วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไม่เคยทำใช่ไหม

ศาสนาพุทธในโลกทุกวันนี้ สอนก้าวเลยไปคนละทางกับของพระภูมีแทบจะสิ้นเชิงในสาระ จะเหลือไว้ก็แต่เพียงสัญญลักษณ์ ที่บ่งบอกว่าเป็นพุทธศาสนาเท่านั้นเอง ก็ว่าได้

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า ธรรมของพระภูมี คือคำตรัสที่ออกมา แล้วผู้ฟังจับไปทำ เป็นวินัยของตน ใช้บังคับตน

แลธรรมคำสอนที่ตรัส ก็ไม่ซับซ้อนเลิศหรู ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนที่สอนกันทั้งประเทศไทยเวลานี้ ฟังง่าย ปฏิบัติง่าย ไม่มีศัพท์แสงที่ต้องแปลแล้วแปลอีก ก็ยังไม่รู้เรื่องว่าหมายถึงอะไร

ที่สำคัญ หลวงพ่อนิพนธ์ย้ำว่า ธรรมไม่จำเป็นต้องรู้มาก ขอเพียงจับหมวดใดหมวดหนึ่งเป็นเจตสิก แล้วทำให้เป็นตนสำเร็จขึ้นมา

ทำไปพิจารณาไป เราท่านจะรู้ช่องทางธรรม ว่าทำอย่างไร ต้องเผชิญเหตุเยี่ยงไร แล้วจะชนะเหตุนั้นๆ ด้วยวิธีใด

แต่วิธีการที่ใช้ ใช้ได้เฉพาะตน รู้ได้เฉพาะตน แต่ละคน ต่างกรรมต่างวาระ เหตุแลวิธีการจึงไม่เหมือนกัน

หันกลับมาพิจารณาที่หลวงพ่อนิพนธ์สอน วิทยากรมักกล่าวเสมอว่าเป็นธรรมคำสอน แต่ครั้นเราท่านฟัง ช่างแตกต่างจากพระทั่วไปสอนยิ่งนัก พูดเรื่องหิ้วมะกรูด มะพร้าวมา พูดเรื่องให้มีสติในการใช้ของ ล้วนแล้วแต่ไม่เคยพูดถึง การนั่งทำใจ ทำสมาธิ สวรรค์ชั้นโน้น ศัพท์บาลี เลยแม้นแต่น้อย

หลายคนจึงกล่าวว่า ไม่รู้พูดอะไร บางคนก็ว่าน่าเบื่อ เพราะคิดว่า สอนธรรม ก็ต้องมีคำพูดธรรมะ ที่ฟังแล้วลึกซื้ง กินใจ

หรือไม่ก็ต้องมุ่งเน้นให้ทำใจ นั่งสมาธิ ประมาณนี้ ตนจึงชอบ

หากแต่ธรรมคำสอนของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า มีบทเริ่ม จาก "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว"

หากแม้นแต่กายยังบังคับไม่ได้ จะไปบังคับวาจา ใจ ได้อย่างไร นี่เรียกว่า แบกของหนัก เกินกำลัง ไม่มีวันทำได้ เหมือนศีลห้า หากไม่อคติ พิจารณาเห็น ก็รู้ได้ว่าไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอนนั่นเอง

เมื่อวินัยกายเบื้องต้น คือ บังคับกายให้มาทุกสัปดาห์ ติดต่อกัน จนกว่าการฟื้นฟูตัวจะสำเร็จ ใครจะมองว่าเป็นอะไรก็ช่าง แต่นี่แหละคือธรรม

เพราะธรรม ที่แท้จริง มีผลแห่งการกระทำแห่งธรรม คือ ผลต่อชีวิต ผู้ใดนำไปประพฤติ เป็นวินัยแห่งตน ย่อมมีผลต่อชีวิตนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวเสมอว่า เราจักสอนธรรมแก่ฆราวาสเป็นสายกลาง ไม่บังคับผู้ใดให้ประพฤติ หากแต่ผู้ใดฟัง พิจารณา แล้วนำไปเป็นวินัยบังคับตน แล้วทำได้ ก็แทบจะเรียกได้ว่า โรคหายไปกว่าครึ่งแล้ว

แค่วินัยข้อนี้ข้อเดียว ฆราวาสก็ทำได้ยากยิ่งแล้ว เพราะไม่ให้ความสำคํญ จึงไม่ถือคำสอนเป็นวินัย นั่นก็เสมือนไม่ให้ค่าแก่ชีวิตตน ด้วยสำคัญหมายว่า การฟื้นฟูตนจักสำเร็จด้วยการทานสมุนไพรเป็นสำคัญ ซึ่งผิดตั้งแต่เริ่มแล้ว

เราจึงไม่สงสัยเลยว่า คนไข้ท่านหนึ่งที่เป็นแม่ชี เป็นมะเร็งมดลูก รักษาทางการแพทย์จนสุดท้าย หมอวินิจฉัยว่า มดลูกเน่า เกินกว่าที่จะรักษาแล้ว อาการในขณะที่มามูลนิธิ คือ เมื่อเดินจะมีเลือดไหลออกมาตลอด จนเปื้อนขา ไม่ว่าจะใส่ผ้าอนามัยกันสักฉันใดก็ตาม

แม่ชีฟังธรรมของหลวงพ่อนิพนธ์รู้เรื่อง จับวินัยข้อนี้มาปฏิบัติ ขึ้นไปถวายคำปฏิญาณต่อหน้าแม่ชีเมี้ยนว่าจะมามูลนิธิทุกสัปดาห์ไม่ยอมขาด จนกว่าจะหาย

แล้วแม่ชีก็ยึดสิ่งนี้ ทำจนเป็นตน มาทุกสัปดาห์ไม่เคยขาด จากไม่มีแรงทำอะไรไม่ได้ ผ่านไปหลายเดือน พอมีแรง ก็เริ่มไปช่วยงานจิตอาสาเท่าที่ตนพอทำได้

ผ่านเดือน ผ่านปี วันนี้ของแม่ชี กลับไปให้หมอตรวจอีกครั้ง หมอแจ้งว่า ไม่พบเซลล์มะเร็งในร่างกายแล้ว และสภาพร่างกายปกติดีสมบูรณ์

หลวงพ่อนิพนธ์ก็กล่าวกับแม่ชีว่า ก็ไม่จำเป็นต้องมาทุกสัปดาห์แล้ว เดือนละครั้ง สองเดือนครั้ง มาทานทีก็ได้ ตอนนี้มีกำลังแล้ว อยากทำอะไรก็ไปทำ

หลายต่อหลายคน ที่ยึดเอาคำพูดคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ จับไปนำตน แล้วประสพผล ไม่ว่า จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย มาทุกครั้ง หิ้วมะกรูดมา ๕ ลูก ๑๐ ลูก ตามที่ตนมี ทำจนเป็นนิสัย แล้วทานสมุนไพรจนพ้นโรค ก็มีให้เห็นเสมอๆ

คนเหล่านี้จะบังคับกายให้มา ให้ไปหาแล้วหิ้วมะกรูดมาได้อย่างไร ถ้าใจไม่สั่ง

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงเตือนว่า ศาสนาพุทธที่แท้จริง มันไม่เหมือนกับที่เราท่าน วาดฝัน หรือเจอในปัจจุบันนี้ เรียกว่าหน้ามือหลังมือ ก็ปาน ใครปรับตัวไม่ได้ หรือไม่เคยลองปฏิบัติ เมื่อเจอของจริง ก็น่าเสียดาย เพราะทำไม่ได้

เมื่อเราท่านไม่เห็นคำสอนเหล่านี้ว่าเป็นธรรม ก็ไม่ให้ความสำคัญ แล้วก็ปล่อยตามนิสัย ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้

เมื่อเล่นตามนิสัย ก็ไม่เคยเผชิญเหตุ เมื่อไม่มีเหตุให้ต้องฝืน ต้องทุกข์กับวินัยธรรม ก็ไม่มีผล การมาจึงเสมือนไร้ค่า ไม่มีน้ำหนัก หรือไม่มีผลต่อชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น

ใครอยากลอง ก็ลองไปวางสัจจะดู แล้วดูว่าคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ที่ดูแล้วธรรมดา เป็นธรรมคำสอน ที่ประพฤติแล้วมีผลต่อชีวิตหรือไม่

แลเมื่อทำแล้ว จะรู้ได้ว่า เหตุเป็นเยี่ยงไร เมื่อเผชิญเหตุแล้วยังรักษาสัจจะได้ นั่นแลคือผล เป็นบุญมาเลี้ยงตน

ผลที่พึงเกิด ก็รู้ได้เฉพาะตน ใครจะมารู้ดีกว่าตนไม่มีเลย

นี่แหละเป็นเหตุว่าทำไมต้องฟังคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ แลก็อย่าหวังเลยว่า ธรรมที่สอนจะลึกซึ้งพิศดาร มีศัพท์แสงที่ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะธรรมของพระภูมี ฟังง่าย เข้าใจง่าย ไม่ไกลตัว

ใครหล่ะที่ฟังแล้วจะเชื่อ พิจารณาแล้วไปทำ กะอีแค่ เข้าห้องน้ำแล้วปิดก๊อกให้สนิท กะอีแค่หิ้วมะพร้าว กะอีแค่คุมตนให้อยู่ในความสงบ จะมีผลต่อชีวิต เพราะธรรมในความคิดตนนั้นห่างไกลจากสิ่งนี้นัก

จะพูดสักฉันใดว่า นับถือ ก็พูดไป จะโม้ว่ามีใจมากมายสักฉันใด ก็โม้ไป แต่ถ้ากายไม่ทำ พูดให้ตาย ฟ้าดินเขาก็ไม่เชื่อ เพราะกายเป็นบ่าวของใจ พฤติกรรมกายเยี่ยงใด ก็บ่งบอกเองแล้วว่าใจเป็นเช่นไร ไม่ต้องมาพูดให้ฟังหรอก

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44