วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560

กระไดกตัญญู

ท่านอาสิชี้ให้เห็นว่า ศาสตร์ของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมาเพื่อหาบุญนั้น ต้องทำนิสัยใหม่ คือนิสัยของพระพุทธเจ้า เพียงประการเดียว จึงจักเป็นบุญ หาใช่สร้างด้วยวัตถุไม่

แลก็ชี้ให้เห็นอีกว่า กระบวนการที่หลวงพ่อนิพนธ์ทำเป็นแบบ ให้เดินตาม อันนับได้ว่าเป็นกระไดขั้นแรกในการสร้างนิสัยของพระพุทธเจ้าให้เกิดแก่ตน นั่นคือ กระไดกตัญญู

หากไร้เสียซึ่งกตัญญู การเดินในแนวทางพุทธศาสนา ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะเกิดผล มักจะลงเอยในรูป ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา ไปเสียหมด

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พระที่บวชมาทุกรูปเห็นเสมอว่า ทุกคนที่บวชเข้ามาล้วนแล้วแต่ปรารถนาในพระพุทธศาสนาทุกรูปทุกนาม ไม่ว่าจะบวชสั้นหรือยาว ก็หวังมรรคผลในสิ่งที่ตนทำทั้งหมดทั้งปวง ว่าจะเป็นไปด้วยเจริญในธรรม

แต่ไฉน พระที่มีมากมายกว่าสามแสนรูป ในปัจจุบัน จึงไม่พบทางที่ตนปรารถนาเล่า

หลวงพ่อนิพนธ์จึงชี้ว่า ก็ด้วยข้ามกระไดกตัญญูนี้ไปนั่นเอง

เพราะนิสัยของพระพุทธเจ้านั้น เป็นนิสัยที่เราท่านยังไม่เคยมีเคยทำมา สิ่งที่มีอยู่คุ้นชิน ก็มีเพียงนิสัยกรรมนิสัยเวร ที่สร้างทุกข์ให้แก่ตน เท่านั้นเอง

ดังนั้น กรรมเขามีอำนาจ นิสัยเดิมก็ชักชวนให้หันเหกลับมา ด้วยทำง่าย นิสัยของพระพุทธเจ้า หากใครได้ลองทำตามที่ท่านอาสิชี้ คือ วางสัจจะไม่โกรธ ลองทำดูสักชั่วโมง ก็จักเห็นว่า เป็นงานที่หนักหนาสาหัสแก่ตน ไม่ว่า กาย วาจา ใจ ยิ่งนัก

ดังนั้น การจะดำรงนิสัยของพระพุทธเจ้า ให้เกิดแก่ตน ช้าเร็ว ย่อมอยู่ในสภาพเสมือนแบกภูเขา จึงเรียกวินัยนี้ว่า "วินัยทุกข์" ที่ต้องแบกไว้ตลอดเวลา จะทำได้อย่างไร เมื่อตนไม่คุ้นเคย ไม่ช้า ไม่นาน ก็วางทิ้งไปแทบทุกตัวคน

นี่แล แม่ชีเมี้ยนจึงทรงให้สติขันติสงฆ์ของท่านว่า ให้พิจารณา ตัวกตัญญู เป็นน้ำหนัก เมื่อจิตใจของเราเศร้าหมอง นั่นกรรมของเรา สิ่งที่เราท่านทำอยู่ ก็มีสติว่า เพื่อให้สิ่งที่ครูบาอาจารย์ พระพุทธเจ้า นั้นทรงยินดีว่ามีผู้อยากทำ และทำได้ เราท่านจะได้มีมานะในการดำรงวินัยทุกข์ เพื่อสร้างนิสัยสุขของศาสนา ให้บังเกิดแก่ตนให้จงได้ จะได้ทำตนอยู่ดูศาสนาได้

สติของความกตัญญูนี้แหละ จะพาเราท่านก้าวข้ามความเศร้าหมอง แลทำได้

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักชี้ว่า อย่ามองว่าเป็นพฤติกรรมเล็กน้อย การไหว้พ่อแม่ เพื่อความกตัญญู ก็สามารถช่วยให้พ้นกรรมพ้นเวรได้เป็นบางสิ่งบางอย่าง การระลึกคุณอยู่เสมอ ของแม่ชีเมี้ยน พระพุทธเจ้า ก็จะทำให้จิตใจเราเข็มแข็ง ในการทำนิสัยสุขของพระพุทธเจ้า และชุ่มอ่อนลง ในการมีเมตตาแก่ผู้อื่น ปรารถนาจะให้สุขแก่ผู้อื่นเป็นอุปนิสัย ตามครูบาอาจารย์ พระพุทธ และแม่ชีเมี้ยน

จึงเป็นบททดสอบที่หลวงพ่อนิพนธ์มักชี้ให้ดูว่า หากจะมองว่าใครจะประสพผลในแนวทางสมุนไพรของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา เมื่อเข้ามาในเขต ใครที่มีกตัญญู ก็จักมีสติว่า การบูชาพระพุทธศาสนา หาใช่ด้วยวัตถุไม่ แต่ด้วยการลดกิริยา ที่ซึ่งเป็นการกระทำที่ยิงนกทีเดียวได้หลายตัว ได้ทั้งแสดงเอกลักษณ์ศาสนา อันเป็นกตัญญูที่ให้แก่ศาสนา ได้ทั้งการควบคุมนิสัยไม่สร้างกรรมแก่ตน ได้ทั้งนิสัยใหม่ที่จะบังเกิดแก่ตน ได้สร้างสุขให้ผู้อื่น ที่สำคัญ ได้ทำให้คนทั้งหลายทั้งปวงได้รู้ว่า หนทางแห่งการช่วยตน นั้นต้องทำเอง ไม่ใช่รอพึ่งสมุนไพรแต่เพียงถ่ายเดียว

หากเราท่านทั้งหลายทำได้ แผ่นดินของหลวงพ่อนิพนธ์ แม้นจะมีคนที่ทุกข์ด้วยโรค แต่ทุกคนที่มาก็หาได้เศร้าซึม หมดอาลัยตายอยาก เสมือนคนในโรงพยาบาล แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ด้วยเห็นทางรอด ต่างพยายามให้สุขแก่ผู้อื่นเป็นอุปนิสัย ยกฐานะวิญญาณของตน ให้เป็นผู้ให้ และยิ้มได้เพราะรู้ว่า ในไม่ช้าผลแห่งสุขจะย้อนกลับมาหาตน ด้วยสุขที่ตนให้แก่ผู้อื่นในวันนี้

แลจะทำเช่นนั้นได้ มิใช่เรื่องยากเลยที่จะหายโรค ก็เพียงแต่มีจิตกตัญญู สนองคุณของผู้ให้ ไม่ว่า แม่ชีเมี้ยน พระพุทธ ครูบาอาจารย์ แล้วนำมาเป็นสติควบคุมตน ให้ตนของตนทำได้ .... ใครทำได้ คนนั้นชี้วิตปลอดภัย ได้หายโรคเป็นของแถม ชีวิตภายภาคหน้าก็มีสุข ด้วยนิสัยให้สุขนี้ ย่อมสร้างสุขรอตนในวันข้างหน้านั่นเอง

จะมาเพียงเพื่อทานสมุนไพรหายโรค .... แล้วนิสัยเหมือนเดิม ... สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน จะช่วยเล่า ... สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงไม่โง่ ช่วยคนทำบาปจนกรรมบันดาลให้เป็นโรค แล้วทำให้คนนั้นหายโรค ไปทำบาปต่อ .... คนที่รับผล ย่อมฟ้องฟ้าดินว่า ไปช่วยทำไม ถ้าไม่ช่วยไอ้คนนี้ก็ตายห่าไปแล้ว ย้อนกลับมาทำบาปแก่เขาไม่ได้แล้ว ...

ก็แล้วถ้าท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านจะช่วยคนที่เอาแต่ทานสมุนไพร เพียงเพื่อหายโรค หรือไม่

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่นเอมมูร่าเซซามินที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44