วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561

รอยอดีต


ผู้ป่วยในอดีตของถ้ำกระบอก ในยุคของแม่ชีเมี้ยนยังอยู่ หลังจากหลวงพ่อนิพนธ์ออกจากถ้ำกระบอกในปี ๒๕๑๐ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นพวกยาเสพติด

แลคนทั่วไป ก็อาจไม่เคยรู้เลยว่า ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอายุน้อยที่สุดในยุคถ้ำกระบอกนั้น อายุยังไม่ถึงสิบขวบ

แม้นแต่พระในยุคนั้นยังสงสัย เด็กเล็กนิดเดียวติดฝิ่นได้อย่างไร คำตอบก็คือ บ้านของเขาเป็นกระต๊อบเล็กๆ แลมีพ่อที่สูบฝิ่น ไม่ต่างกับโฆษณาสมัยนี้ ที่ชี้ให้เห็นโทษของการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในที่สาธารณะแบบปิด เช่นห้องอาหาร

กระนั้นยังมีกลุ่มคนน้อยๆ ที่มารักษาโรคอื่นๆ ที่ซึ่งมักอยู่ในความรับผิดชอบของแม่ชีเมี้ยนโดยตรง ในคนกลุ่มนี้ ก็รวมถึง เสธทวี ที่มักจะมาพร้อมภริยาคือ คุณหญิงอารีย์ แลก็ทำให้คนใกล้ชิดได้เวียนมา อาทิ เจ้ากรมประสิทธ์

หากใครในยุคนั้นยังอยู่ ก็มักจะได้เห็นพฤติกรรมประการหนึ่ง ของคนกลุ่มนี้ ที่กระทำกันเป็นประจำจนชินตา นั่นคือ การขับรถพาครอบครัวมายังถ้ำกระบอก ในเย็นวันศุกร์ แลกลับกันเช้าวันอาทิตย์ หลังใส่บาตรเสร็จ

สิ่งนี้หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า คนเราถ้าจะเอาปลอดภัยในชีวิต ก็ย่อมต้องมีวันพระ นั่นเองจึงเป็นปกตินิสัยของสาวกฝ่ายฆราวาส ที่ส่งผลให้ หนึ่งสัปดาห์มีวันพระหนึ่งวัน เพื่อที่จะไปทำนิสัย ทำบุญทำทาน ใช้หนี้กรรมหนี้เวรที่ทำมา ให้ลดทอนลง หรือ เหลือเก็บไว้ในภายภาคหน้า

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณาว่า สมุนไพร จะมีฤทธิ์ ก็ต้องปลุกเสก ด้วยการกระทำของตนที่ทำได้ พิธีกรรมนี้ คนยุคถ้ำกระบอกใช้กันมากมาย แลเห็นผลกันจนเล่าลือ และทำตาม จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมถ้ำกระบอก ที่ไปมาลำบาก และเปลี่ยว จึงมีผู้คนมาเรือนหมื่นทุกสัปดาห์

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์ ชี้ว่า ศาสตร์สมุนไพร ใช้ธรรมนำหน้า สมุนไพรเดินตาม ผลจึงมหาศาล คนยุคก่อนเมื่อปฏิบัติจึงมีคุณสมบัติ แค่ทานยาตัด ครบ ๕ แก้ว ไม่ว่าโรคใด ล้วนแล้วแต่หายเป็นปลิดทิ้ง จนผู้คนยอมรับ

เสียดาย วันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ทิ้ง สำนักปฏิบัติธรรม หรือ แผ่นดินบุญไว้ให้คนไปพึ่ง ผู้ใดอยากได้ ก็เดินตามรอยยุคถ้ำกระบอก แต่ดูแล้ว คนยุคนี้ เขาเอาแต่ที่ชอบ เอาสบาย เอาแต่สมุนไพร ไม่เอาธรรมของพระโคดมเลย แต่อยากหาย เราเลยไม่รู้ว่า ที่คนทั้งหลายบอก ชีวิตสำคัญ แต่ตอนทำ กลับไม่ให้ค่าในสิ่งที่จะทำแล้วช่วยชีวิตตน ... กลายเป็น งานหาเงินสำคัญ โน่นก็สำคัญ นี่ก็สำคัญ แต่สิ่งที่ทำแล้วช่วยตนได้ บอก ไม่มีเวลา

ก็ไม่ว่ากัน เพราะไฟยังไม่ลนก้น ทุกข์ยังน้อยอยู่ แต่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณาว่า ทุกสิ่งอย่างจะเอาผล ต้องใช้วันเวลา ถึงตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่า จะทำทันหรือเปล่า

ท่านจึงมักเตือนขันติสงฆ์ของท่านว่า เลือกเอา "สุขวันนี้ ทุกข์วันหน้า หรือจะเลือกทุกข์วันนี้ สุขวันหน้า" วันใดที่ภัยพิบัติมา วันนั้นแหละคือวันตัดสิน ว่าสิ่งที่ตนเลือก ถูกหรือผิด

คนรอด คือ คนที่มีวันพระ ... แล้วดูกัน ถึงวันนั้นตนไม่รอด ก็อย่าโทษใคร

คนยุคนี้ แค่เอาตนมายังไม่ได้ ภาพอดีตที่พาครอบครัวมา ... มาทำไม เขาเห็นอะไร แล้วทำไมคนในวันนี้ไม่เห็น ไม่อยากทำ คำตอบก็คงเห็นชัด เพราะคนยุคนี้ไม่เอาธรรม ไม่เห็นค่าของธรรม ถ้าสาวลงไปอีก ก็ชี้ชัดได้เลยว่า คนยุคนี้ ไม่เชื่อ "กรรมมีจริง" ธรรมจึงไร้ค่า เอาแต่สุขเฉพาะหน้า คือ หายโรค

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44