วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

หมูเขาจะหาม


หลายคนเคยคุยกับเรา ถามว่า อยากพาคนโน้นคนนี้ ที่รักกันสนิทกัน หรือสงสารเขา มาที่ชมรมจะได้ไหม จะดีไหม

ตัวเราเองก็เคยคิดเช่นนี้เหมือนกัน สมัยสิบปีก่อน ความคิดที่เคยเกิดในสมอง เมื่อช่วงก่อนหน้านั้น หลวงพ่อนิพนธ์ได้รับคนไข้เอดส์ไว้กลุ่มหนึ่ง เพื่อทดลองสมุนไพร

หลังจากที่คนไข้กลุ่มดังกล่าวดีวันดีคืน และไม่มีอาการเอดส์ปรากฎให้เห็น ร่างกายแข็งแรง กลับมาแบกหินแบกทรายได้ ช่วยงานก่อสร้างของหลวงพ่อนิพนธ์ได้

ความคิดที่เคยเกิดขึ้น นั่นคือ หากเราชักชวนโน้มน้าวคนที่เป็นโรคนี้ และเป็นที่รู้จัก มารักษาที่หลวงพ่อนิพนธ์ได้ก็ดี

ด้วยหวังว่า เมื่อเขาหาย จะทำให้คนอีกมากมายเห็น และมีโอกาสรอดจากโรคที่ โลกเขาบอกว่าร้ายแรง เป็นแล้วต้องตาย

ซึ่งคนเหล่านั้น เมื่อรู้ตนว่าเป็น ก็หมดกำลังใจ ท้อแท้ สิ้นหวัง ซ้ำร้ายสังคมรังเกียจ จะได้มีความหวัง และตั้งใจเป็นคนดี เพื่อรับชีวิตใหม่ เพราะคนเหล่านี้ หลายคนเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ

ความคิดนี้เอง ทำให้เกิดอาการ "เสือก" ของเราเกิดขึ้น

ในตอนนั้น เราจึงเข้าไปในเวปบอร์ดชื่อดัง เพื่อชวนชัก หัวขบวน และอย่างน้อย ก็พกพาเด็กๆที่เป็นโรคนี้ มาเพื่อให้หลวงพ่อนิพนธ์รักษา

ผลที่ได้ โดนถล่มยับ เย็บแทบไม่ทันจากเวปบอร์ดนั้น

หลวงพ่อนิพนธ์ เคยกล่าวเรื่องเหล่านี้ว่า เรื่องของสมุนไพรเป็นเรื่องของวาสนา เป็นเรื่องของคนกลุ่มน้อย

ประวัติของพระภูมี ก็เห็นชัดว่า สาวกท่าน มีไม่ถึงแสน หากเทียบแค่อินเดียประเทศเดียว ที่สมัยนั้นมีคนเป็นร้อยล้าน ยิ่งถ้าเทียบกับคนในโลก ยิ่งเป็นกลุ่มคนหยิบมือเดียว

อันหมายความว่า คนที่จะเข้าถึงพระภูมี ย่อมต้องว่ายทวนกระแสของโลก ทนต่อเสียงคนรอบข้าง ที่ถาโถมเข้ามา เหตุนี้แหละจึงเรียกว่า วาสนา

ท่านจึงแนะนำว่า หากอยากช่วยใคร ยังไม่ต้องพามาหรอก ลองทดสอบวาสนาของคนเหล่านั้นดู ให้เขาลองทานยาเขียวสักแก้ว แล้วดูผลที่เกิด นั่นก็เป็นคำตอบที่รู้ได้ว่า เส้นทางสมุนไพรพระภูมี เหมาะเป็นทางเลือกของคนคนนั้นหรือไม่

ผ่านมาสิบปี รายล่าสุดที่ชวนมาทานสมุนไพร ก็คือเพื่อนสนิท ที่ครอบครัวเขาต่อต้านสมุนไพรสุดลิ่ม ก็ต้องรอจนฝาโลงแง้ม นั่นคือ เข้าไอซียู และหมอสั่งให้ทำใจ จึงไปแชะมาให้ทานสมุนไพร ญาติจึงไม่มีใครค้าน แล้วเพื่อนก็รอด อยู่มาจนทุกวันนี้

แต่ตอนนั้น ก็ลุ้นอยู่เหมือนกันว่า หากเพื่อนไม่รอด แม่เพื่อนและญาติคงสับเราเละเป็นแน่แท้ ก็ถือว่ายังมีโชค

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวเสมอว่า สมุนไพรพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา คนที่เหมาะที่สุดในการทาน นั่นคือ คนที่อยู่ในสภาวะ "แง้มฝาโลง" นั่นเอง

เพราะคนเหล่านั้น ได้บทพิสูจน์แล้วว่า ไม่มีอะไร สิ่งใด ในโลก ที่เขายึด หรือนับถือ ช่วยเขาได้แล้วนั่นเอง

เมื่อทางเลือกนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย จิตจึงมุ่งมั่น แล้วทำตามคำสอนได้ง่าย

กระนั้นก็ตาม อย่ารอให้ฝาโลงแง้ม แล้วจึงคิดได้เลย ... ดีกว่า

เรื่องนี้ หลวงพ่อนิพนธ์ จึงกล่าวให้ฟังว่า "หมูเขาจะหาม อย่าเอาคานไปสอด" กรรมเขาจะเล่นแล้ว หากคนผู้นั้นไม่มีจิตฝักใฝ่ในทางเลือกนี้ พิจารณาให้ดี หากจะเข้าไปยุ่ง

ยอดคุณแม่


พฤหัสที่แล้ว มีจดหมายน้อยฉบับหนึ่งเขียนมาหาหลวงพ่อนิพนธ์ เพื่อให้อ่านให้เพื่อนสมาชิกฟัง

เป็นจดหมายจาก คนไข้หญิงท่านหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม

เธอเขียนเล่าประวัติ ว่าเป็นคน อ.วังน้อย จ.อยุธยา มาชมรมคนรักสุขภาพ จนวันนี้ก็ ๑๑ เดือนแล้ว

ก่อนหน้าที่จะมาชมรม เธอก็ไปรักษาตัวที่ ร.พ. เหมือนคนทั่วไป จนท้ายที่สุด ก็ถึงวาระที่คนไข้ทั่วไปทำกัน อันเป็นแบบแผนของการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ นั่นคือ ผ่าตัด คีโม ฉายแสง

อาการของเธอลุกลาม จนถึงระยะสุดท้าย และเมื่อเข้าคอร์ส คีโม ฉายแสง ร่างกายของเธอ ก็ไม่สามารถทนต่อคีโม และฉายแสง

ผลที่ปรากฎ ทำให้เกิดอาการข้างเคียง และการแพ้อย่างรุนแรง

จนวันหนึ่ง เธอได้พบกับ คุณหมอภาวิณี แนะนำเธอให้มาที่ชมรมคนรักสุขภาพแทน

เธอจึงได้เริ่มต้นการใช้สมุนไพร และหันหลังให้เคมีบำบัด นับแต่นั้นมา

ผ่านไปได้ระยะหนึ่้ง อาการของเธอดีขึ้น จึงได้ชวนสามีของเธอ ที่ป่วยด้วยโรค เบาหวาน ความดัน ... มาทานด้วยกัน

ร่างกายของเธอและสามี ดีวัน ดีคืน จนไม่เคยกลับไปหายาเคมีอีกเลย

เธอเห็นคุณค่าของสมุนไพร จึงได้พาลูกทั้งสามคน ของเธอมาด้วย เพื่อให้ได้โอกาสทานสมุนไพร และอบตัวเช่นเธอและสามี

มาวันนี้ หลังจากการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด สุขภาพปกติ ไม่พบเชื้อมะเร็ง

หลวงพ่อนิพนธ์ อ่านจดหมายฉบับนี้ให้เหล่าสมาชิกฟัง พร้อมกับกล่าวว่า การหายของคนไข้ ไม่ใช่สาระที่สำคัญเท่าใด

สิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือ การที่คนไข้ได้ใช้ตนเองเป็นเครื่องพิสูจน์ แล้วชักชวน ลูกทั้งสามให้มาเดินทางนี้

เพราะเท่ากับได้สร้างมรดกที่มีค่าที่สุด นั่นคือ ลูกของเขาจะไม่มีโอกาสที่เป็นโรค มะเร็ง เบาหวาน ความดัน .. ในอนาคตอย่างแน่นอน

พฤติกรรมเช่นนี้ เรียกได้ว่า "รักลูก" อย่างแท้จริง

และมรดกที่ให้ คือ สังขารสุขภาพที่ดี มีค่าเหนือทรัพย์สมบัติใดๆ

หลวงพ่อนิพนธ์ จึงเชิญชวนให้ทำตาม หากตนของตน พิสูจน์แล้วในคุณค่าของสมุนไพรพระภูมี ที่แม่ชีเมี้ยนนำมา

เพื่อให้คนที่เรากล่าวอ้างว่า รัก นั้น ได้สัมผัส "ลาภอันประเสริฐ"

ทิ้งท้ายของ การอ่านจดหมายฉบับนี้ คือ คำติติง ถึงคนที่บอกรักผู้อื่นแต่ปาก อาทิ แม่บอกรักลูก แต่เมื่อลูกมีปัญหาสุขภาพ ก็ยัดยาเคมีเข้าปากลูก

การทำเยี่ยงนั้น เท่ากับไม่ให้ร่างกายของลูก ได้มีโอกาสต่อสู้ สร้างภูมิ เพื่อช่วยตน เท่ากับกำลังทำให้ลูกอ่อนแอ สร้างจุดอ่อน ให้โรคเข้าโจมตีได้ในอนาคต

หากจะพูดได้เต็มปากว่ารักใคร ก็ควรที่จะให้คนที่เรารัก ได้มีโอกาสมาทานสมุนไพรด้วยเช่นกัน

แล้วจึงสรุปคำโบราณ ที่กล่าวให้คิด "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" เขาหมายถึงอะไร ... ก็ถ้ารักจริง ก็ต้องชวนชักมาในทางที่ถูก เพื่อประโยชน์แห่งคนที่เรากล่าวอ้างว่ารักซิ

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

อนาคตอันใกล้

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า จะมีการตั้งศูนย์ที่ จ.ชุมพร โดยในสัปดาห์นี้ หลวงพ่อนิพนธ์ จะเดินทางไปเพื่อเลือกสถานที่ และกำหนดพื้นที่ ในการสร้างอาคาร เพื่อทำกิจกรรม

ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าว เป็นความร่วมมือ จากชาว จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช และตรัง

อนึง กลุ่มผู้จัดตั้งศูนย์นี้ ยังเสนอตัวเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ อาทิเช่น มะพร้าว พริกไทย ดีปลี ป้อนให้แก่ชมรมด้วย

นับว่าเป็นข่าวดี แก่ชาวใต้ และคนไข้ในชมรมคนรักสุขภาพ

ทั้งนี้ การทำกิจกรรมในศูนย์ที่ จ.ชุมพร นี้ ก็จะเป็นเฉกเช่นเดียวกับที่ ชมรมคนรักสุขภาพ

ในการนี้ สมุนไพรทั้งหมด ก็ยังคงจัดทำที่ชมรมคนรักสุขภาพเหมือนเดิม และจัดส่งไปยังศูนย์ดังกล่าว

เป็นที่น่ายินดี ที่ขบวนจัดส่งสมุนไพรดังกล่าวนั้น กำลังถูกเสนอ ขอพระบรมราชานุญาติ ให้ใช้ในชื่อ "พ.อ.ส.ว. (แผนไทย)"

คาดว่า ในไม่ช้า คนในภาคต่างๆ จะรวมตัวกันตั้งศูนย์ และเราท่านจะได้เห็นขบวนรถ "พ.อ.ส.ว. (แผนไทย)"  วิ่งพล่านไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน

ติดต่อสั่งซื้อสินค้า หาโปรโมชั่น Sesamix-Z และ สารสกัดเซซามินสูตรที่ดีที่สุด โทรหาเรา 086 6O4 7O44