วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

ย้อนวันวาน

เมื่อครั้งหลวงพ่อนิพนธ์เปิดสำนักที่ลพบุรี สิ่งหนึ่งที่คนสมัยนั้นจะเห็นนั่นคือ การถือขวดยา แล้วรินใส่แก้วให้คนดื่ม พอดื่มเสร็จ ก็ล้างแก้วแล้วรินให้คนต่อไปดื่ม เป็นภาพที่ชินตาในยุคนั้น

อีกภาพหนึ่งที่มีทุกยุคทุกสมัย นั่นคือ การมาของสาธารณสุข ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม ในยุคนั้น คุณหมอก็กล่าวกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า คนที่มาล้วนเป็นโรค บางคนก็ร้ายแรง อยู่ในระยะแพร่เชื่้อ เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย

ความหมายก็คือ สิ่งทีทำจะเป็นการแพร่เชื้อ เพราะใช้ร่วมกันมากมายเป็นพันคน

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวสั้นๆว่า หากสมุนไพรไม่มีฤทธิ์ แม้นแต่รักษาตัวเองยังไม่ได้ จักช่วยคนได้อย่างไร เชื้อในแก้ว เมื่อโดนสมุนไพรแม่ชีเมี้ยนก็ตายเรียกแล้ว นั่นคือเหตุที่ว่าทำไมจึงไม่ติดเชื้อกันและกัน

ที่ลึกลงไปกว่านั้น สิ่งที่หมอกล่าวคือเชื่อฝรั่ง เชื่อวิทยาศาสตร์ หากแต่สิ่งที่ทำ เชื่อแม่ชีเมี้ยน เชื่อพระพุทธเจ้า ว่า โรคเกิดแต่กรรม ไม่มีกรรม ก็ไม่มีทางติดโรค

อุปมาทีมักหยิบยกมาให้ฟังเสมอ นั่นคือ การรับพระที่เป็นโรคมารักษา ไม่ว่ามะเร็ง เอดส์ หัวใจ ... สารพัดโรค จนมีพระกว่าสามสิบรูป

พระเจ้าอาวาสถามปัญหาแก่หลวงพ่อนิพนธ์ว่า ในยามธุดงค์เมื่อถึงคราวปลงผมจักทำอย่างไร ในเมื่อมีดโกนที่ใช้ต้องใช้ร่วมกัน ... คำตอบก็คือ ท่านเชื่อมั่นในบุญ ในกรรม หรือไม่

นั่นจึงเป็นที่มาของการปลงผมพระทั้งหมดโดยมีดโกนด้ามเดียวเริ่มจากธุดงค์นั้น และก็ไม่เคยปรากฎว่า พระองค์ไหนจะติดเอดส์ ทั้งที่มีพระป่วยด้วยโรคเอดส์ร่วมในคณะหลายองค์

มา ณ.วันนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมหลวงพ่อนิพนธ์ยืนยันเสมอ ในการนำขวดหรือภาชนะ กลับมาใช้ใหม่ ... มันผ่านการพิสูจน์มาแล้ว หลายยุค หลายสมัยนั่นเอง ...

วางใจเถอะ ถ้าทำแล้วเป็นบาป ที่นี่ไม่ทำ เพราะงินก็ไม่ได้ มาทำให้เป็นบาปทำไม หากคนเอาไปทานแล้วเกิดโรค ... ไม่ใช่ควาย

ยิ่งไปกว่านั้น การเก็บภาชนะที่ใช้แล้วอย่างดี แล้วนำกลับมา ยังเป็นบุญเสียอีก เพราะหากไม่มีภาชนะ คนทุกข์จะเอาสมุนไพรที่ไหนทาน

ใครว่า แค่ขวด นั่นแหละควาย เพราะไม่รู้ ไม่มีปัญญา ... พิจารณาให้ดีเถิด มันคือชีวิตต่างหาก เพราะใช้ให้ชีวิตผู้อื่น ให้สุขแก่ผู้อื่น ให้สุขแก่เขา สุขนั้นถึงตัว

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44