แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มูลเหตุของโรค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มูลเหตุของโรค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ความไม่รู้

หลวงพ่อนิพนธ์ได้เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งเป็นพระถ้ำกระบอก เพื่อตอกย้ำคุณประโยชน์ของความไม่รู้ ที่มีผลต่อจิต ให้ฟัง

เรื่องเกิดเมื่อครั้งท่านเดินธุดงค์ ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ถ้ำกระบอกที่ต้องทำทุกปี ในช่วงต้นปี อันถือได้ว่าเป็นการสอบในภาคปฏิบัติ หลังจากได้เล่าเรียนภาคทฤษฏีมาตลอดปีแล้วนั่นเอง

วันหนึ่งของการธุดงค์ เป็นวันที่คณะสงฆ์เดินทางไกลกว่าปกติ อันเนื่องมาจากหาที่เหมาะสมในการปักกลดไม่ได้นั่นเอง

คณะสงฆ์เดินจนถึงเวลาค่ำจนสิ้นแสงอาทิตย์ จึงลงความเห็นว่าควรที่จะปลักกลดตามสภาพ เพราะไม่สามารถเดินต่อไปได้แล้ว

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงได้ดูสถานที่บริเวณแถวนั้น เพื่อหาที่ปักกลด แลมองไปเห็นเนินๆ หนึ่ง พื้นที่พอดีที่จะปลักกลดได้ จึงได้ทำการปักกลดลงที่เนินแห่งนั้น

เช้ามา ก็มีชาวบ้านแห่กันมาใส่บาตรอย่างมากมาย จนคณะสงฆ์ตกใจ หลวงพ่อนิพนธ์จึงได้ถามสาเหตุที่มากันมากมายนั้น

ชาวบ้านตอบว่า ชาวบ้านดีใจที่มีพระมาปักกลด และบริเวณเนินที่หลวงพ่อนิพนธ์ปักกลดนั้น คือหลุมฝังศพ ของหญิงสาวที่ตายท้องกลม ซึ่งชาวบ้านเล่าว่าเฮี้ยนมาก จนทำให้ยามค่ำคีนชาวบ้านไม่กล้าเดินผ่านบริเวณนี้

และที่ชาวบ้านดีใจแห่กันมามากมาย เพราะพระมาปักกลด แล้วไม่เป็นไร แสดงว่าได้ทำให้วิญญาณนั้นสงบลงแล้ว คงไม่มาหลอกหลอนพวกเขาอีกนั่นเอง

หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า ความไม่รู้นั่นเอง ทำให้ท่านนอนหลับสบาย หากท่านรู้ว่าที่นั้นเป็นหลุมศพ จะหลับได้หรือ และที่สำคัญ วิญญาณที่ว่านั้นก็ไม่มีจริง ท่านจึงนอนได้อย่างสบาย

เรื่องของโรคก็เช่นกัน หากเราไม่ไปรับรู้ ไม่ตรวจ จิตก็ไม่ต้องรับรู้ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ที่สำคัญ รู้แล้วแก้ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้

ร้ายไปกว่านั้น ยิ่งถ้าตรวจแล้วได้ฟังคำขู่ด้วย ว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วก็ถึงตายด้วยแล้ว ฟังแล้วเหมือนระเบิดลูกใหญ่ตกกลางใจ ต้องวิ่งหาวิธีแก้กันตีนขวิต อุปมาเหมือนกระต่ายตื่นตูม ผลสุดท้าย ไม่ได้ตายด้วยเหตุที่เป็น แต่ตายเพราะเหยียบกันตาย

หลวงพ่อนิพนธ์จึงยกตัวอย่างให้ อาทิเช่น คนมีความดัน เมื่อตรวจเจอ ได้ยินคำขู่ว่า อาจจะเส้นเลือดแตก เป็นอัมพฤกต์ อัมพาต หรืออาจถึงตาย จึงต้องรีบวิ่งหายาคุมความดัน ท้ายที่สุด ก็เป็นจริง คือ เป็นอัมพฤกต์ อัมพาต นั่งรถเข็น ทั้งที่กินยาคุมความดันนั่นแหละ แถมด้วยอาจไม่ได้ตายด้วยความดันหรอก แต่ตายด้วยผลข้างเคียง อันเนื่องจากยาเคมีแทน

การไม่รู้ ทำให้ไม่เกิดความเครียด เมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งกรด นั่นจึงเป็นเหตุที่หมอมักกล่าวกับคนไข้เสมอว่า ทำใจให้สบายๆ แต่จับไปตรวจ แล้วขู่ คนไข้ที่ไหนมันจะทำใจสบายได้

การไปตรวจร่างกายประจำปี จึงมีผลเสียมากกว่าผลดี

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกร็ดหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์

แม่ชีเมี้ยนตรัส ว่า "ศาสน์ มีไว้พัฒนามนุษย์"

หลายปีก่อน เมื่อหลวงพ่อนิพนธ์พูดถึงขยะมนุษย์ เราก็ยากจินตนาการ ผ่านมาหลายปี เริ่มมองเห็นในสิ่งที่ท่านพูด

มนุษย์เราเมื่อเปลี่ยนสถานะจากคนมีประโยชน์ มาเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพิงคนอื่น ก็เหมือนไร้ค่า บางคนจึงต้องถูกทิ้งเหมือนขยะ เป็นที่น่ารังเกียจของคนในครอบครัวไปซะอย่างนั้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เป็นภาพหนึ่งที่ปรากฎความจริงข้อนี้ที่ท่านพูด เมื่อมีผู้หญิงที่เป็นคนไข้ท่านหนึ่งหิ้วกระเป๋ามาขออนุญาตหลวงพ่อนิพนธ์ เพื่อมาพำนักพักในชมรม

อายุของเธอก็ไม่มาก สภาพภายนอกก็ดูไม่ออกว่าเจ็บป่วยไข้

สอบถามใจความ ก็ได้ว่าเธอป่วยเป็นโรคที่หมอไม่สามารถวินิจฉัยได้ ว่ามีสาเหตุจากอะไร ไม่ได้เป็นโรค แต่เธอมีอาการเป็นบางเวลา เมื่ออาการปรากฎเธอจะปวดร้าว ทรมานอย่างแสนสาหัส

จนอาการเริ่มรุนแรงขึ้น เธอก็ไม่สามารถทำงานได้ พ่อแม่พี่น้อง กล่าวหาเธอว่าเธอแกล้ง เพราะตรวจไม่พบ ในที่สุดสามีก็ขอหย่า เธอกลายเป็นคนโดดเดี่ยวลำพัง

หลวงพ่อนิพนธ์ ก็รับไว้ ลองฟื้นฟูดูสักตั้ง โดยกล่าวว่า เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ วินิจฉัยไม่ได้ แต่ร่างกายทำได้ หากแต่ขาดเครื่องมือในการแก้ไข นั่นคือ สมุนไพร

เฉกเช่นเดียวกัน หญิงสาววัยไม่ถึงสามสิบ หน้าตาสวยเข้าขั้นเป็นดาราได้ แต่เหมือนฟ้าแกล้ง เพราะเธอเป็นโรคสะเก็ดเงิน ทำให้เป็นแผลทั้งตัว ต้องใส่เสื้อผ้ามิดชิด ไม่ให้คนเห็น และกลายเป็นคนที่ต้องแยกตัวจากสังคม ทำงานไม่ได้

คนที่อยู่ในวัย เป็นกำลังของสังคม ของประเทศ กลายเป็นขยะ ที่สังคมไม่ต้องการไปแล้ว นี่แหละคืองานของศาสนา ที่จะพัฒนาขยะมนุษย์เหล่านี้ พร้อมคืนคนที่ดี ทั้งร่างกาย และจิตใจ กลับคืนสู่สังคม

สิ่งที่แม่ชีเมี้ยน ทิ้งไว้ให้หลวงพ่อนิพนธ์ กู้ชาติ มิใช่มหันตภัยธรรมดา มิใช่จากข้าศึก แต่จากโรคภัย และนิสัยของมนุษย์นั่นเอง เมื่อได้คนดีทยอยคืนกลับสังคม มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละ คือการสร้างชาติ เพราะสังคมจะมีคนดี ที่เชื่อมั่นในศาสนา และกลัวกรรม มาเป็นผู้ปกครองบ้านเมือง ไม่ให้คนไม่ดี มีอำนาจได้ บ้านเมืองก็จะสงบสุข ดั่งพระราชดำรัสของในหลวง

ศาสน์ทำให้เรามองเห็นกรรม แลคนดีทุกคนย่อมเป็นดั่งพระภูมี คือกลัวกรรม ...อันหนักหนา เพราะมันทำให้เป็นทุกข์

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ไม่ได้เป็น ให้มาทำไม

หลายต่อหลายครั้ง ที่คนป่วยมักจะถามวิทยากร ด้วยคำถามนี้

"ฉันเป็นโรคนี้ ไม่ได้เป็นอันนั้น ให้มาทำไม"

หลวงพ่อนิพนธ์จึงมักให้อรรถาธิบายว่า สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่หมอเห็น หรือเครื่องมือหมอตรวจพบเจอ มักจะเป็นปลายเหตุ

มูลเหตุของโรคทั่วไป มักจะมีพื้นฐานมาจากระบบการกรองของเราท่านมีปัญหา ทำให้เกิดการหลุดรอดเข้าสู่ร่างกาย พูดง่ายๆก็คือ ไตมีรอยรั่ว

การหลุดรอดนี้เอง จึงเป็นการวัดดวงว่า มันจะไปตกที่ส่วนใดของร่างกาย หากเกาะที่กระดูก ก็เกิด กระดูกทับเส้น ไปเกาะที่ตา ก็เป็นต้อ

นั่นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมทุกคนต้องทานสมุนไพรมะพร้าว ก็เพราะปิดต้นเหตุนี้เสียก่อนนั่นเอง

ประเด็นถัดมา ท่านกล่าวว่าวิธีที่ใช้ คือการล้อมกรอบโรค ด้วยการ ทำให้อวัยวะที่ยังไม่ถูกโจมตี แข็งแกร่ง แล้วเมื่อร่างกายพร้อม มันก็จะโจมตีโรค เมื่อโรคแตก ก็ไม่สามารถเข้าไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆได้นั่นเอง

การทานสมุนไพร พื้นฐาน จึงมุ่งเน้น ฟื้นฟูอวัยวะ และภูมิต้านทาน

หากแต่สิ่งหนึ่งที่พิเศษกว่าเครื่องจักรกล หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ร่างกายจะมีความสามารถพิเศษคือ อวัยวะอื่นสามารถทำหน้าที่แทนอวัยวะที่มีปัญหาได้ ในระดับหนึ่ง

สิ่งนี้ จะเห็นได้ว่า ทำไมตัดต่อมโน่น ต่อมนี่ ยังอยู่ได้

ย้อนไปยังคำถามยอดฮิต "เป็นมะเร็ง ทำไมต้องทานสมุนไพรปอด ไม่ได้เป็นโรคปอดสักหน่อย"

การจัดสมุนไพรปอดให้ ก็มีพื้นฐานมาจากสิ่งนี้นี่เอง

การให้ก็เพื่อเป็นการป้องกันอวัยะปอดประการหนึ่ง และให้ปอดทำหน้าที่ฟอกเลือด ด้วยการอัดออกซิเจนเข้าเลือด ประการหนึ่ง

ด้วยเหตุที่ ทุกคนมีอวัยวะ ๓๒ เหมือนกัน ดังนั้น จึงใช้สมุนไพรพื้นฐานที่เหมือนกัน ในการฟื้นฟู และป้องกัน

วันหนึ่งเมื่อร่างกายพร้อม ก็จะเข้าโจมตีรังของโรค ก่อให้เกิดการลงแดง และการกระจายของเชื้อ เชื้อก็จะลอยในระบบร่างกาย หาที่ฝังตัวใหม่ หากแต่อวัยวะทุกส่วนเราแข็งแรง ก็จะปฏิเสธการฝังตัว เชื้อก็จะลอยและรอการขับออกจากร่างกาย จนหมดในที่สุด

สมุนไพรแม่ชีเมี้ยน จึงใช้เพื่อรักษาฟื้นฟู ระบบอวัยวะทั้ง ๓๒ อยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะเพื่อส่วนใด การปฏิเสธไม่ทานตัวโน่น ไม่กินตัวนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ก็เท่ากับเป็นการเปิดให้มีช่องโหว่ในอวัยวะส่วนอื่น ที่จะใช้ฝังตัวเมื่อรังของโรคถูกโจมตีนั่นเอง

จะเห็นได้จากความจริงว่า ทำไมเมื่อหมอตัดบริเวณที่เป็น มันไปโผล่ที่ใหม่ ก็เพราะอวัยวะส่วนอื่น มันขาดความสามารถในการปกป้องตนเองนั่นเอง

แนวทางสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน จึงเป็นการฟื้นฟูทั้งระบบ ในเมื่อทุกคนมีอวัยวะเหมือนกัน จึงไม่น่าแปลกที่ทุกคนจึงทานสมุนไพรพื้นฐานเหมือนกัน

เมื่ออวัยวะส่วนอื่นแข็งแรง ก็สามารถทำหน้าที่ชั่วคราวแทนอวัยวะที่เสียหาย รอจนกว่าจะฟื้นฟูเสร็จ

เรื่องของร่างกาย จึงเป็นเรื่องของทั้งระบบ ไม่ใช่แยกส่วน นั่นจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมที่นี่ ไม่มีสมุนไพรเฉพาะเจาะจง ดั่งเช่นแผนปัจจุบัน เป็นตา หาหมอตา เป็นหัวใจ หาหมอหัวใจ .... ไม่มี ไม่มี เพราะทุกส่วนมันถึงกันหมดนั่นเอง

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44