วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ทำเมิน

ศาสตร์สมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ก็ผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ ผ่านการพิสูจน์ในคุณค่าของตัวเอง จากหลายที่หลายแห่ง แม้นกระทั่งยุโรป ก่อนที่จะส่งคนมาบำบัดยาเสพติดในยุคถ้ำกระบอก ก็มีภารกิจพิเศษส่งรถโมบาย มา ๒ คัน เพื่อทำการตรวจทั้งสมุนไพร และผู้ที่มาบำบัด โดยเฉพาะ และก็ให้การยอมรับ จนกลายเป็นดีลสำคัญในยุคนั้น คือ การส่งคน และทุน ให้แก่ถ้ำกระบอก

ได้ยินข่าว ไม่ว่าจะเป็นหมอสมุนไพรบางท่านที่กำลังโดนสาธารณสุขของไทย ตรวจสอบโน่นนี่นั่น ไปจนหมอนวดแผนไทย ที่ใช้การตอกเส้นตำรับของศาสตร์ทางเหนือ ก็ไม่พ้นเช่นกัน ... ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน นั่นคือ ไม่สนับสนุน หากห้ามไม่ได้ ก็ทำให้โตไม่ได้

นั่นเป็นเรื่องปกติ เพราะคนไทยไม่สนับสนุนภูมิปัญญาของคนไทย เห็นเป็นเรื่องปกติมาทุกยุคทุกสมัย ถ้าเป็นคนไทยคิด ไทยทำ ฟังครูบาอาจารย์ที่พร่ำสอน ให้เป็นนักคิด นักประดิษฐ์ แล้วก็พูดเบาๆว่า รู้ไหม เครื่องถ่ายเอกสารเครื่องแรก คนไทยเป็นคนคิด แต่รัฐบาลประเทศไทยไม่สนับสนุน จึงต้องไปขายให้ญี่ปุ่น สมัยนั้นก็คิดว่า คงพูดเอามัน

เมื่อชมรมไทยกรุณา เติบโต มีคนหลั่งไหลกันมาเรือนหมื่นในยุคบ่อพลอย ไม่ต้องมากเฉพาะอัมพฤกต์ มีคนหายแลทิ้งไม้เท้าเป็นกองพะเนิน จนพระต้องเผาทิ้ง ไม่มีการสนับสนุนก็พอเข้าใจ นี่เล่นส่ง ขบวนของสาธารณสุขมาทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศมาเลย ... แต่มิใช่เพื่อส่งเสริม

จะด้วยฟ้าบันดาลหรืออะไรก็ตาม เจตนาจะมาเพื่ออะไรก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าชุดคือ หัวขบวน ในการตรวจครั้งนั้น เป็นโรคที่หมอรักษาไม่หาย แลก็ได้มาในรูปแบบคนป่วย ทานสมุนไพร จนมีอาการดีขึ้น ก็แสดงตัวแก่หลวงพ่อนิพนธ์ พร้อมกับช่วยผลักดัน ให้ใบประกอบโรคศิลป์และเวชกรรม พูดฟังง่ายภาษาชาวบ้านคือ ทำสมุนไพรได้ รักษาผู้ป่วยได้ แต่รับผู้ป่วยมารักษาไม่ได้ สาธารณสุขไม่ยอม ด้วยว่าไม่ได้เป็นสถานประกอบการ ที่ซึ่งมีข้อกำหนดมากมาย ที่หลวงพ่อนิพนธ์ทำไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำในยุคนี้ ครั้งหนึ่งก็เคยตามหลวงพ่อนิพนธ์ ไปดูคนเก็บใบยาเขียว มาแล้ว ดังนั้น จะบอกว่า ศาสตร์นี้ ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีผลงาน ก็คงไม่ได้แล้ว

สิ่งที่เราสงสัยคือ เขาไม่เชื่อหรือ ว่าวันหนึ่งคนที่เขารัก หรือ ตัวของเขาเองจะต้องเจ็บ ไม่สนับสนุนก็พอว่า นี่ศาลาเดิมของชมรมไทยกรุณา หรือ ศาลาขนมไทย ที่หลวงพ่อนิพนธ์ ใช้ทำขนมขายหาทุนมาทำสมุนไพร ตั้งใจจะเปลี่ยนเป็นลานชานชลารถไฟ ให้คนมาทางรถไฟได้สะดวก ตั้งใจทำร้านกาแฟ หาทุนมาทำสมุนไพร โดนการรถไฟฟ้องซะงั้นว่าบุกรุกที่หลวง

เราก็คอหนังจีนคนหนึ่ง จำได้ว่า ตัวละครในฤทธิ์มีดสั้น ลูกชายของคนรักพระเอก ชื่อ เล้งเซี่ยวฮุ้น ฆ่าหมอเทวดา ตาย เพื่อไม่ให้ช่วยคน แต่แม่ของเขาเองกลับถูกวางยาพิษ โดยลูกน้องของพ่อ ทำให้ตายเพราะไม่มีหมอนั่นเอง

บทสรุป ดำริของหลวงพ่อนิพนธ์ ที่อยากให้รัฐบาลช่วย ทำชานชลาในพื้นที่ ศาลาขนมไทย ช่วยจัดขบวนรถไฟให้คนไทยเป็นกรณีพิเศษ คือ ขบวนคนป่วย เหมือนที่ ขสมก ทำทุกวันอาทิตย์ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาส มาใช้ทางเลือกนี้ คงยังเป็นแค่ลม จะไม่ช่วยอะไรเลยก็ไม่ว่ากัน แต่นั่นหมายถึงวันหนึ่ง คนที่ท่านรักต้องการความช่วยเหลือ อาจไม่มีสถานที่นี้ให้ช่วย เหมือนหนังจีนก็ได้น่ะ

และในวันนี้ หากสมาชิกไม่ช่วยกัน ทำในสิ่งที่ตนพอทำได้ มะพร้าวลูก มะนาวผล ปลอกกระเทียมกันสักนิด ดูแลต้นสมุนไพรสักหน่อย ทิ้งให้เป็นแต่ภาระของท่านอาสิ สถานที่นี้ก็คงไปไม่รอด ไม่ต้องรอสาธารณสุขมาปิดหรอก

วันนั้น จะมีเล้งเซี่ยวฮุ้น เต็มบ้านเต็มเมือง ร้องไห้เสียใจก็ไม่มีประโยชน์ ช่วยคนที่ตนรักไม่ได้ เห็นๆอยู่ว่ามีทางรอดอยู่ตรงหน้า ไม่ช่วยก็พอทน กลับทำลายสิ้น

เหมือนกับที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ทำลายถ้ำกระบอก มาวันนี้ ยาเสพติดเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ฉันใดก็ฉันนั้น จะร้องสักฉันใด หันไปทางไหน ก็มีแต่คนหลอกเอาเงิน สุดท้ายก็ช่วยไม่ได้ ครอบครัวพังพินาศ ลูกหลานก็น่าอนาถ อยู่ในวังวนชั่วร้าย เสียงบประมาณมากมายมหาศาล เสียกำลังของแผ่นดินมากมาย เห็นตำตา

จึงอยากฝากอนุสรณ์ของหลวงพ่อนิพนธ์ให้เตือนสติว่า "ศาสนาขาดเรา ไม่เป็นไร เพราะคนทุกข์มีไม่รู้จบ รู้สิ้น คนอยากได้มี แต่ถ้าเราขาดศาสนา ชีวิตจะดับสิ้น" ถ้าเราท่านไม่ช่วยกันต่อแขนต่อขาของศาสนา ทำตัวเป็นมือเป็นไม้ ลำพังท่านอาสิ จะช่วยคนได้สักกี่คน แต่คนที่รอให้ช่วยมีเท่าไหร่

อย่าไปหวังคนใหญ่คนโต รัฐจะมาช่วยเลย สมาชิกที่มาใช้บริการนี่แหละ ช่วยกัน อย่างน้อย ก็เอาพวกเรารอด ทำให้ชาวโลกเขาเห็นว่า ทางเลือกนี้ มีคนรอด ถึงจะน้อย แต่ก็รอด ดีกว่าตายหมดเหมือนหนทางอื่น

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44