วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561

ไม่คุ้ม


คนทั้งหลายทั้งปวง ใช้ชีวิตสิ้นเปลืองไปกับสิ่งต่างๆมากมายสารพัน หากแต่นั่นเป็นสิ่งที่ตนชอบ ตนจึงไม่เสียดาย ยกให้เห็นชัดๆที่คนทุกวันนี้ ยัดใส่มือลูกหลาน นั่นคือ การศึกษา ที่ต้องใช้เวลา ถึง ยี่สิบปี แลกกับปริญญาใบหนึ่ง หมดเงินหมดทองไปเท่าไหร่ไม่ว่า ให้ได้มา แล้วก็คิดว่าคุ้มค่า

วันนี้ของหลายคน มามูลนิธิไทยกรุณา นั่งดีดลูกคิด แล้วถามตน คุ้มไหม เสียเงิน เสียเวลาในการทำมาหากิน มารับสมุนไพร ดูแล้วก็นิดเดียว แรกๆก็สู้เพราะอาการของตนสาหัสแล้ว หมอไม่รับแล้ว ครั้นพอดีขึ้น ก็มักจะกลับมาหวนคิด แล้วก็สรุปว่า "ไม่คุ้ม" แล้วก็ไม่มา พาตนไปหาเงิน หาในสิ่งที่ตนชอบ อยากทำ คิดเอาเอง แค่นี้พอแล้ว

แต่ใครเล่าจะรู้พรหมลิขิต กระนั้นก็ตาม ด้วยพฤติกรรมที่ทำอยู่ ก็พอจะเห็นเค้าลางว่า ภายภาคหน้าจะเจออะไร ก็ด้วยนิสัยในอดีต ทำให้ทุกข์ ทำให้เกิดโรคในวันนี้ แลวันนี้ ก็ยังกลับไปทำนิสัยเดิม พฤติกรรมเดิมๆอีกอยู่อย่างนั้น

ก็ไม่ว่ากัน ชอบแบบไหน ทำแบบนั้น เพราะศาสนา เป็นเรื่องของความสมัครใจ

หากแต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม เมื่อรัฐบาลในยุคนี้ ข้าราชการในยุคนี้ มีความเห็นสอดคล้องต้องกันว่า เงินของประเทศนั้นน้อยลง การจะจัดสรรย่อมต้องคิด แลที่คิดได้อยากจะตัด หรือ ลดภาระ นั่นคือ โครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ชี้ให้เห็นว่าเป็นภาระของรัฐบาล ปีหนึ่งต้องเสียงบประมาณ แสนสี่หมื่นล้านบาท โดยที่การของบเพิ่ม จากงบกลางทำได้ยาก ในขณะที่งบรักษาของข้าราชการ ตั้งไว้ สี่หมื่นล้านบาท แต่สามารถของบกลางได้แบบไม่มีจำกัด ปี่ที่ผ่านมา ก็ขอเพิ่ม สามหมื่นล้านบาท จึงเป็นที่มาของการออกกฎหมาย ที่ประชาชนจะต้องจ่ายเพิ่ม ๑๐ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของค่าใช้จ่าย ในวันนี้ แลนั่นแลเห็นเค้าลาง ที่ทุกคนจะเห็นว่า เงินที่ตนเสียมาในการมาทานสมุนไพร มันเริ่มจะคุ้มแล้ว แลคุ้มมากเสียด้วย ตัวอย่างที่ทาง สปสช ยกให้ฟัง ในกรณีของคนไข้โรคหัวใจ ต้องใช้สายสวน เส้นหนึ่ง ก็ราคา แปดหมื่นบาท ตีบสี่เส้น แบบคุณธานินทร์ ก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายครึ่งล้านบาท เพื่อช่วยตน นั่นคือ ทุกคนต้องเสียเงินอย่างน้อย ก็ประมาณหนึ่งแสนบาท นั่นเอง ถ้าเป็นมะเร็ง ก็สาหัสกว่าอีก

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวทุกครั้ง การมาทานสมุนไพร มิเพียงช่วยตน แลยังช่วยประเทศชาติ ประหยัดงบประมาณ เงินที่เราท่านต้องเสียมานั้น น้อยกว่าน้อยเสียอีก ในการฟื้นฟูตน ที่สำคัญ เสียแล้วได้ชีวิต ได้สุขภาพกลับคืน สามารถไปทำเงิน ไม่เป็นภาระใคร แต่เงินที่เสียไปกับทางอื่น ... เสียเงินพอว่า เสียชีวิต ที่สำคัญเสียบุคคลากร กำลังของประเทศไปด้วย

บทสรุป พิจารณาให้ดี ว่าเสียในวันนี้ มันเสียน้อย หรือ เสียมาก การไม่ยอมเสียในวันนี้ เข้าตำรา เสียน้อยเสียยาก วันข้างหน้า อย่าพลาด วันใดเกิดอาการฉับพลัน ลืมตามาอีกที หนี้บาน แล้ววันนั้น มีเท่าไหร่ ต้องเสียหมด ดีไม่ดี ต้องเป็นหนี้เป็นสิน จะกลับมาก็ไม่ได้แล้ว เพราะสภาพสังขารไม่อำนวย
ว่างๆ ก็ลองไปค้นดู ถ้าเป็นโรคนั้น โรคนี้ ต้องเตรียมเงินสักเท่าไหร่จึงจะพอ (ไม่ได้บอกว่าจะหาย) แล้วจะรู้ว่า ความเมตตาของแม่ชีเมี้ยนนั้นมหาศาลเพียงใด สิ่งที่เสียในวันนี้ของคนทานสมุนไพรนั้น น้อยนิดจริงๆ เทียบกับสิ่งที่ได้

เราจำคำที่คุณนพพลแลปรียานุช เล่าให้หลวงพ่อนิพนธ์ฟังในงานศพ ของคุณพ่อได้ว่า ป๋าเป็นโรคคนแก่ มีอาการไม่ดีนำส่งโรงพยาบาล แลก็หัวใจหยุดเต้น ธรรมดาหมอก็ต้องปั๊มหัวใจ แลทำสุดความสามารถของเขา ตามที่เล่าเรียนมา แต่ป๋าก็หมดอายุขัย จากไป เพียงแค่ไม่กี่วันของป๋าในโรงพยาบาล บิลมาประมาณ หนึ่งล้านบาท จึงรำเพยกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า สมัยนี้ "ค่าการตายแพงจัง"

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักชี้ให้พิจารณาว่า โรคให้ทุกข์กับตน ก็หนักหนาสาหัสแล้ว ตนของตน ยังทิ้งภาระหนี้สินให้ลูกหลานอีก อ้าง กตัญญู โดยที่ตนสามารถช่วยตนได้ ด้วยการกินสมุนไพร แต่ไม่ทำ อ้างเสียเงิน เสียเวลา ... ทำแบบนี้ ตายตาหลับ หรือ สู้มาทานสมุนไพร แล้วก็ตายไป ไม่เป็นภาระแก่ใคร แค่นี้ก็เกินคุ้มแล้ว บางทีอาจไม่ตาย กลับไปทำเงินได้ด้วย

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44