วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ขาลีบ


หลักสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เมื่อเป็นธรรมหมวดหนึ่ง จึงมีคุณลักษณะเหมือนธรรมหลุดพ้น

ประการแรก มิใช่ของสาธารณะ มีเจ้าของ ใครจะลักเอาไปทำก็ไม่ได้

ผู้ที่จะใช้ต้องมีคุณสมบัติ นั่นหมายความว่าใช้ไม่ได้กับทุกคน อุปมาเหมือนพระพุทธเจ้าหาสาวก ย่อมเลือกเฟ้นเฉพาะผู้ที่ฝึกได้

ผลแห่งการกระทำ ย่อมเป็นตามหลักเหตุและผล นั่นคือ ผลการกระทำใดที่ทำแล้วให้สุขแก่ผู้อื่น จึงเป็นสุขย้อนคืนมายังตน หากทำแล้วไม่เกิดผลอันใด การกระทำนั้นก็สูญเปล่า หาผลคืนกลับมายังตนไม่ได้เลย

การทานสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้มองข้ามโรค แต่มองให้เห็นว่าเกิดแต่กรรมที่เราทำมา ผลแห่งการกระทำนั้นมาบังเกิดเป็นโรค

ขาที่ใช้ในการฟื้นฟูตน จึงจะมีเพียงสมุนไพรไม่ได้ แม้นสมุนไพรจะช่วยให้หยุดโรคได้ แต่หยุดกรรมไม่ได้ กรรมที่ทำมายังคงอยู่ ก็เกิดโรคใหม่ได้ ขาสมุนไพรจึงเป็นการแก้ปลายเหตุ ที่เมื่อทำแล้วงานไม่จบ

ขาที่สองคือธรรม จึงเป็นขาหลักที่ใช้ในการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จ แต่เนื่องจากเราท่านยังไม่รู้วิธีการทำที่ถูก หรือยังไม่มีความชำนาญในการทำ ผลที่เกิดก็อาจยังไม่พอแก้ปัญหา การใช้ขาสมุนไพร ทำให้เราท่านมีโอกาส มีวันเวลาที่มากขึ้น ในการเรียนรู้ฟังจากหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วนำมาทำเพื่อช่วยตน

ปัญหาที่ทำให้การฟื้นฟูตนล่าช้าก็คือ ทุกคนไม่คิดจะใช้ขาธรรมนำตน เอาแต่ขาสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ขาของธรรมจึงลีบ

สิ่งหนึ่งที่ขาดความเข้าใจนั่นคือ ผลแห่งการปฏิบัติธรรม นั้นมีมหาศาลมากกว่าสมุนไพรมาก หากย้อนกลับไปดูคำสอน ก็ด้วยเหตุสมุนไพร ให้ผลเฉพาะตน จึงมีข้อจำกัด ในขณะที่ธรรมมีผลต่อคนอื่นๆด้วย มากน้อยตามสถานะ

ปรารถนาสุข คือไปให้ถึง นิพพาน ในวันข้างหน้า ตามคำอธิษฐาน บรรลุมรรค จะไปได้อย่างไรหากไม่มีการกระทำ ได้แต่ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง

เราจึงอยากพึงเตือนอีกครั้งว่า สิ่งที่ทำอยู่มันเป็นของมีเจ้าของ การกระทำแม้นดูว่าเหมือนกัน แต่ผลที่ได้ต่างกันมหาศาล

คนสองคนมาสถานที่เดียวกัน คนหนึ่งสวดมนต์ในที่ที่หลวงพ่อนิพนธ์กำหนด อีกคนก็สวดเหมือนกัน บทเกียวกัน แต่นั่งนอกพื้นที่ที่กำหนด หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ไม่รับผิดชอบ นั่นคือ ผลแห่งการทำตามได้เป็นบุญมาช่วยตน หากแต่ผลแห่งการทำตามใจตน อย่างเก่งก็เป็นได้แค่กรรมดี ซึ่งโรคหรือกรรมมันไม่กลัว

ภาพที่เด่นชัดที่หลวงพ่อนิพนธ์ฉายให้เห็นชัด นั่นคือท่านตอง ที่มีพี่น้อง ๕ คน ทุกคนเป็นมะเร็งสมอง เมื่ออาการเกิด ทำงานไม่ได้ ท่าตองจึงไปบวช

การบวชของท่านตอง ช่วยอะไรไม่ได้เลยกับโรคที่เป็น มีแต่อาการหนักขึ้น จนแทบจะฆ่าตัวตาย

แต่เมื่อท่านตองมาปฏิบัติตามวินับของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ตามคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ ท่านตองกลายเป็นคนเดียวในพี่น้องที่รอด และหายจากมะเร็งสมอง กลายเป็นราษฎรอาวุโสของเขาค้อ เป็นวิทยากรสอนจักสานแก่ชาวบ้าน มาจนทุกวันนี้ กว่ายี่สิบปีแล้ว

การบวชปฏิบัติวินัยครั้งพุทธกาลที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ผู้ใดทำได้ นั่นคือการทำขาธรรมเป็นหลักในการช่วยตน ขาสมุนไพรเป็นตัวเสริม กล่าวง่ายๆ คือ ใช้กรรมก่อนด้วยการสร้างบุญ เมื่อกรรมเบาบางหรือหมด วิญญานก็ขึ้นที่สูง โรคก็อ่อนแรงถูกสมุนไพรกำจัดโดยง่าย

การฟื้นฟูตนโดยไม่เอาธรรมจึงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะขาธรรมมันลีบ ยิ่งหากกรรมที่ ทำมามันสาหัส สมุนไพรก็กลายเป็นไม้ซีก จะไปงัดไม้ซุงกรรม ก็คงยากหากกรรมน้อยๆก็พอไหว

ตอนนี้มีโอกาส หลวงพ่อนิพนธ์เปิดให้มีการบวชพระ ชี ... เราท่านจะได้เรียนรู้ว่า ธรรมครั้งพุทธกาลเขาทำอย่างไร เมื่อทำถูกผลถูกก็จะเกิด การช่วยตนไม่ว่าสาหัสเพียงใด เมื่อทำถูกก็ย่อมเป็นไปได้ เพราะขนาดท่านตองมะเร็งสมอง มาด้วยวัยอาวุโสใกล้ ๖๐ ปี ยังทำแล้วช่วยตนได้

แค่สัจจะข้อไม่โกรธ ที่มีผลอันมหาศาล ไปเรียนสิว่า การสร้างสติข่มความโกรธ ต้องทำอย่างไร อะไรเรียกวาาเหตุ อะไรเรียกว่าผล

เรียน แล้วกลายเป็นบัณฑิต ทีนี้ขาธรรมก็จะไม่ลีบ ไปที่ไหนก็สร้างบุญได้ ไม่ต้องพึ่งสมุนไพรมากจนเกินไป งานปีค่อยกลับมาทานสักครั้ง เหมือนคนเก่าๆ

สมุนไพรเขามีไว้เป็นสะพานชั่วคราว สะพานที่มั่นคงยืนยงคือ สะพานบุญ

มาถึงที่ หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า มาหาอะไร เจออะไร มีทางบุญแต่มาไม่เจอ พบแต่สมุนไพร บางคนก็มาเจอพวก มาหาคนคุย มาหาประโยชน์ ล้วนแล้วแต่น่าเสียดาย ทั้งเวลา และทรัพย์ เพราะไม่ได้มาเพื่อชีวิต มาทำให้วิญญานใดๆ เลย

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44