วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รอยารักษา

ความหวัง ความเชื่อ ของคนจะเรียกว่าทั้งโลกก็ว่าได้ ด้วยเห็นความเจริญก้าวหน้าของวัตถุในโลกปัจจุบัน ย่อมอดคาดหวังไม่ได้ว่า โรคที่ตนเป็น ช้าเร็วย่อมมียารักษาได้อย่างแน่นอน

เทคโนโลยีที่ก้าวไปถึงขั้น พันธุกรรม DNA อันจะเห็นได้จากการตัดต่อยีนของพืชและสัตว์ให้ได้ตามที่ต้องการ และความสามารถเจาะเข้าไปในอะตอม ก็ยิ่งทำให้ความหวังโตใหญ่ และน่าจะเป็นจริงได้ในไม่ช้า

ความปลูกถ่าย หรือ เทคโนโลยีเสต็มเซลล์ ในสัตว์ ก็ยิ่งกระตุ้นความเชื่อ ในการจะมียารักษาโรค จนบางสำนักคุยโวไปจนถึงขนาดในอนาคตอันใกล้ จะสามารถพิชิตได้ทุกโรค ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณาว่า คนเหล่านั้นเชื่อว่า ด้วยวิทยาการแห่งตน จะสามารถชนะธรรมชาติได้ มิเพียงแต่การแพทย์ แม้นในความเป็นอยู่ ก็เชื่อว่า ตึกที่ตนสร้างแข็งแกร่ง ทนทานแผ่นดินไหว ลมฟ้าอากาศได้ สะพานที่สร้างก็แข็งแกร่ง ทนต่อคลี่นลมและพายุที่รุนแรงได้ ก็มีให้เห็นในหลากหลายประเทศ

ด้วยเหตุที่คนทั้งหลายเหล่านั้น ไม่เชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัส ว่าโลกนี้ ไม่มีอำนาจอะไรที่จะเหนือกรรมได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียวนั่นคือ "กรรม"

สิ่งนี้ ทำให้คนทั้งหลายเชื่อไม่ได้ในวันนี้ คนมากมายจึงรอยารักษาโรค แต่วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าปัญญามนุษย์นั้น กรรมเขาสร้างมา จะมาเหนือกรรม เป็นไปไม่ได้ นั่นคือ ไม่มีวันที่มนุษย์จะคิดค้นวิธีการเอาชนะโรค ที่มาเพื่อทำลายชีวิตได้ พูดง่ายๆ "ไม่มียาใดรักษาโรคตายได้" นั่นเอง

แม้นแต่วิทยาการที่มีความน่าจะเป็นไปได้ที่สุด หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณา นั่นคือ การให้เลือด ก็จักเห็นได้ว่า ร่างกายเมื่อรับมาแล้ว ก็จักต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามานี้ อันจะเห็นว่า แม้นในครั้งแรกๆของการให้ ร่างกายอาจจะยังไม่ปฏิเสธ แต่พอมากครั้งเข้า ร่างกายก็จะปฏิเสธเลือดที่ให้ แม้นจะมาจากแหล่งเดิม คนเดิม ที่เคยรับได้ก็ตามที สิ่งเหล่านี้มีให้เห็น และพบเสมอไม่เพียงแต่เลือด นั่นคือ การดื้อยา นั่นเอง

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์และท่านอาสิ จึงมักชี้ให้พิจารณาว่า หนทางที่จะประสพผลในการช่วยตน ให้หายโรค อันเป็นบทพิสูจน์ที่มีมานาน รู้กันทั่ว นั่นคือ ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ใช้หลัก "ตนพึ่งตน" และ "ธรรมชาติ คือสมุนไพร" หมายความว่า เรื่องการกอบกู้ชีวิต ไม่มีใคร หรืออะไร ที่จะช่วยตนของเราได้ นอกจาก ตนของเรานั่นเอง

ใครจะรอยาก็ไม่ว่าอะไร ใครจะทำตามความเห็นความเชื่อของตนอย่างไร ก็ไม่ว่ากัน หากแต่สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนชี้ให้เห็นว่า หากคิดจะช่วยตน ควรเดินตามเยี่ยงอย่างรอยของพระพุทธเจ้า นั่นคือ "พึ่งตนเอง" ด้วยชี้ให้เห็นว่า เหตุแห่งโรค มิใช่เชื้อโรค แต่คือ "กรรม" เราทำมา หากจะพ้นทุกข์ ย่อมต้องตัดเหตุคือ "นิสัยกรรม" มาทำตนให้มีนิสัยธรรม ของพระพุทธเจ้า เป็นบางสิ่งบางอย่าง จึงจะช่วยตนได้

แพ้ชนะ หายไม่หาย ... ตนของตนนั่นแหละ คือ คำตอบ หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า "ใครฟัง พิจารณา แล้วทำได้ คนนั้นรอด"

ท่านอาสิ ก็เพียงแต่ทำได้แค่สมุนไพร เพื่อให้โอกาส ยืดวันเวลา ให้เราท่านทั้งหลาย ได้มีกำลัง มีสติปัญญา มีความรู้ เพื่อที่จะทำนิสัยแห่งตน เพื่อช่วยตน เท่านั้นเอง ... จะหวังแต่เอาสมุนไพรดันเพื่อให้พ้นโรค อาจทำได้ แต่จะพ้นกรรม ไม่ได้เลย ถึงกระนั้น ... ท่านอาสิก็เน้นย้ำเสมอ หายโรค ไม่ได้บอกว่า จะไม่ตาย กรรมเขามีวิธีเยอะ ออกไปหน้ามูลนิธิ รถไฟชนตายก็มีให้เห็นแล้ว

สมุนไพรจึงเป็นแค่จุดเริ่ม ของการช่วยตน บทสุดท้ายคือ "นิสัย" ต่างหาก ที่เป็นคำตอบว่าชีวิตจะรอดปลอดภัยหรือไม่

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44