สักฉันใด ไม่ว่าปราการจะแน่นหนา เหล็กจะหนาเป็นฟุด ซ่อนอยุ่ในบังเกอร์ใต้ดิน มันหาพ้นกรรมไม่

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า ต่อให้เป็นห้องปลอดเชื้อ กรรมมันไม่กลัวหรอก ทะลุทะลวงทั้งที่มีเครื่องทำให้ปลอดเชื้อนั่นแล

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงเน้นย้ำ บันไดขั้นแรก คือความสงบ หากยังทำไม่ได้ การลดนิสัย ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย จะคิดหนีกรรมอันนี้ คงเป็นไปได้ยาก

แล้วเราท่านจะลดนิสัยไปทำไม ก็เพื่อทำตนรอพระพุทธเจ้า แล้วรอรับธรรมคำสอนมาปฏิบัติ เพราะนั่นคือ สมบัติที่สามารถติดตัว ติดวิญญาณไปทุกภพทุกชาติ

พอกันที กับสมบัติกรรม ที่เป็นสัญญาโรค ที่ติดวิญญาณ เกิดปุ๊บ มาปั๊บ ไม่ต้องเชิญ ที่เรียกกันว่า โรคกรรมพันธ์นั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงชี้ให้เห็นว่า ศาสนา มีค่าเฉพาะคนที่อยากพัฒนาชีวิต พัฒนาวิญญาณเท่านั้นเอง เพราะเมื่อทำแล้ว มีความหมาย ไม่เพียงภพนี้ หากแต่ภพต่อไปที่ต้องเกิดทุกชาติไป

สำคัญยิ่งก็คือ กว่าจะได้ มันยาก ต้องทำเอง ... คนที่เลือกเดินเส้นทางนี้มันจึงน้อย ในทุกยุคพุทธกาล แต่ก็เชื่อเถอะ มันต้องมีผู้อยากได้ และทำ จนสำเร็จ เป็นพุทธประวัติอย่างแน่นอน

ใครไม่กลัวภัย ก็ปล่อยไปตามทางเขา คนที่กลัว และไม่ประมาท มีวาสนาได้มาสัมผัส ก็ฟังคำสอน แล้วเอาไปช่วยตน

ภาพที่จะสะท้อนวัฐจักรอันนี้ได้ดี คือ พวกอลัชชี ที่เอาพระพุทธศาสนาหากิน ตราบใดที่พระพุทธเจ้ายังไม่ประกาศตน ทำไปเถอะ กรรมมันจะไม่แรงนัก จะค้าพระ ค้าบุญ ก็เล่นกันไป แต่วันใดที่พระพุทธเจ้าท่านปรากฎโฉม มาแสดงตนเป็นเจ้าของแล้วไซร้ ดูสิว่า พวกอลัชชีนี้จะครองผ้า หรือเอาศาสนามาหากิน แล้วลอยหน้าลอยตา ได้อยู่อีกหรือไม่ ก็ขนาดเทวทัต ที่พรหมลิขิตแน่ๆ ยังจมธรณีเลย ...

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44