วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คำถามที่ไม่เคยถาม

หลายต่อหลายคนที่ผ่านเข้ามาในมูลนิธิไทยกรุณา หรือที่ใดๆ ก็ตาม หลังจากที่ได้รับคำตอบอมตะ "หมอช่วยสุดความสามารถแล้ว" เราคิดว่า ไม่เคยมีใครตั้งคำถามเลยว่า อันที่จริง คนไข้ ที่ต้องมีอาการ หรือ ต้องเสียชีวิตไป เนื่องจากเพชรฆาตตัวใด เป็นเพราะโรคของเขาเอง หรือจากสารเคมีที่หมอใช้ ไม่เคยมีใครถาม และไม่เคยมีใครตอบ ชีวิตแล้ว ชีวิตเล่า ที่ผ่านไป เริ่มจากอาการธรรมดา ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เริ่มจากยาแก้ไข้ แก้ปวด เพียงเม็ดเดียว จนท้ายที่สุด มีใครเคยถามหรือหาคำตอบหรือไม่ คนๆ หนึ่ง ทานยาไปเท่าไร และยาที่ว่าช่วยได้นั้น ทำไมจึงยุติปัญหาไม่ได้ แถมยังต้องทานตัวอื่น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตราบจนตาย คงเหลือคำถามที่ไม่เคยถามเลยว่า "ก็ที่ว่าหมอเก่ง ยาดี ทำไมเราจึงต้องทานยาตลอด นับจากวันนั้น และมีโรคเพิ่มขึ้น ตราบจนตาย ก็ตายไปพร้อมกับยาที่ทานนั่นเอง แท้จริงแล้ว เราตายเพราะโรค หรือ ร่างกายทนยาเคมีไม่ไหวกันแน่"

เราจึงเห็นด้วยกับหลวงพ่อนิพนธ์ ที่เรียกยาเคมีว่า "เพชรฆาตเงียบ" ที่ไม่เคยมีใครถามถึง หรือพิสูจน์ผลของมันเลย

ตรรกะง่ายๆ ที่ชวนคิด "ถ้ายาเคมีช่วยเราได้ ทำไมเราจึงไม่หาย หรือ สามารถหยุดมันได้เลย" ลองตรองดู แล้วจะรู้ว่าสิ่งนี้น่ากลัวยิ่ง เพราะมันไม่ได้คร่าเพียงชีวิตของคนไข้ แต่ยังผลาญสมบัติของคนไข้ และของชาติไปอย่างมากมายมหาศาลในแต่ละปี เฉพาะปีที่ผ่านมา ก็กว่าสามแสนล้านแล้ว และพร้อมกับตัวเลขของผู้ป่วยที่เสียชีวิตทุกโรคเพิ่มขึ้นทุกปี เช่นกัน

ก็ช่วยได้ ทำไม ทำไม "คนตายจึงเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลคนยิ่งแน่น"

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ตัวอย่างบทพิสูจน์

คนไข้ชาวสก็อตแลนด์ วิศวกรหนุ่ม ลูกสอง ที่ต้องล้มละลาย เนื่องจากอาการของโรคร้ายแรงหลายชนิด จนกระทั่งล่าสุดคือ มะเร็งตับ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่อมตะวาจาของหมอมาถึง "คุณอยู่ได้อีกประมาณ สามเดือน หมอรักษาสุดความสามารถแล้ว และไม่สามารถที่จะผ่าตัดตับของคุณได้อีก  "

บทสรุปของหมอ มาพร้อมกับบทสรุปของชีวิต เพราะต้องขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มี รวมทั้งบ้านและซุปเปอร์มาเก็ต คงเหลือแต่หนี้ ด้วยความบังเอิญหรือบุญบันดาล เขามีเพื่อนคนไทยที่ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของมูลนิธิไทยกรุณา จึงเขียนเมล์ไปบอกและให้เป็นตัวเลือก ด้วยความเอื้อเฟื้อจากมิตรสหาย ได้ลงขันเงินจำนวนสามแสนบาท มาเพื่อใช้เป็นค่ารักษาและบินมาประเทศไทย ในระยะสามเดือนที่เหลือ พร้อมกับถุงยาของฝากชิ้นสุดท้ายของหมอที่ติดมาด้วย แลกกับเงินห้าหมื่นกว่าบาท หนึ่งในนั้นคือ มอร์ฟีนน้ำ ที่ใช้ฉีดเพื่อระงับอาการปวด เมื่อมาถึง ได้เจอหลวงพ่อนิพนธ์ พร้อมกับบทพิสูจน์ใจบทแรก คือการทิ้งยาถุงใหญ่ และห้ามฉีดมอร์ฟีน

คำถามที่เกิดขึ้นคือ คำขู่ของหมอที่อยู่ในจินตนาการ ถ้าไม่ทานหรือฉีดยาที่ให้ จะทรมานจนตาย แต่ด้วยเหตุและผลที่ว่า เมื่อกินก็ต้องตายในสามเดือนที่หมอบอก ก็ลองไม่ทานดู

หลังจากเริ่มสมุนไพร ก็ตามติดมาด้วยอาการลงแดงจากการขาดสารเคมี ในช่วงแรกๆ ด้วยมานะอดทน ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว จากคนป่วยที่ต้องให้ภรรยาและลูกชาย หิ้วประคองปีก เริ่มเดินได้ด้วยตัวเอง และอาการขาดสารเคมี เริ่มหายจางลงไป  การคงเส้นคงวาในการรักษาตัว คือกินสมุนไพร และที่ทำได้ยาก คือ บทสวดมนต์ ที่เป็นภาษาบาลี  โรเบิร์ตได้ให้ล่ามช่วยแปล เพื่อจะได้สวดทุกวัน แทนบทสวดของคริสต์ที่เขามี ด้วยความแน่วแน่ ปาฏิหารย์จึงมาให้ได้สัมผัส หลังจากสองสัปดาห์ผ่านไป เขาเริ่มกลับไปทำในสิ่งที่เขารัก คือการว่ายน้ำ และเริ่มทำตัวเหมือนคนปกติ การยืนระยะของเขาในสามเดือน ส่งผลให้เขาสามารถว่ายน้ำได้ถึง 25 รอบสระใหญ่ได้ และขออนุญาตกลับประเทศ  เมื่อกลับถึงสก็อต ได้เข้ารับการตรวจร่างกาย เผื่อที่จะกลับเข้าทำงาน ผลการตรวจปรากฎว่า ทุกอย่างเป็นปกติดี จึงแจ้งกลับมาว่า จะขออยู่ทำงานใช้หนี้ก่อนประมาณหนึ่งปี และหลังจากนั้น ทุกปีจะมีวันหยุด 1 เดือนเขาจะบินกลับมาสถานที่นี้อีก


สิ่งที่โรเบิร์ต บอกกับเพื่อนในสัปดาห์แรกของการรักษา คือ ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้ในโลก กินฟรี อยู่ฟรี รักษาฟรี และยังได้ผล ปฏิกิริยาตอบรับจากเขาและเพื่อนคือ เพื่อนที่เคยลงขันในการรักษาของเขา จะยังคงลงขันต่อไปทุกเดือน สมทบทุนเป็นกองทุน เพื่อจัดส่งเข้าร่วมกับกิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา ในอนาคต

พิจารณาจากตัวอย่างที่หลวงพ่อนิพนธ์ เล่าให้ฟัง จะเห็นได้ว่า ถ้าคิดตรรกะง่ายๆ โรเบิร์ตใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็คือ 90 วัน ถ้าคนไข้ทั่วไปต้องใช้เวลาเท่ากันในการแก้ปัญหา แต่มาสัปดาห์ละครั้ง ก็คือ 90 สัปดาห์ ประมาณคร่าวๆ ก็เกือบสองปี ซึ่งความจริงแล้วคงจะยืดเยื้อกว่าเป็นแน่

จึงขอบอกกล่าวว่า ก็แล้วท่านๆ ที่มาเพียง 5 หรือ 6 ครั้ง แล้วก็บอกจะเอาผล หรือตำหนิว่ากล่าว ว่าทำไมไม่หาย สิ่งนั้นจึงเป็น ความฝันที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่แท้ การยืนระยะจึงเป็นเรื่องจำเป็น

ท้ายที่สุด ก่อนจาก โรเบิร์ตได้มอบซองให้หลวงพ่อนิพนธ์ จนท่านกล่าวว่า โรเบิร์ต อยู่กับเรามาตั้งนาน รู้อยู่แล้วว่าเราไม่รับเงิน เขาแจ้งว่า ไม่ใช่ เขารู้ว่าท่านไม่รับ แต่สิ่งที่เขาใส่ในซอง คือ ไม้กางเขน 4 อัน ของทุกคนในครอบครัว เขาบอกว่า เขาเชื่อในสิ่งนี้มาตลอดชีวิต แต่สิ่งนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย เขาขอแลกกับเหรียญรูปแม่ชีเมี้ยน ให้ครอบครัวเขาได้หรือไม่ เพื่อเป็นที่ระลึกบูชา แทนพระเยซู สิ่งนี้นับได้ว่าเป็นเคล็ดที่ทำให้เขาหายได้เร็ว คือ ศรัทธา และความมุ่งมั่นที่จะกลับไปมีชีวิตและเป็นคนดีของสังคม ได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นตอบแทนในวันข้างหน้า ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แม่ชีเมี้ยนนำมาถ่ายทอดให้  ขอกราบขอบคุณแม่ชีเมี้ยน เราจะได้คนดีเพิ่มในโลกอีกครอบครัวหนึ่งแล้ว

และโรเบิร์ตก็หาใช่ชาวต่างชาติรายแรกที่มารักษาไม่ มีมากมาย เช่น หลิว เม่ย หลิง,  วู ก็อก เช็ง, ฟรังโก้ และอื่นๆ อีกมากมาย  เขาเหล่านั้นมาสัมผัส และประสพผลไปแล้ว คนเหล่านี้เป็นคนไกล ยังมีโอกาสได้สัมผัส แต่คนไทยที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกันมากมาย ไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อ เป็นเรื่องเศร้ายิ่งกว่านิยายน้ำเน่าเสียอีก

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สิ่งที่หวังกับสิ่งที่ปรากฎ

เราขอเน้นข้อความในหนังสือที่ว่า การจะฝ่าฟันให้ประสบความสำเร็จในการใช้แนวทางสมุนไพรของแม่ชีเมี้ยน ต้องผ่านด่านการลงแดงก่อนทุกคน หรือที่พระพุทธเจ้าตรัสธรรมหมวดหนึ่ง คือ "ทุกข์วันนี้ สุขวันหน้า"

ดังนั้น ผู้ที่จะใช้แนวทางนี้ แล้วคาดหวังว่า ทานสมุนไพรแล้วอ้ายที่ปวดจะหายเลย อ้ายที่เป็นจะจากไปในสามวันเจ็ดวัน ย่อมเป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาด

เราเคยได้ยิน ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมหลายท่าน เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ก้อนมะเร็งจะหลุดออกจากเต้า เริ่มจากมีอาการบวมที่บริเวณนั้น เห็นชัดเป็นสีม่วงคล้ำ และเริ่มมีอาการแตกคล้ายฝี มีน้ำเหลืองน้ำหนอง ไหลออกมา กลิ่นเหม็นมาก และมีอาการบวมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากร่างกายดันก้อนมะเร็งออกมา ความเจ็บปวดที่ได้รับในช่วงสามวันสุดท้ายก่อนมะเร็งจะหลุด เปรียบเทียบให้ฟังว่า คลอดลูกมาสามคนรวมกันยังไม่เท่า บางท่านเมื่อก้อนมะเร็งหลุดออกมา สามีถึงกับนำไปเผาไฟด้วยความแค้นก็มี

หลวงพ่อนิพนธ์จึงย้ำเสมอว่า การเลือกใช้วิธีการนี้ องค์ประกอบที่สำคัญ ก็คือ การเรียนรู้ แล้วยืนหยัด ด้วยเหตุด้วยผล ต้องใช้ความขันติ อดทน พอสมควร ท่านจึงกล่าวว่า วิธีของแม่ชีเมี้ยน จึงไม่รับรองว่า จะประสพผลทุกคน แต่ยืนยันว่า ผู้ที่สามารถทำได้ ประสพผลอย่างแน่นอนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงเช่นไร 

สรุปง่ายๆ ก็คือ ผลสำเร็จขึ้นอยู่กับผู้ทาน ว่าสามารถยืนระยะการทานสมุนไพร และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฏิบัติได้หรือไม่ ผู้ทานจึงเห็นผลการรักษาได้ตั้งแต่เริ่ม เพราะตนนั่นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน จะได้หรือไม่อยู่กับการกระทำของตนนั้นแล

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44