วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ศาสน์สมุนไพร มีเพื่ออะไร


รูปรอยของศาสนา ในประวัติศาสตร์ บ่งชี้ให้เราท่านได้ประจักษ์ว่า มนุษย์ที่มักกล่าวอ้างว่า อยากได้สิ่งดีๆ อยากเป็นคนดี นั้น แท้จริงมีข้อแม้

ภาพที่เด่นชัดนั่นคือ คนพวกหนึ่งอยากได้แล้วทำ อีกพวกคืออยากได้แบบไม่ต้องทำ

แต่ศาสน์ของพระ-มีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เป็นต้นแบบ มีทางเสมือนไม้ไผ่ลำเดียวที่จะไปถึงฝั่งฝัน คือ อยากได้ต้องทำเอง

ศาสนาพุทธที่แม้นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลกเช่นไอสไตน์ยังยอมรับ จึงใช้ไม่ได้กับทุกคน อันมีบาลีที่มีความหมายตอนหนึ่งว่า พระพุทธเจ้า จะเสาะแสวงหาพิจารณาในทุกเช้าว่า จะโปรดแก่ผู้ใด นั่นคือฝึกได้แต่ผู้ที่สามารถฝึกได้

ก่อกำเนิดเป็น ธรรมหมวดอุเบกขา

ศาสน์ที่ยิ่งใหญ่ แต่สาวกน้อยนิด พระโคดมที่ว่ามีวาทะเป็นเลิศ ทั้งชาติตระกูล ยังมีสาวกไม่ถึงแสน ยิ่งพระกัสปะ ที่พูดจาดุดัน สาวกยิ่งน้อยกว่า เปรียบกับสาวกเอเอฟ ไม่ได้เลย ยิ่งสาวกแมนยูด้วยแล้ว ไม่เห็นฝุ่น

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า ถึงสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมาจะดีสักฉันใด ก็เหมาะกับคนบางกลุ่ม ใช้ไม่ได้กับทุกคน คนที่มาถึง อ.อร่ามจึงมักกล่าวว่าเป็นบุญพามา

กลุ่มไหนเล่าที่พระภูมีบัญญัติมา ก็คนที่อยากเป็นคนดี แต่ด้วยความที่ห่างศาสนา จึงถูกกรรม ถูกนิสัย ทำให้หลงผิด เกิดเป็นโรค

ศาสนาก็เอาเหตุแห่งโรคนี้แลพามาหาศาสนา เพื่อเรียนรู้ธรรมคำสอน เอาไปกอบกู้ชีวิต ยกวิญญานขึ้นสูง

แต่มันจปฏิบัติธรรมได้อย่างไร ในเมื่อนั่งก็โอย นอนก็โอย อยู่อย่างนี้

นี่จึงมีธรรมหมวดสมุนไพร เพื่อที่จะฟื้นฟูตน ให้ดีขึ้นจนสามารถปฏิบัติธรรมได้

ด้วยวินัยธรรม ของพระภูมี มีคุณลักษณะ เป็นวืนัยทุกข์ ดังนั้น ธรรมหมวดสมุนไพร จึงหนีไม่พ้นที่เมื่อทำจึงต้องทุกข์

ทุกข์กับรสชาด ทุกข์กับอาการยามคุ้ยอาการ ทุกข์กับความร้อนของกระโจม ทุกข์กับความเมื่อยยามสวดมนต์ แต่ที่ทุกข์หนักก็คือ ทุกข์ที่อยากพูดอยากคุย อยากติอยากว่าคนนั้นคนโน้น แล้วทำไม่ได้ต้องทำกรรมฐานนั่งสงบนิ่ง ยามอยู่ในห้องสวดมนต์ กระโจม หรือตอนรับสมุนไพร

ปัญหาก็คือ คนอยากได้แต่ไม่อยากทำ คนเหล่านี้จึงไม่ยอมทุกข์ ไม่ยอมทน อยากหาย แต่ไม่ยอมหยุดตน ควบคุมวาจาตน นี่จึงเป็นความยากในการฟื้นฟูตนของฆราวาส

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า สมุนไพร เสมือนสะพานทอดให้มาหาพระพุทธเจ้า มาเพื่อเอาธรรม ไปทำเป็นอำนาจเพื่อช่วยตน

คนที่อยากเป็นคนดีเท่านั้นจึงอยากรับธรรมไปปฏิบัติ เมื่อทำได้ อำนาจธรรมก็ล้างกรรมที่ทำมาได้ ต้นเหตุแห่งโรคถูกลดทอน การทานสมุนไพรงานจึงเบา ชนะได้โดยง่าย

จึงไม่แปลกที่นับแต่ยุคถ้ำกระบอก การช่วยคนจึงมักใช้การบวชเป็นหลัก หรืออย่างน้อยในกรณีของยาเสพติดก็ต้องมีวินัยไปควบคุมตนคนละอย่างน้อยสามสี่ข้อ

อำนาจสมุนไพรจึงมีจำกัด เสมือนเป็นพี่เลี้ยง เพื่อเปิดโอกาสให้ช่วยตน หากแต่อำนาจที่แท้จริงที่ใช้ช่วยตน คืออำนาจธรรมต่างหาก

ก็แล้วหลายคน เราสงสัยว่าจะไปกันอย่างไร พกความหวังความอยากมาเต็มล้น หากแต่ไม่เอาธรรมไปนำตนแต่อย่างไรเลย ไม่ยอมทุกข์กับวินัยของพระภูมีเลย ... มาสักฉันใดความหวังก็ได้แต่หวัง เมื่อถึงวันเวลา เมืรอโอกาสหมดเวลา นันหมายถึงตนได้พิสูจน์ตนแล้วว่า ไม่มีคุณสมบัติ การทานสมุนไพรก็จะเดินมาถึงทางตัน พ่ายแพ้อำนาจกรรม ช่วยตนไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะทานมากสักฉันใด

หนทางฆราวาสจึงเดินยาก แต่ก็มีผู้ทำได้ นั่นก็ยืนยันว่า ธรรมหมวดสมุนไพรมีจริง ทำๆด้จริง หากแต่จะเอาผล มาร้อย เชื่อแล้วทำทั้งร้อย และหายทั้งร้อย ประตูแห่งการบวชหรือปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง นั้นแน่นอนกว่า

ที่สำคัญ ผู้ช่วยก็ไม่ต้องตกในบ่วงช่วยเขาเพราะอยากช่วย โดยคนนั้นไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นแนะนำชี้ช่องธรรม ให้คนอยากได้ อยากเป็นคนดี ฟังแล้วพิจารณา เอาไปช่วยตน

ภาพที่จะปรากฏอันเป็นเอกลักษณ์ของศาสนาพุทธ นั่นคือ อยากได้ต้องทำเอง ใครทำ ใครได้ ใครก็ช่วยใครไม่ได้

คำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ตึงดังขึ้นมาว่า คนมักบอกว่าตัวเองไม่ได้สร้างกรรมสร้างเวรอะไรเลยในชีวิต ดูแค่ยามที่คนทุกข์ต้องทำเพื่อช่วยตน นั่งกรรมฐาน อยู่ในความสงบ ก็ไปชวนคุย คนผู้นั้นก็กรรมฐานแตก คุยไปด้วย แล้วก็บอกว่ารักคนนั้น เมื่อคนนั้นตายไปเพราะทำไม่ได้ มันนั่นแหละทำให้เขาตาย จะปฏิเสธกรรมฆ่าคนตายโดยเจตนาสักฉันใดก็ไม่พ้น

เรียกว่ารักแต่ปากแต่พฤติกรรมทำลาย ฆ่าไปยิ้มไป ผลอันนี้ย่อมย้อนมาหาตน ตนจึงช่วยตนไม่ได้เช่นกัน

ใครอยากคุยก็คุยไป ผู้เรียนธรรมย่อมเป็นปราชญ์ เขารู้รักษาตัว ไม่สร้างกรรมอันนั้นหรอก

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44