แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารสเตียรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารสเตียรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตบะแตก


ทางเลือกสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน จะประสพผลต้องอาศัยเหตุและผล เป็นสำคัญ ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อให้มีน้ำหนัก ก่อให้เกิดความมุ่งมั่น ขันติ และอดทน ด้วยสิ่งที่กำลังต่อสู้คือกรรม ที่ซึ่งมีเล่ห์กล และรูปแบบหลากหลาย เพื่อจะมาเป็นกิเลสดึงเราไม่ให้พ้นจากการเป็นทาส

หากเราประมาท และหย่อนยาน โอกาสที่จะเดินเข้าประตูสวรรค์ ที่แม้จะเหลือแค่เพียงก้าวเดียวก็ถึงแล้วก็มีสิทธิ์หลุดลอยได้

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงได้เล่าถึงคนไข้เบาหวานท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมการ และมีฐานะค่อนข้างดี มีหน้ามีตาในสังคม

สภาพของเขา ก่อนที่จะมาที่ชมรม อาการที่ปรากฎเห็นได้ชัด คือ เท้าจะมีสีดำขึ้นมาจนถึงหน้าแข้ง และเกิดอาการขาแข็ง ดังนั้นจึงต้องพึ่งการฉีดเสตียรอยด์ เพื่อให้ขาอ่อนลง จึงไปไหนมาไหนได้ และต้องทานยาเป็นกำ ทุกวัน

ครั้นได้ข่าวชมรม ด้วยความที่ทราบดีว่าหนทางที่เดินอยู่ มีแต่จะเลวร้ายลง จึงคิดจะใช้แนวทางสมุนไพร

หลวงพ่อนิพนธ์ทราบดีว่า คนที่มีสถานะเช่นนี้ มักจะมีความกลัวมากกว่าชาวบ้านทั่วไป ดังนั้น กระบวนการทุกขั้นตอนที่จะพึงเกิด จึงต้องบอกกล่าวให้ฟังเป็นระยะ

เริ่มจาก อาการที่จะพึงเกิดในระยะแรก หลังจากให้หยุดยาเคมี และเสตียรอยด์ รวมทั้งอาการที่จะพึงเกิดจากเบาหวาน

สิ่งที่ตามมา ที่หลวงพ่อนิพนธ์บอกกล่าว นั่นคือ เมื่อทานสมุนไพรไปได้ระยะหนึ่ง ร่างกายมีความสามารถฟื้นฟูตนเอง ก็จะเกิดแผลเพื่อเป็นหนทางระบายน้ำหนอง ที่เห็นเป็นสีดำที่บริเวณเท้าจนถึงหน้าแข้ง รวมทั้งพังพืดที่ก่อตัว

คนไข้ท่านนี้ก็ใช้เวลาทานสมุนไพรระยะหนึ่ง จนเกิดแผลที่นิ้วที่สองของเท้า ตามคำบอก ซึ่งหลวงพ่อนิพนธ์ก็ได้จัดสมุนไพรเพื่อดูดหนอง และพังพืดออกให้

จวบจนเวลาผ่านไปหนึ่งปี บริเวณที่เป็นสีดำก็ลดจนเกือบหมด อีกทั้งวันเวลาที่ผ่านมา คนไข้ก็พอใจ เพราะไม่ต้องทานยาเคมี และฉีดเสตียรอยด์อีกเลย

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนไข้เป็นกังวล นั่นคือแผลที่นิ้วซึ่งยังคงไม่ปิด

หลวงพ่อนิพนธ์ก็ให้เหตุผลว่า เป็นด้วยเหตุที่ร่างกายยังรีดของเสียออกไม่หมดนั่นเอง ดังนั้นจึงยังไม่ควรทำให้แผลดังกล่าวปิดลงด้วยสมุนไพรสมานแผล ควรรอจนกว่าของเสียหมดจะดีกว่า

ด้วยความที่เป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม เพื่อนฝูงมากมาย ที่ต้องเจอะเจอ จึงได้ยินคำพูดวันแล้ววันเล่า ว่าทำไมจึงมาเชื่อหมอผี เชื่อสมุนไพร หมอปัจจุบันเก่งๆ เยอะแยะ ดูซิ ตอนมาก็มาเท้าปกติ มาใช้วิธีนี้ จนทำให้นิ้วเป็นแผล แผลแค่นี้หมอเก่งๆ รักษา ไม่นานก็หายแล้ว

น้ำเซาะหินทุกวันหินยังกร่อน ความเชื่อที่ไม่มีเหตุและผลเป็นน้ำหนักทับเอาไว้ ไม่นานก็ถูกโยกคลอน แม้นสภาพที่กลับมาเดินได้ เท้ากลับมาขาวเหมือนเดิม ไม่ต้องพึ่งยาเคมี และเสตียรอยด์ มาเป็นปี ก็เบาเหมือนปุยนุ่นด้วยลมปากของคนอื่น

เขาจึงหยุดสมุนไพร แล้วหันไปหาหมอที่เพื่อนฝูงแนะนำ ด้วยความต้องการให้แผลที่นิ้วที่สองของเท้านั้นหาย เพื่อเดินได้สะดวก

ความจริงก็คือความจริง ผ่านไปสามเดือน ของการรักษาด้วยหมอแผนปัจจุบัน เขาต้องถูกตัดนิ้วเท้าไป ๓ นิ้ว พร้อมกับการไม่กล้ากลับมาสู้หน้าหลวงพ่อนิพนธ์ แม้ปัจจุบัน ผลจากการทานสมุนไพร เป็นปี ก็ทำให้เขาอยู่ได้โดยไม่ต้องฉีดเสตียรอยด์อีก แต่ก็ทานยาเคมีของหมอ พร้อมกับใช้ไม้เท้าช่วยเดิน เพราะการสูญเสียนิ้วเท้าไปทำให้การเดินของเขาเสียศูนย์

แลเหตุใหญ่ใจความที่ประการหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจไปตามคำแนะนำของพรรคพวก นั่นคือ ความปวด

หลวงพ่อนิพนธ์ได้อธิบายแก่เขาว่า เมื่อร่างกายไล่ของเสียออก ผลที่เกิดคือ อาการที่ไม่เคยรู้สึกเนื่องจากของเสียนั้นทำลายประสาทไป จะเริ่มฟื้นฟูกลับคืนมาอีกครั้ง ดังนั้น จะมีอาการปวดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

เมื่อใดที่มีอาการปวด นั่นหมายถึงอาการของเราใกล้จะหายแล้ว รอจนกว่าเซลล์ต่างๆ ฟื้นฟูเต็มที่ แล้วสู้อาการปวดได้ นั่นคือหายเบาหวานแล้ว แผลที่นิ้วก็จะเริ่มปิดเอง

แต่ท้ายที่สุด ผลของการกอบกู้ตนเองมาหนึ่งปี ก็ล้มไม่เป็นท่า แลเมื่อล้มแล้ว ก็ยากที่จะบากหน้ากลับมาหาหลวงพ่อนิพนธ์อีกครั้ง ได้แต่ฝากคำขอโทษ และเสียใจ

การฟังคำสอนทุกวัน จึงมีค่าอย่างยิ่ง และต้องฟังให้เกิดน้ำหนัก เพราะวันหนึ่ง เมื่อถึงวันตัดสินรอดไม่รอด คือ ลงแดง เราท่านจะได้เกิดมานะ มีขันติ และอดทน ต่อสู้อาการที่เกิด และรอจนร่างกายสามารถเอาชนะได้ โดยไม่ต้องอาศัยยาเคมีใดๆ

นั่นจึงต้องอาศัย "ตนพึ่งตน" บนรากฐานของเหตุและผล จึงจะประสพความสำเร็จ

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักกล่าวว่า แนวทางนี้ "ไม่ผ่านนรก จะเข้าประตูสวรรค์ ได้โดยวิธีใด" จึงต้องใช้สติของพระภูมี นั่นคือ "ทุกข์วันนี้ สุขวันหน้า"

หลายต่อหลายคน ที่เมื่อทานสมุนไพรมาจนร่างกายมีความพร้อม ร่างกายก็จะต่อสู้กับโรค อาการของโรคก็จะปรากฎ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่กลับเป็นทุกข์ และหนีอาการกลับไปหาหมอ เพื่อใช้เคมีระงับอาการนั้นเสีย .... เป็นเรื่องน่าเสียดาย วันเวลา และโอกาสที่จะหาย อย่างยิ่ง

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

บอกหรือปกปิด กันแน่


พบสเตียรอยด์ระบาดหนักในยาแผนโบราณ-อาหารเสริม ผนึกเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์-ชมรมเภสัชชนบท อย.หามาตรการป้องกัน เร่งพัฒนาระบบเฝ้าระวังการกระจายสเตียรอยด์ เตือนผู้บริโภคระวังตกเป็นเหยื่อไม่รู้ตัว เสี่ยงตายหากใช้ต่อเนื่อง

วันนี้ (19 มี.ค.) ที่โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ ผศ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “สภาพปัญหาและผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากการใช้สเตียรอยด์ ” ว่า ปัจจุบันการใช้ยาของผู้บริโภค มีทางเลือกที่หลากหลาย ซึ่งยาแผนโบราณถือว่าได้รับความนิยมมากขึ้น และมีการผลิตออกมาจำหน่ายจำนวนมาก โดยผู้บริโภคจำนวนหนึ่ง เห็นว่า ยาแผนโบราณน่าจะมีความปลอดภัยมากกว่ายาแผนปัจจุบัน แต่สิ่งที่ผู้บริโภคยังไม่ตระหนัก คือ สารปลอมปนในยาแผนโบราณ โดยเฉพาะยาที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือแม้กระทั่งยาสมุนไพรชนิดที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณก็มีการปลอมปนเช่นกัน

 “ การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการกระจายสารสเตียรอยด์ในยา ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ชมรมเภสัชชนบท เครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เครือข่ายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เครือข่ายภาคประชาชน จะร่วมหารือกับ อย.เพื่อร่วมสร้างระบบเฝ้าระวังการกระจายสารสเตียรอยด์ ให้มีความเข้มแข็งขึ้น เพื่อป้องกันการนำสารสเตียรอยด์เติมลงในยาอย่างไม่มีการควบคุม ” ผศ.ดร.ยุพดี กล่าว

น.ส.จารุวรรณ ลิ้มสัจจะสกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 4 จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จากโครงการเฝ้าระวังคุณภาพยาที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ระหว่างปี 2548-2552 ได้ตรวจตัวอย่างยาสมุนไพรทั้งหมด 626 ตัวอย่าง พบว่า
ในปี 2548 มียาที่มีการปลอมปนสารสเตียรอยด์ อยู่ที่ 30.5%
ปี 2549 อยู่ที่ 41.8%
ปี 2550 อยู่ที่ 40.8%
ปี 2551 อยู่ที่ 18.7% และ
ปี 2552 ลดลงอยู่ที่ 12.7%
ทั้งนี้ สารสเตียรอยด์ ถือเป็นยาควบคุมพิเศษที่มีอันตรายสูง มักพบการเติมลงในยาแผนโบราณ ประเภท ยาลูกกลอน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายทั่วไป ซึ่งหากประชาชนรับประทานยาแผนโบราณดังกล่าว ที่มีการปนเปื้อนของสารสเตียรอยด์ จะส่งผลเสียต่อร่างกายคือ ทำให้กระเพาะอาหารทะลุ กระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดการสะสมไขมันผิดที่ และไตวาย เป็นต้น

เราอยากจะบอกว่า การกล่าวอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์กับผู้ใดเลย อย่าทำให้เสียงบประมาณแผ่นดินเลย เพราะเห็นได้ชัดว่า ทำเพื่อจุดประสงค์ใด

ถ้าเสียงเราดังถึงท่าน ไม่ว่าวิธีใด เราขอให้ท่านที่ทำงานดังกล่าว กรุณาให้ข้อมูลที่เด่นชัด ว่า สมุนไพรที่ตรวจพบดังกล่าว มีชื่อยี่ห้ออะไร ใครผลิต ใครเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นไปได้ ให้สถานีโทรทัศน์ประกาศออกเลยได้ยิ่งดี จะมีประโยชน์แก่พี่น้องชาวไทยมาก

พี่น้องชาวไทย จะได้เลือกใช้ และปลอดภัย แต่หากกล่าวเช่นนี้ ย่อมยากที่จะเลี่ยงว่า ทำเพื่อรับใช้ต่างชาติพ้นไม่ เพราะหากตรวจจริงแล้ว ก็จะพบว่า ยาเคมีที่ผสมเสตียรอยด์ มีขายดาษดื่นในประเทศเฉกเช่นเดียวกัน

เราหวังว่า วันหนึ่ง คนเหล่านี้ จะใช้สำนึกของคุณธรรมที่มี กล้าที่จะพูดความจริง กล้าที่จะทำสิ่งที่ถูก เพื่อพี่น้องชาวไทยเรา ไม่ต้องหลงเชื่อโฆษณา แล้วไปซื้อหามารับประทาน ไม่ต้องเสียเงินให้หมอ แล้วได้ยาที่ทำร้ายตนเองกลับบ้าน

เปิดซะทีเถอะ ทีวีช่องที่ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับประชาชน ว่าอาหาร ยา สมุนไพร ชนิดใด มีอันตรายแบบไหนอย่างไร นึกว่าทำบุญ อย่าเห็นแก่เงินแล้วร่วมทำบาปอีกเลย

กินจนตายไปเป็นเบื่อ จนเจ้าของกิจการเขาละอาย จนต้องประกาศ "ต่อไป น้ำอัดลมที่เราผลิต จะลดสารที่ก่อมะเร็ง ให้น้อยลง" คนไทยเอ๋ย จะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานซักเท่าใด

แล้วพระราชดำรัสของในหลวง ที่ให้กันคนชั่ว สนับสนุนคนดี เอาไปไว้ไหนกัน ..... ทำซะทีเถอะ ... ซ้ายก็ไทย ขวาก็ไทย... อย่าฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครองเลย

ไม่ต้องหามาตรการหรอกท่าน ตรวจแล้วประกาศทุกวัน ออกทีวี ก็พอแล้ว หามานานแล้วมาตรการน่ะ จนป่านนี้ยังหาไม่เจอเลย

เขาโฆษณาขายทุกวัน พวกคุณรู้ แล้วไม่บอก หมายความว่าอย่างไร ...... ตีขลุมอย่างนี้ กลายเป็นสมุนไพรที่ดี ก็อยู่ร่วมแก๊งค์ชั่วไปด้วย .... วันหนึ่งเมื่อต้องกลับมาพึ่ง จะทำอย่างไร ....

อย่างน้อยก็ประกาศข้อมูลในเว็ปกระทรวงสาธารณสุข และองค์การเภสัชกรรม ก็ยังดีน่ะ คนเขาจะได้รู้ และขอบคุณในสิ่งที่พวกท่านทำ

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44