วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

เพลิน

หลวงพ่อนิพนธ์มักอุปมา กรรมที่เราท่านทำมา ย่อมเสมือนน้ำที่ไหลบ่ามา

มีแห้งบ้าง น้ำน้อย น้ำหลาก ผันเปลี่ยนไป ตามกาลเวลา

หากเราท่านปล่อยตามธรรมชาติ นั่นก็หมายถึง อะไรมาก็ให้มันเป็นไป ก้มหน้ารับกรรม

ข้อดีประการหนึ่ง นั่นคือ น้ำจะไม่วันท่วมหลาก หรือ มีพลังอันมหาศาล ดั่งที่ถูกกักกัน จากฝาย หรือ คัน ไปจนถึงเขื่อน นั่นเอง

อุปมาอันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์อรรถาธิบายให้เห็นภาพว่า คนในอดีต โรงพยาบาลไม่มี ไม่มียาเคมี แต่คนรุ่นก่อน ก็สามารถสืบสาวพงศาวดารมายังรุ่นของเราท่านได้ นั่นคือ มนุษย์ทุกรุปนาม มีพรหมลิขิต เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองตนอยู่แล้ว

ดั่งภาษิต "ไม่ถึงที่ตาย ไม่วายชีวาวาต" นั่นเอง โรคภัยที่เป็น เสมือนน้ำหลากมา ถึงเวลาก็ผ่านไป ไม่มาเพื่อทำลายชีวิต

หากเราท่านปฏิเสธน้ำไหล น้ำหลาก ด้วยกลัวเปียก คือ กลัวเจ็บ กลัวปวด นี่สิน่ากลัว เพราะกำลังทำตนเสมือนฝาย คันกั้นน้ำ หรือเขื่อน

กรรมก็ถูกสะสม เสมือนน้ำหลังเขื่อน วันใดมีพลังมหาศาล เกินเขื่อนต้านไหว ก็พังเขื่อน สร้างความเสียหายเหลือคณานับ นั่นแลเรียกว่า เราท่าน ทำลายตน จนอยู่ไม่ถึงซึ่งพรหมลิขิตแห่งตน

วันนี้ เราท่านโชคดี อาศัยบุญเก่า เวียนว่ายมาเจอศาสนา ได้พบธรรมหมวดสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา

หลวงพ่อนิพนธ์ กล่าวว่า เสมือนมีที่ระบายน้ำ สมุนไพรคล้ายๆ ทางน้ำล้น หรือช่องระบาย ทำให้เขื่อนไม่พัง

ปัญหาก็คือ ตอนที่มา น้ำมันใกล้เต็มเขื่อน แลเขื่อนก็ทำท่าจะไม่ไหว พอได้ช่องระบาย ระดับน้ำลดลง เขือนก็ปลอดภัย ทีนี้ก็เกิดความประมาท

หลายคนที่ได้มาใช้ทางเลือกสมุนไพร ความเลวร้ายก็ลดน้อยถอยลง หรือ อาจหายไป หรือ หายโรค ก็ยิ่งปล่อยตน ไปตามนิสัยแห่งตน ด้วยคิดว่า มีสมุนไพรช่วย เป็นอะไรก็ทานสมุนไพร

ชีวิตจึงเดินอยู่ในความเพลิดเพลิน ไม่คิดจะเปลี่ยนพฤติกรรมตนให้ลดลง บางครั้งอาจจะยิ่งใช้แรงที่ตนได้มาใหม่ ทุ่มเทหาเงินหาทอง ชดเชยช่วงที่ตนป่วยไข้

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงเตือนเสมอว่า คนเรามีกรรมเป็นปล้องๆ เมื่อพ้นปล้องทุกข์ปล้องเดิมมาด้วยสมุนไพร มาถึงปล้องกรรมดี ยิ่งปล้องนี้ยาวเท่าไหร่ คนก็ยิ่งประมาทเท่านั้น ทีนี้พอมาเจอปล้องทุกข์ ปล้องกรรมชั่ว ที่ใหญ่ สมุนไพรเกินกำลัง สิ่งทีทำ บุญที่สร้างไม่เพียงพอ ทีนี้แหละ มันพัดโครม

ผลก็คือ เป็นทั้งที่ทานสมุนไพรนี่แหละ ที่สำคัญ ไม่เปิดโอกาสให้ทำกิจการบุญใดๆอีกด้วย ที่ประสพพบบ่อยๆ ก็อาทิ เจออุบัติเหตุ จนเดินไม่ได้ เกิดอาการเฉียบพลัน ทำให้หมดสมรรถภาพ ไปไหนไม่ได้

จะทานสมุนไพรเพื่อฟื้นฟู มันก็เป็นทั้งๆที่ทานนี่แหละ จะหันกลับมาใช้เวลาสร้างกิจการที่เป็นบุญ เพื่อช่วยตน ก็ถูกตัดแข้งตัดขา ช่วยตัวเองยังไม่ไหวเลย

นี่แลคือคำเตือนของหลวงพ่อนิพนธ์ ว่าเป็นทางแห่งความประมาท

หนทางเดียว ที่ปลอดภัย แม่ชีเมี้ยนทรงชี้ให้ คือ "ลดนิสัยตน มาใช้นิสัยพระพุทธเจ้า" เป็นบางสิ่งบางอย่าง

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า การฟื้นฟูตน อุปมาเสมือนเจองู ต้องตีให้ตายในคราวเดียว มิฉะนั้นมันจะแว้งกัด

อย่าพึงประมาท เพลิดเพลินกับสภาพร่างกายที่ดีขึ้น แล้วปล่อยวันเวลาล่วงโดยไม่พัฒนานิสัย กว่าจะรู้ตัวอีกที โดนแว้งกัด อยากจะสร้างบุญ ร่างกายก็ไม่เอื้ออำนวย อยากจะสร้างนิสัย ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

คนประมาท คือคนที่มักกล่าวว่า "ไว้ก่อน วันหลังค่อยมา วันหลังค่อยทำ .... ไม่เป็นไรหรอก..." หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า กรรมมันไม่มีวันพัก ถึงเวลาก็มารอแล้วที่หัวกระได เสมือนเจ้าหนี้ทวงหนี้ ไม่มี มันก็หักแข้ง หักขา ... ฉะนั้นจึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มิใช่เพียงทานสมุนไพร แต่ควรทำนิสัยพระพุทธเจ้าให้มาก เท่าที่ตนจะพึงทำได้ นั่นแลจึงปลอดภัย

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44