แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุกข์วันนี้สุขวันหน้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุกข์วันนี้สุขวันหน้า แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561

วัดอยู่ตรงไหน หายโรคได้ตรงนั้นแล


ประเทศของคนที่บอกว่านับถือพุทธศาสนา เดินไปในทุกถิ่นฐาน เห็นวัด เห็นพระพุทธรูป นั่นเป็นสัญลักษณ์  แลทุกคนก็ไปเข้าวัด กราบไหว้ แล้วก็บอกตนว่า เป็นคนพุทธ บูชาพระพุทธเจ้า

ถ้าพิจารณาการกระทำ ที่ทำมากันตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้ เมื่อกรรมมาถึงตน มาเป็นทุกข์ มาเป็นโรค ทำไมไม่มีผลช่วยตนไม่ได้เลย แม้นแต่ช่วยให้หายปวดท้อง 

เกิดอะไรขึ้น ในเมื่อ ไปที่ไหน มรรคธายก หรือพระ ก็ชี้บอกว่า เป็นบุญเป็นทาน แล้วสิ่งที่ทำ ทำไมไม่ย้อนมายังตน ช่วยตนในยามทุกข์นี้บ้าง

อย่าว่าแต่เราท่านที่ไม่ประสพผล แม้นแต่ผู้ปฏิบัติ หลายท่านก็บวชมาแต่เล็ก หากแต่ท้ายที่สุด ต้องนอนในโรงพยาบาลสงฆ์ จนวาระสุดท้าย 

แม่ชีเมี้ยนตรัสว่า พระของพระพุทธเจ้า ไม่เป็นเช่นนั้นดอก

ด้วย ต้นแบบคือพระพุทธเจ้า ผลแห่งการปฏิบัติ หนีกรรม หนีเกิด พบมรรคผลนิพพาน

มันจึงชวนน่าสงสัยไหมว่า สิ่งที่เราท่านทำ ฤามันเดินมาผิดรอยที่พระพุทธเจ้าทำไว้หรือไม่

แม่ชีเมี้ยนชี้ว่า "การบูชาพระพุทธศาสนา ถ้าไม่ลดกิริยา ก็หาบูชาพระพุทธศาสนาไม่"

ย้อนภาพในอดีต อันเป็นเอกลักษณ์ของศาสนา นั่นคือ ความสงบ ร่มเย็น เป็นสุข 

หลวงพ่อนิพนธ์ ชี้ให้เห็นว่า เพราะไม่มีธรรม จึงต้องหาสิ่งอื่นมาลวงล่อ สร้างวัตถุ สร้างโบสถ์ สร้างศาลา มีหนัง มีดนตรี ครั้งพุทธกาล คนไปหาพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม ที่ซึ่งเป็นสุดยอดที่คนอยากได้ ฟังเพื่อนำมาช่วยตน พระพุทธจึงไม่จำเป็น ต้องสร้างวัด ต้องมีงานรื่นเริง เพื่อเชิญชวนคนมา

บทสรุป ชาวพุทธในวันนี้ หลงทางไปไกลหรือเปล่า ไปวัดเอาวัตถุ บอกไปทำบุญ ทำทาน แต่กิริยาไม่ลดเลย กลับมายังด่าผัวด่าเมีย นี่แลทำไมทำมาตั้งแต่เด็กช่วยตนไม่ได้เลย ไปวัดกลับมาก็ยังเบียดเบียนผู้อื่นเป็นอุปนิสัย ไม่มีเชื้อหน่อเนื้อของพระพุทธเจ้าติดตัวกลับมา คือ ให้สุขแก่ผู้อื่น เพื่อสุขนั้นจะได้ย้อนมายังตน พูดง่ายก็คือ ไม่ได้ไปวัดเพื่อลดนิสัย ลดกิริยานั่นเอง

พระพุทธไม่สร้างวัด แต่วัดแลธรรม อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพระพุทธ อยู่แห่งหนตำบลใด เห็นก็ปฏิบัติตน ควบคุมกิริยาตน ตรงนั้นแลวัด เป็นบุญช่วยตนได้

แผ่นดินของแม่ชีเมี้ยน ที่ลพบุรี ผู้ปฏิบัติจึงสอนให้เราเห็น ด้วยสัจจะ ทำที่ไหนตรงไหนของโลกก็เป็นบุญ ลองไปเรียนรู้แล้วดูผล ว่าทำแล้วช่วยตนได้จริงไหม หายโรคได้จริงไหม

ถ้าไปวัดเพื่อลดนิสัยตน ยิ่งลดลงเท่าใด มีนิสัยพระพุทธเจ้ามากเท่าใด นั่นแลชีวิตใหม่ ปีใหม่ของชีวิตตน ที่มีแต่สุข สุขใจด้วยนิสัยพระพุทธเจ้า สุขกายด้วยหายโรค แลไม่กลับไปเป็นอีก เป็นของแถม

ไปวัด ถามตนสักนิด วัดอยู่ตรงไหนแน่ เพื่อวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องมาร้องว่า ทำไมทำดี ไม่ได้ดี ก็เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ใช่รอยพระภูมีนั่นเอง ทำสักเท่าใดไม่เป็นผล

ไม่ได้ห้าม ไม่ได้ว่า หากแต่วันใดอยากทำแล้วเอาผล ลองมาทำตามรอยพระภูมี แบบแม่ชีเมี้ยน ที่ลพบุรี แล้วแถมหายโรคให้ถ้าทำได้

หากแต่อย่ารอจน ทำไม่ไหว เดินไม่ได้ กินไม่ได้แล้วค่อยมา ไม่มีแรงทำช่วยตน

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เรื่องกาก - กากสมุนไพร เคล็ดลับหายโรค


ความรู้ความเข้าใจมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของชีวิต แลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเป็นศาสตร์ของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมาด้วยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่คุ้นเคย

จึงไม่แปลกทำไมครูบาอาจารย์จึงต้องพูดซ้ำๆ ประการแรก ไม่มีใครที่ฟังแล้วเข้าใจหมดได้ในครั้งเดียว นั่นคือฟังแล้วเก็บไปพิจารณา ตรงไหนติด คราวหน้ามาฟังใหม่เหมือนต่อจิ๊กซอว์ จนเต็ม เข้าใจถูก ทำถูก ผลถูกก็เกิด

นี่เองทำให้ความสงบมีค่า เพราะวลีที่กล่าวมีผลกับชีวิตตนแลผู้อื่น อย่าให้คนอื่นพลาด แล้วช่วยตนไม่ได้เพราะเราคุย หลวงพ่อนิพนธ์มักชี้ว่า เราพูดนานสองนานซ้ำไปซ้ำมา เพื่อให้คนแค่จับเอาวลีหนึ่งไปทำแล้วช่วยตนได้ นั่นเพียงพอสำหรับคนนั้นไปแล้ว เพราะธรรมไม่จำเป็นต้องรู้หมด ขอเพียงรู้จริง เอาที่พอทำได้ ช่วยตนได้ แค่นั้นก็พอ การพูดจึงหว่านไปทั่ว ไม่ใช่ทุกคนต้องทำทั้งหมด ต่างคนต่างกรรมต่างวาระ เอาที่ตนทำได้ ธรรมจึงมี กว่าแปดหมื่นขันธ์ ให้เลือกทำ อันนี้เหมาะกับเขา ไม่จำเป็นว่าต้องเหมาะกับเรา ไปช่วยทำยาไม่ได้ ล้างห้องน้ำก็ได้ จัดเก้าอี้ก็ได้ จัดรถก็ดี เอาที่ตนทำได้

ประการที่สอง ท่านว่าเมื่อเอาไปทำย่อมมีอุปสรรคหรือมารผจญ การฟังซ้ำๆ นั่นเพื่อให้เกิดปัญญาพิจารณาเหตุและผล เพื่อดับหรือผ่านปัญหานั้นๆ ไปให้ได้ พูดง่ายๆ ยอมรับว่า "กรรมเราทำมา ศาสนาก็สอนให้เป็นคนจริง ยอมใช้" นั่นคือ ฟังให้เกิดขันติ และอดทน เพราะมาใช้ย่อมต้องมีมาร เมื่อยอมใช้ย่อมต้องหมด จิตใจจึงยอมรับและสงบ ด้วยเชื่อว่า "ทุกข์วันนี้สุขวันหน้า" ก้มหน้าทำไป ไม่ใช่มีเสียงมากระทบ กูไปแล้ว

ทีนี้เมื่อย้อนมาถึงการฟื้นฟูตนด้วยสมุนไพร ที่ท่านอาสิมักชี้ว่า "รู้เขารู้เรา" นั่นต้องรู้ธรรมชาติของร่างกายตน เป็นสำคัญ จึงจะมีโอกาสชนะได้สูง

ท่านมักชี้เสมอว่า ปัจจัยหลักของชีวิต "กินได้ไม่ตาย" ประเด็นก็คือ เมื่อเรากิน ร่างกายจะนำไปใช้ได้โดยวิธีใด โดยการย่อย แล้วดูดซึม รู้แบบนี้แปลว่า "มันต้องให้เวลา"

พฤติกรรมการทานสำหรับคนป่วยมันจึงต้องพิถีพิถันกว่าปกติ เพราะการดูดซึมยิ่งดีเท่าไหร่ โอกาสรอดและหายก็ยิ่งดีเท่านั้น ความสำคัญจึงอยู่ที่การประวิงเวลาให้อยู่ในระบบนั่นเอง หากเป็นน้ำก็ควรจิบทีละน้อย แต่สิ่งที่ช่วยชลอได้ดี นั่นคือ "กาก"

ถ้าคุณเชื่อฝรั่งหรือคนขายเครื่อง คุณก็คั้นน้ำผลไม้ดื่ม ไม่เอากาก ดื่มเข้าไป ร้อยได้คุณค่าไม่ถึงครึ่ง ดูส้มเป็นตัวอย่าง แต่ถ้าคุณทานส้มพร้อมเส้นใย นั่นแหละคุณค่าเต็มๆ ที่ได้จากส้ม

ทีนี้มาดูยาเขียว ก็ไม่ต่างกัน ท่านจึงสอนคนทำยาว่า เวลาคั้นอย่าใช้ตะแกรงที่ถี่เกินไป ต้องให้มีกากเหลือไว้ ชลอการไหลไปของยาเขียว ให้อวัยวะได้มีเวลาดูดซึมเอาไปใช้ประโยชน์

เสียดาย หลายคนไม่เอากาก ไม่ทานผักอาหารที่มีเส้นใย ไม่เรียนรู้สิ่งที่ร่างกายต้องการ ทำแต่สิ่งที่ตนชอบ กินเหล้า จิบเบียร์ มีเวลานั่ง จะทานสมุนไพร รีบเหมือนไฟไหม้ ชอบนักสารสกัด

ความไม่รู้ เลยพาลด่าคนทำอีก ทำไงวะกากเพียบเลย ใช้มือหรือใช้ตีนทำ ว่าไปนั่น

บทสรุป สิ่งที่หลวงพ่อนิพนธ์ให้ทำ ทุกสิ่งอย่าง ล้วนต้องมีผลดี ทำแล้วเป็นคุณแก่ผู้ทำ ผ่านการไตร่ตรอง พิจารณามาแล้วอย่างดี ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่ดูแล้วให้ทุกข์ อาทิ ที่มักได้ยินคนป่วยหรือญาติพูดบ่นเสมอ แม่งเอ๋ย คนป่วยก็เดินจะไม่ไหว หรือลำบากอยู่แล้ว แทนที่จะให้นั่งสบาย นอนสบาย หรือเอายามาให้ เสือกให้เดินไปโน่น ไปนี่ ทรมานคน บาปกรรม หารู้ไม่ ถ้าร่างกายคนไม่เคลื่อนไหว ระบบการย่อย การดูดซึม จะทำงานน้อยลงไปเรื่อยไป หรือไม่ทำงานเลย การเดินคือการกระตุ้นที่ดีที่สุด

แลที่คนไม่รู้ ยิ่งถ้าเป็นการทานมื้อเดียวด้วยแล้ว ร่างกายยิ่งต้องฟื้นฟูระบบดูดซึมและย่อย ให้กลับมาสมบูรณ์ที่สุด คนป่วยบางคนในอดีต หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักชี้ให้ไปรับสัจจะทานวันละมื้อกับพระ ในเทศกาลต่างๆ อาทิ เข้าพรรษา ธุดงค์ แต่วิธีนี้เหมาะกับคนที่ยังทานอาหารได้ปกติ ไม่ใช้กับคนที่ทานได้น้อย หรือทานไม่ค่อยได้ และสอนพระว่า ทุกมื้อควรมีผัก

ก็ไม่แปลกทำไมพระโคดม ถึงคิดอดอาหาร หลังจากบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่ อดก่อนบรรลุ เหมือนตำราว่า ก็พูดมากมนุษย์ก็บ่นรำคาญน่าเบื่อ ไม่พูดก็ไม่รู้ ทำผิดช่วยตนไม่ได้ เห็นนิสัยมนุษย์ดูแล้วหาคนทำยาก เรื่องของศาสนา มันจึงต้องอาศัยการพิจารณา สร้างความเชื่อ ความศรัทธา แล้วเดินตาม จะให้อธิบายหมด ทุกตัวคน คงเป็นไปไม่ได้ ใครเชื่อก็ตามแม่ชีเมี้ยนมา ใครทำได้ คนนั้นได้เปลี่ยนตนเป็นคนมีจิตใจสูง หายโรคนั้นแถมให้


วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ยอดมวย


หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ให้พิจารณาว่า เราต้องรู้เขารู้เรา จึงจะมีโอกาสชนะสูง ในการต่อสู้

สิ่งที่เราท่านกำลังต่อสู้ ถ้าใช้ตามองก็ว่า คือโรค ถ้าพิจารณาให้ดี พระภูมีชี้ว่า คือ กรรม

หลวงพ่อนิพนธ์ชี้ว่า คือ สิ่งที่คนทั้งโลก เอาชนะไม่ได้ เพราะคนที่ชนะได้ ไปกันหมดแล้ว การจะชนะ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา

การจะชนะ จึงต้องอาศัยอำนาจธรรม เป็นพี่เลี้ยง ยิ่งไปกว่านั้น ต้องอาศัยตนกระทำของตน เต็มร้อย จึงจะชนะได้

ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นว่ากำลังสู้กับยอดมวย ที่ล้มมาหมด เริ่มตั้งแต่หมอตี๋ หมอสมัยใหม่ หมอผีหมอพระหมอ.... ดังนั้นจึง ไม่เน้นการกระทำตามคำสอนของท่านอาสิ หวังว่ามันจะเป็นปาฏิหาริย์ สมุนไพรดี กินแล้วต้องหาย ไม่ต้องพึ่งการกระทำแห่งตน นั่นผิดมหันต์

บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์ ชี้ว่า มีแต่ต้องเต็มร้อย ยื่นมือประสานกับธรรม จึงจะพ้นหล่มกรรมขึ้นมาได้ มิฉะนั้นอย่าหวัง อย่างดีก็หายโรคนี้ เป็นโรคนั้น

ความจริงที่แน่แท้คือ ทุกคนยังไม่หวังนิพพาน แปลว่ายังต้องเกิด จะทำเพื่อวันนี้หายโรค ช่างน่าเสียดายนัก ท่านอาสิชี้ว่า ศาสนามีไว้ ให้สร้างนิสัยพระพุทธเจ้า สร้างพรหมลิขิตที่ดีในวันข้างหน้า หรือเลยไปภายภาคหน้า ชาติหน้านั่นเอง

เมื่อชะล่าใจ ปล่อยวันเวลาผ่าน กว่าจะรู้ จะมาทำก็ไม่ทันหรือไม่มีโอกาสแล้ว ที่สำคัญเชื่อหรือ ว่าชาติหน้าจะได้เจออีก

คำของหลวงพ่อนิพนธ์ พึงพิจารณา ตัวกระทำไม่ตาย ตายด้วยโรค ชาติหน้าก็ได้โรค ยิ่งไปกว่านั้น เจอศาสนาแล้วไม่ทำ ชาติหน้าคงห่างไกล ทีนี้เหมือนคนทั้งโลก อยากหายโรค อยากพ้นทุกข์ แต่ไม่มีที่ใดจะช่วยให้พ้นทุกข์จากโรคได้เลย

หากเราเชื่อและทำตาม ตัวกระทำก็พาเวียนวนให้เจอศาสนาเป็นที่พึ่งแห่งตนอีก วันนี้ไม่อยากไปนิพพาน วันหน้าอาจอยากก็ได้

การชนะโรคชนะยอดมวยตัวแทนกรรม จึงมีความหมาย มากกว่าแค่สุขจากการหายโรคในวันนี้ การมาแล้วไม่ทำก็เช่นกัน เท่ากับถีบตนให้ห่างศาสนาในวันหน้าเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในโลก

น่าเสียดาย คนส่วนใหญ่เอาแค่สุขเฉพาะหน้า คือ หายโรค จึงไม่พบของดีของศาสนา และยิ่งประมาทกรรม ของดีไม่เจอ ไม่ได้ โดนน็อคอีกต่างหาก เพราะไม่ทำ รอแต่ปาฏิหาริย์

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44