ด้วยเหตุที่ติดต้องเดินทางไปบิณฑบาตรผลไม้ ที่ จ.ชุมพร หลวงพ่อนิพนธ์ก็ขอเลื่อนการไปเซ็นต์รับที่ดิน ที่ทางพม่าจัดให้ แต่กระนั้นก็ตอบรับในการตั้งศูนย์ในพม่า
หากแต่ความไม่มั่นใจของพม่า หรือจะเป็นที่ความกระตือรือล้น วันพฤหันที่ผ่านมา ท่าน ส.ว. ของพม่า ได้เดินทางมายังชมรม และนำหนังสือมาให้เซ็นต์ถึงชมรม ...
ด้วยเห็นในความต้องการอย่างจริงจังของพม่า คนไข้ชุมพรก็แสดงพลัง จนเราเรียกว่า เป็นการเกทับทางฝ่ายพม่า ในการไปบิณฑบาตรผลไม้ ให้หลวงพ่อนิพนธ์ดู
เริ่มจาก ข่าวการมาเยือนของหลวงพ่อนิพนธ์ คนไข้สารพัน ก็รวมตัวกัน มาเก็บลองกองให้ ในขณะเก็บ ก็คุยกัน และชี้ให้หลวงพ่อนิพนธ์ดู คนโน้นที่ปีนอยู่ นั่นมะเร็งปอด คนที่ปีนกิ่งโน้น นั่นมะเร็งลำไส้ ...
และที่เป็นที่ติดตา ก็คือคนไข้รูมะตอยด์ที่ยังคงต้องนั่งรถเข็น เห็นหลวงพ่อนิพนธ์มา ก็ลืมเจ็บ ลุกขึ้นมาช่วยเก็บลองกองใส่ตะกร้า เดินไปเดินมาได้ทั้งวัน จนต้องทัก นึกได้ ก็กลับไปนั่งรถเข็นต่อ
ตามมาด้วยนายทหารระดับสูง ที่นั่งรถเข็นมาหลายปี ขับรถจี๊บ เดินลงมากราบหลวงพ่อนิพนธ์ เรียนว่าหายแล้วครับ พร้อมกับเล่าเรื่องของตน ที่อารามดีใจเกินเหตุ พอเดินได้ปุ๊บก็เลยรีบไปบอกนาย นายเลยบอกว่า เออดีแล้ว หายแล้วฉันจะย้ายแกไปอยู่สงขลา เล่นเอาวงคนไข้ฮาเลย
หลังจากบิณฑบาตรเสร็จ กลุ่มคนไข้ของชุมพร ก็แสดงความอยากได้ศูนย์ที่ชุมพร โดยเริ่มจากพาดูเนื้อที่ จำนวน ๑๕๐ ไร่ ที่ล้อมรอบด้วยลำธารตลอดพื้นที่ ที่จัดเตรียมยกให้ในการตั้งศูนย์
และก็แสดงพลัง โดยการรวมตัวของคนไข้ นับพันคน พร้อมกับข้อเสนอหากมีการจัดตั้งศูนย์ที่จังหวัดชุมพร แบบเรียกเกทับฝั่้งพม่าเลยก็ว่าได้ นั่นคือ คนไข้ทั้งหมดจะรับหน้าที่จัดหาวัตถุดิบสมุนไพรทุกตัวมาให้ โดยไม่ต้องให้หลวงพ่อนิพนธ์ต้องกังวลในส่วนนี้
เห็นพลังของคนไข้ชุมพรและใกล้เคียง คิดว่า ด้วยน้ำใจอันนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ก็คงยากจะปฏิเสธ ในการตั้งศูนย์เป็นแน่แท้
กลับมาจากชุมพร มาวันพฤหัส ก็มีกรรมการชุดใหญ่ รวมตัวกันมา ร้องขอหลวงพ่อนิพนธ์ ว่า คณะของพวกเขา เป็นคณะของ แถบอีสาน คือ จ.กาฬสินธุ์ อยากจะให้หลวงพ่อนิพนธ์พิจารณาจัดตั้งศูนย์ที่นั่นด้วยเช่นกัน
ไปๆมาๆ ที่อื่น ล้วนเสนอตัว และรู้ดีว่า ข่้อด้อยของสถานที่นี้ คือ การขาดความร่วมมือของคนไข้ โดยเฉพาะวัตถุดิบ กลายมาเป็นข้อเสนอที่หลวงพ่อนิพนธ์ต้องคิดหนัก
วันเวลาผ่านไป ในอดีตที่ผ่านมา ด้วยความอยากทำให้สมุนไพรเป็นที่ยอมรับ จึงต้องกล้ำกลืนกับนิสัยของคนไข้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างล่าช้าและยากลำบาก
มาวันนี้ หลายส่วนอยากได้ อยากมี ล้วนเสนอตัวมา เป็นทางเลือกให้หลวงพ่อนิพนธ์ .... คำพูดเล่นๆจึงแว่วออกมา "ตอนนี้เราไม่ง้อแล้ว ไปทำที่ไหนก็ได้ ที่เขาพร้อมจะสนับสนุน พูดแล้วฟัง ฟังแล้วทำตาม ไม่ต้องมาเหนื่อยกับพวกที่พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียเวลาทั้งคนทำ และคนมา ไม่ได้ผลด้วยกันทั้งคู่"
แค่สวดมนต์ก็ต่างกันลิบลับ ไปดูชุมพรโน่น เวลาเขาฟัง นี่เงียบกริบ เห็นแล้วไม่น่าแปลกใจว่าทำไม คนทางโน้นจึงหายโรคกันจนมากมาย และโจษจัน กลายเป็นที่นิยม
ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พอ.สว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พอ.สว แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556
หยุดไม่อยู่แล้ว
นับจากวินาทีนั้น ถือได้ว่าเป็นการเรียกแขกเลยก็ว่าได้
งานต่างๆ จึงเริ่มไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
และความเติบโต ก็ค่อยๆ ปรากฎให้เห็นเด่นชัด
เริ่มจาก การจัดตั้งศูนย์ที่ จ.ชุมพร ที่กำลังจัดทำอยู่ และมีศูนย์ชั่วคราวอยู่ที่ "วัดถ้ำทะเลทรัพย์" ห่างประมาณ ๗ กิโลเมตร จากแยกปะทิว
ทั้งนี้จะมีการกำหนดระยะเวลา และเกณฑ์ในการประเมินผล พร้อมการตรวจทางการแพทย์ตลอดระยะเวลาของโครงการนี้
นั่นหมายความว่า สถานะของชมรมในขณะนี้ กำลังเดินรอยตามอดีตของถ้ำกระบอก ที่อเมริกาและประเทศยุโรป ร่วมกันจัดคนไข้ยาเสพติด พร้อมรถโมบายทางการแพทย์ ๒ คัน มาร่วม ตรวจสอบผล นั่นเอง
และที่เข้ามาในสัปดาห์นี้ สดๆ ร้อนๆ อันน่าจะเป็นข่าวดีแก่คนชาวอีสาน
เมื่อคณะกรรมการที่เป็นคนไข้ชาวอีสาน ได้ปรึกษาและรวมตัวกัน พร้อมกับหาบุคคลที่มาร่วมกันดำเนินการได้แล้วเสร็จ เป็นที่ลงตัว ในการก่อตั้งศูนย์ ที่ จ.ขอนแก่น
คณะกรรมการกลุ่มนี้ จึงได้ร้องขอหลวงพ่อนิพนธ์ ให้เดินทางไปเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่
ระหว่างนี้ก็ต้องรอคำอนุญาตจากหลวงพ่อนิพนธ์ ที่กำลังพิจารณาถึงความพร้อมของบุคลากร และสมุนไพร การควบคุมดูแล ความเป็นไปได้
หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวเสมอว่า ท่านเหนื่อยคนเดียวเดินทางไป ก็จะเป็นการดีกว่า ให้คนไข้มากมายที่อยู่ไกล ต้องเดินทางมาหา
งานที่กำลังเข้ามาในสัปดาห์หน้า ก็ถือว่าเป็นงานช้างอีกงาน นั่นคือ การอนุญาตให้ สำนักข่าวใหญ่ของออสเตรเลีย ทำหน้าที่ตรวจสอบ และเก็บข้อมูลทั้งหมด จากคนไข้กลุ่มแรกที่จะเข้ามาเข้าคอร์ส โดยร่วมกับคนไข้ชาวสวิสที่เป็น พาร์กินสัน ในการคัดเลือกบุคคล กลุ่มแรก เพื่อที่ทำการทดสอบสมุนไพรอย่างเป็นระบบ เฉกเช่นเดียวกับที่วงการแพทย์ทั่วไปดำเนินการ
ดังนั้น คาดว่า เราท่านก็คงจะได้เห็นศูนย์ที่ จ.ขอนแก่น อุบัติขึ้นในไม่ช้านี้
วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
เสียงสะท้อน
กลับจากทริปชุมพร ในตอน ๕ ทุ่ม คุณอ้อก็ยื่นจดหมายลงทะเบียนให้ฉบับหนึ่ง ซึ่งมาจากคนไข้
เจ้าของ ระบุว่า เขาขอเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนมายังหลวงพ่อนิพนธ์ พิมพ์มาหนึ่งหน้ากระดาษเต็มๆ
เนื้อหาทั้งฉบับ เขียนว่า คนไข้ส่วนใหญ่ไม่พอใจกับ ระบบ ระเบียบ วิธีการที่เป็นอยู่ของชมรม
สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำว่าต้องให้หลวงพ่อนิพนธ์เปลี่ยนแปลง นั่้นคือ การเข้าสวดมนต์ เพราะคนป่วยส่วนใหญ่ ไม่อยากเข้าร่วม
หรือ หากจะให้เข้าร่วม ก็ต้องไม่เกินสิบนาที
เหตุผลที่เขายกมา คือ หลวงพ่อนิพนธ์ นำคนป่วยมาทรมาน นั่งหลังขดหลังแข็ง ถึงสองชั่วโมง นานเกินไป และที่สำคัญที่เขาเน้น คือ หลวงพ่อนิพนธ์ พูดไม่รู้เรื่อง พูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนไข้จำนวนมาก เป็นลม ทุกครั้ง
และอื่นๆ อีกมากมาย
หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า สิ่งนี้คงทำให้ไม่ได้ เพราะเป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติ ของหลัก "ตนพึ่งตน"
หากแต่บุคคลดังกล่าว รวมทั้งกลุ่มคนป่วยทั้งหมด ที่ให้เขาเป็นตัวแทนในการเขียนมา มีความต้องการเช่นนั้นจริง ก็จะจัดโซนพิเศษให้ มีบัตรที่ไม่ต้องมาเข้าร่วมกิจกรรม สวดมนต์ นั่งฟังท่านพูด มาถึงก็สามารถ อบตัว ทานสมุนไพรมะพร้าว รับสมุนไพร กลับบ้านได้เลย
ขอให้รวมตัวกันมา แล้วยื่นรายชื่อให้หลวงพ่อนิพนธ์ เพื่อขอสิทธิ์นั้น
หากแต่สิ่งที่หลวงพ่อนิพนธ์ออกตัวไว้ก่อน ต่อคนไข้กลุ่มนี้นั่นคือ อยากทาน ทานไป แต่ท่านจะไม่รับผิดชอบต่อผลของสมุนไพรใดๆ ทั้งสิ้น
ความรับผิดชอบ มีเฉพาะบุคคลที่เดินตาม เท่านั้น ... ไม่ก้าวข้ามไปยังบุคคลที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ จะมาเดินตาม และไม่บังคับ เฉกเช่นพระพุทธเจ้า ที่ทำรอยไว้ "ธรรมของท่านใช้ได้กับสาวก แปดหมื่นสี่พันเท่านั้น" คนที่ไม่ชอบ ไม่เอา ก็ควรไปเดินในทางที่ชอบ จะดีที่สุด
เพราะทางเส้นนี้ ไม่มีวันที่ท่านจะประสพความสำเร็จอย่างแน่นอน
เจ้าของ ระบุว่า เขาขอเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนมายังหลวงพ่อนิพนธ์ พิมพ์มาหนึ่งหน้ากระดาษเต็มๆ
เนื้อหาทั้งฉบับ เขียนว่า คนไข้ส่วนใหญ่ไม่พอใจกับ ระบบ ระเบียบ วิธีการที่เป็นอยู่ของชมรม
สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำว่าต้องให้หลวงพ่อนิพนธ์เปลี่ยนแปลง นั่้นคือ การเข้าสวดมนต์ เพราะคนป่วยส่วนใหญ่ ไม่อยากเข้าร่วม
หรือ หากจะให้เข้าร่วม ก็ต้องไม่เกินสิบนาที
เหตุผลที่เขายกมา คือ หลวงพ่อนิพนธ์ นำคนป่วยมาทรมาน นั่งหลังขดหลังแข็ง ถึงสองชั่วโมง นานเกินไป และที่สำคัญที่เขาเน้น คือ หลวงพ่อนิพนธ์ พูดไม่รู้เรื่อง พูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนไข้จำนวนมาก เป็นลม ทุกครั้ง
และอื่นๆ อีกมากมาย
หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า สิ่งนี้คงทำให้ไม่ได้ เพราะเป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติ ของหลัก "ตนพึ่งตน"
หากแต่บุคคลดังกล่าว รวมทั้งกลุ่มคนป่วยทั้งหมด ที่ให้เขาเป็นตัวแทนในการเขียนมา มีความต้องการเช่นนั้นจริง ก็จะจัดโซนพิเศษให้ มีบัตรที่ไม่ต้องมาเข้าร่วมกิจกรรม สวดมนต์ นั่งฟังท่านพูด มาถึงก็สามารถ อบตัว ทานสมุนไพรมะพร้าว รับสมุนไพร กลับบ้านได้เลย
ขอให้รวมตัวกันมา แล้วยื่นรายชื่อให้หลวงพ่อนิพนธ์ เพื่อขอสิทธิ์นั้น
หากแต่สิ่งที่หลวงพ่อนิพนธ์ออกตัวไว้ก่อน ต่อคนไข้กลุ่มนี้นั่นคือ อยากทาน ทานไป แต่ท่านจะไม่รับผิดชอบต่อผลของสมุนไพรใดๆ ทั้งสิ้น
ความรับผิดชอบ มีเฉพาะบุคคลที่เดินตาม เท่านั้น ... ไม่ก้าวข้ามไปยังบุคคลที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ จะมาเดินตาม และไม่บังคับ เฉกเช่นพระพุทธเจ้า ที่ทำรอยไว้ "ธรรมของท่านใช้ได้กับสาวก แปดหมื่นสี่พันเท่านั้น" คนที่ไม่ชอบ ไม่เอา ก็ควรไปเดินในทางที่ชอบ จะดีที่สุด
เพราะทางเส้นนี้ ไม่มีวันที่ท่านจะประสพความสำเร็จอย่างแน่นอน
ทริป พอ.สว. (แผนไทย) ชุมพร
![]() |
| พอ.สว. (แผนไทย) ชุมพร |
การออกไปให้บริการของชมรมคนรักสุขภาพ ณ ศูนย์ชั่วคราว "วัดถ้ำทะเลทรัพย์" จ.ชุมพร
นำโดยหลวงพ่อนิพนธ์ และผู้ติดตามประมาณ ๔๐ คน
อันได้แก่ คณะกรรมการ ที่ไปดูภาพ และเหตุการณ์จริง ณ ศูนย์แห่งนี้ นำโดย พลเอกวัฒนชัย ฉายเหมือนวงศ์ พลเอกณรงค์ จารุเศรณี และคณะ
ตลอดรายทาง ต้องแวะสถานที่ต่างๆ มากมาย กว่าจะถึงชุมพร
เนื่องด้วย เหล่าสมาชิกของชุมพร และบริเวณใกล้เคียง ได้เรียนขอให้หลวงพ่อนิพนธ์ แวะเข้าไปยังที่ของพวกเขานั่นเอง
ด้วยพวกเขาเหล่านั้น ปรึกษาและเล็งเห็นว่า พื้นที่ของพวกเขา ส่วนใหญ่จะทำสวนปาล์มกัน ซึ่งเป็นพืชที่ใช้พื้นที่ระหว่างต้นมาก และจะมีร่องน้ำขนาดใหญ่
แม้นจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หากแต่ในอนาคต เมื่อเหล่าสมาชิกทุกคน ร่วมมือร่วมใจ เราท่านคงได้เห็นโรงทานของชมรม ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบ ที่มาจากมวลสมาชิก ตั้งใจปลูก แล้วเก็บมากองรวมกัน ในโรงทาน เพื่อแปลงเป็นสมุนไพร แจกจ่ายให้แก่คนป่วย ....
จึงตกลงกันว่า น่าจะใช้พื้นที่เหล่านี้ในการปลูกพืชสมุนไพรที่ชมรมต้องการ จึงร้องขอให้หลวงพ่อนิพนธ์เข้าไปยังพื้นที่ สวนปาล์มของพวกเขา เพื่อชี้กำหนดว่า ร่องไหนควรจะปลูกอะไรอย่างไร
หลวงพ่อนิพนธ์ จึงต้องพาคณะเข้าไปยังทุกพื้นที่ ที่เจ้าของสวนมีความประสงค์เช่นนี้ นับไปก็เกือบสิบสวน กว่าจะถึงชุมพร จึงเกือบเย็น ทั้งที่ออกจากเมืองกาญจน์ แต่เช้าตรู่
แม้นจะเหนื่อย แต่หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า สมุนไพรมงคล ควรจะมีรากฐานที่มา จากการให้ จึงจะสมบูรณ์ที่สุด เฉกเช่นเดียวกับที่ชาวชุมพรให้มะพร้าว เมื่อนำมาทำเป็นสมุนไพรมะพร้าว แล้วให้คนป่วยทาน นั่นแหละ เป็นสมุนไพรมะพร้าวที่สมบูรณ์ ด้วยมีบทเริ่มจากการให้ของพระภูมี ถ่ายทอดมาโดยการให้จากแม่ชีเมี้ยน มาทำให้ด้วยมือหลวงพ่อนิพนธ์ .... อันเป็นรากฐาน บทเริ่มนิยามของคำว่า "เมตตา ค้ำจุนโลก" นั่นเอง
สมุนไพร ที่เกิดจากพลังเช่นนี้ แม่ชีเมี้ยนตรัสเรียกว่า "พลังสามัคคี" อันจะก่อให้สมุนไพร มีคุณค่ามหาศาล สุดประมาณ
มิใช่แค่สมุนไพร
ไม่ว่าใครจะกล่าวเช่นไร ใครว่าวิธีสร้างสิ่งต่างๆ มากันภัย ก็ทำไม่ได้หรอก อะไรไม่สามารถเป็นกำแพงกั้นกรรมเลย ให้ทุ่มงบมหาศาลเพียงใด ก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะอเมริกาเขาพิสูจน์มาแล้ว ลองมาแล้ว เจอเฮอริเคนวันใด ก็ฉิบหายวันนั้น ไม่มีอะไรหยุดได้เลย
ด้วยเหตุข้อนี้เอง การไปตั้งศูนย์ที่ชุมพร จึงมิใช่เพียงแค่อำนวยความสะดวกแก่ชาวใต้ สิ่งนั้นเป็นเรื่องรอง หากแต่หลวงพ่อนิพนธ์ใช้เหตุผลข้อนี้ เพื่อนำสถานที่สร้างกำแพงบุญ ไปตั้งที่แผ่นดินทางใต้ของไทยต่างหาก ถ้าคนที่นั่นเชื่อและทำตามแนวทางของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา นั่นย่อมหมายความว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นนี้ จะเป็นกำแพงกันพายุ และเภทภัยแก่คนพื้นที่นั้นได้เป็นอย่างดี รวมทั้งฝนฟ้า ก็จะกลับมีแต่คุณ ....
ความพิสูจน์ข้อนี้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงเลือกมาตั้งชมรมคนรักสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี ก็เพื่อให้น้ำหนักของบุญ ทับรอยเลือนที่นี่ไว้นั้นเอง จนปัจจุบันกลายเป็นรอยเลื่อนที่ไม่มีพิษไม่มีภัยใดๆ
อย่างน้อยแววอันนี้ก็ปรากฏในแผ่นดินชุมพรให้เห็น จากสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีผู้หญิงวัยกลางคนสองคนเดินจูงมือเข้ามาหาหลวงพ่อนิพนธ์
ทั้งสองเล่าประวัติว่า ครอบครัวของเธอทั้งสอง เรียกว่า เกาเหลาไม่กินเส้นกันมานานนับหลายสิบปี อันเนื่องจากมีที่ดินติดกัน และเกิดทะเลาวิวาทกัน ระหว่างครอบครัว กันมานานนม เหตุเพียงแค่การปลูกต้นไม้ หรือมีต้นไม้ ยื่นล้ำที่กันไปมา
ความรุนแรงเริ่มเพิ่มมากขึ้นกันทีละน้อย จนกลายเป็นความอาฆาตจ้องทำร้าย และระแวงซึ่งกันและกัน ในสองครอบครัว จนอาจถึงแก่การทำร้ายจนถึงชีวิตได้ในอนาคต เรียกว่า มองหน้ากันไม่ติด
หากแต่พรหมลิขิต อาจจะเล่นกลกับครอบครัวทั้งสอง เมื่อทั้งสองต่างก็มีโรค แล้วก็บันดาลให้มาตามเส้นทางของแต่ละคน ตามพวกของตนแนะนำมา สองครอบครัวมาเจอกันที่ชมรมคนรักสุขภาพ มาทานสมุนไพรหม้อเดียวกัน
ผ่านวัน ผ่านเดือนไป ของการทานสมุนไพร และฟังคำสอน ในที่สุด ทั้งสองครอบครัว ก็มาตกลงกัน ปรับเปลี่ยนท่าที เดินจูงมือมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วต่างอโหสิ ซึ่งกันและกัน ไม่ถือสาหาความ เรื่องต้นไม้ หรือเรื่องที่กระทบกระทั่งกันในอดีตอีก ต่อไป โดยให้คำสัญญาต่อหน้าหลวงพ่อนิพนธ์
เมื่อประกายความดี เริ่มจุดขึ้นจากจุดเล็กๆเช่นนี้ ในชุมพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวท้าทายว่า หากคนที่ชุมพรทำได้เช่นนี้ทั้งหมด กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่า จะไม่มีพายุใดแผ่วพานมายังศูนย์แห่งนี้ หรือ สภาพที่เลวร้ายของ ดินฟ้าอากาศ ที่ศูนย์แห่งนี้อย่างแน่นอน
และนี่่จะเป็นอิฐที่เกิดจากความดี ตามคำสอนของพระภูมี ที่จะเป็นกำแพงบุญอันแข็งแกร่งให้แก่ชาวชุมพร ได้พึ่งพิง ในอนาคต
สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนนำมาให้ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามหาศาลยิ่ง เพราะมิใช่นำมาแค่สมุนไพร เพื่อให้เราสู้กับโรค
แต่สิ่งหนึ่งที่แม่ชีเมี้ยนทรงตรัสสอน ว่าพระภูมีทรงชี้ให้เห็นว่า กำแพงกั้นกรรมที่ดีที่สุดนั่นคือ ความดี
สิ่งหนึ่งที่มีค่ามหาศาลที่มาคู่กัน นั่นคือ ธรรมคำสอนของพระภูมี อันจะเป็นสิ่งที่ให้เราท่านได้นำไปปฏิบัติ เป็นบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็น แก่ตน ครอบครัว และคนรอบข้าง จนในที่สุด เมื่อจำนวนคนเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น นั่นคือ สังคมที่กว้างขึ้น จนกลายเป็นประเทศศิวิไลซ์ ที่คนในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนดี มีธรรม อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ฝนฟ้า ตกต้องตามฤดูกาล
หลวงพ่อนิพนธ์จึงยกคำตรัสของแม่ชีเมี้ยน อันเป็นเคล็ดที่ทำให้นอนหลับ และไม่กลัวใครจะทำร้าย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าท่าน นั่นคือ ฟ้าดิน เขาชอบ และปกป้อง คนดี มีธรรม ....
ด้วยเหตุข้อนี้เอง การไปตั้งศูนย์ที่ชุมพร จึงมิใช่เพียงแค่อำนวยความสะดวกแก่ชาวใต้ สิ่งนั้นเป็นเรื่องรอง หากแต่หลวงพ่อนิพนธ์ใช้เหตุผลข้อนี้ เพื่อนำสถานที่สร้างกำแพงบุญ ไปตั้งที่แผ่นดินทางใต้ของไทยต่างหาก ถ้าคนที่นั่นเชื่อและทำตามแนวทางของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา นั่นย่อมหมายความว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นนี้ จะเป็นกำแพงกันพายุ และเภทภัยแก่คนพื้นที่นั้นได้เป็นอย่างดี รวมทั้งฝนฟ้า ก็จะกลับมีแต่คุณ ....
ความพิสูจน์ข้อนี้ หลวงพ่อนิพนธ์จึงเลือกมาตั้งชมรมคนรักสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี ก็เพื่อให้น้ำหนักของบุญ ทับรอยเลือนที่นี่ไว้นั้นเอง จนปัจจุบันกลายเป็นรอยเลื่อนที่ไม่มีพิษไม่มีภัยใดๆ
อย่างน้อยแววอันนี้ก็ปรากฏในแผ่นดินชุมพรให้เห็น จากสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีผู้หญิงวัยกลางคนสองคนเดินจูงมือเข้ามาหาหลวงพ่อนิพนธ์
ทั้งสองเล่าประวัติว่า ครอบครัวของเธอทั้งสอง เรียกว่า เกาเหลาไม่กินเส้นกันมานานนับหลายสิบปี อันเนื่องจากมีที่ดินติดกัน และเกิดทะเลาวิวาทกัน ระหว่างครอบครัว กันมานานนม เหตุเพียงแค่การปลูกต้นไม้ หรือมีต้นไม้ ยื่นล้ำที่กันไปมา
ความรุนแรงเริ่มเพิ่มมากขึ้นกันทีละน้อย จนกลายเป็นความอาฆาตจ้องทำร้าย และระแวงซึ่งกันและกัน ในสองครอบครัว จนอาจถึงแก่การทำร้ายจนถึงชีวิตได้ในอนาคต เรียกว่า มองหน้ากันไม่ติด
หากแต่พรหมลิขิต อาจจะเล่นกลกับครอบครัวทั้งสอง เมื่อทั้งสองต่างก็มีโรค แล้วก็บันดาลให้มาตามเส้นทางของแต่ละคน ตามพวกของตนแนะนำมา สองครอบครัวมาเจอกันที่ชมรมคนรักสุขภาพ มาทานสมุนไพรหม้อเดียวกัน
ผ่านวัน ผ่านเดือนไป ของการทานสมุนไพร และฟังคำสอน ในที่สุด ทั้งสองครอบครัว ก็มาตกลงกัน ปรับเปลี่ยนท่าที เดินจูงมือมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ แล้วต่างอโหสิ ซึ่งกันและกัน ไม่ถือสาหาความ เรื่องต้นไม้ หรือเรื่องที่กระทบกระทั่งกันในอดีตอีก ต่อไป โดยให้คำสัญญาต่อหน้าหลวงพ่อนิพนธ์
เมื่อประกายความดี เริ่มจุดขึ้นจากจุดเล็กๆเช่นนี้ ในชุมพร หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวท้าทายว่า หากคนที่ชุมพรทำได้เช่นนี้ทั้งหมด กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่า จะไม่มีพายุใดแผ่วพานมายังศูนย์แห่งนี้ หรือ สภาพที่เลวร้ายของ ดินฟ้าอากาศ ที่ศูนย์แห่งนี้อย่างแน่นอน
และนี่่จะเป็นอิฐที่เกิดจากความดี ตามคำสอนของพระภูมี ที่จะเป็นกำแพงบุญอันแข็งแกร่งให้แก่ชาวชุมพร ได้พึ่งพิง ในอนาคต
สิ่งที่แม่ชีเมี้ยนนำมาให้ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามหาศาลยิ่ง เพราะมิใช่นำมาแค่สมุนไพร เพื่อให้เราสู้กับโรค
แต่สิ่งหนึ่งที่แม่ชีเมี้ยนทรงตรัสสอน ว่าพระภูมีทรงชี้ให้เห็นว่า กำแพงกั้นกรรมที่ดีที่สุดนั่นคือ ความดี
สิ่งหนึ่งที่มีค่ามหาศาลที่มาคู่กัน นั่นคือ ธรรมคำสอนของพระภูมี อันจะเป็นสิ่งที่ให้เราท่านได้นำไปปฏิบัติ เป็นบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็น แก่ตน ครอบครัว และคนรอบข้าง จนในที่สุด เมื่อจำนวนคนเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น นั่นคือ สังคมที่กว้างขึ้น จนกลายเป็นประเทศศิวิไลซ์ ที่คนในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนดี มีธรรม อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ฝนฟ้า ตกต้องตามฤดูกาล
หลวงพ่อนิพนธ์จึงยกคำตรัสของแม่ชีเมี้ยน อันเป็นเคล็ดที่ทำให้นอนหลับ และไม่กลัวใครจะทำร้าย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าท่าน นั่นคือ ฟ้าดิน เขาชอบ และปกป้อง คนดี มีธรรม ....
กำหนดการเปิด พอ.สว.
![]() |
| กิจกรรมหยอดตา ก็จัดให้สมาชิกชาวใต้ เช่นเดียวกัน แต่คนหยอดเป็นกรรมการ อาจจะมือสั่นหน่อย ... ช้านิด ... |
ชมรมคนรักสุขภาพ ได้จัดขบวน พอ.สว. ที่ วัดถ้ำทะเลทรัพย์
สถานที่ตั้งของวัด แยกเข้ามาจากสามแยกประทิว จ.ชุมพร ประมาณ 7 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัด เป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ชัดเจน
พอ.สว. หรือ พอ.สว" ภาคประชาชน (แผนไทย) ณ.วัดถ้ำทะเลทรัพย์ เริ่มเปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 นี้ โดยเริ่มเปิดให้สมาชิกยื่นบัตร และรับสมาชิกใหม่ เวลา 6 โมงเช้า
สถานที่ตั้งของวัด แยกเข้ามาจากสามแยกประทิว จ.ชุมพร ประมาณ 7 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัด เป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ชัดเจน
พอ.สว. หรือ พอ.สว" ภาคประชาชน (แผนไทย) ณ.วัดถ้ำทะเลทรัพย์ เริ่มเปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 นี้ โดยเริ่มเปิดให้สมาชิกยื่นบัตร และรับสมาชิกใหม่ เวลา 6 โมงเช้า
ทั้งนี้กระบวนการดำเนินงาน จะมีการสวดมนต์ และฟังคำสอนจากหลวงพ่อนิพนธ์ เหมือนที่ชมรม
แต่จะงดกิจกรรม ในการเข้ากระโจม เนื่องจากยังไม่พร้อม
จำนวนสมุนไพรที่จัดเตรียมไว้ สำหรับสมาชิกรวมทั้งเก่าและใหม่ จำนวน 800 ชุด
กรณีสมาชิกมีเกินจาก 800 คนให้ลงทะเบียนไว้ก่อน หลวงพ่อนิพนธ์แจ้งว่า เมื่อทราบยอด จะจัดเตรียมเพิ่มให้ในครั้งต่อไป
หากสมาชิกท่านใด ที่ประสงค์จะเข้ากลุ่มสมาชิกเฉพาะโรค คือ มะเร็ง หรือ ไต ต้องเตรียมเอกสารทางการแพทย์เพื่อยืนยันด้วย
สำหรับท่านที่จะมาสมัครใหม่ ให้เตรียมเอกสารเช่นเดียวกับการสมัครที่ชมรมคนรักสุขภาพ นั่นคือ รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และสำเนาเอกสารบัตรประชาชน
และในอนาตตอันใกล้ ชมรมแจ้งว่า คนไข้ที่เป็นหมอฟัน แจ้งความประสงค์ต่อหลวงพ่อนิพนธ์ว่า อยากจะมาร่วมในการออกบริการ พอ.สว. เพื่อบริการฟรีแก่คนไข้
หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ และทำได้ดี นั่นคือ การศัลยกรรม ถือว่าเป็นการร่วมกันทำให้กิจกรรมในด้านสุขภาพ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
นั่นหมายความว่า ในอนาคต พอ.สว. (แผนไทย) ของชมรมคนรักสุขภาพ จะดำเนินกิจกรรมทั้งเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพฟัน ให้ฟรี ควบคู่กัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

