วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ไม้ไผ่ลำเดียว


สรรพทางเลือกที่มนุษย์ใช้ เลือกตามความชอบ ความเหมาะสม ตามฐานะ หรือตามมีตามเกิด เพื่อที่จะช่วยตนในการหายจากป่วยไข้ ไม่มีหนทางใดเลยที่มีข้อแม้ว่า ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม นิสัย

จะบรรเลงนิสัยอย่างไร ทำแบบไหน ก็สุดแท้แต่คนๆนั้น

อาจด้วยเหตุมุ่งหวัง คือ หายจากอาการหรือสิ่งที่เป็นอยู่ แค่นั้นเอง

ความจริงอันนี้เอง ทำให้ผู้ที่ทำการรักษา เมื่อรู้ว่าแก้เหตุไม่ได้ จึงเอาง่ายตอบสนองนิสัย แก้ปลายเหตุ และแก้ให้เร็ว

เป็นความดัน ไม่สนว่าเหตุที่มาของความดันจะแก้โดยวิธีใด สร้างยาคุมความดันมาเลย คนชอบ ทานปุ๊บ ความดันลดปั๊บ ปวดศรีษะ ก็ไม่ต้องไปหาว่าอะไรทำให้ปวด ทานยาแก้ปวด ทานปุ๊บหายปั๊บ จึงไม่แปลก พารา หรือสารพัดยาแก้ปวด ทำไมขายดี

แต่หนทางของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า จะได้ผลมีหนทางเดียว ไม่มีให้เลือก เสมือนจะข้ามคลองแต่มีไม้ไผ่ลำเดียว ที่ใช้ข้ามได้ ส่วนอันอื่นดูดี ดูสวยงามแข็งแรง แต่เมื่อเดินไป ก็หักไปไม่ถึงฝั่งทั้งสิ้น

ก็เพราะกรรมมันเซาะทำให้ไม้ที่ดูสวยงามนั้นหัก หากแต่ไม้ไผ่ของศาสนา ดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ แต่หยุ่นเหนียว ด้วยมีธรรมป้องกันกรรมที่จะมาทำลาย

ธรรมที่ว่ามาจากไหน ก็มาจากการทำนิสัยพระพุทธเจ้านำตนแทนนิสัยกรรมเดิมของเรานั่นเอง

ไม้อื่น ตอนออกจะดูดี แข็งแรงมั่นคง แต่ปลวกที่กินใน มองไม่เห็น เพราะมีๆสิ่งสวยงามห่อหุ้ม จะรู้ตัวก็ตอนกรรมมา พายุของจริงซัด ถึงตอนนั้น จะย้อนกลับอาจไม่ทันแล้ว

ศาสน์พระภูมี ในการช่วยตน ไม่ประมาทกรรม เห็นเหตุที่แท้จริง หาใช่โรค แต่เป็นกรรม จึงสอนให้เดินสองขา ทานสมุนไพรแก้โรค ทำวินัยธรรมแก้กรรม

ทางเลือกนี้ ไม้ไผ่ลำนี้ จึงเริ่มกระบวนการด้วยการเปลี่ยนนิสัย พฤติกรรมก่อน

วันนี้มีอาสามาทำตน เดินให้ดู ๕ ท่าน ที่จะมาบวชเป็นพระ เดินตามวินัยธรรม เปลี่ยนพฤติกรรมตน แล้วทานสมุนไพร

เมื่อมีธรรมนำตน ก็แสดงว่าต้องกลัวกรรม เชื่อว่ากรรมมีอำนาจ แลสิ่งเดียวที่ชนะกรรมได้คือ ธรรม นั่นคือสัญญานที่บอกว่า ชีวิตตนจะรอดปลอดภัย ต้องเป็นคนดีเท่านั้น แลคนดีที่ว่า คือคนดีของศาสนา ที่มีจิตสำนึกอยู่เสมอว่า ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นก็ถึงตัว

แล้วมาดูกันว่า เมื่อเดินทางถูก ตามรอยพระภูมี ที่หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ โรคที่หมอไม่รับแล้ว ผู้ที่เดินทั้งสองขา ทานสมุนไพร และทำตนไปพร้อมกันอย่างเต็มที่ ผลที่ได้จะเฉีบยขาด และรวดเร็ว ดั่งที่หลวงพ่อนิพนธ์ว่าไว้หรือไม่

ดูผิวเผิน เคยมีผู้กล่าว่า เอาคนป่วย มาทานมื้อเดียว เดี๋ยวก็ขาดอาหาร แถมยังต้องทำงาน ทำสมุนไพรให้ญาติโยมอีก จะไหวหรือ

ไม้ไผ่ลำนี้ ดูด้วยตาน่ากลัวนัก หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนเสมอ หากศรัทธา เชื่อมั่น ก็จับมือท่าน แล้วเดินตาม อย่าลืมตา เพราะเมื่อลืมตา จะเห็นหุบเหว ตัวไม้ก็แกว่งไกว เพราะต้องพายุ ความกลัวก็จะถาโถมแล้วปล่อยมือ เมื่อนั้นเราท่านก็จะไปไม่ถึงฝั่ง

ไม่ต้องแปลกใจ เราท่านที่ทานสมุนไพรในวันนี้ ทำไมมันอืดเป็นเรือเกลือ ผลทีทเกิดมันช้า ก็ด้วยเหตุแห่งการขาดพฤติกรรมนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ย้ำเสมอ เราท่านต้องมีที่เว้น ที่ๆไม่สามารถเอานิสัยตนมาใช้ได้ นั่นคือบริเวณของศาสนพิธี ไม่ว่าสวดมนต์ เข้ากระโจม หรือรับสมุนไพร

หาความนิ่ง สงบ ไม่ได้ นั่นคือ อุปสรรค เมื่อไม่มีที่เว้น กรรมก็ไม่เว้น

ใครจะคุย จะเล่นเกมส์ เล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ .... ทำอะไรตามนิสัย ก็ช่างเขา แต่เราท่าน หากอยากประสพผล ต้องรักษากรรมฐาน นั่งนิ่ง แลสงบ

สรรพทางเลือกอื่นไม่ต้องทำ แต่ทางของพระภูมี เป็นไม้ไผ่ลำเดียว ไม่มีทางให้เดินเฉไฉ ใครทำ ใครได้ เดินเฉ เหม่อลอย กรรมฐานแตก ... ก็ได้แต่ฝัน ฝันว่าจะหาย แต่ไปไม่ถึง อย่างดีก็แค่ทรง แค่ยื้อ

ไม่ต้องไปหาหมอดูที่ไหน ท่านเห็นคนไม่ทำ ก็รู้ได้เลย ว่าอนาคตผลจักเป็นเช่นไร อย่ามาตู่ว่า "ไหนบอกสมุนไพรดี" ศาสน์เขาไม่คุยด้วย

ผลตัดสิน มีมาตรฐานเดียว คือ "สิ่งที่ทำ ให้ทุกข์หรือให้สุขแก่ผู้อื่น" ผลอันนี้แหละที่แม่ชี้เมี้ยนชี้ให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ทำแล้ว และนำมาสอนสาวก

หลวงพ่อนิพนธ์ขยายให้ฟังว่า ไม่ใช่ได้เพราะทำแล้ว แต่ได้เพราะผลแห่งการทำต่างหาก ว่ามีประโยชน์ให้สุขแก่มนุษย์หรือสัตว์ มากน้อยเพียงใด

อุปมาให้เห็น บอกทำสังฆทานแล้วได้ จะได้ได้อย่างไร หากของที่ทำถูกนำไปเก็บกองไว้ จนเสียนำไปใช้อะไรไม่ได้

คิดจะเดินบนไม้ไผ่ลำนี้ หลวงพ่อนิพนธ์สอนว่า เริ่มที่นิสัย ?..., นี่จึงเป็นเหตุว่า ทำไมไม่แจกแล้วให้กลับ ต้องมานั่งฟังคำสอนก่อน

ไม่ทำ ไม่เปลี่ยนนิสัย พฤติกรรม งานก็ไม่มีวันจบ ผลสำเร็จไม่ต้องพูดถึง อย่างดีสุดก็หายจากโรคนี้ แล้วไปตายด้วยโรคอื่น หรืออุบัติเหตุ ก็ตายเหมือนกัน

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44