ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562
มีหรือไม่
คำตรัสของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์มักยกมาสอน นั่นก็คือ “ตนกระทำ” คือ ตนของตัวกระทำที่ทำได้ และเป็นที่พึ่งของเราท่านต่อไปภายภาคหน้า
พูดฟังง่าย หลักตนพึ่งตน ของพระภูมี สอนให้สร้างตัวกระทำที่เป็นตนที่ดี ให้เป็นพรหมลิขิตที่ดีรอตนในวันข้างหน้านั่นเอง อยากได้แบบไหนเขียนเอา
คำถามก็คือ บุญทานของศาสนา นั้นทำอย่างไร ที่ไหน นี่แหละสิ่งที่ต้องมาเรียนรู้ มาฟังท่านอาสิ หรือท่านชลอสอนให้ทำ
ทำไมหรือ หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า ก็เพราะเขามีเจ้าของ ....
แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีเจ้าของ ท่านก็บอกง่ายนิดเดียว ดูผลของตัวกระทำสิ
ท่านจึงยกผลที่ฉกาจฉกรรจ์ ที่สุดของพระพุทธศาสนา นั่นคือธุดงค์ ถ้ามีเจ้าของมีตัวมีตน สงฆ์องค์ใดทำผิด ผลเกิดทันที
นิยายต้นมะม่วงจึงมีแทบทุกยุค บางปีปักในสวนมะม่วง อยากฉัน แต่มีสัจจะฉันมื้อเดียว หัวหมอก็แอบเอามาใส่บาตร ผลคือ บ้างมดขึ้นกลด นอนไม่ได้ บ้างเกิดพายุต้นมะพร้าวล้มทับกลด คลานออกแทบไม่ทัน บางองค์ไม่รอเช้าแอบฉัน ไส้แตกทันทีก็เห็นมาแล้ว
นี่เขามีตัวมีตน ผลจึงเกิด ทำถูกผลถูกเกิด ทำผิดผลผิดก็เกิดทันทีเหมือนกัน
ย้อนไปดูที่อื่น ก็เห็นฉันมะเตี๋ยวกันมากมาย ให้ลูกศิษย์ออกไปซื้อยามค่ำคืน ไม่เห็นเป็นไร มั่วยา มั่วสีกา ตามข่าวก็มากมี ถ้าคนจับไม่ได้ไม่มีใครรู้ ก็ทำกันไปได้ เพราะนั่นไม่มีศาสนาที่แท้จริงนั่นเอง ผลที่ทำก็ได้กรรมชั่วธรรมดา
หลวงพ่อนิพนธ์จึงว่า วันใดที่พระพุทธเจ้าประกาศตน นั่นเจ้าของเขามา ใครใส่ผ้าเหลือง กินสองมื้อดูสิ รับเงินดูสิ ผลจะเป็นอย่างไร
อยากรู้ทำตนอยู่ดู จะได้รู้ว่าทำไมคนโบราณถึงไม่นับถือ ก็ยอมรับในบุญญาธิการของพระพุทธเจ้า กฎหมายยังต้องเว้น ในเขตพัทธสีมาเลย ใครหนีเข้าเขตได้รอดอาญา
บทสรุป บุญของศาสนาดีอย่างไร ดีที่ทำแล้วผลเกิดทันทีนั่นเอง ไม่เหมือนกรรมดี ที่ต้องไปรอเอาวันข้างหน้า จึงพาผู้ทำหนีกรรมหนีโรคในวันนี้ได้
มันจึงง่าย ที่ไหนว่าศักดิ์สิทธ์ ที่ไหนว่ามีบุญญาธิการ ท่านก็ว่าเอาเอดส์ เอามะเร็งไปถวายสิ ถ้าช่วยพ้นทุกข์ได้ ที่นั่นแหละมีศาสนา ทำตามแล้วเกิดผลเป็นตนช่วยตนได้
มิใช่วาดฝัน ทำแล้วบุญมหาศาล บุญทานคิดเอาเอง แล้วถึงวันตาย แม่ชีเมี้ยนตรัสในสังคหะว่า “กายไม่รู้ ก็นึกว่าวิญญาณนั้นอยู่สูง ดูสิมาอุบัติในสังขารสัตว์ ทุกข์น่ะมีกาย”
นี่แหละกรรมของมนุษย์ เชื่อโดยขาดพิจารณา กรรมเราทำไว้แล้ว มาอุบัติ จะเอายาเคมี ความเชื่อ พิธีกรรม มาชนะได้หรือ ไม่มีอะไรในโลกศักดิ์สิทธิ์กว่ากรรม แม้นจะไม่เคยเห็นผู้ใดรอด ก็ยังเชื่อ ยังทำ ยังเดินตาม นั่งร้องขอพร ขอให้ผู้อื่นช่วย
ทำใจไว้เลย หากมาเดินในศาสนา เพื่อนร่วมทางน้อยน่ะ หลวงพ่อท่านว่า คงได้สักเจ็ดพัน ไปนั่งสนามมังคลา อุปมาเหมือนไม่มีคนดู เทียบคอนเสิร์ตนักร้องไม่ได้เลย คนเป็นแสน ยัดกันอย่างกับมด
แต่เอาเถิดท่านปลอบว่าเป็นมนุษย์ เขาวัดกันที่ตอนตาย หัวเราะทีหลังดังกว่า
ดูยายแตนสิ เป็นมะเร็งตัดปอดตัดไส้ อายุตอนมาก็หกสิบ อยู่บ่อพลอย เดินไม่ค่อยจะไหว ท่านชี้ให้ไปเก็บใบยา คนข้างบ้านบอกมึงบ้า เชื่อก็ทำตาม ค่อยๆทำจนมีแรง ขึ้นเขาเก็บก็ทำได้ อยู่มาจนทุกวันนี้นับสิบปี กับปอดข้างเดียว ยังไปเก็บใบยาได้ทุกสัปดาห์ ส่วนคนพูด จากดีๆ จนเป็นมะเร็ง เผาไปหลายปีแล้ว
วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562
ทางเลือก
การมาของเราท่าน ถ้าแบ่งง่ายๆ ก็ เป็นสองประเภท ตามพุทธลักษณะ หนึ่งคือ ชูชก สองคือ พระเวสสันดร
การดำเนินงานของมูลนิธิไทยกรุณา ตั้งแต่ยุคหลวงพ่อนิพนธ์ คนสองกลุ่มอยู่รวมกัน ภาพที่เห็นจึงไม่เด่นชัด
หากแต่ความจริงคือ ชูชก มันเยอะกว่ามาก ในยุคที่ยังมีหลวงพ่อนิพนธ์ กอปรกับโรคยังไม่ร้ายแรงดังทุกวันนี้ ก็พอได้
ครั้งก่อนลาสังขาร หลวงพ่อนิพนธ์จึงสั่งว่า จะทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว วันเวลาผ่านมาสามปี ที่ท่านอาสิทอดมา จึงสมควรแก่เวลาที่จะต้องแยกให้เด่นชัด เพื่อเป็นทางเลือกของมนุษย์ที่ผ่านเข้ามา ชอบแบบไหน เลือกแบบนั้น
หนทางฟื้นฟูที่ให้ผลเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รวดเร็ว ย่อมต้องเป็นแบบพระเวสสันดร ที่แม่ชีเมี้ยนกำหนดให้ทำในอดีต นับตั้งแต่ยุคถ้ำกระบอก นั่นคือ การมาสร้างคุณสมบัติ รองรับอำนาจบุญ เมื่อมีบุญสมุนไพรก็มีอำนาจทวีคูณ วิญญาณสูง กายก็จะสูงตาม จะมามากมายสักฉันใด ก็พ้นทุกข์ทุกตัวคน ถ้าพรหมลิขิตยังมี
คนยุคถ้ำกระบอก และยุคปี 30 ของหลวงพ่อนิพนธ์ เขามีวันโกน วันพระ บ้างก็เย็นวันศุกร์ บ้างก็เช้าวันเสาร์ เขาจะพาตนและครอบครัว ไปทำกิจกรรมร่วมกับพระ ตกกลางคืน สวดมนต์ ฟังพระ เช้าใส่บาตร สายๆวันอาทิตย์รับสมุนไพรเป็นของแถมกลับบ้าน
บทสรุป ถึงเวลาแล้ว ที่บทพระเวสสันดร จะต้องเด่นชัด ให้เป็นตัวเลือก แข่งกับชูชก ที่คนมา จะทำอะไรก็เอาแต่ตน พอใจ แล้วเราท่านจะได้เห็นว่า “ไม่มีหนทางไหนในโลก ที่ให้ผลเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รวดเร็วกว่าหนทางพระภูมี” เอาไม่เอา ไม่ว่ากัน
ทำให้ดู แล้วเลือกกันเอาเอง มิใช่รักชอบวันนั้น เกลียดวันนี้ จึงยุบ แต่ทำให้รู้ สองทางเลือก ระหว่างเดินขาเดียวของสมุนไพร กับเดินสองขา เอาธรรมนำหน้า สมุนไพรเดินตาม ชอบแบบไหน ไปแบบนั้น
ทำไมหรือ ก็เพราะกรรมมันแรงขึ้น โรคก็ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ต้องรอแก่แล้ว เดี๋ยวนี้วัยรุ่นหนุ่มสาวก็เป็นโรคแลเวลานั่นเอง จะมาทำแบบเดิมคงไม่ได้
ยุบจึงมิใช่ไร้เมตตา แต่ด้วยเมตตาของท่านอาสิ นั่นแลจึงต้องยุบ แล้วชี้ร่องที่ควรเดิน รอยพระภูมี ที่ปลอดภัย ชวนไปร่องนั้น ผลเกิดแน่ต่างหาก
หมายเหตุ การแจกสมุนไพรที่ลพบุรี กำหนดการเริ่ม ยังไม่แน่นอน จนกระทั่งพร้อม จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562
ผิดตรงไหน
![]() |
| ภาพนี้ใช้เพื่อประกอบเรื่องเท่านั้น |
ยังไม่ต้องพูดรายละเอียดการปฏิบัติ ที่ทำให้ถ้ำกระบอกโด่งดัง เอาแค่ของหยาบๆ ที่เห็นกันทุกเมื่อเชื่อวัน นั่นคือ การทำยา ว่าเลยเขาไปคนละทางแล้ว
สมัยเราบวช ที่สำนักลพบุรี หน้าที่หนึ่งของพระในยุคนั้น คือทำยา โดยเฉพาะยามะกรูด ยามะพร้าว ที่ต้องใช้การตำ ชุดละครก อาทิ ยามะพร้าว ตัวยาแต่ละตัว นำมา 9 ชิ้น ด้วยความไม่รู้ จัดให้ได้ชุด แล้วตำให้ครบตามที่เจ้าอาวาสจัดสรรให้ ใครตำเสร็จมักจะคุยว่าฉันทำเก่ง ทำเร็ว
หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้เราดูว่า สัดส่วนที่ถูกยังไม่พอ ต้องดูรายละเอียด ดีปลีเป็นราไหม กระเทียมมีความร้อนไหม เกลือต้องเป็นตัวผู้ ที่ซึ่งไม่เคยรู้เลย เฮ้ยมันมีตัวผู้ตัวเมียด้วย พริกไทยเม็ดต้องไม่ฝ่อ เป็นต้น
ที่สำคัญกว่า นั่นคือเจตนาและการกระทำ ต้องสมบูรณ์ มิฉะนั้นจะปลุกเสกให้มีวิญญาณช่วยคนไม่ได้ ก่อนทำต้องถวายสัจจะ ทำให้เป็นทาน ขณะทำต้องสงบกาย วาจา ใจ ถ้าจะพูดก็เป็นเรื่องการถกธรรมวินัย ข้อปฎิบัติ มิฉะนั้นให้สวดมนต์ไป
ท้ายสุด ต้องดูตัวกระทำตน ยาที่ตำต้องละเอียดเนียนมือ ไม่มีซาง ปั้นเป็นก้อนไม่แตก ครกหนึ่งคือ ใช้กับมะพร้าวลูกหนึ่งพอดี
นั่นคือเจตสิกที่ผู้ทำใส่ไปในสมุนไพรที่บริสุทธิ์ ปลุกเสกสมุนไพรให้มีวิญญาณ ตามบัญญัติ
ก็แล้วมาวันนี้เล่า คนทำยาก็ทำเหมือนเราในอดีตที่ไม่รู้ แล้วผลจะได้สักแค่ไหน ฤาจะเอาแค่มาทำให้
หากแต่ที่ผ่านมาโรคมันยังไม่ร้ายแรง กรรมคนยังไม่รุมเร้าเหมือนทุกวันนี้ ที่สำคัญยังมีหลวงพ่อนิพนธ์ ก็พอไหวสู้โรคได้ แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว แค่ทำให้มันไม่พอ
บทสรุป จึงเชิญชวน มาเรียนรู้รอยกันก่อนดีไหม คนไหนไม่เอา ไม่ว่ากัน คนที่อยากทำและทำได้ มาสามัคคีช่วยกันทำ ผลที่เกิดจะได้มหาศาล ช่วยคนทุกข์ที่มาพึ่งได้
ฤาจะเล่นกันแบบทุกวันนี้ หาความแน่นอนไม่ได้เลย
สมัยเดินธุดงค์ พระรูปหนึ่งแอบฉันมะม่วงตอนกลางคืน ปรากฎว่าไส้แตก ถ่ายเป็นเลือดเต็มสบง รอเช้าหลวงพ่อนิพนธ์มาใส่บาตร ท่านรินยาเขียวให้ทาน แก้วเดียวหยุดถ่ายทันที มาวันนี้ กินกันเป็นปี๊บ บางคนจะหยุดปวดท้องยังยากเลย
ถึงเวลาสังคายนาหรือยัง พิจารณาดู สถานที่นี้ไม่ล้มหายตายจากแน่นอน แต่ทำแล้วหวังผล มิใช่เอาปริมาณ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


