วันก่อนเข้าไปในเวปไซด์หนึ่ง มีผู้หญิงท่านหนึ่งเขียนร้องให้สาธารณสุข เข้ามาตรวจสอบสมุนไพรของชมรม
อย่างแรกที่ได้เห็นคือความแปลกใจ เพราะสมุนไพรของชมรมแจกฟรี และผู้มาก็เต็มใจพอใจมารับ จึงสงสัยว่าอะไรคือมูลเหตุที่เธอสงสัย เพราะถ้าจะหลอกลวง ก็ต้องซื้อต้องขาย
สมุนไพรแม่ชีเมี้ยน มีประวัติศาสตร์ผ่านเลยครึ่งศตวรรษ ผ่านร้อนผ่านหนาว พิสูจน์ตัวตนมาตลอด ด้วยผลงานที่โดดเด่น จึงผ่าน มาตรา ๑๗ ของจอมพลสฤษด์ ผ่านกรมศาสนา ผ่านการทดสอบจาก สหรัฐ จนได้รับการยอมรับ ให้รางวัลแมกไซไซ
ก่อนหน้านี้ ก็ยืนหยัดด้วยคุณธรรมมาตลอด แม้นจะเข้าข่ายผิดกฏหมายบ้านเมือง เพราะไม่มีใบอนุญาต แต่หลวงพ่อนิพนธ์ก็ไม่เคยคิดจะยื่นขอ
จนข่าวลือเริ่มแพร่สะพัด เก้าอี้ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย ร้อนจนนั่งไม่ติด ต้องปลอมตัวมาเป็นคนไข้ของชมรม เพื่อสืบสาวเรื่องราว
ผ่านไปสามเดือน จึงได้เปิดเผยตัวตนกับคณะกรรมการ และหลวงพ่อนิพนธ์ พร้อมทั้งขอเก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการประกอบในการยื่นเรื่องขอใบอนุญาต
หลังจากพร้อม จึงเสนอเรื่องด่วนเป็นวาระพิเศษ แก่คณะกรรมการ เพื่อขออนุมัติใบอนุญาต
แพทย์หญิงท่านหนึ่ง ถึงกับกล่าวกับอธิบดีว่า ทำไมต้องเข้าเป็นวาระพิเศษ และที่สำคัญ การอนุมัติให้กับแพทย์แผนไทยทั้ง ๑๗ ท่าน ก่อนหน้านี้ ก็เรียกได้ว่า ยังไม่มีผลงานโดดเด่น แล้วหลวงพ่อนิพนธ์ มีผลงานอะไร ที่ควรค่าแก่การอนุมัติ
ท่านอธิบดีกรม จึงได้นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมา จากคนไข้ต่างๆ ที่มาใช้บริการของชมรม ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง จนถึงที่มาเป็นสิบปี ให้คณะกรรมได้ดู พร้อมทั้งพาคณะกรรมการมาชมกิจกรรมของชมรม ซักถามคนไข้ด้วยตนเอง
จนในที่สุด ก็กลายเป็นใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์และเวชกรรมแผนไทย ใบแรกและใบเดียวของประเทศไทย มอบให้หลวงพ่อนิพนธ์
นั่นคือ สามารถผลิตยาสมุนไพร และรักษาคน ได้ ...
พร้อมกับของแถม คือ สามีของแพทย์หญิงดังกล่าว เป็นผู้พิพากษาใหญ่ แต่เป็นอัมพฤกต์ ทำงานไม่ได้มา ๗ ปี ใช้ยาตั้งแต่เม็ดเป็นร้อย จนถึง เม็ดละ ห้าหมื่นบาท อาการก็ไม่ดีขึ้น เธอจึงขอให้หลวงพ่อนิพนธ์ช่วย
ผ่านไปหนึ่งปี สามีของเธอกลับมาเป็นปกติ จึงขอลาหลวงพ่อนิพนธ์ไปทำงาน เพราะเขาใช้เงินหลวงรักษาตัวมา ๗ ปี หลังนี้ ไม่ได้ทำงานให้หลวงเลย
จนทุกวันนี้ แพทย์หญิงต้องกล่าวกับหลวงพ่อนิพนธ์ว่า มีสมุนไพรอะไรที่ทานแล้ว กลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม เพราะตั้งแต่หาย สามีก็ไม่ค่อยจะอยู่บ้านให้เจอหน้าเลย
เพราะฉะนั้น จงวางใจในสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน ทานด้วยความไร้กังวลว่า สมุนไพรจะให้โทษ ไม่มีเด็ดขาด
ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายกับสมุนไพร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายกับสมุนไพร แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555
รู้จัก NCI ไหม?
คือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโรคมะเร็งของสหรัฐอเมริกา (National Cancer Institute) สามารถของบประมาณจากประธานาธิบดีสหรัฐได้โดยตรง
สิ่งที่ประจักษ์ นั่นคือหลังจากทุ่มเทงบประมาณปีละหลายแสนล้านบาท ต่อสู้กับโรคมะเร็ง จนท้ายที่สุด บทสรุปก็มาถึง นั่นคือ การขอให้รัฐบาลสหรัฐ เปลี่ยนกฎหมาย
กฎหมายดังกล่าวคือ การห้ามการนำเข้าสมุนไพร เพื่อวิจัยหรือเพื่อการบำบัดรักษาโรค
โดยให้เริ่มที่รัฐ แมรี่แลนด์ เป็นรัฐนำร่องก่อน
หลังจากประเทศยักษ์ใหญ่ในการผลิตยาเวชภัณฑ์ คือ สวิส ได้มีกฎหมาย บังคับให้ประชาชนทุกคน ที่จะซื้อยาแผนปัจจุบัน ต้องซื้อยาสมุนไพร ควบคู่กันไป ในราคาที่เท่ากัน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษร้ายแรง
สัญญาณดังกล่าว บอกอะไรได้บ้าง สิ่งที่เราเห็นได้ชัดคือ วงการแพทย์แผนปัจจุบัน มาถึงทางตันแล้ว นั่นเอง
แม้อุตสาหกรรมยา จะมีมูลค่าสูงเพียงใดก็ตาม อันหมายถึงผลประโยชน์ที่ให้ต่อนักการเมือง แต่ ค่ารักษาพยาบาล ที่พุ่งขึ้น ที่สหรัฐเรียก medicare and medicaid ในการดูแลพลเมืองของตน จนเกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของงบประมาณประจำปีแล้วนั่นเอง
ด้วยความจำเป็นที่ต้องลดงบประมาณลง และผลของสมุนไพรเริ่มเป็นที่ยอมรับ นั่นจึงเป็นที่มาของการที่จำเป็นต้องแก้กฎหมายข้างต้นนั่นเอง
แต่ประเทศแหล่งเจ้าของสมุนไพร กลับทิ้งไปหายาเคมี .....
ตื่นเถิดชาวไทย .....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
