วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

ยากจะเข้าใจ

หลวงพ่อนิพนธ์ กล่าวเสมอว่า การฟื้นฟูด้วยหลักสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมานั้น เรียกได้ว่า เป็นศาสตร์ทางเลือก ที่ให้ผลเฉียบขาด และรวดเร็ว

นับแต่อดีตยุคหลัง ตั้งแต่การเปิดสำนักขึ้นอีกครั้ง ในปี ๓๐ สิ่งที่เราเห็นก็เป็นเช่นนั้น การฟื้นฟูของแต่ละบุคคล ล้วนแล้วแต่ใช้เวลาไม่นาน จะมีก็แต่ผู้ที่เป็นโรคทรมาน มาในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้แล้ว กรณีแบบนี้จึงจะใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน

แล้วเกิดอะไรขึ้นในยุคนี้ ที่สรรพคุณของสมุนไพร เรียกได้ว่า ดีกว่ายุคแรกๆมากนัก

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า นั่นคือ ความคลาดเคลื่อนของผู้ที่มา ผิดเป้าหมายวัตถุประสงค์ของเจ้าของตำรา คือพระภูมี และผู้ที่นำมา คือ แม่ชีเมี้ยน ไปแล้วนั่นเอง

ศาสตร์อันนี้ มีไว้เพื่อให้โอกาสคนได้เรียนรู้การเป็นคนดี มีวินัยธรรม โดยจะได้ผลตอบแทนเบื้องต้น นั่นคือ การหายโรค

ยุคแรกๆตั้งแต่เปิดสำนัก การรับคนปวยโดยเฉพาะคนที่อาการหนัก หลวงพ่อนิพนธ์จึงเปิดทางเลือกไว้เป็นประตูหลัก นั่นคือ การให้บวช หรือ การต้องมาพำนักพักที่สำนักเพื่อฟื้นฟูตน

นั่นหมายความว่า หลักในการฟื้นฟูที่ให้ผลชะงัด ต้องอาศัยซึ่งตัวกระทำเป็นหลัก สมุนไพรเดินตาม

กล่าวให้เข้าใจง่าย หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า การกระทำเดิมของเราท่านมันผิด ผลผิดมันจึงเกิด จึงต้องมาเรียนรู้ธรรมวินัย พิจารณา แล้วเดินตาม เมื่อความคิดถูก การกระทำถูก ผลที่เกิดย่อมถูก อันหมายถึง เราท่านต้องเปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนพฤติกรรม

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ คนที่มาในอดีต จึงเริ่มที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นปฐมบท เรียกได้ว่า มีวินัยบางสิ่งบางอย่างผูกมัด จะทำตามใจเช่นในอดีตไม่ได้แล้ว

สิ่งที่เราเห็น หลายต่อหลายคน โดยเฉพาะคนไข้เอดส์ หรือมะเร็งสมอง หลวงพ่อนิพนธ์จึงแนะให้บวช หรือ กักตนในสำนัก ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในระหว่างฟื้นฟูตน

แลเมื่อทำตาม เราก็เห็นคนเหล่านั้น ฟื้นฟูตัวได้ในเวลาไม่นาน บางคนก็สึกออกไปมีครอบครัว หรือแม้แต่คนป่วยเอดส์หญิง ก็กลับไปบ้าน แต่งงาน มีลูก ก็เห็นมาแล้ว

มาวันนี้ หลายคนบ่นบอก การมามูลนิธิ กลายเป็นภาระจำยอม แลมาก็เพื่อสมุนไพร โดยไม่สนสิ่งอื่นใด นั่นหมายความว่า ไม่สนที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใดๆเลย

หลวงพ่อนิพนธ์ใช้คำว่า เราท่านมีกรรม กำลังหาที่หลบภัย นั่นคือ ที่ที่กรรมเวรเขาเว้นไว้ให้ เมื่อเราท่านเข้ามาในบริเวณที่กรรมเขาเว้น ตนก็ต้องเว้นพฤติกรรมของตนเช่นกัน

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า พืนที่ที่กรรมเว้นไว้ให้ นั่นคือ บริเวณห้องสวดมนต์ เมื่อเข้ามาต้องมีสติ แสดงเอกลักษณ์ของพระภูมี คือ ความสงบ ขันติอดทน

พฤติกรรมนี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น ที่จะช่วยให้การฟื้นฟูตนสมดังหวัง

แต่ภาพที่ปรากฎ หาเป็นเช่นนั้นไม่ ปากก็บอกอยากหาย แต่พฤติกรรมสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีที่เว้นใดๆเลย

นี่แหละหลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะคนที่มาล้วนเอาความอยากของตนนำ คือ อยากหายโรค แต่เพียงอย่างเดียว ไม่เอาความอยากของพระภูมี คือ อยากได้คนดีมีธรรม การกระทำจึงยากที่จะบรรลุผล เพราะสนองแต่ความอยากของตนฝ่ายเดียว

เราจึงดูแล้ว หนทางนี้นับวันก็มีแต่โรยรา แคบเข้า เพราะประตูที่สนองความอยากของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนชี้ช่อง คือ ประตูของการบวช แม้ไม่เพื่อการหลุดพ้น แต่ก็เพื่อขอนิสัย

จุดพลิกผัน โชคชะตา ของธรรมหมวดสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา คือ "นิสัย"

อยากจะประสพผล ไม่ทำ ไม่ได้

วันเวลาจะพิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ว่า หากมนุษย์คนใด อยากพ้นชะตากรรม อยากหายโรค จะไม่มีวันประสพผลเลย ยิ่งแก้ ยิ่งยุ่ง หลวงพ่อนิพนธ์อุปมา เหมือนลิงแก้แห ยิ่งใช้เคมี ยิ่งโดนรุมกินโต๊ะ มิเพียงไม่หาย จากหนึ่งกลายเป็นสองสาม อยากหายโรค ต้องแก้ความคิด ต้องเรียนรู้ธรรมคำสอน แล้วเอาไปทำให้เป็น นิสัย จึงจักหายโรค

วลีสั้นๆ ของพระพุทธเจ้า ที่ทุกคนที่อยากช่วยตน ต้องเรียนรู้ พิจารณา ทำความเข้าใจ แล้วปฏิบัติ คือคำว่า "ตัวกระทำ"

สิ่งที่เราสงสัยยิ่งนัก คนที่มีวาสนามาถึงแล้ว แต่ไม่ทำ ... คนเหล่านี้มาทำไม เพราะผลแห่งการทำเช่นนี้ รู้ว่าแพ้ตั้งแต่เริ่มแล้ว เสียเวลา เสียเงิน เปล่าประโยชน์ ไปทำในส่ิงที่ตนชอบไม่ดีกว่าหรือ เพราะท้ายสุด ก็ไม่รอดเหมือนกัน จะหลอกตัวเองไปทำไม

สถานที่นี้ ไม่กลอกกลิ้ง พูดความจริง ไม่ใช่ลูกเต๋า มีเหลี่ยมมีคู บังให้มองไม่เห็น หากแต่ชี้ให้เห็นทางแจ้งโดยตลอด ดังนั้น ไม่อยากทำ ก็อย่าเสียเวลาเลย เพราะมันเสียทั้งคนมา ทั้งคนทำ โดยไม่ได้ผลตอบแทนอันใดเลย

ทุกวลีของหลวงพ่อนิพนธ์ที่สอน จึงมีค่ากว่าทองคำ เพราะนั้นหมายถึงชีวิต ของแต่ละคน ที่เรียกได้ว่า มีค่ามหาศาล กว่าสิ่งใดๆในโลก หากแต่มาแล้ว แต่ไม่อยากฟัง ฟังแล้วไม่อยากทำ จะมาทำไม เก็บสมุนไพรไว้ให้คนที่อยากฟัง ได้ฟัง แล้วอยากทำ ดีกว่าไหม นึกว่าทำบุญ

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44