วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ทานสมุนไพรแบบปราชญ์

สูตรสมุนไพรไม่ใช่หลวงพ่อนิพนธ์เป็นต้นคิด หากแต่เป็นของพระภูมี แม่ชีเมี้ยนรู้จึงนำมาให้

สมุนไพรจึงเสมือนความอยาก บุคคลใดอยากช่วยตน จึงมาหา มาแล้วเจอปัญญาของศาสนา เรียนรู้ต้นเหตุที่แท้จริง แล้วพิจารณา ผู้ใดเห็นก็จักหวังสุขที่แท้จริง ที่มากกว่าการหายโรค ผู้นั้นย่อมน้อมนำธรรมคำสอนไปปฏิบัติ

สุขที่แท้จริง คือสุขวิญญาน ความปลอดภัยที่แท้จริง จึงมิใช่หยุดที่เพียงปลอดโรค หากแต่รวมไปถึงปลอดอุบัติภัย ภาษาชาวบ้านก็คือ ไม่ตายโหงตายห่า นั่นเอง

การมาทานสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงบอกว่าคือโอกาส ได้ปรับเปลี่ยนพรหมลิขิต ดังนั้น บัญญัติแห่งวันพระ จึงบังเกิด เพราะการตายหาใช่โรคเพียงอย่างเดียวทำให้ตายไม่ การมีวันพระ เมื่อเราท่านมา จะกลายเป็นตัวปฏิบัติ มีการฝืนนิสัย ลดความอยาก พูดง่ายๆ คือมีที่เว้นที่จะใช้นิสัยธรรม นำตน หลังจากวันธรรมดาที่ใช้นิสัยตนนำนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายความสำคัญของการสวดมนต์ว่า เป็นเสมือนประกันภัยอุบัติเหตุ ที่ทำให้เราท่านแคล้วคลาด มีสังขารครบ คุ้มครองได้ ๗ วัน นั่นจึงเป็นคำตอบว่าทำไมต้องกำหนดให้มาทุกสัปดาห์

วันพระ จึงเสมือนการปิดประตูตายโหงเอาไว้ก่อนนั่นเอง หรือปิดประตูที่จะเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติกิจได้ลุล่วง พูดง่ายๆ ทำให้มีวันเวลา มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมวินัยนั่นเอง

การสวดมนต์จึงเป็นภาคบังคับ เพราะสิ่งที่สำคัญในการฟื้นฟูตนคือวันเวลา แลความสมบูรณ์แห่งตัวกระทำ

คนที่ไม่ให้ความสำคัญแก่การสวดมนต์ ไม่เน้น จึงตกอยู่ในความประมาท แม้นอาจโชคดีทานสมุนไพรแล้วดีขึ้น วันหนึ่งกรรมก็สร้างอุบัติเหตุ ลื่นล้ม ... มาไม่ได้ ไม่มีสมุนไพรทาน ก็เรียบร้อยโรงเรียนกรรม

เมื่อทำตามวินัยที่หลวงพ่อนิพนธ์กำหนดได้ มีวันเวลา มาทำกิจกรรมทุกสัปดาห์แล้ว ก็เหลือศึกหน้าเดียว คือ ตายห่า ซึ่งต้องใช้สมุนไพร

หากแต่สมุนไพรของพระภูมี หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ช่องว่า ทำสูงได้สูง

นั่นหมายความว่า ไม่ใช่มาถึงก็ทานเลย เหมือนยาทั่วไป

จุดมุ่งหมายของพระภูมี คือคนดี นั่นหมายถึงคนที่มีวินัยธรรมของท่านนำตน

หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า อยากให้สมุนไพรมีฤทธิ์มหาศาล การทานที่ถูกจึงควรเตรียมสมุนไพรไว้บนหิ้งหรือที่สูง กำหนดวินัยของพระภูมีนำมาปฏิบัติ เช่น ไม่โกรธ เป็นเวลา ๑ ชั่วโมง หรือ ไม่ด่าไม่ว่าใคร ไม่ติใคร ๑ ชั่วโมง เมื่อทำครบชั่วโมง ก็จึงอธิษฐานหรือสั่งสมุนไพร อาศัยอำนาจธรรมหรือบุญที่ทำได้มาแล้วนั้น ช่วยให้กำจัดโรคาพยาธิ

เรียกว่า ใช้ขาธรรมนำหน้า แล้วใช้ขาสมุนไพรเดินตาม

ปราชญ์หรือบัณฑิตหรือทิด จึงต้องเรียนรู้วินัยธรรม เพื่อสร้างบุญ แล้วจึงใช้บุญที่ทำได้มาช่วยตน

บุญในบัญญัติของพระภูมี จึงเกิดจากการทำนิสัย ลดนิสัยตน ใช้นิสัยธรรมนำ แลเมื่อทำแล้วเป็นบุญ ที่นี้ก็เหมือนมีแก้วสารพัดนึก อยากแปรบุญเป็นอะไรก็อธิษฐานเอา

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า เรื่องของพุทธศาสนา ใครก็ช่วยใครไม่ได้ เป็นหลักตนพึ่งตน อยากได้ต้องทำเอง จะอ้อนวอนนั่งขอพรสักฉันใด ไม่มีทางได้ ถ้าไม่ทำ

ไม่ต้องแปลกใจ วันหนึ่งที่จะมีกฏกติตา การกระทำใดที่ไม่เหมาะสมในห้องสวดมนต์ บุคคลนั้นไม่สมควรจะเป็นสมาชิกของที่นี่

เพราะพฤติกรรมนั่นส่อว่า ผู้นั้นไม่กลัวกรรม แลที่สำคัญไม่เอาธรรม เขาไม่กลัว แต่ที่นี่กลัว เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังกลัวกรรม จึงสอนให้เราท่านไม่ประมาท

คนประมาทเช่นนั้น กรรมพร้อมล่อได้ทุกนาที ขืนปล่อยไว้มาเป็นอะไรที่นี่ คนไม่รู้จะพลอยใจตกไปด้วย

แลแม้วันหนึ่งเมื่อหายแล้วไปอยู่ที่ใดในโลก หลวงพ่อนิพนธ์บอกว่า ไม่มีสมุนไพร ก็น้ำธรรมดานั่นแล ทำแบบเดียวกัน น้ำก็กลายเป็นสมุนไพรได้ เพราะอำนาจธรรมนั่นเอง

ทานสมุนไพรแบบไม่ต้องทำอะไรเลย ก็คล้ายกับมัมมี่นั้นแล นี่จึงเป็นเหตุว่า สมุนไพรถึงแจกฟรี อยากได้ต้องมาเอง

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44