ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ความจริง
ผ่านมาก็ผ่านไป เห็นแล้วก็ไร้พิจารณา คือ คำตอบที่หลายคนสงสัย ทำไมตนไม่หายโรค หรือช้าซะเหลือเกิน
คำของหลวงพ่อนิพนธ์ บนแผ่นป้าย ที่ชี้ว่า “สุขภาพดีเป็นเครื่องตอบแทนความดีที่เราท่านทำ”
ไม่ได้โม้คุยโว ว่ายาดีสมุนไพรดีกินแล้วหาย
แต่ธรรมของพระภูมี ดีนักหนา ทำตามแล้วเป็นคนดี มีคุณสมบัติ ที่ฟ้าดินเขาเกื้อหนุน ปรุงแต่งสมุนไพร ให้สมดุลย์แก่ธาตุทั้งสี่ โรคอะไรก็หายได้
บทสรุป อย่ารอเลย ยารักษาโรค ยาดี ไม่มีหรอก ศาสนาเขาไม่ขวางกรรม หมูเขาจะหาม ไม่เอาคานไปสอด กรรมเขาจะเล่น ก็ต้องปล่อยไปตามกรรม ยกเว้นคนนั้นเชื่อธรรมแล้วเดินตาม ทวนกระแส จึงทวนกรรม ได้หายโรค
ตำราสมุนไพร แม่ชีเมี้ยน คนรู้มากมาย คนทำมากมี แล้วมีที่ไหนช่วยคนให้พ้นโรคได้ มีแต่เอาชื่อไว้หากิน นั่นก็สวนทาง สวนเจตนา ของแม่ชีเมี้ยน ของพระพุทธแล้ว เพราะของดีของศาสนามีไว้ให้ เอานิสัยมาแลก
วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริสุทธิ์
ศาสนาพุทธ ท่านอาสิชี้ให้เห็นว่า ผลแห่งการกระทำใดๆ จะมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของผู้ทำเป็นสำคัญ
ความบริสุทธิ์ที่ว่า นั่นคือ กาย วาจา ใจ อันจะเป็นตัวบ่งบอกถึงคุณสมบัติ ของผู้ทำ แลผลที่จะย้อนกลับมายังตนนั่นเอง
หลวงพ่อนิพนธ์ มักจะยกตัวอย่าง ครั้งพระโคดมออกธุดงค์ ไปยังเมืองหนึ่ง แลปักกลดใกล้กับตัวเมือง ที่มีเพียงแต่บ้านสองตายาย
ข่าวถึงพระราชา และตายาย ทั้งสองฝ่ายก็ปรารถนามาใส่บาตรพระโคดม
หากแต่พระโคดม ฉันแต่ข้ามถ้วยแกงขันของสองตายาย ไม่แม้นแต่แลของพระราชาสักนิด จนพระราชาทนไม่ไหว แต่ก็รอจนฉันเสร็จ จึงเข้าไปทูลถาม
พระโคดม ก็ทรงถามพระราชาว่า ส่วนใดของโภชนาอาหารที่นำมา ที่พระราชาได้กระทำบ้าง คำตอบคือ ไม่มีเลย แล้วจะเอาผลอะไรที่จะย้อนคืนกลับไปหาพระราชาบ้างเล่า ฉันหรือไม่ฉัน พระราชาก็ไม่เกิดผลแต่อย่างใด
แลผลของสองตายาย ที่ตั้งใจร่วมกันทำมาถวาย ถึงพร้อม ด้วย กาย วาจา ใจ แม้นจะดูว่าเป็นของเล็กน้อย แต่ก็บริสุทธิ์ ด้วยการกระทำที่ถึงพร้อม ผลที่จะย้อนกลับไปยังตายาย ก็มหาศาลสุดประมาณ
บทสรุป หลวงพ่อนิพนธ์มักยกคำสอนของแม่ชีเมี้ยนให้พิจารณาเสมอว่า คนทั้งหลายมากาย มักจะปรามาสทาน โดยเฉพาะของพุทธศาสนา ทำไปไม่มีผลบ้างหล่ะ ทำไปเสียเปล่าบ้างหล่ะ หากแต่ความจริง คนเหล่านั้นทำด้วยไม่รู้ ผลของการทำจึงไม่บริสุทธิ์ ตัวกระทำที่ย้อนกลับมา จึงด้อยค่าลง หรือ หาผลตอบแทนได้น้อยนิด
เมื่อไม่รู้ก็ทำไม่ถูก นี่แลทำไมเราจึงต้องไปหาผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้ถูก เพื่อยังผลแห่งการกระทำให้ถึงพร้อม เมื่อฟัง พิจารณา เชื่อ แล้วทำตาม ทำถูก ผลถูกย่อมเกิด แล้วดูผล จะได้ไม่สงสัยว่าทำไม คนโบราณทุกยุคทุกสมัย จึงสอนลูกหลานให้ทำบุญ และทำทาน
สมุนไพรก็เฉกเช่นกัน ผลจะเกิดมหาศาล ย่อมต้องบริสุทธิ์ทั้งผู้ให้แลผู้รับ อุปมา น้ำใสสะอาด ภาชนะก็ควรที่จะสะอาดเช่นกัน จึงเป็นน้ำที่ใช้ดื่มกินได้ หากสิ่งหนึ่งประการใดสกปรก การกระทำของอีกฝ่ายก็เสียผล
วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
สุข
คนทั้งหลายที่มามูลนิธิ ไม่แปลกที่จะตั้งความหวังไว้ที่การหายโรคเป็นสำคัญ
แลหากฟัง พิจารณา เชื่อแล้วทำ ก็ไม่ยากที่จะทำให้สมปรารถนาได้ดั่งใจมุ่งหวัง
แต่ทุกข์ของคนทั้งปวงที่มี ทุกข์กาย อาจไม่เรื่องหนักหนาสาหัส เมื่อเปรียบเทียบกับทุกข์ใจ ที่เป็นได้กับทุกผู้คน ทุกเวลานาที ที่สำคัญบั่นทอนชีวิตมากกว่าทุกข์กายเสียอีก ก็มีให้เห็นในชีวิตจริงมากมาย
แค่อกหัก รักคุด แล้วฆ่าตัวตายก็มีมากหลาย หนักกว่านั้นไปฆ่าคนอื่นเพื่อให้คลายทุกข์ใจที่มีแก่ตน ก็เห็นตามข่าวมากมาย
นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ตัวเราท่านไม่ได้มีแต่เพียงกาย ทุกข์ทางใจก็สำคัญยิ่ง แลศาสตร์ของพระภูมีที่แม่ชีเมี้ยนนำมา ก็ช่วยให้พ้นทุกข์ทั้งสองได้ ไฉนคนทั้งหลายทั้งปวง จะมาเอาแต่สุขทางกายประการเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ศาสตร์ก็ชี้ชัด วิทยาการของโลกก็พิสูจน์ให้เห็น สัจจะธรรมความจริง ประการหนึ่ง คือ "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว"
เมื่อปรารถนาหาสุข แล้วทำไมจึงหยุดแค่เพียงแต่กาย ผลที่ได้ มันจะทำให้สุขไปได้สักกี่น้ำ เมื่อใจของเรามันยังต่ำ มันยังไม่สามารถพากายสูง นั่นคือ ยังไม่มีสุขนิสัยของพระพุทธเจ้า กายที่ดีในวันนี้ด้วยสมุนไพร ช้าเร็ว มันก็ต้องต่ำไปตามใจ ที่เป็นนายนั่นแล
บทสรุป แม่ชีเมี้ยนจึงตรัสว่า พระพุทธเจ้าหาสุข สุขนั้นคือ สุขนิสัย ที่จะประคองใจ ประคองกาย ให้สุขทุกเวลา ใจสุข กายไม่มีโรค การมาพานพบศาสนา แลถึงอย่างแท้จริง จึงต้องทำให้ถึงสุขที่แท้จริง หากเอาแต่เพียงกาย เอาแต่สุขเฉพาะหน้าในวันนี้ วันนี้ ไม่เจ็บ ไม่ปวด พอแล้ว ไม่ต้องทำอะไรแล้ว นั่นประมาท ด้วยไม่มีใครรู้พรหมลิขิตแห่งตน ก็ลองถามตนเองสิว่า หลับตาคืนนี้ แน่ใจหรือว่าพรุ่งนี้จะได้ลืมตามาดูอีกครั้งแน่นอน
วันเวลาก็ผ่านไปเร็วนัก กรรมก็หาญหัก ทำให้การเดินของเราท่านล่าช้า คิดว่ายังมีเวลา กว่าจะรู้ตนอีกที ใจอยากสักฉันใด กายมันมาไม่ได้แล้ว เห็นทางรอดชัดๆ แต่ไปไม่ถึง รู้สึกเสียใจ เสียดาย ก็ย้อนวันเวลาไม่ได้
พรหมลิขิตอยู่ที่เราทำ ... อยากมีสุข ก็ถามตนดู วันนี้เราสร้างพรหมลิขิตสุขหรือทุกข์ให้แก่ตน นั่นแลอนาคตที่รอเราอยู่ ไม่ต้องไปหาหมอดู พิจารณาเองก็รู้ได้ ถ้าไม่ทำแล้วจะมาร้องให้ใครช่วย ร้องสักฉันใด ก็ไม่มีใครช่วยได้
ที่ที่เขาบอก ว่าร้องขอได้ อ้อนวอนได้ ช่วยได้ .. ล้วนแล้วแต่ไม่มีตัว ไม่มีตน มีแต่ลม เชื่อเขาก็ทำตาม ... ก็ถ้ามันอ้อนวอนได้ ปรารถนาของพระภูมีทุกพระองค์ ก็คงเป็นจริง โลกนี้คงไม่มีมนุษย์แล้ว พระพุทธเจ้าพาไปนิพพานหมดเสียตั้งนานแล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


