แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์ชุมพร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์ชุมพร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ฟ้าประทานรึปล่าว


เศรษฐีใหญ่ท่านหนึ่งชาวประจวบ ที่คนแถวนั้นยกย่องมาเป็นคนใจบุญ ทำกุศลทุกรูปแบบ สร้างโบสถ์ ช่วยคน ทุกสิ่งอย่าง หากช่วยได้ไม่เคยขัด

กิจการของเขาก็เจริญใหญ่โต สร้างความมั่งคั่งทวีคูณมากมาย หนึ่งในกิจการคือรีสอร์ตใหญ่ที่เพียบพร้อมทั้งสถานที่ ที่ลงทุนไปประมาณห้าสิบล้านบาท และทำเลที่รถทั้งหลายจะต้องมาแวะหยุดพัก จึงไม่แปลกว่ากิจการนี้ก็สร้างรายได้ให้แก่เขาอีกเดือนละหลายล้านบาท

ในขณะที่ความร่ำรวยทวีคูณมหาศาล สิ่งหนึ่งก็ทวีคูณความเลวร้ายมากขึ้นเช่นกันนั่นคือ สุขภาพ

ความสงสัยของเขาบังเกิดขึ้นในใจ ก็ในเมื่อเขาทำบุญทำกุศลมากมาย ทำไมสภาพของตนจึงเป็นเช่นนี้ ความนี้จึงไปปรึกษาหมอดู เพราะหมอแผนปํจจุบันช่วยไม่ได้

หมอดูจึงแนะนำกับเขาว่า วิธีที่จะแก้ไขสภาพอาการที่เป็น นั่นคือต้องทำบุญเพื่อมาหนุนแก้ เขาก็บอกว่าแล้วสิ่งที่ทำไปหล่ะ หมอดูบอกว่าสิ่งนั้นไม่มีบุญ ต้องไปบริจาคหรือสนับสนุนคนที่เขาทำให้ฟรีๆ แบบนั้นจึงจะได้บุญมาช่วยตน

กลับมาบ้าน ก็เที่ยวไปถามหาว่า มีใครที่ไหนบ้างที่ทำช่วยคนฟรีๆ คำตอบที่ได้กลับมาคือ จะมีคนบ้าที่ไหนทำให้ฟรี

เมื่อหาคนไม่เจอ ก็เบนเข็มไปหาวัด ที่จะเปิดวิปัสสนากรรมฐาน ที่ทำให้ฟรีๆ อะไรประมาณนี้ จึงมุ่งหน้าไปหาเจ้าอาวาสที่ตนคุ้นเคย

วัดแรกที่ไป แนะนำว่าที่นี่ไม่มีหรอก แต่มีที่หนึ่งแนะนำรับรองไม่ผิดหวัง นั่นคือให้ไปหาหลวงพ่อนิพนธ์ ที่เมืองกาญจน์

ถามเสร็จก็ออกมาด้วยความไม่แน่ใจ จะมีคนแบบนั้นหรือ

จึงไปหาเจ้าอาวาสที่คุ้นเคยกันวัดที่สอง ผลก็ออกมาอีหรอบเดิมแนะนำไปหาหลวงพ่อนิพนธ์

ก็ยังลังเลไม่แน่ใจ จึงตกลงใจไปหาเจ้าอาวาสอีกวัดหนึ่งเพื่อขอความเห็นว่าตนควรทำอย่างไร เจ้าอาวาสวัดที่สาม ก็กล่าวเช่นเดียวกับสองวัดที่ผ่านมา แถมยังสำทับว่าช่างน่าเสียดายที่อาตมาติดธุระ มิฉะนั้นจะพาคุณโยมไปด้วยตนเอง

ความร้อนรนทนไม่ไหว ไม่รอท่านเจ้าอาวาสแล้ว ขับรถมาดูด้วยตาของตนเองเลยดีกว่า

ไม่แสดงตัว แต่มานั่งฟัง ได้ฟังหลวงพ่อนิพนธ์เล่าเรื่องบุญ ว่าต้องทำกับมนุษย์ จึงถึงบางอ้อในสิ่งที่ตนมา คิดว่ามาไม่ผิดที่แล้ว

จึงเข้าไปหาหลวงพ่อนิพนธ์ เอ่ยปากยกรีสอร์ตห้าสิบล้าน ให้มูลนิธิใช้เป็นสถานที่แจกยา และรับคนป่วยแทน

สัปดาห์หน้าเชิญชวนหลวงพ่อนิพนธ์และกรรมการ ไปดูและพิจารณา ว่าสามารถทำเป็นศูนย์ได้หรือไม่

หากคนใต้โชคดี ก็จะได้ศูนย์ที่มีสถานที่ สภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมใช้ เปิดให้บริการแทนศูนย์ชุมพร ที่ไกลเกินไป ไม่เหมาะสมในตอนนี้ ณ.เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบ

เมื่อมีเครื่องจักรแปรรูป การดำเนินการตั้งศูนย์ก็มีความเป็นไปได้สูง ถือว่าช่างประจวบเหมาะ จนเราคิดว่านี่ฟ้าเขาเตะมาให้แน่ๆ

เมื่อฟ้าเปิด ในพื้นที่อื่นๆ ก็มีความเป็นได้เช่นกัน คนไข้จะได้ไม่ต้องลำบากจนเกินไป ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี

อย่างน้อยบทพิสูจน์ที่ว่า บุญจากการสร้างโบสถ์สร้างศาลา กับ การช่วยเพื่อนมนุษย์ ก็จักได้เห็นในคนผู้นี้อย่างแน่นอน

และเมื่อผลปรากฎ จักดูแคลนมะพร้าว ห้าลูก ที่ทำได้อย่างไรว่าต่ำต้อย เพราะนั่นหมายถึงชีวิตมนุษย์ที่มีค่ามหาศาล ค่าของมะพร้าวจึงฉุดวิญญาณมี่ตกต่ำของเราท่านให้พ้นจากโรคได้ ด้วยประการฉะนี้

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทุ่มสุดตัว

ในขณะที่เขตชุมพร และกาฬสินธ์ กำลังเสนอตัว เพื่อตั้งเป็นศูนย์ในประเทศไทย แต่ก็ขาดความร่วมมือจากภาครัฐสนับสนุน ดังนั้น จึงต้องพึ่งกำลังความพร้อมของกรรมการในภาคส่วนนั้นๆ เป็นสำคัญ

หากแต่ที่ผิดกันราวกับฟ้าดิน เมื่อเทียบกับพม่า ที่ท่าน ส.ว. มารับด้วยตนเอง นำหลวงพ่อนิพนธ์เข้าดูพื้นที่ หลังจากดูแล้วพบว่า เนื้อที่นั้น มีถนนของบริษัทอิตัลไทย ที่กำลังก่อสร้าง พาดอยู่ เจ้าของที่จึงเรียนหลวงพ่อนิพนธ์ว่า พื้นที่เดิมที่จะยกให้ ดูแล้วยังไม่สมบูรณ์ จึงยกพื้นที่เพิ่มให้ เพื่อให้ถนนอยู่ตรงกลางพื้นที่ และสุดพื้นที่จรดเทือกเขาตะนาวศรี อันเป็นต้นน้ำ

รวมพื้นที่ทั้งหมด ก็เลยกลายเป็นประมาณหกร้อยไร่ กระนั้นก็ตาม พื้นที่ที่ยกให้ ก็อยู่เพียงฟากหนึ่งของแม่น้ำตะนาวศรี ในขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นพื้นที่ของหลวง

เมื่อคณะของหลวงพ่อนิพนธ์สำรวจพื้นที่เสร็จ ก็เดินทางเข้าพักที่โรงแรมในทวาย ก็ปรากฎรถตำรวจ พร้อมคอมมานโด มาต้อนรับ โดยไม่ได้ตั้งตัว นำโดยผู้ว่ารัฐทวาย

ผู้ว่าแจ้งว่า ท่านอองซาน ทราบเรื่องและให้การสนับสนุนโครงการเต็มที่ ดังนั้น จึงมาเรียนให้ทราบว่า พื้นที่อีกด้านหนึ่งของแม่น้ำ ที่เป็นของหลวงนั้น อยู่ในอำนาจของตนที่จะอนุมัติให้ใช้พื้นที่ได้ จึงส่งทีมรังวัดมาให้หลวงพ่อนิพนธ์ ให้กำหนดเขตที่จะทำกิจกรรม และจะดำเนินเรื่องจัดสรรให้เป็นที่ในการทำกิจกรรม

อนึ่ง การร้องขอจากท่านอองซาน ในการจัดตั้งศูนย์ เนื่องด้วยดำริของท่านอยากช่วยชาวบ้าน เพราะรู้ดีว่าขาดอนามัยที่ดี ดังนั้นเพื่อให้การนี้ลุล่วง ทางพม่าจึงได้จัดตั้งมูลนิธิเพื่อดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะขึ้นมาใหม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างให้หลวงพ่อนิพนธ์ตั้งชื่อ นั่นจึงเป็นสัญญาณว่า ไทยเราต้องเสียศูนย์ยาเสพติด และศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยเอดส์ ให้แก่พม่าแล้ว ช่างน่าเสียดายนัก

และท่าน ส.ว.แจ้งว่า ในโอกาสที่ทางมูลนิธิไทยกรุณา โดยหลวงพ่อนิพนธ์และกรรมการ ได้จัดสิ่งของ และอุปกรณ์การเรียน การกีฬา เพื่อแจกให้แก่โรงเรียนที่ มิต้า ของพม่านั้น ท่านอองซาน จึงฝากมาแจ้งให้ทราบว่า ตัวท่านจะเดินทางมาร่วมในกิจกรรมของหลวงพ่อนิพนธ์นี้ด้วยตนเอง

ในการเยือนก่อนหน้านี้ หลวงพ่อนิพนธ์ได้พบปะชาวพม่าท่านหนึ่ง ได้มีโอกาสคุยกัน ชาวพม่าท่านนั้นกล่าวกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า ด้วยเมตตาจิตของหลวงพ่อนิพนธ์นี้ ฟ้าต้องเปิดทางให้ หาใช่แต่พื้นที่ไม่ แต่ต้องเป็นสมบัติด้วย เพื่อให้หลวงพ่อนิพนธ์มีทุนในการดำเนินการ

เมื่อทางพม่ามอบที่ดินกว่าหกร้อยไร่ให้ ก็เป็นไปตามคำนั้นประการหนึ่ง ส่วนประการหลังหลวงพ่อนิพนธ์พูดกับผู้ติดตามว่า ตัวท่านไม่มีสมบัติอะไร แล้วใครจะมอบสมบัติให้มาทำกิจกรรม

หลังจากการเยือนเพื่อรับมอบที่ดิน และกำหนดเขตกิจกรรมแล้วเสร็จ คณะของพม่าผู้ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทรงอำนาจได้กล่าวกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า พื้นที่ที่จัดสรรให้นี้ เมื่อก่อนนี้ได้มีบริษัทฝรั่งได้สำรวจพบว่าเป็นแหล่งแร่ทองคำธรรมชาติ เคยขออนุญาตทางการพม่าเพื่อจัดทำเหมืองทอง หากแต่ทางการพม่าไม่อนุมัติ เนื่องด้วยกลัวจะเสียภูมิทัศน์ และธรรมชาติไป โดยบริเวณเหมืองคือต้นน้ำที่อยู่ในพื้นที่นั้นเอง

พร้อมกับชี้ให้ดูว่า จะเห็นชาวบ้านที่อยู่ด้านใต้น้ำที่ทำอาชีพร่อนทองที่ไหลตามน้ำมา ตลอดลำน้ำตะนาวศรี ... และได้พาหลวงพ่อนิพนธ์ไปดูกรรมวิธีการร่อนทองของชาวบ้าน

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวในเรื่องนี้ว่า สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพราะท่าน หากแต่เป็นเพราะฟ้าดินเขาบันดาลให้ เรื่องที่ดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ จึงเกิดขึ้นได้และไม่มีอุปสรรคใดๆ เลย ผิดกับการทำกิจกรรมทางฝั่งไทย ที่ต้องเผชิญกับอำนาจรัฐ ที่ไม่เคยสนับสนุนก็พอทน แต่คอยแต่จะจ้องจับ อ้างกฎหมาย รับคนป่วยก็ไม่ได้ ....

การสนับสนุน ไม่ใช่แต่เพียงผู้ทรงอิทธิพล ข้าราชการ คนระดับสูง แม้นแต่พระที่อยู่ในบริเวณนั้น ทราบข่าว ก็ขอร่วมกิจกรรม ด้วยท่านเป็นผู้ชำนาญการในการปลูกดีปลี พริกไทย อาสาที่จะชำกิ่ง สมุนไพรต่างๆที่หลวงพ่อนิพนธ์ต้องการให้

อีกไม่กี่อึดใจ เราจะเห็น เราจะได้ยิน ความดังของสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน ที่คนทั้งโลกต้องยอมรับ เสียดายก็แต่มันไปอยู่ในพม่าแทน ทั้งที่ควรจะตกอยู่ในแผ่นดินไทย .... เสียครั้งนี้ หนักหนากว่าเสียทองครั้งกรุงศรีอย่างแน่นอน

หากแต่กระนั้น ด้วยความรักในพี่น้องคนไทย หลวงพ่อนิพนธ์ก็พยายามรักษาฐานที่มั่นในไทยไว้ ให้ดำรงอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่า บ้านนี้เมืองนี้ เขาจะชายตาแลหรือไม่

ใครจะเชื่อคารมนักการเมืองไทย ไปแห่ร่วมเป็นพวกก็ไม่ว่ากัน แต่คนที่รักประชาชนจริง ต้องมีแววแบบพม่านี้ ดูข่าวฟังข่าว บอกว่าบ้านป่าเมืองเถือน แต่ดูพฤติกรรมและการร่วมมือ ในกิจกรรมที่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของเขาซิ เศรษฐียอมให้ที่ ข้าราชการอำนวยความสะดวก นักการเมืองนำเสนอขออนุมัติ ชาวบ้าน พระ ให้ความร่วมมือ ดันกันเต็มที่... นี่ซิรักประชาชนจริง โอกาสทองที่ทำให้แก่พี่น้องประชาชนร่วมชาติ กระโดดใส่เต็มตัวไม่เสียดายเลย

เมื่อเสือมีปีก ได้การสนับสนุน และได้ทุนในการดำเนินการ มาดูน้ำใจลูกแม่ชีเมี้ยน ว่าสิ่งที่ได้จะมาทำสิ่งใด...

เราเชื่อมั่นเสมอว่า ... สิ่งที่จะได้เห็นนั่นคือประวัติศาสตร์ที่จะจารึก ให้คนรุ่นหลังได้อ่านอย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

เกทับ

ด้วยเหตุที่ติดต้องเดินทางไปบิณฑบาตรผลไม้ ที่ จ.ชุมพร หลวงพ่อนิพนธ์ก็ขอเลื่อนการไปเซ็นต์รับที่ดิน ที่ทางพม่าจัดให้ แต่กระนั้นก็ตอบรับในการตั้งศูนย์ในพม่า

หากแต่ความไม่มั่นใจของพม่า หรือจะเป็นที่ความกระตือรือล้น วันพฤหันที่ผ่านมา ท่าน ส.ว. ของพม่า ได้เดินทางมายังชมรม และนำหนังสือมาให้เซ็นต์ถึงชมรม ...

ด้วยเห็นในความต้องการอย่างจริงจังของพม่า คนไข้ชุมพรก็แสดงพลัง จนเราเรียกว่า เป็นการเกทับทางฝ่ายพม่า ในการไปบิณฑบาตรผลไม้ ให้หลวงพ่อนิพนธ์ดู

เริ่มจาก ข่าวการมาเยือนของหลวงพ่อนิพนธ์ คนไข้สารพัน ก็รวมตัวกัน มาเก็บลองกองให้ ในขณะเก็บ ก็คุยกัน และชี้ให้หลวงพ่อนิพนธ์ดู คนโน้นที่ปีนอยู่ นั่นมะเร็งปอด คนที่ปีนกิ่งโน้น นั่นมะเร็งลำไส้ ...

และที่เป็นที่ติดตา ก็คือคนไข้รูมะตอยด์ที่ยังคงต้องนั่งรถเข็น เห็นหลวงพ่อนิพนธ์มา ก็ลืมเจ็บ ลุกขึ้นมาช่วยเก็บลองกองใส่ตะกร้า เดินไปเดินมาได้ทั้งวัน จนต้องทัก นึกได้ ก็กลับไปนั่งรถเข็นต่อ

ตามมาด้วยนายทหารระดับสูง ที่นั่งรถเข็นมาหลายปี ขับรถจี๊บ เดินลงมากราบหลวงพ่อนิพนธ์ เรียนว่าหายแล้วครับ พร้อมกับเล่าเรื่องของตน ที่อารามดีใจเกินเหตุ พอเดินได้ปุ๊บก็เลยรีบไปบอกนาย นายเลยบอกว่า เออดีแล้ว หายแล้วฉันจะย้ายแกไปอยู่สงขลา เล่นเอาวงคนไข้ฮาเลย

หลังจากบิณฑบาตรเสร็จ กลุ่มคนไข้ของชุมพร ก็แสดงความอยากได้ศูนย์ที่ชุมพร โดยเริ่มจากพาดูเนื้อที่ จำนวน ๑๕๐ ไร่ ที่ล้อมรอบด้วยลำธารตลอดพื้นที่ ที่จัดเตรียมยกให้ในการตั้งศูนย์

และก็แสดงพลัง โดยการรวมตัวของคนไข้ นับพันคน พร้อมกับข้อเสนอหากมีการจัดตั้งศูนย์ที่จังหวัดชุมพร แบบเรียกเกทับฝั่้งพม่าเลยก็ว่าได้ นั่นคือ คนไข้ทั้งหมดจะรับหน้าที่จัดหาวัตถุดิบสมุนไพรทุกตัวมาให้ โดยไม่ต้องให้หลวงพ่อนิพนธ์ต้องกังวลในส่วนนี้

เห็นพลังของคนไข้ชุมพรและใกล้เคียง คิดว่า ด้วยน้ำใจอันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ก็คงยากจะปฏิเสธ ในการตั้งศูนย์เป็นแน่แท้

กลับมาจากชุมพร มาวันพฤหัส ก็มีกรรมการชุดใหญ่ รวมตัวกันมา ร้องขอหลวงพ่อนิพนธ์ ว่า คณะของพวกเขา เป็นคณะของ แถบอีสาน คือ จ.กาฬสินธุ์ อยากจะให้หลวงพ่อนิพนธ์พิจารณาจัดตั้งศูนย์ที่นั่นด้วยเช่นกัน

ไปๆมาๆ ที่อื่น ล้วนเสนอตัว และรู้ดีว่า ข่้อด้อยของสถานที่นี้ คือ การขาดความร่วมมือของคนไข้ โดยเฉพาะวัตถุดิบ กลายมาเป็นข้อเสนอที่หลวงพ่อนิพนธ์ต้องคิดหนัก

วันเวลาผ่านไป ในอดีตที่ผ่านมา ด้วยความอยากทำให้สมุนไพรเป็นที่ยอมรับ จึงต้องกล้ำกลืนกับนิสัยของคนไข้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างล่าช้าและยากลำบาก

มาวันนี้ หลายส่วนอยากได้ อยากมี ล้วนเสนอตัวมา เป็นทางเลือกให้หลวงพ่อนิพนธ์ .... คำพูดเล่นๆจึงแว่วออกมา "ตอนนี้เราไม่ง้อแล้ว ไปทำที่ไหนก็ได้ ที่เขาพร้อมจะสนับสนุน พูดแล้วฟัง ฟังแล้วทำตาม ไม่ต้องมาเหนื่อยกับพวกที่พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียเวลาทั้งคนทำ และคนมา ไม่ได้ผลด้วยกันทั้งคู่"

แค่สวดมนต์ก็ต่างกันลิบลับ ไปดูชุมพรโน่น เวลาเขาฟัง นี่เงียบกริบ เห็นแล้วไม่น่าแปลกใจว่าทำไม คนทางโน้นจึงหายโรคกันจนมากมาย และโจษจัน กลายเป็นที่นิยม




วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ไม่ไปก็ไม่ได้

ในขณะที่พม่าก็มาแรง ในการให้การสนับสนุนกิจกรรมของหลวงพ่อนิพนธ์

ฝั่งชุมพรก็ไม่ยอมน้อยหน้า แม้นอุปสรรคใหญ่คือระยะทางที่ค่อนข้างไกล

หัวหอกในการหาทางสนับสนุนกิจกรรมของชมรม ก็ริเริ่มจากไฮโซหญิงที่ห่างหายจากวงการไปหลายปี ด้วยอาการป่วยด้วยโรครูมะตอยด์ กำเริบจนต้องนอนอยู่กับบ้านอย่างเดียว

แต่มาวันหนึ่งคนในวงการไฮโซของชุมพรและภาคใต้ ก็ต้องตะลึงเมื่อเธอขับรถ ไปเยี่ยมเพื่อน และกรีดกรายเข้าวงสังคมของไฮโซอีกครั้ง ด้วยสภาพเหมือนคนที่ไม่เคยเป็นอะไรมาเลย

เธอผู้ซึ่งมีกิจการหลายอย่าง และหนึ่งในนั้น คือ สวนลองกองที่มีชื่อของชุมพร ปีนี้ เธอจึงบอกกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า ผลผลิตทั้งหมดของสวนของเธอปีนี้ไม่ขาย ยกให้หลวงพ่อนิพนธ์ทั้งหมด

หากแต่คำขอร้อง นั่นคือ อยากให้หลวงพ่อนิพนธ์ไปรับที่สวนของเธอ ด้วยตนเอง

หลวงพ่อนิพนธ์ก็จึงต้องถ่อสังขารลงชุมพร เพื่อไปรับลองกอง พร้อมกับข่าวนี้ได้แพร่เข้าไปในหมู่คนไข้ชุมพรที่เป็นเจ้าของสวน

ก็เหมือนบิณฑบาตผลไม้อย่างไงอย่างนั้น

ลองกองชุดแรก เจ้าของบอกว่าคนป่วยช่วยกันซื้อ ได้เงินมา แปดหมื่นกว่าบาท หลวงพ่อนิพนธ์บอกเพิ่งรับเงิน คุณอ้อเดินมาบอกว่า ยาตาหมด ก็ถูกโยกย้ายไปซื้อวัตถุดิบทำยาตาทันที หมดไปแสนบาท เข้าเนื้ออีกหมื่นกว่าบาท

ยาตาชุดนี้ จึงทำด้วยความเข้มข้น เต็มสูตร เพราะที่มาของวัตถุดิบ ค่อนข้างสมบูรณ์ เกิดจากการให้ มาจากลองกอง มาจากน้ำใจคนป่วย ....

อันจะเห็นว่า เมื่อหยอดยาตาชุดนี้ แต่ละคนร้องไห้ร้องห่ม น้ำตาไหลพราก ... หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า เมื่อทำตามครรลอง ฤทธิ์ของสมุนไพร ย่อมรุนแรง

นี่คือผลแห่งการให้ ดังนั้น การเชิญครั้งนี้ ไม่ไปก็คงไม่ได้แล้ว เพราะนี่คือหนทางที่ถูก เริ่มต้นทางมาจากการให้ และวันใด โรงทาน เต็มไปด้วย มะกรูด มะพร้าว พริกไทย ดีปลี ... ที่แต่ละคนหิ้วมาให้ แล้วถูกนำมารวมกันเป็นสมุนไพร .... วันนั้นแหละฤทธิ์จุะระเบิดเถิดเทิง ไม่เหมือนสมุนไพรที่มาจากวัตถุดิบที่ถูกขูดรีดจากพ่อค้าเช่นทุกวันนี้ นึกจะขึ้นราคา ก็ขึ้นได้ ขึ้นเอา


วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

เริ่มเข้าทาง

ความสมบูรณ์ของการให้ นั่นคือเริ่มจากหัวจรดท้าย อันจะทำให้ผลของสมุนไพร ที่สมบูรณ์พึงบังเกิด

หากแต่วงจรนี้ที่ผ่านมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ยังไม่สมบูรณ์ ด้วยขาดซึ่งการสนับสนุน ในด้านวัตถุดิบ ทำให้ การได้มาซึ่งวัตถุดิบส่วนหนึ่ง ต้องหามาจากการซื้อหานั่นเอง ด้วยความรับผิดชอบของหลวงพ่อนิพนธ์ตลอดมา

มาวันนี้ หลังจากผ่านมาหลายเดือน การรวมกลุ่มที่เหนียวแน่นของคนไข้ชาวชุมพร ที่เห็นว่าเท่าที่ผ่านมา รายได้ส่วนหนึ่งของชมรม นั่นคือ การขายผลไม้

ชาวชุมพรจึงเกิดความคิด ที่จะทำให้ชมรมมีรายได้ โดยการให้สมาชิกชาวชุมพรที่สนใจร่วมกิจกรรม ในการตัดผลไม้ที่ตนเองปลูก คนละกล่อง แล้วให้คณะกรรมการทำหน้าที่รวบรวม เพื่อส่งให้ชมรม ในการจัดจำหน่าย และนำเงินรายได้ทั้งหมด เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อสมุนไพร

คนไข้กลุ่มชุมพร กล่าวว่า หน้าลองกอง หน้าทุเรียน หน้ามังคุด หรือ หน้าผลไม้ใดๆ ที่ออก ชาวชุมพรจะรวบรวมส่งมาให้

โดยผลไม้ที่ส่งมานี้ ถือว่าเป็นการตักบาตร ไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด ทำให้หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า นี่แหละจึงทำให้สมุนไพรบริสุทธิ์ เพราะเมื่อจำหน่ายผลไม้เหล่านี้ แล้วนำเงินไปซื้อสมุนไพร ก็เรียกได้ว่า เค้าครรลองของพระภูมี ที่มีต้นกระแสธารมาจากการให้ที่บริสุทธิ์

จึงร้องขอให้เหล่าสมาชิกร่วมกันทำหน้าที่ ช่วยกันซื้อผลไม้ และเมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นจนเลี้ยงตัวจากการให้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรอความช่วยเหลือจากภาคส่วนอื่นๆ และทำให้ผลของสมุนไพร ที่เกิดจากการให้ นับแต่พระภูมี แม่ชีเมี้ยน หลวงพ่อนิพนธ์ และการร่วมด้วยช่วยกันของเหล่าสมาชิก ในการได้มาซึ่งสมุนไพร ก็จักบังเกิดผลสูงสุด และดำรงวงจรของกิจกรรมได้

พวกเราเหล่าสมาชิก กำลังมีธารของการให้ มาจากชุมพร มาจากจิตอาสาที่ทำของมาขาย มาจากพม่าในการปลูกวัตถุดิบ .... นั่นแสดงให้เห็นว่า วงจรของคุณธรรมค้ำจุนโลก คือการให้ ของที่ไม่มีราคา แต่มีคุณค่ามหาศาล กำลังจะเคลื่อนแล้ว แล้วมาดูกันว่าผลของมันจะบังเกิดแก่มนุษย์มหาศาลเพียงใด

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความจริงที่คนไม่รู้

อาทิตย์ที่ผ่านมา คนไข้ซึ่งเป็นกรรมการ และเป็นคนชุมพร วิ่งหน้าตาตื่นมาหาหลวงพ่อนิพนธ์

เธอกล่าวว่า หลวงพ่อค่ะ อิฉันเห็นหมอ ที่ประจำอยู่โรงพยาบาลจังหวัดชุมพร ที่เป็นหมอของอิฉันยืนเข้าแถวอยู่ เห็นแล้วสงสาร จึงอยากให้หลวงพ่อช่วยรับเป็นกรรมการ จะได้ไหมค่ะ

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ดูผิดหรือเปล่า คนไข้ท่านนี้กล่าวว่า ไม่ผิดหรอก เขาเป็นหมอที่จะทำการผ่าตัดหัวใจของตัวเอง ที่มีปัญหาต้องบอลลูนเส้นหนึ่ง และใส่สปริงอีกเส้นหนึ่ง แต่หนีมาหาหลวงพ่อนิพนธ์

และก่อนมาขออนุญาต ตัวเขาเองได้ไปทักหมอ เมื่อหมอเห็นก็ตกใจ สอบถามได้ความว่า ตัวหมอเองเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อมาที่นี่ ก็ทำตัวเหมือนคนทั่วไป ไม่เปิดเผยตัว

คนไข้ท่านนี้ ไม่เคยเห็นภาพดังกล่าวจึงตื่นเต้น หากแต่ในความจริง มีหมอหลายท่านที่เข้ามาแล้วไม่เผยตัว เพื่อทานสมุนไพร เราก็เห็นมามากหลายแล้ว

แต่ที่คนทั่วไปไม่รู้ นั่นคือ เจ้าอาวาสวัดมากมาย ที่ติดต่อมาขอรับการรักษาด้วยสมุนไพร

ยิ่งวัดที่ดังที่สุด ที่อ้างตนเป็นแหล่งบุญ มีผู้คนศรัทธากันมากหลาย เชื่อมั่นในคำสอนของเจ้าอาวาส ว่าเป็นบุญที่พึ่งได้ ตัวเจ้าอาวาสเอง ที่อ้างเป็นตนบุญ ยังเป็นโรคงอม ขอมารักษาเลย

เมื่อโรคเป็นตัวแทนแห่งกรรม และกรรมมันแพ้ทางบุญ ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้มีบุญ จักมีโรคได้ฉันใด

เราจึงไม่แปลกใจในคำสอนของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์มักตอกย้ำให้ฟัง นั่นคือ กรรมมันพาไปหาผิด คนผิดจึงมีคนนิยมชมชอบกันมหาศาล หากแต่เมื่อเจอธรรมของจริง เฉกเช่นพระภูมี หาคนนิยมได้อันน้อยนิด เพราะมันทำยาก ดูเช่นอินเดีย มีคนเป็นร้อยล้านในสมัยนั้น พระโคดมยังมีสาวกได้ไม่ถึงแสนเลย

วันหนึ่ง ความจริงจักปรากฎ ไม่ว่าหมอ หรือ เกจิอาจารย์ ... ที่คนหลงไหล พากันไปพึ่งพานั้น ตัวตนเองยังเอาไม่รอดเลย ก็เนื่องด้วยเขาเหล่านั้นใช้และสอน ให้คนที่เชื่อ พึ่งคนอื่น อยู่ตลอดเวลานั่นเอง จึงไม่มีวันสำเร็จ แม้นแต่คนสอนยังเสร็จเลย

น่าเสียดายก็แต่ ช่องทางรอดอันน้อยนิด ที่แม่ชีเมี้ยนทิ้งไว้ให้ มันถูกบีบให้แคบลงๆ จนจะไม่มีที่ยืนแล้ว .... โน่นแหละ ไว้อยากช่วยตน ก็ถ่อสังขารไปหาพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ที่พม่าโน่น ... เข้าคิวรอสามวัน ... จึงจะรู้ค่าของที่นี่ และไม่รู้จะได้ทานหรือเปล่า ได้เจอหรือเปล่า ...

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ประกาศมะพร้าว


ชมรมคนรักสุขภาพแจ้งให้ทราบว่า เนื่องจากสมาชิกชาวชุมพร ได้จัดสรรมะพร้าวมาให้เพื่อนสมาชิกที่ชมรม กว่าหมื่นลูก ในการระดมวันเสาร์ที่ ๒๑ ที่ผ่านมา ณ วัดถ้ำทะเลทรัพย์

ชมรมประเมินว่า มะพร้าวที่ได้มาในคราวนี้ น่าจะพอใช้ให้เพื่อนสมาชิกทานได้ประมาณ ๒ สัปดาห์

จึงประกาศงดการนำมะพร้าวมาร่วมกิจกรรม เป็นเวลา ๒ สัปดาห์ นับจากนี้ไป

และขอขอบคุณสมาชิกชาวชุมพรมา ณ ที่นี้ด้วย

อนึ่ง แม้รู้ดีว่าสมาชิกชาวชุมพรมีน้ำใจ และยินดี ในการจัดหามะพร้าวมาให้ แต่หลวงพ่อนิพนธ์ก็เห็นว่า ไม่ควรโยนภาระนี้ให้แก่ชาวชุมพรเพียงฝ่ายเดียว

จึงอยากเห็นเหล่าสมาชิก ช่วยกันถือมะพร้าวมาคนละลูกสองลูก ตามแต่คนที่มีความสามารถทำได้ เพื่อแบ่งเบาภาระของคนชุมพรได้จะเป็นการดีที่สุด ในวาระหลังจากนี้

วันใดที่โรงทานของชมรม มีของมากองเต็มโรงทาน โดยสมาชิกส่วนใหญ่ ถือมาคนละเล็กละน้อย แล้วมารวมกัน ให้หลวงพ่อนิพนธ์ปรุงเป็นสมุนไพรแจกทุกคน วันนั้นแหละผลแห่งทานที่ถูกทำนองคลองธรรมอันบริสุทธิ์ จะพึงเกิด แลคุณค่าของสมุนไพรก็จักมหาศาล เพื่อสนองน้ำใจของคนที่เชื่อมั่น ศรัทธา แม่ชีเมี้ยน แลพระพุทธเจ้า แล้วทำตามอันมหาศาลนั้นเอง

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หยุดไม่อยู่แล้ว


เมื่อหลวงพ่อนิพนธ์ประกาศเมื่อวันงานว่า "ตอนนี้ท่านพร้อมที่จะทำศึกกับโรคแล้ว"

นับจากวินาทีนั้น ถือได้ว่าเป็นการเรียกแขกเลยก็ว่าได้

งานต่างๆ จึงเริ่มไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

และความเติบโต ก็ค่อยๆ ปรากฎให้เห็นเด่นชัด

เริ่มจาก การจัดตั้งศูนย์ที่ จ.ชุมพร ที่กำลังจัดทำอยู่ และมีศูนย์ชั่วคราวอยู่ที่ "วัดถ้ำทะเลทรัพย์" ห่างประมาณ ๗ กิโลเมตร จากแยกปะทิว

ทั้งนี้จะมีการกำหนดระยะเวลา และเกณฑ์ในการประเมินผล พร้อมการตรวจทางการแพทย์ตลอดระยะเวลาของโครงการนี้

นั่นหมายความว่า สถานะของชมรมในขณะนี้ กำลังเดินรอยตามอดีตของถ้ำกระบอก ที่อเมริกาและประเทศยุโรป ร่วมกันจัดคนไข้ยาเสพติด พร้อมรถโมบายทางการแพทย์ ๒ คัน มาร่วม ตรวจสอบผล นั่นเอง

และที่เข้ามาในสัปดาห์นี้ สดๆ ร้อนๆ อันน่าจะเป็นข่าวดีแก่คนชาวอีสาน

เมื่อคณะกรรมการที่เป็นคนไข้ชาวอีสาน ได้ปรึกษาและรวมตัวกัน พร้อมกับหาบุคคลที่มาร่วมกันดำเนินการได้แล้วเสร็จ เป็นที่ลงตัว ในการก่อตั้งศูนย์ ที่ จ.ขอนแก่น

คณะกรรมการกลุ่มนี้ จึงได้ร้องขอหลวงพ่อนิพนธ์ ให้เดินทางไปเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่

ระหว่างนี้ก็ต้องรอคำอนุญาตจากหลวงพ่อนิพนธ์ ที่กำลังพิจารณาถึงความพร้อมของบุคลากร และสมุนไพร การควบคุมดูแล ความเป็นไปได้

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวเสมอว่า ท่านเหนื่อยคนเดียวเดินทางไป ก็จะเป็นการดีกว่า ให้คนไข้มากมายที่อยู่ไกล ต้องเดินทางมาหา

งานที่กำลังเข้ามาในสัปดาห์หน้า ก็ถือว่าเป็นงานช้างอีกงาน นั่นคือ การอนุญาตให้ สำนักข่าวใหญ่ของออสเตรเลีย ทำหน้าที่ตรวจสอบ และเก็บข้อมูลทั้งหมด จากคนไข้กลุ่มแรกที่จะเข้ามาเข้าคอร์ส โดยร่วมกับคนไข้ชาวสวิสที่เป็น พาร์กินสัน ในการคัดเลือกบุคคล กลุ่มแรก เพื่อที่ทำการทดสอบสมุนไพรอย่างเป็นระบบ เฉกเช่นเดียวกับที่วงการแพทย์ทั่วไปดำเนินการ

ดังนั้น คาดว่า เราท่านก็คงจะได้เห็นศูนย์ที่ จ.ขอนแก่น อุบัติขึ้นในไม่ช้านี้




วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เสียงสะท้อน

กลับจากทริปชุมพร ในตอน ๕ ทุ่ม คุณอ้อก็ยื่นจดหมายลงทะเบียนให้ฉบับหนึ่ง ซึ่งมาจากคนไข้

เจ้าของ ระบุว่า เขาขอเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนมายังหลวงพ่อนิพนธ์ พิมพ์มาหนึ่งหน้ากระดาษเต็มๆ

เนื้อหาทั้งฉบับ เขียนว่า คนไข้ส่วนใหญ่ไม่พอใจกับ ระบบ ระเบียบ วิธีการที่เป็นอยู่ของชมรม

สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำว่าต้องให้หลวงพ่อนิพนธ์เปลี่ยนแปลง นั่้นคือ การเข้าสวดมนต์ เพราะคนป่วยส่วนใหญ่ ไม่อยากเข้าร่วม

หรือ หากจะให้เข้าร่วม ก็ต้องไม่เกินสิบนาที

เหตุผลที่เขายกมา คือ หลวงพ่อนิพนธ์ นำคนป่วยมาทรมาน นั่งหลังขดหลังแข็ง ถึงสองชั่วโมง นานเกินไป และที่สำคัญที่เขาเน้น คือ หลวงพ่อนิพนธ์ พูดไม่รู้เรื่อง พูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนไข้จำนวนมาก เป็นลม ทุกครั้ง

และอื่นๆ อีกมากมาย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า สิ่งนี้คงทำให้ไม่ได้ เพราะเป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติ ของหลัก "ตนพึ่งตน"

หากแต่บุคคลดังกล่าว รวมทั้งกลุ่มคนป่วยทั้งหมด ที่ให้เขาเป็นตัวแทนในการเขียนมา มีความต้องการเช่นนั้นจริง ก็จะจัดโซนพิเศษให้ มีบัตรที่ไม่ต้องมาเข้าร่วมกิจกรรม สวดมนต์ นั่งฟังท่านพูด มาถึงก็สามารถ อบตัว ทานสมุนไพรมะพร้าว รับสมุนไพร กลับบ้านได้เลย

ขอให้รวมตัวกันมา แล้วยื่นรายชื่อให้หลวงพ่อนิพนธ์ เพื่อขอสิทธิ์นั้น

หากแต่สิ่งที่หลวงพ่อนิพนธ์ออกตัวไว้ก่อน ต่อคนไข้กลุ่มนี้นั่นคือ อยากทาน ทานไป แต่ท่านจะไม่รับผิดชอบต่อผลของสมุนไพรใดๆ ทั้งสิ้น

ความรับผิดชอบ มีเฉพาะบุคคลที่เดินตาม เท่านั้น ... ไม่ก้าวข้ามไปยังบุคคลที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ จะมาเดินตาม และไม่บังคับ เฉกเช่นพระพุทธเจ้า ที่ทำรอยไว้ "ธรรมของท่านใช้ได้กับสาวก แปดหมื่นสี่พันเท่านั้น" คนที่ไม่ชอบ ไม่เอา ก็ควรไปเดินในทางที่ชอบ จะดีที่สุด

เพราะทางเส้นนี้ ไม่มีวันที่ท่านจะประสพความสำเร็จอย่างแน่นอน

ทริป พอ.สว. (แผนไทย) ชุมพร

พอ.สว. (แผนไทย) ชุมพร
การออกไปให้บริการของชมรมคนรักสุขภาพ ณ ศูนย์ชั่วคราว "วัดถ้ำทะเลทรัพย์" จ.ชุมพร

นำโดยหลวงพ่อนิพนธ์ และผู้ติดตามประมาณ ๔๐ คน

อันได้แก่ คณะกรรมการ ที่ไปดูภาพ และเหตุการณ์จริง ณ ศูนย์แห่งนี้ นำโดย พลเอกวัฒนชัย ฉายเหมือนวงศ์ พลเอกณรงค์ จารุเศรณี และคณะ

ตลอดรายทาง ต้องแวะสถานที่ต่างๆ มากมาย กว่าจะถึงชุมพร

เนื่องด้วย เหล่าสมาชิกของชุมพร และบริเวณใกล้เคียง ได้เรียนขอให้หลวงพ่อนิพนธ์ แวะเข้าไปยังที่ของพวกเขานั่นเอง

ด้วยพวกเขาเหล่านั้น ปรึกษาและเล็งเห็นว่า พื้นที่ของพวกเขา ส่วนใหญ่จะทำสวนปาล์มกัน ซึ่งเป็นพืชที่ใช้พื้นที่ระหว่างต้นมาก และจะมีร่องน้ำขนาดใหญ่

แม้นจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หากแต่ในอนาคต เมื่อเหล่าสมาชิกทุกคน ร่วมมือร่วมใจ เราท่านคงได้เห็นโรงทานของชมรม ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบ ที่มาจากมวลสมาชิก ตั้งใจปลูก แล้วเก็บมากองรวมกัน ในโรงทาน เพื่อแปลงเป็นสมุนไพร แจกจ่ายให้แก่คนป่วย ....

จึงตกลงกันว่า น่าจะใช้พื้นที่เหล่านี้ในการปลูกพืชสมุนไพรที่ชมรมต้องการ จึงร้องขอให้หลวงพ่อนิพนธ์เข้าไปยังพื้นที่ สวนปาล์มของพวกเขา เพื่อชี้กำหนดว่า ร่องไหนควรจะปลูกอะไรอย่างไร

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงต้องพาคณะเข้าไปยังทุกพื้นที่ ที่เจ้าของสวนมีความประสงค์เช่นนี้ นับไปก็เกือบสิบสวน กว่าจะถึงชุมพร จึงเกือบเย็น ทั้งที่ออกจากเมืองกาญจน์ แต่เช้าตรู่

แม้นจะเหนื่อย แต่หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า สมุนไพรมงคล ควรจะมีรากฐานที่มา จากการให้ จึงจะสมบูรณ์ที่สุด เฉกเช่นเดียวกับที่ชาวชุมพรให้มะพร้าว เมื่อนำมาทำเป็นสมุนไพรมะพร้าว แล้วให้คนป่วยทาน นั่นแหละ เป็นสมุนไพรมะพร้าวที่สมบูรณ์ ด้วยมีบทเริ่มจากการให้ของพระภูมี ถ่ายทอดมาโดยการให้จากแม่ชีเมี้ยน มาทำให้ด้วยมือหลวงพ่อนิพนธ์ .... อันเป็นรากฐาน บทเริ่มนิยามของคำว่า "เมตตา ค้ำจุนโลก" นั่นเอง

สมุนไพร ที่เกิดจากพลังเช่นนี้ แม่ชีเมี้ยนตรัสเรียกว่า "พลังสามัคคี" อันจะก่อให้สมุนไพร มีคุณค่ามหาศาล สุดประมาณ

มิใช่แค่สมุนไพร

ไม่ว่าใครจะกล่าวเช่นไร ใครว่าวิธีสร้างสิ่งต่างๆ มากันภัย ก็ทำไม่ได้หรอก อะไรไม่สามารถเป็นกำแพงกั้นกรรมเลย ให้ทุ่มงบมหาศาลเพียงใด ก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะอเมริกาเขาพิสูจน์มาแล้ว ลองมาแล้ว เจอเฮอริเคนวันใด ก็ฉิบหายวันนั้น ไม่มีอะไรหยุดได้เลย

ด้วยเหตุข้อนี้เอง การไปตั้งศูนย์ที่ชุมพร จึงมิใช่เพียงแค่อำนวยความสะดวกแก่ชาวใต้ สิ่งนั้นเป็นเรื่องรอง หากแต่หลวงพ่อนิพนธ์ใช้เหตุผลข้อนี้ เพื่อนำสถานที่สร้างกำแพงบุญ ไปตั้งที่แผ่นดินทางใต้ของไทยต่างหาก ถ้าคนที่นั่นเชื่อและทำตามแนวทางของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา นั่นย่อมหมายความว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นนี้ จะเป็นกำแพงกันพายุ และเภทภัยแก่คนพื้นที่นั้นได้เป็นอย่างดี รวมทั้งฝนฟ้า ก็จะกลับมีแต่คุณ ....

ความพิสูจน์ข้อนี้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงเลือกมาตั้งชมรมคนรักสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี ก็เพื่อให้น้ำหนักของบุญ ทับรอยเลือนที่นี่ไว้นั้นเอง จนปัจจุบันกลายเป็นรอยเลื่อนที่ไม่มีพิษไม่มีภัยใดๆ

อย่างน้อยแววอันนี้ก็ปรากฏในแผ่นดินชุมพรให้เห็น จากสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีผู้หญิงวัยกลางคนสองคนเดินจูงมือเข้ามาหาหลวงพ่อนิพนธ์

ทั้งสองเล่าประวัติว่า ครอบครัวของเธอทั้งสอง เรียกว่า เกาเหลาไม่กินเส้นกันมานานนับหลายสิบปี อันเนื่องจากมีที่ดินติดกัน และเกิดทะเลาวิวาทกัน ระหว่างครอบครัว กันมานานนม เหตุเพียงแค่การปลูกต้นไม้ หรือมีต้นไม้ ยื่นล้ำที่กันไปมา

ความรุนแรงเริ่มเพิ่มมากขึ้นกันทีละน้อย จนกลายเป็นความอาฆาตจ้องทำร้าย และระแวงซึ่งกันและกัน ในสองครอบครัว จนอาจถึงแก่การทำร้ายจนถึงชีวิตได้ในอนาคต เรียกว่า มองหน้ากันไม่ติด

หากแต่พรหมลิขิต อาจจะเล่นกลกับครอบครัวทั้งสอง เมื่อทั้งสองต่างก็มีโรค แล้วก็บันดาลให้มาตามเส้นทางของแต่ละคน ตามพวกของตนแนะนำมา สองครอบครัวมาเจอกันที่ชมรมคนรักสุขภาพ มาทานสมุนไพรหม้อเดียวกัน

ผ่านวัน ผ่านเดือนไป ของการทานสมุนไพร และฟังคำสอน ในที่สุด ทั้งสองครอบครัว ก็มาตกลงกัน ปรับเปลี่ยนท่าที เดินจูงมือมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วต่างอโหสิ ซึ่งกันและกัน ไม่ถือสาหาความ เรื่องต้นไม้ หรือเรื่องที่กระทบกระทั่งกันในอดีตอีก ต่อไป โดยให้คำสัญญาต่อหน้าหลวงพ่อนิพนธ์

เมื่อประกายความดี เริ่มจุดขึ้นจากจุดเล็กๆเช่นนี้ ในชุมพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวท้าทายว่า หากคนที่ชุมพรทำได้เช่นนี้ทั้งหมด กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่า จะไม่มีพายุใดแผ่วพานมายังศูนย์แห่งนี้ หรือ สภาพที่เลวร้ายของ ดินฟ้าอากาศ ที่ศูนย์แห่งนี้อย่างแน่นอน

และนี่่จะเป็นอิฐที่เกิดจากความดี ตามคำสอนของพระภูมี ที่จะเป็นกำแพงบุญอันแข็งแกร่งให้แก่ชาวชุมพร ได้พึ่งพิง ในอนาคต

สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนนำมาให้ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามหาศาลยิ่ง เพราะมิใช่นำมาแค่สมุนไพร เพื่อให้เราสู้กับโรค

แต่สิ่งหนึ่งที่แม่ชีเมี้ยนทรงตรัสสอน ว่าพระภูมีทรงชี้ให้เห็นว่า กำแพงกั้นกรรมที่ดีที่สุดนั่นคือ ความดี

สิ่งหนึ่งที่มีค่ามหาศาลที่มาคู่กัน นั่นคือ ธรรมคำสอนของพระภูมี อันจะเป็นสิ่งที่ให้เราท่านได้นำไปปฏิบัติ เป็นบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็น แก่ตน ครอบครัว และคนรอบข้าง จนในที่สุด เมื่อจำนวนคนเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น นั่นคือ สังคมที่กว้างขึ้น จนกลายเป็นประเทศศิวิไลซ์ ที่คนในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนดี มีธรรม อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ฝนฟ้า ตกต้องตามฤดูกาล

หลวงพ่อนิพนธ์จึงยกคำตรัสของแม่ชีเมี้ยน อันเป็นเคล็ดที่ทำให้นอนหลับ และไม่กลัวใครจะทำร้าย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าท่าน นั่นคือ ฟ้าดิน เขาชอบ และปกป้อง คนดี มีธรรม ....






กำหนดการเปิด พอ.สว.

กิจกรรมหยอดตา ก็จัดให้สมาชิกชาวใต้ เช่นเดียวกัน แต่คนหยอดเป็นกรรมการ อาจจะมือสั่นหน่อย ... ช้านิด ...
ชมรมคนรักสุขภาพ ได้จัดขบวน พอ.สว. ที่ วัดถ้ำทะเลทรัพย์

สถานที่ตั้งของวัด แยกเข้ามาจากสามแยกประทิว จ.ชุมพร ประมาณ 7 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัด เป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ชัดเจน

พอ.สว. หรือ พอ.สว" ภาคประชาชน (แผนไทย)  ณ.วัดถ้ำทะเลทรัพย์ เริ่มเปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 นี้ โดยเริ่มเปิดให้สมาชิกยื่นบัตร และรับสมาชิกใหม่ เวลา 6 โมงเช้า

ทั้งนี้กระบวนการดำเนินงาน จะมีการสวดมนต์ และฟังคำสอนจากหลวงพ่อนิพนธ์ เหมือนที่ชมรม

แต่จะงดกิจกรรม ในการเข้ากระโจม เนื่องจากยังไม่พร้อม

จำนวนสมุนไพรที่จัดเตรียมไว้ สำหรับสมาชิกรวมทั้งเก่าและใหม่ จำนวน 800 ชุด

กรณีสมาชิกมีเกินจาก 800 คนให้ลงทะเบียนไว้ก่อน หลวงพ่อนิพนธ์แจ้งว่า เมื่อทราบยอด จะจัดเตรียมเพิ่มให้ในครั้งต่อไป

หากสมาชิกท่านใด ที่ประสงค์จะเข้ากลุ่มสมาชิกเฉพาะโรค คือ มะเร็ง หรือ ไต ต้องเตรียมเอกสารทางการแพทย์เพื่อยืนยันด้วย

สำหรับท่านที่จะมาสมัครใหม่ ให้เตรียมเอกสารเช่นเดียวกับการสมัครที่ชมรมคนรักสุขภาพ นั่นคือ รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และสำเนาเอกสารบัตรประชาชน

และในอนาตตอันใกล้ ชมรมแจ้งว่า คนไข้ที่เป็นหมอฟัน แจ้งความประสงค์ต่อหลวงพ่อนิพนธ์ว่า อยากจะมาร่วมในการออกบริการ พอ.สว. เพื่อบริการฟรีแก่คนไข้

หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ และทำได้ดี นั่นคือ การศัลยกรรม ถือว่าเป็นการร่วมกันทำให้กิจกรรมในด้านสุขภาพ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นั่นหมายความว่า ในอนาคต พอ.สว. (แผนไทย) ของชมรมคนรักสุขภาพ จะดำเนินกิจกรรมทั้งเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพฟัน ให้ฟรี ควบคู่กัน








วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ลงตัว

ก็เป็นอันที่แน่นอนแล้วว่า หลวงพ่อนิพนธ์จะจัดตั้งศูนย์ อันเป็นสาขาแห่งแรกที่ จ.ชุมพร

ประมาณการกันว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ก็คงประมาณครึ่งปี

ในระหว่างที่การก่อตั้งศูนย์ยังไม่แล้วเสร็จ ท่านเจ้าอาวาสวัด "ถ้ำทะเลทรัพย์" ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรมคนรักสุขภาพ ก็ได้อนุญาตให้ใช้สถานที่่ ในการทำกิจกรรมแทนศูนย์ที่จะจัดตั้งขึ้น จนกว่าจะแล้วเสร็จ

ทางชมรมแจ้งแก่สมาชิกภาคใต้ว่า จำนวนที่รับไว้ในครั้งแรก หกร้อยกว่าคนนั้น เพื่อให้เพียงพออย่างแน่นอน จึงได้จัดเตรียมสมุนไพรลงไปให้บริการ จำนวน ๑๐๐๐ ชุด

พร้อมกันนี้ ก็อนุญาตให้เปิดรับจนครบจำนวน

ท่านใดอยู่ใกล้ หรือไปมาที่ศูนย์นี้สะดวก ก็สามารถไปสมัครเป็นสมาชิกได้ที่วัดดังกล่าว และสามารถสอบถามรายละเดียดได้จากทางวัดโดยตรง


โดยชมรมคนรักสุขภาพ แจ้งกำหนดการ การให้บริการที่ศูนย์ภาคใต้ ครั้งต่อไป ที่ จ.ชุมพร

ในวันเสาร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ศกนี้ ณ.ศูนย์ชั่วคราว วัดถ้ำทะเลทรัพย์

สมาชิกทางภาคใต้ และใกล้เคียง สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดวันรับสมัคร และการให้บริการ ได้จากวัดโดยตรง

สมาชิกที่มาใช้บริการ ก็ควรจะแวะไปดูที่ตั้งของศูนย์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไว้ด้วย....



ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44