คณะของชาวอเมริกัน ที่มาเยือนชมรมคนรักสุขภาพ ในครั้งนี้ ถูกชักนำมาโดยกรรมการท่านหนึ่งที่เป็นอดีตทหาร ระดับนายพลเอกของประเทศไทย
เมื่อสืบสาวย้อนหลังกลับไป อันจะเป็นที่มาว่าทำไมอดีตนายพลท่านนี้ จึงมีความเชื่อมั่นในแนวทางสมุนไพรแม่ชีเมี้ยน เป็นเรื่องที่เราว่า เป็นตัวอย่างสะท้อน หรือ ตัวแทน สมาชิกที่มาชมรมในวันนี้ได้เป็นอย่างดี
หลายปีก่อน อดีตนายพลท่านนี้ ก็เป็นเฉกเช่นคนทั่วไป ที่มีฐานะทางสังคม เรียกว่า อยู่ในสถานะอยู่ดีกินดี รักษาสุขภาพด้วยความใกล้ชิดกับหมอชั้นนำของประเทศ
จวบจนบั้นปลาย ผลก็เป็นเฉกเช่นคนทั่วไป นั่นคือ มีโรคประจำตัวมากหลาย และต้องทานยาเคมีทุกวัน จนร่างกายเริ่มไม่ไหว ก็แสวงหาหนทางที่จะหลุดพ้นวัฐจักรที่ตนเป็นอยู่
จากคำแนะนำของเพื่อนฝูงในแวดวงทหาร ที่ผ่านมาในชมรม ก็ชวนชักกันมาให้ลองทางเลือกสมุนไพรนี้
อดีตนายพล จึงพาตนมา เรียนรู้และรับรู้หนทางใหม่ ที่ไม่เคยได้ยิน ได้สัมผัสมาก่อน
ความที่ได้เห็นเพื่อนฝูงที่ใกล้ชิด รู้สภาพความเป็นอยู่ แล้วมีอาการดีขึ้น แข็งแรง ก็ทำให้เชื่อมั่นว่า หนทางที่ตนจะมาเลือกเดิน ก็น่าจะดีต่อตนเอง
เมื่อการทานสมุนไพรเริ่มต้น การตอบรับของสภาพร่างกายดีขึ้น ก็ยิ่งทำให้มั่นใจ และเกิดความมุ่งมั่นที่จะช่วยตนให้พ้นโรคภัยที่ตนเองเป็น
อดีตนายพล มุ่งมั่นทานและยืนระยะ เรียกว่าอย่างมีวินัย จนโรคภัยที่ตนเองเป็นค่อยๆลด จนหายในที่สุด
นั่นก็ใช้เวลาประมาณ ๓ ปี หากแต่วันหนึ่ง หลวงพ่อนิพนธ์ก็กล่าวกับอดีตนายพลว่า สมุนไพรน่ะแก้โรคได้ แต่แก้กรรม สะเดาะห์เคราะห์ไม่ได้ น่ะ
นั่นเป็นการบอกนัยๆ แก่อดีตนายพลว่า ควรที่จะทำตนเป็นพระเวสสันดร เพื่อแก้เคราะห์ตน นั่นเอง แต่อดีตนายพลฟังแล้วก็วางเฉย ฟังเพียงผ่านไปก็เท่านั้นเอง
วันหนึ่ง อดีตนายพลนั่งรถไป เกิดมีรถวิ่งจากฝั่งตรงข้าม ข้ามมาอัดกับรถของตัวเอง ผลที่ปรากฎ รถกลิ้งหลายตลบ จนสภาพรถไม่สามารถซ่อมได้
ตัวของอดีตนายพล กลิ้งอยู่ในรถ กระแทกเด้งไปเด้งมา เมื่อได้รับการช่วยเหลือ และนำตัวส่ง ร.พ. ก็ยังมีสติดี ช่วยตัวเองได้
ครั้นถึง ร.พ. คุณหมอตรวจแล้วจะฉีดยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ และจะทำแผลให้ หากแต่อดีตนายพลปฏิเสธ และสั่งห้ามทั้งหมด
จนหมอมีอารมณ์ ถามว่า เมื่อไม่ให้ทำอะไรแล้วมา ร.พ. ทำไม อดีตนายพลตอบว่า ตัวเขาเองอยากจะรู้ว่า สมองกระทบกระเทือน มีเลือดออกในสมองหรือไม่ กระดูกส่วนไหนหักร้าวบ้าง เท่านั้น หมอจึงกล่าวว่า ถ้างั้นก็กลับบ้านไป
อดีตนายพลให้คนพากลับบ้าน แล้วให้ภรรยานำสมุนไพรในบ้าน มีอะไร นำออกมาทานหมดทุกตัว แล้วให้โทรเรียนหลวงพ่อนิพนธ์
หลังการพักฟื้นไม่กี่สัปดาห์ และทานสมุนไพรเต็มที่ ร่างกายก็ฟื้นกลับมา จนเป็นปกติ
หลวงพ่อนิพนธ์ ถามเขาว่า ทำไมจึงไม่ให้หมอทำอะไร อดีตนายพลตอบว่า ผลอยากทดลองดูซิว่า สมุนไพรรักษาโรคได้ จะสามารถรักษาอาการที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือไม่ ซึ่งเขาก็ไม่ผิดหวัง
หลังจากประสพการณ์ครั้งนี้ พฤติกรรมของอดีตนายพลก็เปลี่ยนไป จากความคิดที่ว่า มาหาหมอ รับยา กลับไปทาน จบกันแค่นั้น หลวงพ่อนิพนธ์ก็แค่หมอที่มีฝีมือเท่านั้นเอง มาบัดนี้ อดีตนายพลยอมรับว่า หลวงพ่อนิพนธ์คือครูบาอาจารย์ และยอมทำตนเป็นลูกศิษย์ เริ่มด้วยการเปลี่ยนจากการไหว้เฉยๆ ทุกครั้งที่มา กลายเป็นการกราบแทน
และนับแต่นั้น อดีตนายพล ก็จะคอยฟังว่าหลวงพ่อนิพนธ์กำหนดสิ่งใดให้ทำ เพราะเขาเข้าใจแล้วว่า นั่นคือสิ่งที่ใช้สะเดาะห์เคราะห์ อันเป็นสิ่งที่สมุนไพรทำให้ไม่ได้
ชีวิตของอดีตนายพล จึงเหนียวแน่น มาจนทุกวันนี้ และกลายเป็นหัวหอกในการนำชาวอเมริกันคณะนี้มา
และการมาในครั้งนี้ของคณะชาวอเมริกัน ก็เรียกว่าจะบังเอิญก็ใช่ แต่เราว่าฟ้าเขาเตะมา เพราะช่างประจวบเหมาะกับที่ เจสัน ชาวอเมริกัน ที่ติดยาเสพติดอย่างรุนแรง และมีโรคประจำตัวที่ร้ายแรง มาพักฟื้น จนสภาพปัจจุบัน หายจากการติดยาอย่างเบ็ดเสร็จ และโรคที่เป็นก็เบาบางเกือบเป็นปกติ ที่จะเป็นตัวอย่าง ตามคณะชาวอเมริกันนี้ไป
ที่บังเอิญกว่านั้น เจสัน ก็ไม่ใช่คนไร้ชื่อ ไร้นาม เป็นลูกชายของโปรโมเตอร์มวยใหญ่ของสหรัฐ อันดับสอง รองจากดอนคิง ไม่ใช่เอาใครก็ไม่รู้มาแหกตา
กว่าหลวงพ่อนืพนธ์จะทำให้คนๆ หนึ่ง มาด้วยใจ เป็นเรื่องยาก แม้นว่าคนๆ นั้น จะได้รับผลก็ตาม
แต่นั่นก็เป็นเครื่องยืนยันว่า การจะประสพผลในแนวทางสมุนไพรของพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา อันคือความปลอดภัยของชีวิต หาใช่แต่เฉพาะการหายโรค ต้องอาศัยซึ่งการมาด้วยใจ ที่เชื่อมั่น และศรัทธา
คนที่มาแล้วหวังหายโรคเพียงอย่างเดียว จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ทุ่มเทเวลา ทุ่มเงิน แต่ผลที่ได้ไม่คุ้มเลย เพราะไปไม่ถึงฝั่ง ... หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนเสมอว่า ไม่ตายด้วยโรค ตายด้วยอุบัติเหตุ ก็ตายเหมือนกัน
ควรจะมาเพื่อทำความหมายให้แก่ชีวิต ให้ปลอดภัย นั่นคือ เป็นคนดีตามคำสอนของพระภูมี ส่วนการหายโรค พระภูมี ให้เป็นของแถม สำหรับคนดี
อ้ายประเภทมาแล้วไม่อยากฟัง นั่งเล่นเกม นั่งทำโน่นทำนี่ อยากพูดก็พูดไป ข้าไม่สน เรียกว่าเป็นแก้วที่มีน้ำเต็ม จนไม่ยอมให้น้ำใหม่แทรกเข้าไปได้เลย จะมาเอาแต่สมุนไพรเพียงอย่างเดียว .... หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า เสียเวลาเปล่า
อยากจะเดินทางเส้นนี้ ต้องฟัง แล้วนำสิ่งที่ได้ยิน ไปพิจารณา แม้นได้สักคำสักประโยคในแต่ละครั้งก็ยังดี เพื่อเปลี่ยนตัวเอง ... จะมาโดยไม่ยอมเปลี่ยนอะไรเลย หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ก็สิ่งที่ทำเดิมๆ มันก่อให้เกิดทุกข์ในวันนี้ แล้วจะมาทานสมุนไพรให้หาย กลับไปทำแบบเดิม อุปมา ช่วยโจรให้หายโรค เพื่อกลับไปเป็นโจรอีก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน เขาจะเกื้อหนุน เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557
ทานสมุนไพรตอนไหนดี
ทุกครั้งเมื่อมีสมาชิกใหม่ วิทยากรก็จะบรรยาย วิธีการทานสมุนไพรให้แก่สมาชิกใหม่ฟัง
ประเด็นปัญหาที่สมาชิกใหม่ บางท่านอาจจะไม่สะดวก ในการทาน ณ เวลาที่วิทยากรบรรยาย ประการหนึ่ง
ประเด็นถัดมา ก็คือ อาจจะฟังไม่ถนัด หรือฟังมากไปจนสับสน ประการหนึ่ง
อย่าไปกังวลมากนัก เพราะสมุนไพร คือวัตถุดิบ เฉกเช่นเดียวกับอาหารที่เราทาน แม้นจะทานผิดเวลาไปบ้าง ก็ไม่เสียหาย
หากแต่สำหรับสมาชิกใหม่ ประเด็นสำคัญ ที่วิทยากรบรรยาย ในการทานสมุนไพรแต่ละช่วงนั้น อยู่ที่ การให้สรรพคุณประการหนึง และการทานง่ายประการหนึ่ง เท่านั้นเอง นั่นหมายความว่า เมื่อทานสมุนไพรไประยะเวลาพอควร สักเดือนสองเดือน การจะทานเวลาไหน ก็ตามแต่สะดวก
แต่ที่เราเห็นว่า ควรจะสนใจ กลับเป็น คุณลักษณะของสมุนไพรนั้นๆ ต่างหาก เพราะนั่นจะมีผล โดยเฉพาะในยามฉุกเฉิน ที่ต้องการแก้ไขอาการเร่งด่วน
เริ่มจากสมุนไพรเขียว ที่ในอดีตหลวงพ่อนิพนธ์ให้ทานคนละแก้ว ต่อคิวกันมายาวเหยียด ทานเสร็จก็มีคนล้างแก้ว แล้วนำมารินให้คนทานต่อ
วันหนึ่งสาธารณสุขจังหวัด มาตรวจและบอกว่า การทำเช่นนั้น ไม่สะอาด สามารถทำให้เกิดโรคติดต่อได้
หลวงพ่อนิพนธ์จึงบอกว่า สมุนไพรหากจะช่วยรักษาคนได้ ก่อนอื่นต้องมีคุณสมบัติช่วยปกป้องตนเองได้ก่อน นั่นคือ หากแบคทีเรียหรือเชื้อ สามารถเข้าไปในสมุนไพรและคงอยู่ได้ สมุนไพรนั้นก็ไม่มีความสามารถที่จะช่วยรักษาอันใดได้นั่นเอง
จึงให้สาธารณสุขลองนำไปทดสอบ เทียบกับการล้างแก้วตามหลักการในโรงพยาบาล เช่น น้ำร้อน แล้วตรวจเชื้อ ซึ่งก็พบว่า แก้วที่ใส่ยาเขียว ปราศจากเชื้อ ในขณะที่ใช้น้ำร้อนก็ยังมีเชื้ออยู่
คุณสมบัติข้อนี้ จึงทำให้เราได้รู้ว่า สมุนไพรเขียวฆ่าเชื้อได้ และมีฤทธิ์เป็นด่าง เป็นยาเย็น ส่วนฤทธิ์โดยตรง ทำให้อยากอาหาร และคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของสมุนไพรเขียว คือ สมานแผลที่อยู่ในที่ชื้นได้
ด้วยเหตุนี้ ปฐมบทของยาสมุนไพร จึงเริ่มที่สมุนไพรเขียวนี้เอง เพราะประตูเป็นตายของมนุษย์ หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวว่า ธรรมชาติกำหนดอยู่ที่การกิน นั่นเอง
จากคุณสมบัติของสมุนไพรเขียว จึงทำให้สามารถนำสมุนไพรเขียวไปทาแผลภายนอกได้ ทำให้สมุนไพรเขียว สามารถนำไปทาแก้คัน ลมพิษ หรืออาการสะเก็ดเงินได้
ปัญหาที่สำคัญคือ ผู้ที่ผ่านยาเคมีมานาน ที่ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้เกิดอาการแผลในระบบทางเดินอาหาร และถ้าหนักกว่าน้้น ก็จะกลายเป็นแผลทะลุ ทำให้คุณสมบัติของสมุนไพรเขียว ทำงานไม่ได้
สมุนไพรตำลึง มีคุณสมบัติเป็นเมือกเหนียว สามารถใช้อุดรูแผลเหล่านั้นได้ ทำให้ต้องทานสมุนไพรตำลึงก่อน เพื่อให้สมุนไพรตำลึงทำหน้าที่อุดรูแผลเหล่านั้น และเมื่อสมุนไพรเขียวเข้าไป ก็จะทำหน้าที่สมานแผลในระบบทางเดินอาหารนั้นได้
เพราะการที่ต้องการเวลาในการทำงาน ณ ตำแหน่งนั้นๆ การทานสมุนไพรตำลึง และสมุนไพรเขียว จึงไม่ควรดื่มน้ำตาม เพราะน้ำจะไปเป็นตัวชะล้าง พาสมุนไพรตำลึงและสมุนไพรเขียวไป ก่อนที่จะซ่อมแซมระบบทางเดินอาหาร
วิทยากรจึงมักแนะนำว่า ให้เว้นระยะห่างไว้ อย่างน้อย ๕ นาที ก็ด้วยเหตุนี้นั่นเอง
สำหรับสมุนไพรมะกรูด ลูกกลอนน้ำผึ้ง และสมุนไพรมะพร้าว เป็นสมุนไพรธาตุไฟ เมื่อทานแล้วจะมีอาการแสบร้อน ดังนั้น ในขณะที่ร่างกายยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ หรือ ระบบทางเดินอาหารยังไม่ดี การทานหลังอาหาร ก็จะช่วยให้การทานสมุนไพรเหล่านี้ง่ายขึ้น
ในทางกลับกัน หากเราอยากรู้ว่าระบบทางเดินอาหารของเราดีแล้วหรือยัง ก็สามารถใช้สมุนไพรเหล่านี้ทดสอบได้ นัั่นคือ ลองทานสมุนไพรเหล่านี้ในยามท้องว่าง หากไม่เกิดอาการแสบท้อง แสบลำไส้ นั่นก็หมายความว่า ระบบของเรากลับมาเป็นปกติแล้ว นั่นก็หมายความว่า สามารถทานสมุนไพรธาตุไฟเหล่านี้ตอนไหนก็ได้แล้ว
หากแต่ในยามนอน ร่างกายเราจะมีอุณหภูมิต่ำลง ความเย็นจะเข้าแทรกได้ง่าย โดยเฉพาะคนป่วยหนัก วิทยากรจึงแนะนำให้ทาน สมุนไพรธาตุไฟ ลูกกลอนน้ำผึ้งก่อนนอน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายไว้ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับยาก ก็จะทำให้ความเย็นไม่แทรก นอนหลับสบาย
สำหรับยาต้ม ที่จัดเป็นสมุนไพรที่ต้องอุ่นก่อนทาน ก็เช่นเดียวกัน ระยะแรก ก็ทานหลังอาหาร ตามวิทยากรบอก ก็จะทานได้ง่าย หรือจะใช้วิธีการอุ่นตอนเช้า และใส่กระบอกเก็บความร้อน แล้วจิบแทนน้ำตลอดทั้งวันก็ยังได้
ด้วยคุณสมบัติและการทำงานเหล่านี้ เราท่านต้องเรียนรู้ และพิจารณาอาการ ก็จะสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายตามอาการที่เกิด อาทิ มีอาการอาเจียน หรือกรดไหลย้อน ก็สามารถใช้คุณสมบัติความเป็นเมือก ปิดช่องของกระเพาะ ของสมุนไพรตำลึง มาแก้ไขได้
มีอาการถ่ายบ่อย ก็หยุดทานน้ำ นอนนิ่งๆ หิวก็จิบสมุนไพรปอดนิดๆ แก้กระหาย ปล่อยให้ระบบลำไส้ได้พักฟื้นสัก ๔ ถึง ๖ ชั่วโมง ไม่ให้มีน้ำเข้าไปในระบบ ระบบก็จะกลับมาเป็นปกติ หรือในกรณีที่ถ่ายยาก ก็ต้องทานน้ำมากกว่าปกติ
และสมุนไพรลูกกลอนดำ หรือ น้ำผึ้ง มีส่วนผสมของพริกไทยและกระเทียมโทน นี่เรียกว่ารถด่วนธรรมชาติ ที่สามารถซึมเข้าระบบได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีของคนที่เป็นลม หรือหัวใจวาย หรือเริ่มจะล้มเหลว หลวงพ่อนิพนธ์จึงสอนว่า รีบชงกับน้ำอุ่น แล้วป้อนให้ทาน แล้วจับมือดู ทานไปจนตัวเริ่มอุ่น อาการหัวใจ หรือเป็นลมก็จะหายไป เรียกได้ว่า เป็นสมุนไพรประจำตัวคนสูงวัย เหมือนยาหม่อง ยาดม มีอาการปุ๊บทานปั๊บ ฟื้นเร็ว และที่สำคัญทำให้หัวใจไม่เป็นตะคริว ป้องกันหัวใจวายได้เป็นอย่างดี พูดง่ายๆ ร่างกายเย็นใช้สมุนไพรธาตุไฟเข้าช่วย น้ำเกิน ใช้สมุนไพรมะพร้าววิดออก ไฟเกินตัวร้อน ไข้สูง ใช้สมุนไพรเย็น เข้าแก้
การทานสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์สอนว่า มิใช่ยาตายเช่นยาเคมี แต่เป็นยาเป็น มีไว้เพื่อชิงสถานการณ์กับกรรม กับโรค นั่นจึงต้องอาศัยความละเอียด ในการฟื้นฟูตน เรียกว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสี ทัดเทียมกัน
โดยเฉพาะคนไข้วิกฤต เรียกว่าชิงเดิมพัน คือชีวิต นั่นเอง จะปล่อยไปตามนิสัยไม่ได้เลย
คำเตือนของหลวงพ่อนิพนธ์ที่มักกล่าวให้คนไข้วิกฤตฟังเสมอ นอกจากทานสมุนไพรถึง ได้ปริมาณและชนิด แล้วก็ตาม หากแต่สมุนไพรไม่ใช่แหล่งของกำลัง นันคือ คนป่วยต้องทานอาหารให้ได้ ที่สำคัญคือ ต้องทานให้ครบ ๕ หมู่
คนไข้หลายคนเป็นอิสลาม มีปัญหากระดูก โรคเก๊าต์ บอกจะไม่ทานสมุนไพรกระดูกหมู ทำเช่นนั้นก็ไม่ได้ เป็นคนถือศีลกินชี มัง เจ อย่างที่วิทยากรมักเรียก จะไม่ทานเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก ก็ไม่ได้ มิฉะนั้น ต่อให้มีเครื่องมือฟื้นฟู คือ สมุนไพร แต่ไม่มีวัตถุดิบ คือ อาหาร สมุนไพรก็ช่วยอะไรไม่ได้
ขอย้ำ ยิ่งคนป่วยหนัก ต้องทานอาหารให้มากกว่าปกติ หากแต่การทานแต่ละครั้งเมื่อทานมากไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนนิสัยให้กลายเป็นคนกินจุกกินจิก เป็นการชั่วคราวก่อน
วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557
วันวานกำลังจะกลับมา
วันพฤหัสนี้ จิตอาสากว่าสองร้อยคนลาหยุดไปทำกิจกรรมที่บ้าน ทำให้คุณอ้อ หัวหน้าจิตอาสาเรียนหลวงพ่อนิพนธ์ปรึกษาว่าควรจะหยุดกิจกรรมสักวันหนึ่งหรือไม่
หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวตอบว่า โรคและกรรม มันมีวันหยุดให้เราหรือ เมื่อมันไม่มี กิจกรรมที่เราทำ มีผลต่อชีวิต ย่อมต้องดำเนินไป หยุดไม่ได้เช่นกัน เพราะคนบางคน เขาต้องอาศัยบุญเลี้ยง หากหยุด พวกเขาก็จะเสียโอกาสในการช่วยตนไป
ดังนั้น วันพฤหัสนี้ก็จึงเปิดให้บริการปกติ จะมีคนน้อยก็ไม่เป็นไร แล้วแต่คนจะให้ความสำคัญ
และในวันเดียวกันนี้เอง จะมีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งมาขอพบหลวงพ่อนิพนธ์
คือคณะจากประเทศสหรัฐอเมริกา ๗ ท่าน ที่ติดต่อผ่านทางนายทหารระดับสูง เพื่อร้องขอให้นำมาพบ
เรื่องที่จะขอพบ เรื่องแรกก็คือ จากการที่มีคนไข้อเมริกา ที่เป็นโรคมะเร็งขั้นที่ ๔ ผู้ซึ่งหมอลงความเห็นแล้วว่าหมดทางรักษา แล้วเดินทางมารักษา ที่นี่จนประสพผล กลับไปตรวจหลายท่าน จึงอยากจะมาพบประการหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน สถานทูตสหรัฐได้ค้นประวัติหลวงพ่อนิพนธ์ที่เก็บไว้เดิมในปี ๒๕๐๘ กลับขึ้นมาอีกครั้ง และทำการตรวจสอบ สืบทราบ จนแน่ใจ ดังนั้น จึงส่งคนมาในคณะนี้ด้วย เพื่อเชิญหลวงพ่อนิพนธ์ไปเยี่ยมชมศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่สร้างเมื่อครั้งปี ๒๕๐๘ ที่อเมริกา และเรียนเชิญให้ไปทำการรักษา แต่หลวงพ่อนิพนธ์ก็ปฏิเสธไปในขณะนั้นว่า เป็นพระ มีวินัย ขึ้นรถ ลงเรือ ไม่ได้ มาบัดนี้ ไม่ได้เป็นพระแล้ว อยากให้ไปเยี่ยมชมสักครั้ง และปรึกษาแนวทางในการรักษายาเสพติดให้แก่สหรัฐ
และในการนี้ ภรรยาของผู้นำคณะก็ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หมอหมดทางรักษาแล้วเช่นกัน จึงพาภรรยามาลองทางเลือกสมุนไพร ในการมาครั้งนี้ด้วย เรียกว่า เป็นการหาข้อมูลทั้งอย่างเป็นทางการและส่วนตัว
สัญญาณล่าสุดครั้งนี้ ทำให้เรามองเห็นว่า บางทีฟ้ากำลังเปิดโอกาส ที่จะทำให้ภาพอดีต เมื่อครั้งถ้ำกระบอกได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ กลับมาอีกครั้ง
หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า หากผ่านวันที่ ๑๗ มีนาคม แล้วไซร้ โดยการได้รับอนุญาตจากแม่ชีเมี้ยน ให้ทำสมุนไพรในเมืองไทยต่อได้ นั่นหมายความว่า ฟ้าเขาเปิดให้ สมุนไพรที่สมาชิกจะได้รับ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น และเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติ
วันที่เราท่านจะได้เห็นคนหายโรค เกลื่อนกลาด ดังเช่นอดีตถ้ำกระบอก ให้เป็นที่เล่าขาน จะกลับมาอีกครั้ง แม้นจะมีเพียงจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับคนทั้งประเทศ ทั้งโลก แต่ก็ยิ่งใหญ่ เพราะคนเหล่านี้ ทำในสิ่งที่คนทั้งโลกทำไม่ได้ นั่นคือ มาเดินตามพระภูมี ตามคำสอนของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำมา จนชนะโรค ได้สัมผัส ลาภอันประเสริฐ ที่คนทั้งโลกไม่มี และแสดงให้เห็นว่า สิ่งนี้ มีจริง หากแต่ ใครทำ ใครได้
รอบบ้านเขาเริ่มตื่นตัว แต่คนในบ้านวางเฉย ... หลวงพ่อนิพนธ์บอก ก็ตามไปพม่าแล้วกัน
หลวงพ่อนิพนธ์กล่าวตอบว่า โรคและกรรม มันมีวันหยุดให้เราหรือ เมื่อมันไม่มี กิจกรรมที่เราทำ มีผลต่อชีวิต ย่อมต้องดำเนินไป หยุดไม่ได้เช่นกัน เพราะคนบางคน เขาต้องอาศัยบุญเลี้ยง หากหยุด พวกเขาก็จะเสียโอกาสในการช่วยตนไป
ดังนั้น วันพฤหัสนี้ก็จึงเปิดให้บริการปกติ จะมีคนน้อยก็ไม่เป็นไร แล้วแต่คนจะให้ความสำคัญ
และในวันเดียวกันนี้เอง จะมีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งมาขอพบหลวงพ่อนิพนธ์
คือคณะจากประเทศสหรัฐอเมริกา ๗ ท่าน ที่ติดต่อผ่านทางนายทหารระดับสูง เพื่อร้องขอให้นำมาพบ
เรื่องที่จะขอพบ เรื่องแรกก็คือ จากการที่มีคนไข้อเมริกา ที่เป็นโรคมะเร็งขั้นที่ ๔ ผู้ซึ่งหมอลงความเห็นแล้วว่าหมดทางรักษา แล้วเดินทางมารักษา ที่นี่จนประสพผล กลับไปตรวจหลายท่าน จึงอยากจะมาพบประการหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน สถานทูตสหรัฐได้ค้นประวัติหลวงพ่อนิพนธ์ที่เก็บไว้เดิมในปี ๒๕๐๘ กลับขึ้นมาอีกครั้ง และทำการตรวจสอบ สืบทราบ จนแน่ใจ ดังนั้น จึงส่งคนมาในคณะนี้ด้วย เพื่อเชิญหลวงพ่อนิพนธ์ไปเยี่ยมชมศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่สร้างเมื่อครั้งปี ๒๕๐๘ ที่อเมริกา และเรียนเชิญให้ไปทำการรักษา แต่หลวงพ่อนิพนธ์ก็ปฏิเสธไปในขณะนั้นว่า เป็นพระ มีวินัย ขึ้นรถ ลงเรือ ไม่ได้ มาบัดนี้ ไม่ได้เป็นพระแล้ว อยากให้ไปเยี่ยมชมสักครั้ง และปรึกษาแนวทางในการรักษายาเสพติดให้แก่สหรัฐ
และในการนี้ ภรรยาของผู้นำคณะก็ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หมอหมดทางรักษาแล้วเช่นกัน จึงพาภรรยามาลองทางเลือกสมุนไพร ในการมาครั้งนี้ด้วย เรียกว่า เป็นการหาข้อมูลทั้งอย่างเป็นทางการและส่วนตัว
สัญญาณล่าสุดครั้งนี้ ทำให้เรามองเห็นว่า บางทีฟ้ากำลังเปิดโอกาส ที่จะทำให้ภาพอดีต เมื่อครั้งถ้ำกระบอกได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ กลับมาอีกครั้ง
หลวงพ่อนิพนธ์จึงกล่าวว่า หากผ่านวันที่ ๑๗ มีนาคม แล้วไซร้ โดยการได้รับอนุญาตจากแม่ชีเมี้ยน ให้ทำสมุนไพรในเมืองไทยต่อได้ นั่นหมายความว่า ฟ้าเขาเปิดให้ สมุนไพรที่สมาชิกจะได้รับ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น และเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติ
วันที่เราท่านจะได้เห็นคนหายโรค เกลื่อนกลาด ดังเช่นอดีตถ้ำกระบอก ให้เป็นที่เล่าขาน จะกลับมาอีกครั้ง แม้นจะมีเพียงจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับคนทั้งประเทศ ทั้งโลก แต่ก็ยิ่งใหญ่ เพราะคนเหล่านี้ ทำในสิ่งที่คนทั้งโลกทำไม่ได้ นั่นคือ มาเดินตามพระภูมี ตามคำสอนของแม่ชีเมี้ยน ที่หลวงพ่อนิพนธ์นำมา จนชนะโรค ได้สัมผัส ลาภอันประเสริฐ ที่คนทั้งโลกไม่มี และแสดงให้เห็นว่า สิ่งนี้ มีจริง หากแต่ ใครทำ ใครได้
รอบบ้านเขาเริ่มตื่นตัว แต่คนในบ้านวางเฉย ... หลวงพ่อนิพนธ์บอก ก็ตามไปพม่าแล้วกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
