เคยได้ยินคนเรียกประเทศนี้ว่า สารขัณฑ์แลนด์ ก็ยังรู้สึกเฉยๆ
หากว่า มาวันนนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
เมื่อพิจารณาที่ตั้งของชมรม ด้านหน้าติดกับทางรถไฟ ด้านหลังติดกับคลองชลประทาน
พื้นที่ทั้งสองส่วนเป็นของรัฐบาล
หากแต่ได้รับการอนุเคราะห์ให้ใช้ในการทำเป็นพื้นที่จอดรถ เพื่อบริการแก่คนไข้ได้
มาวันนี้ การรถไฟได้พิจารณาความจำเป็น และให้ความสำคัญ จึงอนุญาตให้จัดตั้งสถานีพิเศษขึ้นด้านหน้าของชมรม และจัดขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษเพื่อบริการคนไข้ที่ต้องการมาโดยเฉพาะ
เป็นควานอนุเคราะห์ที่น่าชื่นชม
ในขณะที่ด้านหลัง ที่ได้อนุญาตให้ทำที่จอดรถได้เช่นกัน หากแต่สภาพภูมิประเทศเดิม จะมีกองดิน และพื้นที่ไม่ราบเรียบ มีร่องน้ำ
ก็ได้ความอนุเคราะห์จากทหาร กองพล ๙ นำเครื่องมือ และรถดินมาปรับและถมดินเพิ่มให้กลายเป็นพื้นที่ราบ สามารถจอดรถได้
การประปา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามคลอง ก็เดินท่อพิเศษข้ามมาให้ เพื่อบริการคนไข้ได้มีน้ำประปาใช้สอย การไฟฟ้า ก็มาปักเสาให้พร้อมเดินไฟ ๓ เฟส ให้ ล้วนแล้วแต่อำนวยความสะดวกตามแต่หน้าที่ตน
แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เอื้อเฟื้อมาจัด และดูแลจราจร บริเวณทางเข้าออกให้ทุกวันเป็นอย่างดี
แต่ไม่น่าเชื่อ สารขัณฑ์แลนด์แห่งนี้ กลับมีเจ้าหน้าที่กรมชลประทานบางคน มาถ่ายรูปขณะที่กองพล ๙ กำลังปรับพื้นที่ พร้อมกับตั้งข้อหา ขโมยดินหลวงไปขายแก่ชมรม
และพื้นที่ที่ปรับ ก็เป็นพื้นที่ราบให้รถจอดเท่านั้น ก็แจ้งข้อหา สร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรซะงั้น
เราจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมประเทศนี้จึงไม่เจริญ
ไม่ได้โทษว่าเขาฟ้องร้อง หากแต่สงสัยว่า ประเทศนี้มีผู้ละเมิดกฎหมายเต็มบ้านเต็มเมือง เพื่อประโยชน์ส่วนตน ในขณะที่หลวงพ่อนิพนธ์ ร้องขอและทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
เรื่องนั้น ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ แต่เรื่องนี้กลับฟ้องเอาเป็นเอาตาย
จึงอยากจะถามคนเหล่านั้นว่า "ท่านคิดอะไรอยู่ และท่านทำได้อย่างไร"
ก็ท่านใดมีญาติอยู่ชลประทาน ช่วยไปบอกเขาหน่อยว่าที่นี่เขาทำอะไรกัน อย่าฟังแต่คำคน โดยไม่ตรวจสอบ
อดีต ท่านสฤษด์ ยังตัองอุทานว่า "เกือบฆ่าคนดีแล้วเสียเรา" จนต้องรีบส่งเสธทวี ไปเป็นมรรคทายก ถ้ำกระบอก แทบไม่ทัน
เหลือสิ่งดีงามไว้สักที่บนผืนแผ่นดิน ให้คนได้พึ่งพาเถิด ขอ...
ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชมรมไทยกรุณา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชมรมไทยกรุณา แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ฟังวิจารณ์
ฟังเขาพูดมา
"1.ยาเขาดีจริงที่มูลนิธิไทยกรุณา
"2.เสียเวลาทั้งวันปวดขาก็ต้องไปรอเข้าแถว อาทิตย์นึงไปตั้งสองวัน เสียค่าน้ำมันแพงได้ยาฟรีก็จริงแต่เสียเงินเดือนนึงก็ตกสามพันกว่าบาทรวมค่ากิน
"3.ถ้าคุณเอาปิ่นโตเข้าไปกินเขาว่านา
"4.มีพวกเส้นใหญ่เยอะ ไม่ต้องเข้าคิว ปากก็อ้างว่าไม่รับบริจาค แต่ถ้าใครทำคุณให้มากก็จะได้รับสิทธิพิเศษ
"5.ข้าวแกง น้ำ กาแฟ ทุกอย่างจะขายแพงหมดอ้างว่านำเงินไปซื้อสมุนไพร ไม่รับบริจาคแต่ข้าวแกงต้องขายหมดก่อนกลับบ้าน ตอนขากลับมีขายน้ำด้วยไม่บังคับซื้อก็เหมือนต้องซื้อเพราะคะยั้นคะยอเหลือเกิน
"6.คนรอดก็มี คนตายก็ต้องมี สุดท้ายผมไปหาหมอเณรที่กาญจนบุรี ไม่เรื่องมาก ราคายาก็สมเหตุผล กินไปมาดีขึ้นก็ไปเอาสามเดือนครั้ง ถ้าไปสิงห์บุรีต้องกำเงินหมื่นต่อเดือนแถมรักษาได้แต่โรคหมูๆ โรคยากเขาไม่รักษา"
ฟังแล้วพิจารณา คิดเหมือนกันไหม
ไม่แปลกใจว่า ทำไมแม่ชีเมี้ยนตรัสว่า หลักของพระภูมี "ทำยาก"
ก็คนเขาจะรับอย่างเดียว ปฏิเสธทุกข์ทั้งหมด
นี่แหละคนจริง ไม่ชอบก็ไปหาในสิ่งที่ชอบ
ไม่ชอบก็ไม่ควรอยู่ เก็บสมุนไพรไว้ให้คนที่ชอบ คนที่ทำได้
แลไม่ชอบ ก็ไม่ว่ากัน ชอบทางไหนไปทางนั้นดีที่สุด
"1.ยาเขาดีจริงที่มูลนิธิไทยกรุณา
"2.เสียเวลาทั้งวันปวดขาก็ต้องไปรอเข้าแถว อาทิตย์นึงไปตั้งสองวัน เสียค่าน้ำมันแพงได้ยาฟรีก็จริงแต่เสียเงินเดือนนึงก็ตกสามพันกว่าบาทรวมค่ากิน
"3.ถ้าคุณเอาปิ่นโตเข้าไปกินเขาว่านา
"4.มีพวกเส้นใหญ่เยอะ ไม่ต้องเข้าคิว ปากก็อ้างว่าไม่รับบริจาค แต่ถ้าใครทำคุณให้มากก็จะได้รับสิทธิพิเศษ
"5.ข้าวแกง น้ำ กาแฟ ทุกอย่างจะขายแพงหมดอ้างว่านำเงินไปซื้อสมุนไพร ไม่รับบริจาคแต่ข้าวแกงต้องขายหมดก่อนกลับบ้าน ตอนขากลับมีขายน้ำด้วยไม่บังคับซื้อก็เหมือนต้องซื้อเพราะคะยั้นคะยอเหลือเกิน
"6.คนรอดก็มี คนตายก็ต้องมี สุดท้ายผมไปหาหมอเณรที่กาญจนบุรี ไม่เรื่องมาก ราคายาก็สมเหตุผล กินไปมาดีขึ้นก็ไปเอาสามเดือนครั้ง ถ้าไปสิงห์บุรีต้องกำเงินหมื่นต่อเดือนแถมรักษาได้แต่โรคหมูๆ โรคยากเขาไม่รักษา"
ฟังแล้วพิจารณา คิดเหมือนกันไหม
ไม่แปลกใจว่า ทำไมแม่ชีเมี้ยนตรัสว่า หลักของพระภูมี "ทำยาก"
ก็คนเขาจะรับอย่างเดียว ปฏิเสธทุกข์ทั้งหมด
นี่แหละคนจริง ไม่ชอบก็ไปหาในสิ่งที่ชอบ
ไม่ชอบก็ไม่ควรอยู่ เก็บสมุนไพรไว้ให้คนที่ชอบ คนที่ทำได้
แลไม่ชอบ ก็ไม่ว่ากัน ชอบทางไหนไปทางนั้นดีที่สุด
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
นับหนึ่งใหม่กับมูลนิธิไทยกรุณา
แม้ว่า การรักษาผู้ป่วยเอดส์ของหลวงพ่อนิพนธ์ ได้เริ่มทดลองมานาน ผ่านการพิสูจน์ตัวยาสมุนไพรของแม่ชีเมี้ยน โดยผู้ป่วยหลายต่อหลายรุ่น ปัจจุบัน ก็มีผู้ป่วยบางคน ที่มาขออนุญาตไปแต่งงาน และมีบุตร หลังจากหายแล้ว สิ่งที่ปรากฎยืนยันอย่างเด่นชัดคือ ทั้งพ่อ แม่ ลูก ล้วนแล้วแต่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีวี่แววการกลับมา หรือ คงอยู่ของเชื้ออีกต่อไป
กระนั้นก็ตาม สิ่งเหล่านี้ หลวงพ่อนิพนธ์ เคยบอกกล่าว ว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการบันทึก หรือ ทำสิ่งใด อันจะเป็นการคุยโว ในการรักษา คนเหล่านี้ที่เราเห็น และยังอยู่จนปัจจุบัน ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงจนน่าตกใจ เพราะหลังผ่านวิกฤตการณ์แล้ว เราแทบจะไม่เคยเห็น คนเหล่านี้มีอาการใดๆ เลย เรียกได้ว่าดีกว่าคนปกติเสียอีก ทั้งนี้คงเนื่องจาก ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่ง มีภูมิต้านทานสูง กระมัง
จนถึงปัจจุบัน คนไข้เอดส์ 3 คน ในรุ่นปัจจุบัน คนหนึ่ง เป็นสาวชาวพม่า ที่ถูกคนใจบาปโทรม และแพร่เชื้อมาให้ อยู่มาปีกว่า จากการหอบสังขารมา เดินแทบไม่ไหว มาวันนี้ แข็งแรง ทำงานได้ทั้งวัน คนที่ 2 เป็นสาวชาวลาว โดยมีคนไข้มะเร็งสมอง ที่หมอบอกต้องผ่าตัด แต่ด้วยความจน จึงหันมาใช้แนวทางนี้ และประสบผล จึงได้นำคนนี้มา ผ่านไปไม่กีเดือน สาวลาวคนนี้ ก็สามารถ ช่วยดูแลสวนสมุนไพร รดน้ำต้นสมุนไพร ให้แก่มูลนิธิได้เป็นอย่างดี และคนล่าสุด หนุ่มวิศวกร ที่เพิ่งจบหมาดๆ อยู่มาได้เกือบเดือนแล้ว อาการลายตุ๊กแก ได้หายไปเกือบหมด ไม่มีอาการหอบ เชื้อราที่ขึ้นสมอง และมองเห็นได้ยามอ้าปาก ก็ถูกกำจัดไป ทำให้แข็งแรง สามารถดูแลต้นสมุนไพรของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ศรีสวัสดิ์ได้ การฟื้นเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงคนไข้ ยังรวมถึงพ่อแม่ และญาติ ที่ได้ฟื้นความหวัง ที่จะได้ลูกชายกลับมา พร้อมกับวิศวกรโยธา ของประเทศไทย อีกท่านหนึ่งเช่นกัน
ด้วยโครงการช่วยเหลือ คนไข้จากทั่วสารทิศ โดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ กลับยังมีเรื่องที่น่าเศร้าเข้าไปอีก เมื่อกรรมสรรพกรท่าม่วง แจ้งว่า การขายอาหาร ในมูลนิธิ ที่ทางผู้ป่วยที่ศรัทธา และได้รับผลจากการทานสมุนไพร ร่วมกันทำเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงตัวมูลนิธิ เพียงสัปดาห์ละสองวันนั้น กรมสรรพากร ให้ไปดำเนินการประเมิน เพื่อเสียภาษี ทั้งๆ ที่ อาหารหรือเครื่องดื่ม ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจะทำมาให้ มูลนิธิจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดกันอย่างไร สำหรับเรา คนพวกนี้ไม่เพียงแต่ใจดำ ยัง "มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ"
สักวัน เราอาจได้เห็นปรากฎการณ์ม๊อบแบบใหม่ คือ "ม๊อบคนไข้" เรื่อนหมื่น เดินประท้วงในกรุงเทพฯ ก็เป็นได้ ภาวนาอย่าให้มันเกิดเลย อายชาวต่างประเทศเขา ไม่รู้จะเดินถนนได้อย่างไร เพราะเขาคงตั้งคำถามว่า "บ้านคุณมีของดีๆ อย่างนี้ ทำไมพวกคุณทำกันอย่างนี้ ไม่รักษาก็พอทน แต่ยังจะจ้องทำให้สาบสูญอีก" ขนาดบ้านเขา แค่มีความสามารถนิดหน่อย เตะบอลได้ ร้องดีหน่อย ยังสนับสนุนให้ดังทั่วโลกเลย "ทำไมบ้านคุณโง่อย่างนี้ มีของดีไม่รู้จักรักษา" ฮ่วย................ เอะอะก็ผิดกฏหมาย ......... ต้องปิด
กระนั้นก็ตาม สิ่งเหล่านี้ หลวงพ่อนิพนธ์ เคยบอกกล่าว ว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการบันทึก หรือ ทำสิ่งใด อันจะเป็นการคุยโว ในการรักษา คนเหล่านี้ที่เราเห็น และยังอยู่จนปัจจุบัน ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงจนน่าตกใจ เพราะหลังผ่านวิกฤตการณ์แล้ว เราแทบจะไม่เคยเห็น คนเหล่านี้มีอาการใดๆ เลย เรียกได้ว่าดีกว่าคนปกติเสียอีก ทั้งนี้คงเนื่องจาก ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่ง มีภูมิต้านทานสูง กระมัง
จนถึงปัจจุบัน คนไข้เอดส์ 3 คน ในรุ่นปัจจุบัน คนหนึ่ง เป็นสาวชาวพม่า ที่ถูกคนใจบาปโทรม และแพร่เชื้อมาให้ อยู่มาปีกว่า จากการหอบสังขารมา เดินแทบไม่ไหว มาวันนี้ แข็งแรง ทำงานได้ทั้งวัน คนที่ 2 เป็นสาวชาวลาว โดยมีคนไข้มะเร็งสมอง ที่หมอบอกต้องผ่าตัด แต่ด้วยความจน จึงหันมาใช้แนวทางนี้ และประสบผล จึงได้นำคนนี้มา ผ่านไปไม่กีเดือน สาวลาวคนนี้ ก็สามารถ ช่วยดูแลสวนสมุนไพร รดน้ำต้นสมุนไพร ให้แก่มูลนิธิได้เป็นอย่างดี และคนล่าสุด หนุ่มวิศวกร ที่เพิ่งจบหมาดๆ อยู่มาได้เกือบเดือนแล้ว อาการลายตุ๊กแก ได้หายไปเกือบหมด ไม่มีอาการหอบ เชื้อราที่ขึ้นสมอง และมองเห็นได้ยามอ้าปาก ก็ถูกกำจัดไป ทำให้แข็งแรง สามารถดูแลต้นสมุนไพรของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ศรีสวัสดิ์ได้ การฟื้นเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงคนไข้ ยังรวมถึงพ่อแม่ และญาติ ที่ได้ฟื้นความหวัง ที่จะได้ลูกชายกลับมา พร้อมกับวิศวกรโยธา ของประเทศไทย อีกท่านหนึ่งเช่นกัน
ด้วยโครงการช่วยเหลือ คนไข้จากทั่วสารทิศ โดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ กลับยังมีเรื่องที่น่าเศร้าเข้าไปอีก เมื่อกรรมสรรพกรท่าม่วง แจ้งว่า การขายอาหาร ในมูลนิธิ ที่ทางผู้ป่วยที่ศรัทธา และได้รับผลจากการทานสมุนไพร ร่วมกันทำเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงตัวมูลนิธิ เพียงสัปดาห์ละสองวันนั้น กรมสรรพากร ให้ไปดำเนินการประเมิน เพื่อเสียภาษี ทั้งๆ ที่ อาหารหรือเครื่องดื่ม ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจะทำมาให้ มูลนิธิจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดกันอย่างไร สำหรับเรา คนพวกนี้ไม่เพียงแต่ใจดำ ยัง "มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ"
สักวัน เราอาจได้เห็นปรากฎการณ์ม๊อบแบบใหม่ คือ "ม๊อบคนไข้" เรื่อนหมื่น เดินประท้วงในกรุงเทพฯ ก็เป็นได้ ภาวนาอย่าให้มันเกิดเลย อายชาวต่างประเทศเขา ไม่รู้จะเดินถนนได้อย่างไร เพราะเขาคงตั้งคำถามว่า "บ้านคุณมีของดีๆ อย่างนี้ ทำไมพวกคุณทำกันอย่างนี้ ไม่รักษาก็พอทน แต่ยังจะจ้องทำให้สาบสูญอีก" ขนาดบ้านเขา แค่มีความสามารถนิดหน่อย เตะบอลได้ ร้องดีหน่อย ยังสนับสนุนให้ดังทั่วโลกเลย "ทำไมบ้านคุณโง่อย่างนี้ มีของดีไม่รู้จักรักษา" ฮ่วย................ เอะอะก็ผิดกฏหมาย ......... ต้องปิด
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
อย่าชวนใครมาเลย... ถ้าเขายังมีหนทางอื่น
สิ่งที่เราอยากแนะนำ จากประสพการณ์ของเรา ด้วยความที่เห็นสิ่งดีงามที่ปรากฎ ได้ติดตามและไตร่ตรองแล้ว ก็เห็นว่าสถานที่นี้เป็นที่พึ่งได้ หลักของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำมา มีคุณอนันต์ ด้วยความคิดนี้เอง ทำให้เราเคยเข้าเว็ปของคุณแก้ว ในแก้วไดอารี่ เชิญชวนให้มา เพราะเราเห็นด้วยตนเอง ถึงผู้ที่มีอาการหนักกว่าคุณแก้วมากมายหลายคน ประสพผลจากสถานที่นี้ ด้วยความคิดที่ว่า คุณแก้วน่าจะเป็นคนดี จากประวัติที่ได้รับรู้ การรักษาก็น่าจะประสพผลได้ไม่ยาก ผลปรากฎว่าถูกอวย....กระจาย เราก็ไม่ว่าอะไรใครหรอก คิดไปคิดมาเป็นความผิดของเราเอง เพราะคิดแต่ว่า ถ้าคุณแก้วประสพผล ก็จะมีคนเดินตามมาอีกมากมาย คล้ายๆ กับคุณปรียานุชที่ประสพผล ก็มีคนเดินตามมามากมายเช่นกัน แต่ความคิดนี้ของเราดูจะคับแคบไป เพราะเราไม่เคยคิดว่า คนเหล่านี้ต้องล้วนถูกหลอกมามากมายเกี่ยวกับสมุนไพร เมื่อได้พบกับของจริงก็หมดไฟไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ความน่าเชื่อถือของหมอ มีสูงมาก ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีผู้ประสพผลเลย แม้กระทั่งทรง
ดังนั้น การไปชวนผูอื่น ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง ถ้าผู้ป่วยมาเอง เช่น สาวชาวลาว ที่เป็นลูกจ้างคนไทย ไม่มีที่ไปแล้ว หลวงพ่อนิพนธ์ท่านก็รับไว้ และล่าสุด ที่เป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าดีใจเช่นกัน ก็คือ หนุ่มวิศวะที่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ขณะที่อยู่ชั้นปีที่ ๒ กลัวพ่อแม่เสียใจ ก็อุตส่าห์เล่าเรียนจนจบ แต่เรื่องก็มาแดงจนได้ในตอนที่กำลังจะรับปริญญา เพราะพ่อแม่สังเกตเห็นร่องรอยที่ปรากฎบนผิวหนัง ของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ในเรื่องเศร้านี้ กลับเป็นโชคดีของเขา เพราะพ่อแม่เขาได้มาทานสมุนไพร จึงพาเขามา หลวงพ่อนิพนธ์ก็ได้กรุณารับไว้ และเรื่องที่ดีคือ คนเหล่านี้กำลังดีวันดีคืน สาวลาวก็แข็งแรงจนสามารถดูแลสวนสมุนไพรที่บ่อพลอยได้ ทำงานทั้งวัน หนุ่มวิศวะก็ดูแลสวนสมุนไพรที่ศรีสวัสดิ์อยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่เขา ก็เดินได้โดยไม่เหนื่อย ถึงคนเหล่านี้จะไม่ใช่กลุ่มแรกๆที่เข้ามารักษา แต่ก็กำลังเป็นต้นแบบให้คนรุ่นหลังมาเดินตาม
เสียดายก็แต่ ถ้ามีต้นแบบในโรคนี้เช่นคุณปรียานุช เราคงได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นกับคนแล้วคนเล่า ด้วยสมุนไพร และแนวปฏิบัติของแม่ชีเมี้ยน ให้เห็น เราก็ยังหวังว่า คุณแก้วที่เราเคยเชิญเขามาทดลอง อาจจะเปลี่ยนใจ เพราะเกือบสิบปีแล้ว ที่เขาเลือกที่จะทานยาต้าน ผลก็ปรากฎแล้วว่ามีโรคแทรกมาเยือน อาทิ ธาลัสซีเมีย ถ้าวันนี้ เขาเปลี่ยนมาแนวทางนี้และประสพผล คำตรัสของแม่ชีเมี้ยน ที่กล่าวว่า "สมุนไพรของฉัน ให้ไว้เพื่อกู้ชาติ" ก็คงเห็นเป็นรูปร่างแน่
แต่นั่นเป็นความคิดของเรา ไม่ใช่ของเขา จึงอยากนำประสบการณ์นี้บอกเล่าว่า อย่าไปชวนใครมาเลย ยกเว้นบุคคลนั้น ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว...
ท้ายสุด ขออภัยที่เอ่ยถึงคุณแก้วโดยไม่ได้ขออนุญาต แต่ก็ด้วยความประสงค์ดีต่อทุกคน และในการกล่าวอ้างนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น รวมถึงมูลนิธิไทยกรุณาด้วย
ถึงแม้ว่าหลวงพ่อนิพนธ์ ได้นำสูตรสมุนไพรนี้มาใช้กว่าห้าสิบปีแล้วก็ตาม ผลงานมีมากมาย เราก็ยังยืนยันว่า อย่าชวนใครมาเลย... ถ้าเขายังมีหนทางอื่น
ดังนั้น การไปชวนผูอื่น ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง ถ้าผู้ป่วยมาเอง เช่น สาวชาวลาว ที่เป็นลูกจ้างคนไทย ไม่มีที่ไปแล้ว หลวงพ่อนิพนธ์ท่านก็รับไว้ และล่าสุด ที่เป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าดีใจเช่นกัน ก็คือ หนุ่มวิศวะที่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ขณะที่อยู่ชั้นปีที่ ๒ กลัวพ่อแม่เสียใจ ก็อุตส่าห์เล่าเรียนจนจบ แต่เรื่องก็มาแดงจนได้ในตอนที่กำลังจะรับปริญญา เพราะพ่อแม่สังเกตเห็นร่องรอยที่ปรากฎบนผิวหนัง ของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ในเรื่องเศร้านี้ กลับเป็นโชคดีของเขา เพราะพ่อแม่เขาได้มาทานสมุนไพร จึงพาเขามา หลวงพ่อนิพนธ์ก็ได้กรุณารับไว้ และเรื่องที่ดีคือ คนเหล่านี้กำลังดีวันดีคืน สาวลาวก็แข็งแรงจนสามารถดูแลสวนสมุนไพรที่บ่อพลอยได้ ทำงานทั้งวัน หนุ่มวิศวะก็ดูแลสวนสมุนไพรที่ศรีสวัสดิ์อยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่เขา ก็เดินได้โดยไม่เหนื่อย ถึงคนเหล่านี้จะไม่ใช่กลุ่มแรกๆที่เข้ามารักษา แต่ก็กำลังเป็นต้นแบบให้คนรุ่นหลังมาเดินตาม
เสียดายก็แต่ ถ้ามีต้นแบบในโรคนี้เช่นคุณปรียานุช เราคงได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นกับคนแล้วคนเล่า ด้วยสมุนไพร และแนวปฏิบัติของแม่ชีเมี้ยน ให้เห็น เราก็ยังหวังว่า คุณแก้วที่เราเคยเชิญเขามาทดลอง อาจจะเปลี่ยนใจ เพราะเกือบสิบปีแล้ว ที่เขาเลือกที่จะทานยาต้าน ผลก็ปรากฎแล้วว่ามีโรคแทรกมาเยือน อาทิ ธาลัสซีเมีย ถ้าวันนี้ เขาเปลี่ยนมาแนวทางนี้และประสพผล คำตรัสของแม่ชีเมี้ยน ที่กล่าวว่า "สมุนไพรของฉัน ให้ไว้เพื่อกู้ชาติ" ก็คงเห็นเป็นรูปร่างแน่
แต่นั่นเป็นความคิดของเรา ไม่ใช่ของเขา จึงอยากนำประสบการณ์นี้บอกเล่าว่า อย่าไปชวนใครมาเลย ยกเว้นบุคคลนั้น ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว...
ท้ายสุด ขออภัยที่เอ่ยถึงคุณแก้วโดยไม่ได้ขออนุญาต แต่ก็ด้วยความประสงค์ดีต่อทุกคน และในการกล่าวอ้างนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น รวมถึงมูลนิธิไทยกรุณาด้วย
ถึงแม้ว่าหลวงพ่อนิพนธ์ ได้นำสูตรสมุนไพรนี้มาใช้กว่าห้าสิบปีแล้วก็ตาม ผลงานมีมากมาย เราก็ยังยืนยันว่า อย่าชวนใครมาเลย... ถ้าเขายังมีหนทางอื่น
วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เรื่องน่าขัน ปนเศร้าของชมรมไทยกรุณา
วันนี้ของชมรมไทยกรุณา ผ่านร้อนผ่านหนาวมายี่สิบกว่าปี ให้สุขแก่ครอบครัวคนทุกข์มาก็ไม่น้อย เรายังไม่เห็นคนไทยนิยมชมชอบ อยากรู้เรื่องราว ทำราวกับว่าสิ่งดีๆ อย่างนี้ ไม่มีตัวตนในประเทศไทย ตูไม่รู้ ตูไม่สน
เทียบไม่ได้เลยกับดาราศิลปิน ทั้งในประเทศและต่างชาติ มีผู้คนหลั่งใหลไปชื่นชมและติดตามอย่างล้นหลาม สถานที่ต่างๆ แทบแตก อย่างไม่น่าเชื่อ แฟนฟุตบอล คลั่งไคล้ อยากรู้ประวัติคนเหล่านั้น จนแม้กระทั่งรายละเอียด มีไฝอยู่ตรงไหน ก็ปานนั้น
วันหนึ่ง วันที่ "โรคแตก" เราก็คงนั่งเศร้าของเรา เพราะจะมีคนมากหลายพวกนั้น โอดครวญ ร่ำร้อง หาคนช่วย แล้วก็อ้างทุกขเวทนา ขอร้องหาความเมตตา เราไม่อยากนึกเลยว่า เมืองนี้ ที่อ้างกันว่าเป็นเมืองพุทธ ทำไมถึงได้ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้น มีบทบาทมากในชีวิต มากไปกว่าสิ่งดีงาม และปล่อยให้สถานที่ดีๆอย่างนี้ ต้องหลบลี้หนีภัย แม้กระทั่งกฎหมาย อยู่ในซอกหลืบ ความเมตตา ค้ำจุนโลก มีมาแต่โบราณกาล ด้วยความเมตตา และน้ำใจ ของแม่ชีเมี้ยน กับหลวงพ่อนิพนธ์ ก็ยังดิ้นรนและต่อสู้ ให้สถานที่นี้คงอยู่ ไม่ว่าจะถูกกดดันจากภาครัฐ พ่อค้าฉ้อฉล คนโลภ สักเพียงใด เราก็ยังเห็นสถานที่นี้ยืนหยัดเด่น เป็นสง่า ท้าทาย แสดงให้โลกรู้ว่า คนดี มีคุณธรรม และใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้า ยังมีอยู่ และจะยืนอย่างไม่เป็นสองรองใครในโลกนี้ ก็ด้วยความเชื่อที่ว่า "ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม"
เราคงต้องเตรียมใจ ที่จะเห็นคนล้มตายอย่างมากมาย เพราะไม่เอาธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะถูกโลกหล่อหลอม ให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ผิด แต่เราก็ดีใจ ที่เกิดมาชาตินี้ เราได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง "พระพุทธเจ้า แม่ชีเมี้ยน และหลวงพ่อนิพนธ์" ชาตินี้เราไม่เสียชาติเกิดแล้ว
วันนี้ เราจึงไม่แปลกที่ข้อเขียนของเรา มีคนอ่านไม่มาก เพราะมนุษย์เขาไม่ชื่นชม ไม่อยากเห็น ไม่อยากฟัง เมื่อเขาอยาก ก็สายเสียแล้ว
เทียบไม่ได้เลยกับดาราศิลปิน ทั้งในประเทศและต่างชาติ มีผู้คนหลั่งใหลไปชื่นชมและติดตามอย่างล้นหลาม สถานที่ต่างๆ แทบแตก อย่างไม่น่าเชื่อ แฟนฟุตบอล คลั่งไคล้ อยากรู้ประวัติคนเหล่านั้น จนแม้กระทั่งรายละเอียด มีไฝอยู่ตรงไหน ก็ปานนั้น
วันหนึ่ง วันที่ "โรคแตก" เราก็คงนั่งเศร้าของเรา เพราะจะมีคนมากหลายพวกนั้น โอดครวญ ร่ำร้อง หาคนช่วย แล้วก็อ้างทุกขเวทนา ขอร้องหาความเมตตา เราไม่อยากนึกเลยว่า เมืองนี้ ที่อ้างกันว่าเป็นเมืองพุทธ ทำไมถึงได้ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้น มีบทบาทมากในชีวิต มากไปกว่าสิ่งดีงาม และปล่อยให้สถานที่ดีๆอย่างนี้ ต้องหลบลี้หนีภัย แม้กระทั่งกฎหมาย อยู่ในซอกหลืบ ความเมตตา ค้ำจุนโลก มีมาแต่โบราณกาล ด้วยความเมตตา และน้ำใจ ของแม่ชีเมี้ยน กับหลวงพ่อนิพนธ์ ก็ยังดิ้นรนและต่อสู้ ให้สถานที่นี้คงอยู่ ไม่ว่าจะถูกกดดันจากภาครัฐ พ่อค้าฉ้อฉล คนโลภ สักเพียงใด เราก็ยังเห็นสถานที่นี้ยืนหยัดเด่น เป็นสง่า ท้าทาย แสดงให้โลกรู้ว่า คนดี มีคุณธรรม และใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้า ยังมีอยู่ และจะยืนอย่างไม่เป็นสองรองใครในโลกนี้ ก็ด้วยความเชื่อที่ว่า "ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม"
เราคงต้องเตรียมใจ ที่จะเห็นคนล้มตายอย่างมากมาย เพราะไม่เอาธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะถูกโลกหล่อหลอม ให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ผิด แต่เราก็ดีใจ ที่เกิดมาชาตินี้ เราได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง "พระพุทธเจ้า แม่ชีเมี้ยน และหลวงพ่อนิพนธ์" ชาตินี้เราไม่เสียชาติเกิดแล้ว
วันนี้ เราจึงไม่แปลกที่ข้อเขียนของเรา มีคนอ่านไม่มาก เพราะมนุษย์เขาไม่ชื่นชม ไม่อยากเห็น ไม่อยากฟัง เมื่อเขาอยาก ก็สายเสียแล้ว
วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554
รูปรอยการเกิดถ้ำกระบอกในอดีต
สิ่งแปลกประหลาดที่เราเห็น และคิดว่าสิ่งเหล่านี้คงเป็นรูปรอยลักษณะของการเกิดสิ่งดีๆ ของจริง
สิ่งนั้นก็คือ รูปรอยของการเกิดถ้ำกระบอกในอดีต ซึ่งเปิดรับรักษาผู้ป่วยยาเสพติดมาตั้งแต่ประมาณปี 2502 ถึงจะมีผลสำเร็จสูงสักปานใด ก็หาได้มีองค์กรจากภาครัฐ หน่วยงานใด มาเหลียวแลหรือเป็นหัวหอกตัวตั้งตัวตี ในการที่จะสนับสนุน เพืี่อเห็นแก่เพื่อนร่วมชาติใดๆ เลย
แลเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวร้าย หรือวิกฤตแห่งถ้ำกระบอกก็ได้มาเยือน คือ ข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดที่ในประเทศไทยมี นั่นคือ กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ อวดอุตริ ฯลฯ
ด้วยวิกฤตอันนี้ กลับกลายเป็นประเด็นจุดสนใจแก่ต่างชาติ จนอเมริกาต้องมาขอพิสูจน์ ด้วยการขอตัวยาจากถ้ำกระบอกไปตรวจสอบ และเมื่อผลการทดสอบปรากฎ กระบวนการพิสูจน์ทางปฎิบัติเพื่อยืนยัน โดยการส่งบุคคลที่ติดยาเสพติดจำนวน ๓๐ คน รวมทั้งรถปฏิบัติการและทีมแพทย์ เพื่อตรวจหาสารยาเสพติด ทั้งก่อนและหลังการฟื้นฟู ในช่วงระยะเวลา ๑๕ วัน จากการทดสอบครั้งนั้น ทำให้อเมริกาได้จัดสรรเงินมาช่วยในการบำบัดก้อนแรก ๑๐๐ ล้านบาท ถ้ำกระบอกจึงได้จัดสร้างโรงเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้ที่มาบำบัดได้เต็มที่ จนในที่สุด รัฐบาลจึงต้องยอมรับและอนุมัติให้เป็นสถานที่บำบัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วันวานที่ผ่านไป กำลังหวนกลับมาเกิดอีกครั้งในวันนี้ กับชมรมไทยกรุณาของหลวงพ่อนิพนธ์ อันจะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน มีผู้ที่เข้ามารับการบริการเป็นจำนวนเรือนหมื่น ก็ยังหาองค์กรใดจากรัฐบาลมาเหลียวแล และตอบรับในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้ผล กลับมีแต่แจ้งเตือนให้ชมรมทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพื่อที่จะให้ถูกกฎหมายสามารถรับคนไข้มานอนพักได้ ทั้งที่ความเป็นจริง ชมรมไม่มีความสามารถในการทำอย่างนั้นได้ จึงมีเสียงโอดครวญจากคนไข้ว่า ทำให้เขาขาดโอกาสในการมาทานสมุนไพร ด้วยปัจจัย ต่างๆ อาทิเช่น อยู่ไกล หรือ เวลาไม่ตรงตามที่เปิดทำการ ไปมาลำบาก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ คือวงจรที่เกิดขึ้นในอดีต และเรากำลังจะรอดูว่า ผู้ถือกฎหมายในแผ่นดิน จะเล่นอะไรกับสถานที่ดีดีอย่างนี้อีก แค่การเพิกเฉยก็ถือว่า ขาดคุณธรรมแล้ว ที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์
ในที่สุด เราว่า วงล้อประวัติศาสตร์จะซ้ำอีก วันหนึ่งองค์กรต่างประเทศต้องได้มาเห็น และคว้าพุงปลาอันนี้ให้แก่ประชากรของเขา ดังคำของแม่ชีเมี้ยนที่ว่า ทองแท้ไม่แพ้ไฟ อยู่ที่ไหนก็ต้องมีคนเห็นค่า เราจึงมิอาจไม่ยอมรับในน้ำใจของท่านแม่ชีเมี้ยนและหลวงพ่อนิพนธ์ได้ ในประเด็นที่ว่า ท่านมีน้ำอดน้ำทนกับกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นค่าของสมุนไพรไทย และคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า ทั้งที่ประกาศว่าเป็นเมืองพุทธ ด้วยคำประโยคเดียวคือ ทำไปเถอะลูก เพื่อทดแทนแผ่นดินเกิด สิ่งที่แม่ให้เอาไว้กู้ชาติ
ด้วยวลีนี้ย่อมหมายถึง ประเทศเราคงต้องก่อนฤา จึงจะเห็นค่าของสองสิ่งนี้ น่าเศร้าจริง ทำไมคนไทยที่บอกว่ามีน้ำใจงาม จึงลืมเลือนคนเช่นนี้ได้เร็วจริง
สิ่งนั้นก็คือ รูปรอยของการเกิดถ้ำกระบอกในอดีต ซึ่งเปิดรับรักษาผู้ป่วยยาเสพติดมาตั้งแต่ประมาณปี 2502 ถึงจะมีผลสำเร็จสูงสักปานใด ก็หาได้มีองค์กรจากภาครัฐ หน่วยงานใด มาเหลียวแลหรือเป็นหัวหอกตัวตั้งตัวตี ในการที่จะสนับสนุน เพืี่อเห็นแก่เพื่อนร่วมชาติใดๆ เลย
แลเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวร้าย หรือวิกฤตแห่งถ้ำกระบอกก็ได้มาเยือน คือ ข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดที่ในประเทศไทยมี นั่นคือ กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ อวดอุตริ ฯลฯ
ด้วยวิกฤตอันนี้ กลับกลายเป็นประเด็นจุดสนใจแก่ต่างชาติ จนอเมริกาต้องมาขอพิสูจน์ ด้วยการขอตัวยาจากถ้ำกระบอกไปตรวจสอบ และเมื่อผลการทดสอบปรากฎ กระบวนการพิสูจน์ทางปฎิบัติเพื่อยืนยัน โดยการส่งบุคคลที่ติดยาเสพติดจำนวน ๓๐ คน รวมทั้งรถปฏิบัติการและทีมแพทย์ เพื่อตรวจหาสารยาเสพติด ทั้งก่อนและหลังการฟื้นฟู ในช่วงระยะเวลา ๑๕ วัน จากการทดสอบครั้งนั้น ทำให้อเมริกาได้จัดสรรเงินมาช่วยในการบำบัดก้อนแรก ๑๐๐ ล้านบาท ถ้ำกระบอกจึงได้จัดสร้างโรงเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้ที่มาบำบัดได้เต็มที่ จนในที่สุด รัฐบาลจึงต้องยอมรับและอนุมัติให้เป็นสถานที่บำบัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วันวานที่ผ่านไป กำลังหวนกลับมาเกิดอีกครั้งในวันนี้ กับชมรมไทยกรุณาของหลวงพ่อนิพนธ์ อันจะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน มีผู้ที่เข้ามารับการบริการเป็นจำนวนเรือนหมื่น ก็ยังหาองค์กรใดจากรัฐบาลมาเหลียวแล และตอบรับในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้ผล กลับมีแต่แจ้งเตือนให้ชมรมทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพื่อที่จะให้ถูกกฎหมายสามารถรับคนไข้มานอนพักได้ ทั้งที่ความเป็นจริง ชมรมไม่มีความสามารถในการทำอย่างนั้นได้ จึงมีเสียงโอดครวญจากคนไข้ว่า ทำให้เขาขาดโอกาสในการมาทานสมุนไพร ด้วยปัจจัย ต่างๆ อาทิเช่น อยู่ไกล หรือ เวลาไม่ตรงตามที่เปิดทำการ ไปมาลำบาก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ คือวงจรที่เกิดขึ้นในอดีต และเรากำลังจะรอดูว่า ผู้ถือกฎหมายในแผ่นดิน จะเล่นอะไรกับสถานที่ดีดีอย่างนี้อีก แค่การเพิกเฉยก็ถือว่า ขาดคุณธรรมแล้ว ที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์
ในที่สุด เราว่า วงล้อประวัติศาสตร์จะซ้ำอีก วันหนึ่งองค์กรต่างประเทศต้องได้มาเห็น และคว้าพุงปลาอันนี้ให้แก่ประชากรของเขา ดังคำของแม่ชีเมี้ยนที่ว่า ทองแท้ไม่แพ้ไฟ อยู่ที่ไหนก็ต้องมีคนเห็นค่า เราจึงมิอาจไม่ยอมรับในน้ำใจของท่านแม่ชีเมี้ยนและหลวงพ่อนิพนธ์ได้ ในประเด็นที่ว่า ท่านมีน้ำอดน้ำทนกับกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นค่าของสมุนไพรไทย และคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า ทั้งที่ประกาศว่าเป็นเมืองพุทธ ด้วยคำประโยคเดียวคือ ทำไปเถอะลูก เพื่อทดแทนแผ่นดินเกิด สิ่งที่แม่ให้เอาไว้กู้ชาติ
ด้วยวลีนี้ย่อมหมายถึง ประเทศเราคงต้องก่อนฤา จึงจะเห็นค่าของสองสิ่งนี้ น่าเศร้าจริง ทำไมคนไทยที่บอกว่ามีน้ำใจงาม จึงลืมเลือนคนเช่นนี้ได้เร็วจริง
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554
วงจรลูกโซ่ของหมอยา กับการรักษาของแม่ชีเมี้ยน
ปฐมบทของการรักษา ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำคำสอนจากแม่ชีเมี้ยน มาสอนในการรักษาโรค คือ "ต้องรู้เขา รู้เรา จึงจะชนะ" นั่นคือเหตุผล ที่ทำไมวิทยาศาสตร์ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บได้ เพราะไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของการเกิดโรค ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหา จึงไปแก้ที่ปลายเหตุ คือ อาการที่ปรากฎแทน
แม่ชีเมี้ยน ได้กล่าวว่า เมื่อมีหมอที่มีความฉลาด คิดหาธุรกิจเพื่อความร่ำรวย จึงทำยาแก้ทีปลายเหตุมาให้ โดยทิ้งปัญหาลูกโซ่ คือ สารตกค้าง เพื่อก่อให้เกิดโรคต่อเนื่อง และหายามารองรับ สร้างวงจรการกินยาไม่รู้จบ ไม่น่าเชื่อ เพราะปรากฎการณ์นี้ได้พิสูจน์อย่างชัดเจน ในการเพิ่มขึ้นของโรคในแต่ละคน และการเพิ่มขึ้นของการผลิตยา และสร้างโรงพยาบาล
ด้วยความไม่รู้ของเรา จึงก่อเกิดคำถามที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของชาวพุทธอย่างมากคือ คนบางคนมักจะพูดว่า ไม่เคยทำบาปทำกรรมอะไรมาเลยในชีวิต มีแต่ช่วยเหลือผู้อื่น ทำไม ทำไม ... เขาจึงประสพทุกขเวทนา ในการเป็นโรค ก็ไหนละที่ว่า "โรคเกิดจากกรรม" เขาไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ทำไมจึงเป็นได้ หรือสิ่งที่สอนกันมาในทางพุทธไม่เป็นจริง .....
ถ้าไม่รู้ในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง คำถามนี้ย่อมทำให้ท่านจนมุม พูดไม่ออกอย่างแน่นอน
พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดเท็จ แต่เป็นเพราะคนขาดความรู้ในพระพุทธศาสนา หลวงพ่อนิพนธ์ จึงมักจะสอนทุกครั้งแก่คนไข้ที่มาใหม่ว่า "ตัวท่าน ก็คือชีวิตหนึ่ง การทำลายตัวท่านเอง ย่อมเป็น อนันตริกรรม คือ กรรมฆ่าตัวเอง ย่อมร้ายแรงกว่า ความดีที่ท่านทำให้คนอื่นจึงไร้ผล ช่วยตัวท่านเองไม่ได้เลย" ความรู้นี้เป็นการเปิดปัญญา ให้เราเข้าใจว่า ตัวเราก็เหมือนโลกใบหนึ่ง เป็นธรรมชาติ เมื่อเรานำสารเคมีเข้าไป ย่อมไปทำลายระบบนิเวศน์ของเรา เพราะร่างกายไม่สามารถที่จะกำจัดออกได้ ขนาดฝรั่งตรวจพบสารตกค้างในหัวกุ้ง ยังไม่ยอมทานเลย นี่เล่นให้พวกเราทานเคมีเป็นกำๆ ทุกวัน ก็เปรียบเหมือนทิ้งระเบิดไว้ในตัว เพราะสารเคมีเหล่านี้ ไปอยู่ในร่างกายส่วนไหน ระบบตรงนั้นก็จะตาย เมื่อสะสมจนได้ระดับหนึ่ง ระบบนิเวศน์ของร่างกายก็จะเสียไป ทำให้โรคเข้าโจมตีได้
คนที่ฆ่าตัวเองได้ แม้จะทำความดีเพื่อผู้อื่นสักฉันใด ก็ไร้ผล พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า "รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดคน" เมื่อเรารอดแล้ว จึงสามารถไปช่วยผู้อื่น หาใช่ "ช่วยเขาแล้วเราตาย"
ที่มูลนิธิไทยกรุณานี่ จึงให้เริ่มด้วยการ หยุดยาเคมีเสียก่อน ซึ่งเป็นการหยุดกรรมที่ทำกับตนเองเสียก่อน ......
ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่เราว่า แค่ความรู้ในการหยุดการสร้างกรรมแก่ตนเองนี้ บุญคุณของแม่ชีเมี้ยน ก็ลืมไม่ลงแล้ว แต่ไฉนคนไทยไม่นำพา มีสิ่งดีงามอย่างนี้ ยังเห็นแก่เงิน และฆ่าคนไทยด้วยกันเองได้ ถึงกระนั้นก็เถอะ เราว่า อย่าเอามือปิดฟ้าเลย สักวันความจริงย่อมปรากฎ ทำได้อย่างไร ..ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายในเมืองไทย ฝรั่งเขาออกกฎหมายบังคับซื้อสมุนไพรกันแล้ว แต่ท่านๆ กลับจะกระทืบสิ่งดีๆอย่างนี้ ให้จมดิน
ความจริงปรากฎ เมื่อนั่น ผู้รู้และปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า จึงเป็นผู้เจริญอย่างแท้จริง ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ทำให้มนุษย์เจริญ
วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554
แพทย์สมัยใหม่ กับ วิถีแห่งสมุนไพร
วันก่อนได้เล่าถึงคนไข้อาวุโสหญิงท่านหนึ่ง วัย 71 ปี ผู้ซึ่งนั่งรถเข็นมา หลังจากไปทำคีโม เพื่อบำบัดรักษาโรคมะเร็งของท่าน ผลจากการทำคีโมครั้งนั้น ทำให้ท่านตัดสินใจที่จะเปลี่ยนทางเลือกในการรักษาตัวเอง เมื่อได้คุยกับพี่น้องทั้งหมดแล้ว ต่างก็ลงความเห็นให้เปลี่ยนมาเลือก การบำบัดรักษาด้วยสมุนไพร ที่ชมรมไทยกรุณา จากอาการเดิมที่ต้องนั่งรถเข็น ผมร่วงจนหมดศรีษะ ไม่สามารถแม้จะประคองตัวให้ตั้งตรงได้ นี่ก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว ภาพเก่าๆ ได้เลือนหายไป จนเราได้มีโอกาสได้คุยกับท่าน ซึ่งได้กรุณาเล่าประวัติให้ฟังคร่าวๆ ว่า
ฉันเป็นหมอ ตระกูลของฉันเป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน บิดาเป็นอดีต ผ.อ. ของศิริราชพยาบาล พี่น้องทุกคนก็เป็นหมอ ท่านเป็นหมอหลวงตามเสด็จมาจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ หลังจากได้รักษาด้วยแผนปัจจุบันมาระยะหนึ่ง จนไม่ไหวจึงคุยกันกับพี่น้อง ลงความเห็นว่า ไม่มีหนทางที่จะรักษาให้ประสบผลแน่นอน ด้วยความที่อายุมาก จึงคิดว่า มาลองทานสมุนไพรของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่ชมรมไทยกรุณา น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะได้ยินและมีผู้แนะนำมา
ถือเป็นความโชคดีของท่าน ที่ได้กลับมาเดิน และแข็งแรงช่วยตัวเองได้ จนท่านมีความมั่นใจว่า ท่านต้องหายจากโรคนี้แน่ สิ่งที่น่ายินดีสำหรับท่านอีกอย่างคือ ไม่ต้องใช้ผ้าโพกหัวแล้ว เพราะปัจจุบัน ผมของท่านได้กลับขึ้นมาใหม่จนเต็มศรีษะ ด้วยความมั่นใจ และศรัทธาในแนวทางนี้ ท่านจึงคิดว่า แนวทางของหลวงพ่อนิพนธ์ สามารถที่จะช่วยประเทศชาติได้ ดังนั้น ในอีกไม่นาน เมื่อมีโครงการรักษาผู้ป่วยยาเสพติด และอัมพฤกษ์อัมพาต เกิดขึ้นที่สวนสมุนไพร ท่านจะนำความสามารถทางการแพทย์ของท่าน ไปช่วยผู้ป่วยเหล่านั้นในกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
อาทิเช่น ผู้ป่วยยาเสพติด มักจะผอม ดังนั้น หลังจากทานยาตัด หรือที่เรียกกันทั่วไปว่ายาอ๊วก แล้วอาจมีอาการอ่อนเพลีย ก็จะจัดการให้น้ำเกลือเข้าช่วย และที่สำคัญคือ คนไข้เหล่านี้ มักจะมีเสมหะเป็นก้อน ซึ่งสามารถทำให้จุกคอจนเสียชีวิตได้ การใช้เครื่องมือดูดเสมหะ จะทำให้คนไข้ปลอดภัย
ข่าวนี้ช่างเป็นที่น่ายินดียิ่ง การเกื้อกูลในสิ่งที่ทุกฝ่ายทำได้ ในทางการแพทย์สมัยใหม่ กับวิถีแห่งสมุนไพร จะทำให้โอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยมีอัตราสูง อีกไม่ช้าเราจะเห็นแพทย์ที่มารักษาในชมรมแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 5-6 ท่าน และพยาบาลอีกจำนวนหนึ่ง บุคคลเหล่านี้ จะร่วมกับกิจกรรมของชมรม ทำให้เชื่อได้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็น คุณอาหมอท่านนี้และพวก ทำกิจกรรมร่วมกับพระและสมาชิกของชมรมไทยกรุณา ในการช่วยเพื่อนมนุษย์ ตามแนวทางของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำมาให้ ซึ่งเป็นภาพที่น่าดูอย่างยิ่ง
วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
เริ่มต้นอีกครั้ง ความหวังของผู้ป่วย
กำลังรวบรวมข้อมูล ของหลวงพ่อนิพนธ์ และแม่ชีเมี้ยนอยู่ แล้วจะมาโพสต์ให้อ่าน แต่ที่แน่ๆ สถานที่นี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากแนะนำให้มาลองดู ถ้าทำตามได้ ประสบความสำเร็จชัวร์ แต่ที่ดีกว่านั้น เราจะได้คนดีในสังคมเพิ่มขึ้นอีก
สถานที่ที่กล่าวถึงนี้ คือ มูลนิธิไทยกรุณา
ที่ตั้ง: 43 หมู่ 7 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 71110
โปรดติดตาม ตอนต่อไป
สถานที่ที่กล่าวถึงนี้ คือ มูลนิธิไทยกรุณา
ที่ตั้ง: 43 หมู่ 7 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 71110
โปรดติดตาม ตอนต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

