คำสอนให้เชื่อบิดา มารดา ทำให้คนไทยหลายคน ไม่กล้าแม้แต่จะคิด โดยเฉพาะเรื่องของพระพุทธศาสนา เราก็เลยลองชี้ประเด็นให้เห็น ถ้าพระพุทธเจ้า เกิดมาแล้วทรงเดินได้ 7 ก้าวจริง การเป็นพระพุทธเจ้า ก็คงไม่ยิ่งใหญ่อะไรเลย เพราะท่านเกิดมาเหนือมนุษย์อยู่แล้วใช่หรือไม่ ท่านก็น่าจะเกิดเป็นเฉกเช่นปุถุชน คนธรรมดา มีกิเลส ท่วมตน การที่ท่านได้กระทำตนจากปุถุชน จนกลายเป็นศาสดาเอกของโลก นั่นแล จึงสมกับที่เราเรียก มหาบุรุษของโลก จริงหรือไม่
และเพราะเหตุนี้ ผู้ที่เดินตามเมื่อเห็นว่า ปุถุชนทุกคนสามารถทำตามรอยได้ จึงมีคนเดินตามเป็นสาวกถึง แปดหมื่นกว่าองค์ ประการต่อมา ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่ผนังโบสถ์ มักมีภาพตอนท่านออกบวช เห็นได้ชัดว่า ท่านได้ปลงผม เพื่อออกบวช ก็ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมในโบสถ์เช่นกัน พระพุทธรูป ที่เราเห็น ที่เป็นตัวแทนของท่าน จึงมีเกศกันทุกองค์ ภาพสองสิ่งนี้ ขัดตาเรายิ่ง
อีกสักประการหนึ่งก็พอ รูปที่เราเห็น ก็ม้าของท่าน ยังให้นายฉันนะ นำกลับเมือง แล้วทรงเดินเท้า เพื่อตัดกิเลส ในขณะที่ผู้ที่อ้างตนว่าดำเนินตามรอยของท่าน เปลี่ยนจากเดินเท้า ตอนบวชใหม่ๆ กลายมาเป็นนั่งรถเก๋ง กันดาษดื่น สิ่งเหล่านี้ เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้เราเชื่อในพุทธดำรัสของท่าน อย่างปักใจว่า ไม่ควรเชื่อตำรา ไม่ควรเชื่อ..... แต่ให้ดูผล ทำถูกผลถูกย่อมเกิด ทำผิดผลผิดย่อมสนอง
ตำราสมุนไพร และธรรมคำสอนของแม่ชีเมี้ยน ถูกกล่าวหามานับครึ่งศตวรรษ แต่ก็ได้พิสูจน์ตัวของมันเอง มาโดยตลอด บทพิสูจน์ของธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้มีธรรม ย่อมมีสุข เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แม้การปฏิบัติธรรมของท่าน ดูเหมือนจะเป็นทุกข์ตามสายตาของคนทั่วไป เพราะยึดหลัก มักน้อย สันโดษ ทำงานจนได้ชื่อว่า "พระกรรมกร" แต่ผลที่ออกมา ที่เราเห็นคือ ผู้ป่วยทุกราย ที่ได้ผ่านการบวชเรียน และทำได้ แม้ว่าจะสาหัสสักเพียงไหน ก็รอดพ้นจากกรรมอันนั้นได้
เช่น ท่านตอง ที่เป็นมะเร็งสมอง ทั้งบ้าน ท่านเป็นคนกลางในพี่น้องห้าคน พี่น้องของท่านได้เสียไปหมดแล้ว ปัจจุบัน เหลือเพียงท่านคนเดียว ทุกวันนี้ กลายเป็นราษฎรอาวุโส แห่งเขาค้อ เพชรบูรณ์ ทำหน้าที่เป็นวิทยากรสอนการจักสานให้ชนรุ่นหลัง มานับสิบปี หรือแม้กระทั่ง คนไข้เอดส์ ที่คิดกระโดดแม่น้ำเมยตาย หลวงพ่อนิพนธ์ได้ช่วยไว้ และให้บวช มาจนถึงปัจจุบัน แต่งงานมีลูกชาย อายุเกือบสิบขวบแล้ว แม้กระทั่งการบวชครั้งล่าสุด เมื่อปีที่แล้ว คนไข้เส้นเลือดหัวใจตีบสามเส้น หมอให้ทำบอลลูน หลังจากการบวชและเดินธุดงค์ อาการดังกล่าวก็หายไป
ถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องกลับมาคิด ว่า ธรรมของพระพุทธเจ้า ที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมารณรงค์ให้ปฏิบัติกันอย่างถูกต้อง อย่างน้อยก็ขอผลแค่ ดำรัสของท่าน คือ "ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ"
คำกล่าวนี้ มีจริง และทำได้จริง แต่ ต้องเป็นธรรมที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ที่นำมาปฏิบัติ วินัยของสงฆ์แม่ชีเมี้ยน ฉันมื้อเดียว เงินทองไม่รับ รถเรือไม่ขึ้น ไม่รับดิเรกลาภนอกเวลาฉัน มีเครื่องใช้ชุดเดียว ธุดงค์เป็นวัตร เหล่านี้ กำลังจะพิสูจน์ ธรรมของพระพุทธเจ้า ให้เห็นว่า เราทุกคน สามารถมีความสุขได้ แม้ไม่มีเงินสักบาท เพราะเรามีธรรมของท่านนั่นเอง
ศาลารักษาโรค แนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่ไปกับธรรมะ เผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิไทยกรุณา และให้ความรู้ด้านสมุนไพรรักษาโรค
วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มูลนิธิไทยกรุณา จะเปิดรักษายาเสพติด
ข่าวดีแจ้งให้ทราบ มูลนิธิไทยกรุณากำลังมีแผนจะเปิดรักษาผู้ติดยาเสพติด ย้อนยุคตามแบบสมัยถ้ำกระบอก ในช่วงปี 2501 โดยมีพระเป็นพี่เลี้ยงในการรักษา ทั้งนี้จะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเข้าพรรษาที่จะถึงนี้
ใครที่มีพี่น้อง หรือ ญาติสนิท มิตรสหาย ที่ต้องการเลิกยาเสพติด ทุกชนิด ก็เตรียมตัว โดยเฉพาะผู้ที่สมัครใจอยากเลิก หลวงพ่อนิพนธ์ยืนยันว่าหายแน่ ใช้เวลาประมาณ สองสัปดาห์ มารับกลับได้เลย
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ขยะ - สมุนไพรเปลี่ยนชีวิตจากขยะสังคมสู่คนดี
หลวงพ่อนิพนธ์ เคยกล่าวไว้ว่า คนไข้สาหัส หรือ ผู้ป่วยยาเสพติด หรือ เอดส์ มักจะถูกมาองว่าเป็นขยะสังคม คือไม่มีประโยชน์ แต่เมื่อผ่านการทานสมุนไพร และนำธรรมะของพระพุทธเจ้าบางส่วนไปมีส่วนร่วมในชีวิต คนเหล่านี้จะกลับไปเป็นคนดีของสังคม และมีประโยชน์ต่อสังคมมาก และจะไม่สร้างปัญหาสังคมใดๆ อีก เพราะจะกลายเป็นคนกลัวกรรมนั่นเอง
ดังนั้น คนไข้ในยุคแรกๆ ของท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่ทางบ้านรังเกียจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร บางคนเมื่อมาส่งที่วัดของท่าน ก็ไม่คิดที่จะมาหาอีกเลยก็มี ดังนั้น สิ่่งที่เป็นขยะเหล่านี้ ที่อื่นไม่ต้อนรับ หลวงพ่อนิพนธ์กับยินดี เพราะจะเป็นวัตถุดิบชั้นดี ที่พร้อมทำตามคำสอนของท่าน เนื่องว่าไม่มีทางเลือกแล้วนั่นเอง และมักจะเป็นผู้ที่ประสบผลในแนวทางนี้ด้วย เหตุผลหนึ่งที่ท่านกล่าวคือ คนเหล่านี้จะทุ่มศรัทธาที่เหลือทั้งหมด มาให้แม่ชีเมี้ยนและพระพุทธเจ้าเพียงอย่างเดียว จึงทำให้จิตสงบและปรับตัวได้ง่าย ความคิดไม่ฟุ้งซ่าน
เราจึงคิดว่า ผู้ป่วยท่านใดยิ่งอาการหนัก และไม่มีใครเอา หลวงพ่อนิพนธ์ท่านยิ่งรับไว้
อาทิเช่น ผู้ป่วยเอดส์ชาวพม่า และลาว ที่ท่านได้รับไว้นั่นเอง และแข็งแรงจนช่วยงานได้ มาจนทุกวันนี้
ดังนั้น คนไข้ในยุคแรกๆ ของท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่ทางบ้านรังเกียจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร บางคนเมื่อมาส่งที่วัดของท่าน ก็ไม่คิดที่จะมาหาอีกเลยก็มี ดังนั้น สิ่่งที่เป็นขยะเหล่านี้ ที่อื่นไม่ต้อนรับ หลวงพ่อนิพนธ์กับยินดี เพราะจะเป็นวัตถุดิบชั้นดี ที่พร้อมทำตามคำสอนของท่าน เนื่องว่าไม่มีทางเลือกแล้วนั่นเอง และมักจะเป็นผู้ที่ประสบผลในแนวทางนี้ด้วย เหตุผลหนึ่งที่ท่านกล่าวคือ คนเหล่านี้จะทุ่มศรัทธาที่เหลือทั้งหมด มาให้แม่ชีเมี้ยนและพระพุทธเจ้าเพียงอย่างเดียว จึงทำให้จิตสงบและปรับตัวได้ง่าย ความคิดไม่ฟุ้งซ่าน
เราจึงคิดว่า ผู้ป่วยท่านใดยิ่งอาการหนัก และไม่มีใครเอา หลวงพ่อนิพนธ์ท่านยิ่งรับไว้
อาทิเช่น ผู้ป่วยเอดส์ชาวพม่า และลาว ที่ท่านได้รับไว้นั่นเอง และแข็งแรงจนช่วยงานได้ มาจนทุกวันนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
