วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คนมีใจ

หลวงพ่อนิพนธ์ เคยเล่าว่า เมื่อครั้งที่แม่ชีเมี้ยนได้มอบตำราสมุนไพรให้ พร้อมกับกำชับว่า "ให้ไปทำเอาบุญ" นั่นหมายถึง ไม่สามารถขายได้ ต้องทำให้เป็นทานเพียงอย่างเดียว  

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงถามว่า แล้วจะทำได้อย่างไร เพราะไม่มีเงิน ถ้ามีคนไข้มากๆ???

คำตอบที่ได้รับ เป็นที่ประจักษ์แก่ท่านในปัจจุบัน เพราะช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนไข้เพิ่มจากหลักสิบในสมัยของคุณธานินทร์ คุณสุเทพ นักร้องดัง หรือที่รู้จักดี คือ อาจารย์อร่ามและอาจารย์สุนทร วิทยากรของมูลนิธิไทยกรุณา ในปัจจุบัน  มาเป็นเรือนหมื่น ล้วนแล้วแต่ได้ผู้มีใจ ที่เห็นคุณค่าของสิ่งที่แม่ชีเมี้ยนให้มา จนปัจจุบัน ถึงแม้จะไม่มีองค์กรของรัฐใดๆ มาเหลียวแลถามสารทุกข์สุขดิบ กิจการนี้ยังดำเนินมาด้วยลำแข้งของตัวเอง

ในยุคแรกๆ ของการพึ่งลำแข้งตัวเอง เติบโตมาจาก ร้านรุ้งรวีศาลาขนมไทย ทำขนมไทย สูตรชาววัง และที่เป็นสายเลือดหลักคือ กระยาสารท และขนมเทียน จนจวบยุคปัจจุบัน ได้มีน้ำใจจากคนไข้ที่มีฝีมือทำอาหาร ขนม ได้มาช่วยปรุงอาหารขาย เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงกิจกรรม และล่าสุด ได้มีคนมีใจ ในคณะกรรมการได้เล็งเห็นว่า น้ำดื่มเดิมที่ซื้อจากแหล่งอื่นมาขาย มีปริมาณมากพอ น่าจะจัดดำเนินการเองเพื่อมาเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง จึงก่อกำเนิน น้ำดื่ม "กรุณา" ขึ้น  โดยการบริจาคเครื่องของเหล่าคณะกรรมการ
ที่สำคัญและละเลยไม่ได้เลย หลวงพ่อนิพนธ์ได้กล่าวย้ำอยู่บ่อยๆ คือ เพื่อนสมาชิก ที่ได้หอบหิ้ว มะกรูด มะนาว มะพร้าว ตัวยาสมุนไพร คนละเล็กละน้อย มารวมกันในโรงทานของท่าน เพื่อจัดทำเป็นสมุนไพรแจก ท่านเรียกสิ่งนี้ว่า "กองทัพมด"

คนมีใจเหล่านี้ กำลังสร้างประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ จารึกลงในแผ่นดิน ที่เรียกว่าประเทศไทย ว่าแผ่นดินนี้ คือแผ่นดินที่มีคุณธรรม มีไว้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน ตามปณิธานของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำมา

เราจึงยังสงสัยและถามตัวเองเสมอ คนไทยลืมชื่อ "แม่ชีเมี้ยน" ไปได้อย่างไร สำหรับคนอื่นเราไม่รู้ สำหรับเรา มันเป็นความเศร้าที่เกินบรรยาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น