วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ชี้เป้า


คำโบราณของคนไทยที่คนแก่คนเฒ่ามักสอน นั่นคือหมั่นทำบุญทำทาน

หลวงพ่อนิพนธ์สอนเสมอว่า มองข้ามโรคไป ปล่อยให้วันเวลาผ่าน ทานสมุนไพรไป เดี๋ยวมันก็ดี หากแต่สิ่งสำคัญ โรคมันเป็นทุกข์ เราท่านมาก็จะแสวงหาสุข ต้องรู้ว่าโรคเป็นตัวแทนแห่งกรรม การจะแก้ไขเพื่อให้สุข จะแสวงหาสุขมาให้ตนสักฉันใดไม่มีเลย ต้องใช้หลักพระภูมี "ให้สุขแก่ผู้อื่น สุขนั้นจึงย้อนมายังตน"

หลักของศาสนาจึงมุ่งเน้นให้ ทำบุญและทำทาน

หากแต่บุญหาใช่เงินหรือสิ่งใดมาซื้อหาได้ ต้นทุนที่ทุกคนมีจึงเท่ากัน ใครก็สร้างบุญได้ ทำที่ไหนก็ได้ นั่นคือการเปลี่ยนนิสัยกรรมที่สร้างทุกข์ให้แก่ผู้อื่น มาเป็นนิสัยธรรม สร้างสุขให้แก่ผู้อื่น

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนให้เริ่มด้วยการทำทีละน้อยค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากนิสัยไม่โกรธ ไม่เห็นผู้อื่นผิด วันละสองชั่วโมง

หากแต่ความไม่ชำนาญ หรือไม่คุ้นชิน ทำให้การทำนิสัยธรรม อาจเกิดความไม่สมบูรณ์ ยังเป็นแหล่งสร้างบุญเป็นที่พึ่งยังไม่ได้

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนให้ทำทานประกอบไป ด้วยการสละแรงกาย อ.อร่าม มักพูดเสมอถึงคำกล่าวของคนในครอบครัวยามสวดมนต์ นั่นคือ การอุทิศตนสละแรงกายเพื่อเป็นทาน ทำงานเพื่อศาสนา

นี่จึงเป็นเหตุว่า ทุกยุคทุกสมัยของพุทธกาล ทำไมจึงต้องมีโรงทาน

การมาสถานที่นี้ จึงไม่เห็นว่า ต้องเอาใจใส่ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด เหมือนโรงพยาบาล เพราะนั่นคือการแก้ปลายเหตุ แต่วิ่งเข้าจุดต้นเหตุเลย นั่นคือ กรรม ผลก็คือ หากจะประสพผล ต้องเป็นคนดี คือ มีวินัยกำกับ ไม่ปล่อยตามนิสัยตนทุกสิ่งอย่าง

เมื่อร่างกายฟื้นฟู หากแต่ยังเดินมาไม่ถึงจุดนี้ ที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้เป้าให้ ก็ถือว่าชีวิตยังไม่ปลอดภัย

ตัวอย่างล่าสุด คนไข้ที่เพิ่งโทรมา บอกอยากกลับมาที่มูลนิธิอีก แต่มาไม่ได้แล้ว

ย้อนกลับไป คนไข้ท่านนี้เป็นอัมพฤกต์ เดินไม่ได้ มาทานสมุนไพรจนระยะหนึ่ง สภาพก็เริ่มดี พอช่วยตนได้ ถูกเจ้าหน้าที่ชวนชักให้มาช่วยในการดูแลจัดแถว อำนวยความสะดวก ยิ่งทำสภาพของตนก็ยิ่งดี จนเรียกว่าเข้าสู่สภาวะปกติ

วันหนึ่งเขามาลาบอกว่า ต่อไปคงมาไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุที่ลูกสะใภ้บอกว่าสภาพดีแล้ว การมาทำให้สิ้นเปลืองเงิน ให้กลับไปช่วยทำงาน

เขากลับไปเป็น รปภ. และมีหน้าที่รับส่งหลานไปโรงเรียน เวลาผ่านไป ตอนนี้เขาโทรมาบอกว่าคิดถึงศาลา แต่สภาพของเขาตอนนี้ช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว นอนให้เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวอย่างเดียว

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักชี้ให้เห็นเสมอว่า กรรมมันรอได้ หากแม้นไม่เปลี่ยนตนเป็นคนดี มีนิสัยของพระภูมีบางสิ่งบางอย่างไว้นำตน นั่นคือ หวังหายแล้วไปทำตนเหมือนเดิม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำแล้วจนเกิดโทษ ท้ายที่สุดไปไม่รอด ฟ้าดินเขาไม่โง่ และไม่สนับสนุน ชีวิตก็ต้องย้อนกลับไปเส้นทางเดิม

เหมือนนายพลหรือเศรษฐีหลายท่านที่หลวงพ่อนิพนธ์มักเล่าให้ฟังเสมอว่า ทำให้กลับมาเดินได้ แล้วท้ายที่สุดคนเหล่านั้นก็กลับไปนอนตาย ที่เตียงเดิมโรงพยาบาลเดิม เหมือนก่อนมาหานั่นแล

เป็นฆราวาสมันดิ้นได้ เล่นยาก .,. ยิ่งไม่ใช่โรคตาย ปัจจุบันทันด่วน .... จึงย้อนนึกถึงคำแม่ชีเมี้ยนที่ทรงตรัสว่า ให้รับเฉพาะพวกยาเสพติด เอดส์ จะทำง่าย หากแต่ความเมตตาของหลวงพ่อนิพนธ์ ยากจะปฏิเสธเมื่อเห็นคนทุกข์ แต่บทพิสูจน์ก็เป็นตามนั้น แค่ความสงบในห้องสวดมนต์ ยังไม่มีให้เห็น

นั่นก็เป็นสัญญานว่า ทำไปก็ไร้ผล แนวทางในอดีตที่ให้ผลชะงัด นั่นคือ อยากหายก็ต้องบวช บวชไม่ได้ก็กลับบ้านไปก่อน คงจะต้องถูกปัดฝุ่นนำมาใช้แน่ เพราะบวชแล้ว ยังไงก็ต้องปฏิบัติ ทั้งทำบุญและทำทาน ใครทำได้รอด ทำไม่ได้ก็ไปหาทางเลือกอื่นที่ชอบ

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44