วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

บังตาบังใจ

อุปสรรคใหญ่แห่งตน ในวิถีทางแห่งการปฏิบัติตามธรรมคำสอน มิมีอื่นใดเลย นอกจาก "นิสัยตน" นั่นแล

หลายคนปราดเปรื่องในทางโลกอย่างชนิดยากที่จะหาใครเทียบได้ แต่หากเราท่านพิจารณา คนเหล่านี้เมื่อมาพบศาสนา ใบ้กินหมด กลายเป็นคนโง่เขลา เบาปัญญา เสมือนเด็กไม่รู้ภาษา อย่างน่าอัศจรรย์

เราท่านทั้งหลาย รู้วิธีการหาเงิน สร้างความร่ำรวย สร้างเกียรติยศ สร้างชื่อเสียง กันทุกตัวคน หากไม่รู้ ก็แสวงหาความรู้นั้นมาใส่ตน แต่วิชาทั้งหมด ทั้งหลายที่ทุ่มเทพากเพียร เรียน และทำมาตลอดชีวิต ใช้ในการกอบกู้ตนไม่ได้เลย

ครั้นมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ มาฟังวิชาสร้างบุญ ภาษาที่ใช้สอน ก็ภาษาไทย คำที่ใช้สอน ก็ไม่มีบาลี สันสกฤต ให้งงงวย ต้องแปล แปลแล้วก็แปลอีก ก็ยังไม่รู้เรื่อง อย่างที่คนอื่นเขาสอนกัน นั่นคือ ฟังแล้วเข้าใจ ปฏิบัติได้

แต่จะเป็นอะไรเล่า หากมิใช่ กรรม ที่ใช้นิสัยตน บังตา บังใจ ไม่ให้กระทำตามคำสอนนั้นๆ เพื่อช่วยตนเล่า

ยกคำสอนมาวรรคหนึ่ง อาทิเช่น หลักของพระภูมี อาศัยหลัก "ตนพึ่งตน" เราท่านก็ไม่ควรรอผู้อื่นมาให้ สิ่งใดที่ทำได้ ไม่ทำให้ตนเดือดร้อนจนเกินควร ก็ควรจะกระทำ อาทิเช่น การหิ้วมะกรูด มาคนละสามลูกห้าลูก พูดง่ายๆ ก็คือ เกินกว่าที่ตนกิน หรืออย่างน้อย ก็พอกับที่ตนกิน ก็ไม่ต้องไปเบียดเบียน หรือรอความช่วยเหลือจากใคร ก็มีสมุนไพรมะกรูดทานกันทุกตัวคน

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะคนที่ทำตาม มันมีน้อย เพราะกรรมมันบังตา บังใจ ก็แค่มะกรูด ห้าลูก ไม่เห็นจะมีค่าใด สู้เอาเงินไปทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างศาลา ทอดผ้าป่า กฐิน ไม่ได้เลย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ให้เห็นว่า เพราะบุญเราท่านนึกเอาเอง หากแต่บุญที่แท้จริง ต้องดูผลจากการกระทำ ว่ามีผลต่อมนุษย์แลสัตว์ ประการใด มากน้อยเพียงใด ผลที่ได้ให้สุข จึงเป็นบุญย้อนกลับมายังตน

ศาลาที่สร้าง โบสถ์พันล้านที่เห็น ให้ประโยชน์ แก่สรรพสัตว์ เพียงใด ตุ๊กแกยังอยู่ไม่ได้เลย มีค่าแค่การทำพีธีในแต่ละวัน แล้วก็ปิดไว้

ย้อนกลับมายังมะกรูดห้าลูก เมื่อกลายเป็นสมุนไพรมะกรูดหนึ่งถุง ให้แก่คนป่วย อาทิมะเร็ง

ใครที่เป็นหรือมีญาติเป็น ย่อมรู้ดีว่า อาการที่ยากจะรับ ในการป่วยเป็นมะเร็งนั่นคือ ความทรมานจากอาการปวดนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายให้เห็นว่า มะเร็งเป็นเซลล์ไม่ใช่โรค ดังนั้นการดำรงชีพ จึงต้องอาศัยเลือดของเราท่านนั่นเองที่ไปเลี้ยงตัว

ยิ่งเลือดไม่ดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความเครียดให้เซลล์ มะเร็งก็ยิ่งเติบโต

เมื่อถึงระยะท้ายๆ ที่เซลล์มะเร็งมีมากมายมหาศาล นั่นหมายความว่าร่างกายต้องเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก จึงไม่แปลกที่คนเป็นมะเร็งจะแสดงอาการ ผิวดำ ตัวผอม แลปริมาณเลือดน้อยลงทุกที

เมื่อสภาวะของเลือดที่เป็นธาตุไฟ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายไม่เพียงพอ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เห็นว่า แก่นกายคือ ร่างกายก็จะอยู่ในสภาพเสมือนถิ่นหนาว มีความเย็นปกคลุม ยิ่งในสภาวะที่ร่างกายไม่เคลื่อนไหว คือ เวลานอน ทำให้เกิดอาการปวดกระดูกขึ้นในบริเวณที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอนั่นเอง

ย้อนกลับมาสมุนไพรมะกรูด มีสรรพคุณธาตุไฟ ช่วยในการฟอกน้ำเหลือง ฟอกเลือด ที่สำคัญให้อุณหภูมิธาตุไฟ ที่อยู่ได้นาน

ดังนั้น ผู้ป่วยที่ขาดเลือด นั่นคือขาดธาตุไฟ สมุนไพรมะกรูดที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะภายใน ได้ตลอดคืน จึงประดุจสร้างสวรรค์ ให้แก่ผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่ต้องปวดมาก หรือไม่ปวด ได้นั่นเอง

ค่าของความปวด แม้นแต่สักเสี้ยวนาที มีค่าประมาณใด หากเราท่านจะเอาเงินไปแลก คนป่วยมะเร็งหากทานสมุนไพรมะกรูดในยามค่ำคืน ในปริมาณที่มากพอ ให้ความอุ่นแก่ร่างกาย แทนเลือดที่ขาดหายไป แถมยังกระตุ้นให้สร้างเลือดใหม่ คุณค่านี้ เอาเบนซ์รุ่นล่าสุดมาแลกยังไม่ยอมเลย

เราจึงแปลกใจเมื่อเห็นคนที่หิ้วมะกรูดมาตามคำสอนในการสร้างบุญของหลวงพ่อนิพนธ์ น้อยนัก แต่ก็เข้าใจได้ว่า คนเหล่านั้นมองไม่เห็นบุญ ด้วยนิสัยตน กรรมมันบังตา บังใจ จิตจึงจดจ่อกับการสร้างวัตถุ แล้วคิดเองว่าได้บุญ

แต่มะกรูดห้าลูก ที่หลวงพ่อนิพนธ์ให้ตั้งเป็นสตินี่ต่างหาก คือบุญแท้ เพราะสร้างสวรรค์ให้คนป่วยมะเร็ง ทุกค่ำคืน นอนเป็นสุข ถึงจะหายไม่ทั้งหมด ก็บรรเทาเบาบางให้อยู่ในระดับรับได้

ศาสตร์ของพระภูมี เป็นหลักปราชญ์ มิใช่เพียงกล่าวอ้าง แต่เอาเหตุแลเอาผล มาให้พิจารณา

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงยกกรรมการท่านหนึ่ง ที่ไปสร้างธรรมจักรทองคำฝังเพชร ให้กับวัดวัดหนึ่ง หมดไปหลายสิบล้าน ผลบุญยังไม่ได้เสี้ยวของคนที่มีสติของศาสนา แล้วหิ้วมะกรูดมาให้ทำสมุนไพรมะกรูดแม้นเพียง ห้าลูกสิบลูกก็ตาม

อยากหายจากโรค มิใช่เรื่องยาก แค่พิจารณาคำสอน วรรคหนึ่งวรรคใด ที่ตนทำได้ แล้วหยิบเอามาเป็นสติ นำตน ให้ทำตาม เรื่องหนึ่งไม่พอ ก็สอง สองไม่พอก็สาม เสมือนทำใช้หนี้ทางโลกนั่นแล งานประจำไม่พอจ่าย ก็หางานพิเศษช่วย แลเมื่อใช้ย่อมต้องมีวันหมด

เรื่องง่ายๆ แม้นเป็นเพียงเงินบุญที่ไม่มาก แต่เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน สะสมเรื่อยๆ ก็มากโข พอเลี้ยงตนได้เช่นกัน ทำไมไม่ทำ .....

ก็คงตอบได้ประการเดียว ว่า กรรมมันบังตา บังใจ นั่นเอง

คนมามากมาย แต่วิทยากรประกาศ สมุนไพรขาด .... นั่นบอกอะไร

อยากหาย แต่ปฏิเสธทางบุญของพระพุทธเจ้า .... หรือแม้นกระทั่งเดินย้อนศรเลย เราท่านจะไปกันอย่างไรหนอ

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44